ตอนที่44 การล่มสลายของอาณาจักรเล่ย
“จำนนต่อท่าน!ท่านเป็นใคร? ท่านต้องการอะไรกันแน่?”
องค์หญิงคนเล็กเล่ยเหมยเอ๋อ ได้เดินออกมาถามหลิวเย่เสียงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
แต่เลือดขัตติยะทำให้นางยังคงความเข้มแข็งไว้
“เฮ้อ! พวกเจ้าควรพึงพอใจอำนาจที่ตนมีความโลภนำมาซึ่งหายนะของพวกเจ้าเอง” หลิวเย่ถอนหายใจส่ายหัว
“เจ้าไม่มีสิทธิตัดสินพวกเรา!”เสียงตะโกนเสียงดังมาจากจักรพรรดิเล่ยหยางหมิง
“พวกเจ้าจะหยุดรุกรานอาณาจักรอื่นหรือไม่?”หลิวเย่ถามอย่างให้โอกาสพวกเขา
“ในโลกนี้มีเพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถกลืนกินผู้อ่อนแอได้!” จักรพรรดิเล่ยกัดฟันตอบอย่างโอหัง
หลิวเย่ส่ายหัวกับคำตอบของผู้ปกครองที่มีแต่ความโลภและกระหายสงคราม
เขาโบกมือสั่งการโยวจี้และเต่าทองคำเสียงดังลั่น“จัดการพวกเขาให้สิ้นซาก! ต่อไปจะไม่มีอาณาจักรเล่ย! ไว้ชีวิตคนที่ยอมจำนน! หากผู้ใดขัดขืนจงสังหารมันเสีย!”
สิ้นเสียงสายฟ้าฟาดของเขา!
โยวจี้และเต่าทองคำดวงตาเป็นประกายกระหายเลือดและรับคำทันที“ขอรับนายท่าน!”
โยวจี้สยายปีกกู่ร้องเสียงดังก่อนสะบัดมีดบินพลังปราณและบินวนสะบัดมีดบินรอบอาณาเขตพระราชวัง
มันคล้ายต้องการสังหารให้หมดสิ้นทุกคน!
คนใดที่คุกเข่าวางอาวุธและก้มหน้าลงกับพื้นก็จะรอดตายอย่างหวุดหวิด!
ส่วนเต่าทองคำยืดแขนขาออกยาวเหยียดปลายสุดของแขนขาทั้งสี่แหลมคมคล้ายหอก มันพุ่งเข้าแทงร่างทหารรอบทิศทาง
เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดความหวาดกลัว ความตื่นตระหนกดังระงมทั่วพระราชวัง
มีดบินพลังปราณของโยวจี้พุ่งเข้าตัดขั้วหัวใจขององค์รัชทายาทที่ยังคุกเข่าอยู่
“ตุ๊บ!” ร่างของรัชทายาทค่อยๆล้มลงกับพื้นทั้งที่ยังลืมตาค้างด้วยความตื่นตกใจ
“ฟุ๊บ!” ร่างขององค์หญิงคนเล็ก เล่ยเหมยเอ๋อล้มลงกับพื้นตาแข็งค้างเมื่อถูกมีดบินพลังปราณตัดเส้นเลือดใหญ่คอ
จักรพรรดิเล่ยมีรอยแผลที่เกิดจากมีดบินพลังปราณทั่วร่างกาย
เลือดสีแดงไหลท่วมร่างกายดวงตาที่แดงก่ำมีแววเสียใจที่ทะนงตนจนลืมไปว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมียอดคน
ความหยิ่งผยองในศักดิ์ศรีแห่งจักรพรรดิทำให้จักรพรรดิเล่ยตัดสินใจปลิดชีพด้วยการเฉือนคอตนเอง
หนึ่งก้านธูปต่อมา
ภาพศพขุนนางทหาร นางกำนัลและขันทีเรียงรายรอบลานกว้างหน้าพระราชวัง
มีคนก้มหน้าคุกเข่ากระจายไปทั่วพระราชวังราวหนึ่งในสามส่วน
หลิวเย่กวาดสายตามองและสั่งการเสียงดังก้อง
“จงฟังข้า! ผู้ที่ยอมจำนนทั้งหลาย! จงเก็บกวาดทำความสะอาดพระราชวังแห่งนี้ให้เรียบร้อย!”
จากนั้นหันหน้าไปสั่งเต่าทองคำว่า“เจ้าจงควบคุมพวกเขาทำงานให้เรียบร้อย และตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมดของอาณาจักรเล่ยหากผู้ใดยังขัดขืน! สังหารทันที!”
เขาหันหน้าไปอีกด้านเพื่อเรียกโยวจี้ที่ยืนอยู่ด้านข้าง“โยวจี้! พวกเราไปชายแดนสมทบกับกองทัพของแม่ทัพฟาง”
โยวจี้พยักหน้ารับคำ“ขอรับนายท่าน!”
..........
ครึ่งชั่วยามต่อมา
โยวจี้บินพาหลิวเย่มาถึงแนวเทือกเขาชายแดนระหว่างอาณาจักรเล่ย-อาณาจักรเทียน
เขาใช้สัมผัสสวรรค์สำรวจบริเวณโดยรอบ
พบว่าทหารทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้ปะทะกันอย่างดุเดือด
กองทัพสมทบจากรองแม่ทัพหลี่ชางหลงได้เดินทางมาถึงแล้ว
และกำลังต่อสู้โรมรันกับทหารของอาณาจักรเล่ย
ด้านทหารของอาณาจักรเล่ยต่างแตกตื่นและเริ่มถอยทัพบางส่วนในจุดที่ปะทะกับทหารและศิษย์โถงมังกรชาง
เป็นเพราะว่าพวกเขาตกใจกลัวกับอาวุธที่แข็งแกร่งของทหารอาณาจักรเทียน
หอก กระบี่ และดาบของพวกเขาสามารถฟันอาวุธของทหารอาณาจักรเล่ยให้แตกหักหรือหักครึ่ง
ธนูที่พุ่งจากระยะไกลของศิษย์โถงมังกรชางแทงทะลุเข้าทั่วร่างกายของทหารอาณาจักรเล่ย
ไม่ว่าจะเป็นแทงทะลุหัวหน้าอก แขนขา ลำตัว และส่วนอื่นๆของร่างกาย
ทหารอาณาจักรเล่ยสูญเสียขวัญและกำลังใจทันที
พวกเขาตื่นตระหนกที่ได้เห็นอาวุธทรงพลังสามารถสังหารจากระยะไกลได้
กองทัพอาณาจักรเล่ยที่ปะทะกับกองทัพของรองแม่ทัพหลี่ชางหลงจึงถอยร่นไม่เป็นขบวน
โยวจี้บินวนเหนือพื้นที่ต่อสู้
หลิวเย่ส่งเสียงผ่านพลังปราณให้ดังก้องทั่วบริเวณที่กำลังต่อสู้กัน
“หากกองทัพอาณาจักรเล่ยยอมจำนน! ข้าจะไว้ชีวิต! หากขัดขืน!ตาย!”
ทางกองทัพทหารของรองแม่ทัพหลี่ชางหลงเมื่อพวกเขาได้ยินเสียงนี้
พวกเขาจำหลิวเย่ได้ต่างพากันส่งเสียงโห่ร้องอย่างยินดี “ท่านเทพมาช่วยพวกเราแล้ว!” “คารวะท่านเทพ!”
ทหารของกองทัพแม่ทัพฟางงุนงงกับเหตุการณ์ประหลาดนั้นและมองหน้ากันและกันด้วยความสับสนงุนงง
แม่ทัพฟาง ชายวัยกลางคนร่างสูงกำยำหรี่ตาจ้องมองไปยังนกอินทรียักษ์ที่บินวนเหนือหัว
เขาสงสัยว่าใครกันที่มาช่วยพวกเขา?
เป็นฝ่ายเดียวกับพวกเขาใช่ไหม?
ชายแข็งแกร่งผู้นี้คือใครกัน?
ทำไมทหารของรองแม่ทัพหลี่ถึงได้ตะโกนเรียกเขาว่า“ท่านเทพ!”
ความสงสัยกระจายเต็มใบหน้าของเขา!
การต่อสู้ชะงักไปกะทันหันจากเสียงดังก้องของหลิวเย่!
ทั้งสองฝ่ายถืออาวุธประจันหน้ากันเตรียมพร้อมที่จะเข้าต่อสู้กันอีกครั้ง
“กองทัพอาณาจักรเล่ยไม่เคยพ่ายแพ้ผู้ใด!”เสียงปลุกระดมดังขึ้นจากแม่ทัพซุนต้าหวง
“โห่ โห่ โห่”ทหารของอาณาจักรเล่ยต่างชูอาวุธชี้ขึ้นบนฟ้าและส่งเสียงโห่ร้องอย่างจองหอง
หลิวเย่ส่ายหัวที่พบว่าพวกเขาช่างดื้อรั้นเสียจริง
“พวกเจ้าคนใดหากยอมจำนนต่อเรา! เจ้าจะรอด!หากยังดื้อดึง! จงฝังร่างไว้ที่นี่เสีย!” หลิวเย่ตบตัวโยวจี้เบาๆเป็นการส่งสัญญาณ
จากนั้นเขาเหินตัวลอยออกจากหลังโยวจี้และยืนนิ่งกลางอากาศ
เขาหันหน้าไปมองแม่ทัพฟางรองแม่ทัพหลี่ชางหลง ทหารและศิษย์โถงมังกรชาง แล้วตะโกนดังสนั่นทั่วบริเวณ
“นับแต่นี้ต่อไปจะไม่มีอาณาจักรเล่ยอีก! จงบุกสังหารพวกมันให้สิ้น!”
คำประกาศกร้าวของหลิวเย่ได้ปลุกเลือดของทหารทั้งหลายให้เดือดพล่าน!
พวกเขาชูอาวุธขึ้นบนฟ้าและโห่ร้องพลางวิ่งเข้าปะทะกับฝ่ายตรงข้ามทันที!
คำประกาศที่เอาแต่ใจ!
สร้างความฮึกเหิมให้แก่พวกเขา!
ใช่แล้ว! พวกเขาจะลบอาณาจักรเล่ยทิ้ง!
พวกเขาถูกกดขี่มานานเกินไป!
วันนี้จะปลดปล่อยความรู้สึก!
พวกเขาจะเป็นอิสระเสียที!
“กรี๊ดด” เสียงกรีดร้องด้วยความฮึกเหิมของโยวจี้ดังก้อง
มันสยายปีกกว้างแล้วบินพุ่งเข้าใส่ทหารของอาณาจักรเล่ยพร้อมกับสยายปีกส่งมีดบินพลังปราณพุ่งเข้าใส่ราวสายฝนโปรยปรายจำนวนมาก
หลิวเย่ต้องการสร้างความเกรงกลัวเชื่อมั่นและศรัทธาจากแม่ทัพฟางและทหารทุกคน
เขาเข้าร่วมต่อสู้โดยเขย่าต้นไม้ทั่วบริเวณจนใบไม้ร่วงหล่นจำนวนมหาศาล
จากนั้นส่งมีดบินใบไม้พลังปราณดังสายฝนพุ่งเข้าใส่ทหารของกองทัพอาณาจักรเล่ย
ฟากแม่ทัพฟางตกตะลึงอ้าปากค้างเมื่อเห็นภาพการร่วงตายของทหารอาณาจักรเล่ยในชั่วพริบตา
ชั่วลมหายใจต่อมาเขาฟื้นคืนสติขึ้นมาความฮึกเหิมและตื่นเต้นเข้าเกาะกุมหัวใจพลางตะโกนก้องสั่งทหารของตน
“ทหารทั้งหลาย! บุกสังหารพวกมันให้สิ้นซาก!”
“โห่ โห่ โห่”
ในตอนนี้เป็นเหมือนการต่อสู้บุกขยี้ฝ่ายเดียว!
ทหารอาณาจักรเล่ยบางส่วนเริ่มคุกเข่าและวางอาวุธยอมจำนนมากขึ้นเรื่อยๆ
หนึ่งชั่วยามต่อมา
ทะเลซากศพของทหารทั้งสองฝ่ายกระจัดกระจายเกลื่อนทั่วหุบเขาและแนวเทือกเขาเดียวดาย
แต่เครื่องแต่งกายของทหารที่นอนตายมากที่สุดคือทหารอาณาจักรเล่ย
ทหารของแม่ทัพฟางและรองแม่ทัพหลี่ตายเพียงหนึ่งในสิบส่วนเท่านั้น
มันคือการต่อสู้ทำสงครามที่มีพละกำลังแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด!
“ถอยทัพ! ถอยทัพ!”เสียงแม่ทัพซุน องค์ชายรองเล่ยซุนซึ่งเป็นรองแม่ทัพ และหัวหน้าทหารทั้งหลายตะโกนสั่งทหารใต้
บังคับบัญชาให้ถอยทัพตั้งหลัก
ทันใดนั้นเสียงดังกึกก้องจากพลังปราณของหลิวเย่ดังกระจายทั่วทั้งแนวเทือกเขา
“จงยอมจำนนแต่โดยดี! พวกเจ้าไม่มีอาณาจักรเล่ยอีกต่อไป! ข้าสังหารจักรพรรดิเล่ยและรัชทายาทแล้ว!”
ถึงแม้ว่าจักรพรรดิจะตัดสินใจปลิดชีพตนเองแต่ก็ถือว่าเป็นผลมาจากแรงกดดันของเขา
“ไม่! ไม่!ไม่จริง!” เสียงตะโกนด้วยความโกรธแค้นจากรองแม่ทัพเล่ยซุนดังขัดขึ้นมา
“.....”หลิวเย่ไม่เสียเวลาคิดที่จะเก็บศัตรูไว้ข้างกาย เขาโบกมือส่งมีดบินพลังปราณพุ่งเข้าตัดขั้วหัวใจเล่ยซุนในชั่วพริบตา
อนิจจา!!!
องค์ชายรองเล่ยซุนตายทันทีทั้งที่ยังลืมตาค้างมือกำหมัดแน่นและชูมือต่อต้านหลิวเย่
“.....”เมื่อแม่ทัพซุนและทหารทั้งหลายของอาณาจักรเห็นเหตุการณ์อันน่าตื่นตกใจนี้!
พวกเขาทยอยคุกเข่าและวางอาวุธยอมจำนนแต่โดยดี!
“พวกข้ายอมจำนนแล้ว!”
“พวกข้ายอมจำนนแล้ว!”
“พวกข้ายอมจำนนแล้ว!”
เสียงตะโกนยอมแพ้ดังก้องทั่วป่า!
“ไชโย ไชโย ไชโย”ด้านทหารอีกฝั่งโห่ร้องด้วยความยินดีกับชัยชนะ
ในตอนนี้ทหารจากอาณาจักรเล่ยคงเหลือประมาณสามหมื่นคนที่รอดชีวิตจากสงคราม
นอกนั้นเสียชีวิตไปหมดแล้ว!
หลิวเย่เหินตัวลอยมาลงจอดที่เบื้องหน้าของแม่ทัพซุน
“เจ้าจงเงยหน้าขึ้นมา!” เขาสั่งการเสียงเข้ม
ทันทีที่แม่ทัพซุนเงยหน้าขึ้นมาเขาสะกดจิตวิญญาณของแม่ทัพซุนทันที แล้วสั่งการกับเขาโดยตรง
“จงนำทหารไปเก็บศพแล้วมอบให้กับครอบครัวของพวกเขาและเร่งเดินทางกลับเมืองหลวงทันที ข้าจะสถาปนาอาณาจักรใหม่ในอีกสองวัน!”
“น้อมรับคำบัญชา!”แม่ทัพซุนและทหารต่างพากันขานรับเสียงดังลั่น
ฟากแม่ทัพฟางที่ได้เห็นความร้ายกาจและฝีมืออันสูงส่งดั่งตำนานของหลิวเย่
เขาเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในความแข็งแกร่งนั้น!
นี่มัน! วรยุทธ์ระดับเทพอย่างแท้จริง!
ไม่แปลกใจที่ทหารบางส่วนเรียกชายหนุ่มหล่อเหลาคนนี้ว่า“ท่านเทพ!”
หลิวเย่หันหน้ามามองทางทหารของแม่ทัพฟางเขายืนมือไขว้หลังกวาดสายตามองจนทั่วและกล่าวเสียงเข้มจริงจัง
“พวกเจ้าจงทำเช่นเดียวกัน! ทหารที่เสียชีวิตในสนามรบถือเป็นผู้กล้า! สมควรได้รับการยกย่อง! จงนำศพกลับไปมอบให้ครอบครัวพวกเขา ข้าจะรวมอาณาจักรทั้งสองเข้าด้วยกันจะไม่มีอาณาจักรเทียนหรืออาณาจักรเล่ยอีกต่อไป จะมีเพียงอาณาจักรเจียงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!”
หลิวเย่ต้องการสร้างประวัติศาสตร์ชื่ออาณาจักรใหม่ตามชื่อแซ่ของแม่เขา นั่นคือ “เจียง”
“น้อมรับคำสั่งท่านเทพ!” แม่ทัพฟาง รองแม่ทัพหลี่ และทหารทุกคนทำความเคารพและขานรับคำสั่งนั้นอย่างพร้อมเพรียง
เขาพยักหน้าเล็กน้อยเมื่อมองเห็นการปฏิบัติที่เริ่มเป็นระเบียบเรียบร้อยจากทั้งสองฝั่ง
หลิวเย่เรียกโยวจี้มาและสั่งการ“โยวจี้! พวกเรากลับเข้าไปดูเจ้าเต่าทองคำกัน!”
.....
ครึ่งชั่วยามต่อมาณ พระราชวังเดิมของจักรพรรดิเล่ย
ในตอนนี้ขุนนางและทหารช่วยกันทำงานอย่างจริงจังในการทำความสะอาดอาณาบริเวณพระราชวัง
เต่าทองคำพิงกายนั่งบนเก้าอี้ตัวใหญ่และมีนางกำนัลสวยงามคอยรินชาและยื่นขนมให้กินอย่างสบายใจ
เสียงกระพือปีกของโยวจี้ดังใกล้เข้ามา!
เต่าทองคำรีบผลักนางกำนัลสี่คนที่ยืนรายล้อมให้ออกห่างและนั่งตัวตรงเรียบร้อย
“โอ้! นายท่านมาแล้ว!”มันรีบกล่าวทักทายหลิวเย่ทันทีเมื่อเห็นหน้า คล้ายคนกำลังปิดบังความผิด
หลิวเย่เหล่ตามองไปรอบๆอย่างเข้าใจเขาส่ายหัวเบาๆกับความรื่นรมย์ของเต่าทองคำ
“เจ้าจัดการทางนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
“โอ้นี่คือรายการทรัพย์สินของอาณาจักรเล่ยทั้งหมด ขอรับนายท่าน”เต่าทองคำกระวีกระวาดหยิบม้วนไม้ไผ่สามอันมายื่น
ให้กับเขา
หลิวเย่อ่านรายการบัญชีทรัพย์สินคร่าวๆเขากลืนน้ำลายลงคอและตื่นตะลึงกับทรัพย์สินที่มีจำนวนมหาศาล
“1.พระราชวังหลัก1 แห่ง
2.พระราชวังสามฤดู3 แห่งบริเวณชายแดนระหว่างอาณาจักรหยาง-เทียน-ลู่
3.แม่ทัพและทหาร 200,000 คน
4.หยกเจ็ดสี 50ก้อน, หยกหกสี 50 ก้อน, หยกห้าสี 50 ก้อน, หยกสี่สี 50 ก้อน, หยกสามสี 100 ก้อน,
หยกสองสี 100ก้อน, หยกหนึ่งสี 2,000 ก้อน
5.หินหยกหยาบ10,000 ก้อน
6.หินพลังงาน 5,000,000ก้อน
7.สมุนไพรหายาก100,000 ชั่ง
8.สมุนไพรทั่วไป300,000 ชั่ง
9.ไข่มุกราตรี5,000 ชิ้น
10.ไข่มุกทะเล20,000 ชิ้น
11.เหรียญทองคำ5,000,000 เหรียญ
12.ทองคำก้อน1,000,000 ชั่ง
และอีกหลายรายการยาวเต็มม้วนไม้ไผ่สามอัน”
“อืม ทำได้ดีมากจงนำข้าไปยังที่เก็บสมุนไพร” หลิวเย่เอ่ยชื่นชมเต่าทองคำและสั่งให้มันพาไปห้องเก็บสมุนไพร
เขาต้องการปรุงยาสำหรับการเลื่อนขั้นสู่ขอบเขตแกนทองคำในอีกสองวันข้างหน้า
ก่อนที่จะถึงเวลาสถาปนาอาณาจักรเจียงอย่างเป็นทางการ
โยวจี้นำหลิวเย่ไปทางตำหนักหลังใหญ่ด้านหลังตำหนักที่พักของจักรพรรดิ
บริเวณนี้มีการเฝ้ารักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด
เมื่อพวกเขาเปิดประตูทางทิศตะวันตก
ในห้องโถงกว้างใหญ่มีชั้นไม้และกระจาดไม้วางเป็นระเบียบเรียบร้อยจำแนกสมุนไพรแต่ละชนิดอย่างชัดเจน
หลิวเย่เดินเลือกสมุนไพรที่ต้องการอย่างรวดเร็ว
จากนั้นพวกเขามายังห้องเก็บสมบัติมีค่าทั้งหลาย
เมื่อเปิดประตูห้องโยวจี้และหลิวเย่ตาลายไปกับภาพความสวยงามสว่างสดใสของหยก ทองคำ ไข่มุกและอื่นๆ
“อืมมีมากเสียจริง ข้าจะช่วยเอาไปใช้บางส่วนก่อน”
จากนั้นเขาโบกมือนำทรัพย์สินเก็บเข้ามิติพื้นที่
บางอย่างนำไปกึ่งหนึ่งบางอย่างนำไปสามหรือสี่ส่วน เขาไม่โลภมาก
นั่นเป็นเพราะว่าจำเป็นต้องใช้ทรัพย์สินบางส่วนไปฟื้นฟูเมืองและพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น
หลิวเย่หันมาสั่งกำชับเต่าทองคำอีกครั้ง“เจ้าจงดูแลทรัพย์สินและความเรียบร้อยของเมืองให้ดีอีกสองวันข้าจะสถาปนาอาณาจักรใหม่ และข้ากับโยวจี้จะกลับเมืองซูพรุ่งนี้ ในอีกสองวันถึงจะกลับมาที่นี่อีกครั้ง”
“ขอรับนายท่าน!” เต่าทองคำรับคำสั่งด้วยน้ำเสียงยินดี
ในตอนนี้มันกำลังมีความสุขที่ได้รับการปรนนิบัติจากสาวงามและมีอาหารอร่อยให้กินมากมายรวมถึงสมุนไพรจินจูแสนอร่อยนั้นด้วย
หลิวเย่เหล่ตามองมันและกล่าวสำทับอีกว่า“อาหารอร่อยน่ะ อย่ากินให้มันมากเกินไปนัก”
“อุ๊ย! ขอรับ!ขอรับนายท่าน!” เต่าทองคำสะดุ้งโหยงทันทีเมื่อหลิวเย่รู้ทัน
รุ่งเช้าหลิวเย่ลืมตาขึ้นช้าๆพร้อมกับแสงแดดสีทองจางๆส่องสว่างไปทั่วห้องนอนในตำหนักหลังหนึ่ง
เขาสำรวจระดับการฝึกฝนของตนเอง
พบว่าในตอนนี้ก้าวถึงระดับสูงสุดของขอบเขตแกนเสมือนแล้ว
อีกเพียงครึ่งก้าวก็จะสามารถขึ้นถึงขอบเขตแกนทองคำได้โดยใช้เม็ดยาแกนทองคำเข้าช่วย
เขายังจำความรู้สึกหวาดหวั่นและกดดันเมื่อครั้งที่ได้พบกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าในตอนนั้นได้
แต่อีกไม่กี่วันข้างหน้า!
เขาก็จะแข็งแกร่งเทียบเท่ากับอีกฝ่าย!
รอก่อนนะองค์กรซีเคร็ต!
ข้าจะไปเยือนพวกเจ้าอีกครั้งแน่นอน!
หลิวเย่เรียกหาโยวจี้หลังทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว
“โยวจี้พวกเราเดินทางกลับเมืองซูกันเถอะ”
“ขอรับนายท่าน”โยวจี้โผบินลงมาจอดข้างๆ เขา
“เจ้าไปไหนมา?”เขารู้สึกแปลกๆกับท่าทางกลบเกลื่อนความผิดของโยวจี้
“อ่า ไม่มี! ไม่มีนายท่าน!”โยวจี้รีบส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแข็ง
มันจะกล้าบอกนายท่านได้อย่างไรว่ามันกับเจ้าเต่าทองคำแปลงร่างเป็นชาย ด้วยเวทมนตร์ที่หลิวเย่สอนให้
และพวกมันก็พากันไปเล่นจ้ำจี้กับนางกำนัลที่สวยงาม
“อืม ไปกันเถอะ”หลิวเย่ไม่พบพิรุธที่ร้ายแรงอะไร เขาจึงไม่สนใจเรื่องเล็กน้อยทั่วไป
......
หนึ่งชั่วยามต่อมาณ คฤหาสน์เมืองซู
โยวจี้พาหลิวเย่ลงจอดอย่างนิ่มนวลที่ลานกว้างหน้าห้องโถง
“อ่า นายท่านข้าไปทำธุระ อีกสักครู่จะมานะขอรับ” โยวจี้แปลงร่างกับคนแล้วรีบขออนุญาตโดยไม่รอฟังคำตอบแต่อย่าง
ใดมันเหินตัวกระโดดออกไปข้างนอกทันที
“อืมมีลับลมคมในเสียด้วย” หลิวเย่ลูบคางพลางมองตามทิศทางของโยวจี้อย่างครุ่นคิด
“นายท่านมาแล้ว!” ผิงเหม่ยและกวนเต๋า ชายชราที่เฝ้าประจำคฤหาสน์รีบออกมาทักทายและทำความเคารพ
“อืมทางนี้เป็นอย่างไร?” เขาสอบถามสถานการณ์ของเมืองซู
“เรียบร้อยดีขอรับนายท่านท่านปรมาจารย์หลี่และทหารช่วยกันดูแลความเรียบร้อยของเมืองเป็นอย่างดี ไม่มีความวุ่นวายใดๆ”กวนเต๋าตอบอย่างนอบน้อม
“อืม ดีแล้ว ผิงเหม่ยเจ้าจงไปเตรียมตัวและเก็บข้าวของรอหลินซ่งเมื่อเขามาถึงให้พวกเจ้าตามข้าไปที่เมืองหลวง ส่วนที่นี่ให้ครอบครัวกวนดูแลธุรกิจของข้าแทน”
“รับคำสั่งนายท่าน!” ผิงเหม่ยรับคำ
“ขอรับนายท่านเอ่อ นายท่านจะยังให้พวกข้ารับซื้อใบเว่ยเหมือนเดิมไหมขอรับ?” กวนเต๋าถามด้วยความสงสัย
“ขายบะหมี่เหมือนเดิมส่วนใบเว่ยรับซื้อต่อไปนี่คืองานปกติ ส่วนที่จะได้ทำเพิ่มคือการทำเหมืองหินพลังงานและเหมืองหินหยกให้เจ้าไปเสาะหาภูเขาที่มีและเตรียมทำเหมืองได้เลย”