ภายในสตูดิโออาร์ตขนาดกะทัดรัดที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้นดาดฟ้าของอพาร์ตเมนต์เก่าแก่ใจกลางย่านศิลปะ กลิ่นสีน้ำมันและผ้าใบยังคงลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นหอมจางๆ ของกาแฟที่เย็นชืด แสงแดดยามบ่ายสาดส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ เผยให้เห็นฝุ่นละอองที่ลอยวนอยู่ในอากาศอย่างเชื่องช้า
นารานั่งนิ่งอยู่หน้าผ้าใบสีขาวว่างเปล่าที่ตั้งอยู่บนขาตั้งไม้ ดวงตากลมโตคู่สวยของเธอเหม่อลอยราวกับไร้ิญญา ในมือถือดินสอสำหรับร่างภาพไว้ แต่ปลายนิ้วกลับไม่ได้ขยับมานานนับชั่วโมงแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ที่เคยพลุ่งพล่านในหัวของเธอบัดนี้กลับหยุดนิ่งสนิทราวกับถูกแช่แข็ง
“ทำไมถึงคิดไม่ออกเลยนะ...”
หญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้มพึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิด เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้ววางดินสอลงบนโต๊ะข้างๆ ที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์วาดภาพนานาชนิด โปรเจกต์ศิลปะปลายภาคที่เธอต้องส่งในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ากำลังสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับศิลปินสาวขี้อายคนนี้
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง มีเพียงเสียงเข็มนาฬิกาที่เดินติ๊กต็อกเป็เพื่อน นารารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมดิ่งลงไปในความว่างเปล่าของผ้าใบตรงหน้า ˃ ⌑ ˂
ทันใดนั้น เสียงประตูสตูดิโอที่ถูกเปิดออกอย่างแรงก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงทักทายที่สดใสจนทำให้ความเงียบทั้งหมดแตกสลาย
“นาราจ๋า! พี่กลับมาแล้วค่า!”
ร่างสูงโปร่งของเอวาก้าวเข้ามาในห้องราวกับพายุแสงอาทิตย์ ซูเปอร์โมเดลสาวผมบลอนด์ในชุดเดรสสีเหลืองสดใสดูมีชีวิตชีวาจนตัดกับบรรยากาศหม่นๆ ในสตูดิโออย่างสิ้นเชิง ในมือของเธอหอบหิ้วถุงขนมและเครื่องดื่มมามากมาย
“วันนี้ไปถ่ายแบบมา เหนื่อยมากๆ เลย แต่ก็คิดถึงนาราสุดๆ เลยซื้อของอร่อยๆ มาฝากเพียบ!” เอวาพูดรัวเร็วตามสไตล์คนพลังงานล้นเหลือของเธอ ٩(*´∇`)۶
นาราสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองแฟนสาวของเธอ “พี่เอวา... กลับมาแล้วเหรอคะ”
เอวาวางถุงขนมลงบนโต๊ะ ก่อนจะรีบเดินเข้ามาหานาราแล้วกอดจากด้านหลังอย่างแรง “คิดถึงที่สุดเลยยยย” เธอกดจมูกโด่งๆ ของเธอลงบนกลุ่มผมนุ่มของนารา สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ เข้าไปเต็มปอด “แล้วนี่แมวน้อยของพี่กำลังทำอะไรอยู่คะ หื้ม? หน้าเครียดเชียว”
นาราฝืนยิ้มบางๆ “ก็...พยายามคิดงานอยู่น่ะค่ะ แต่มันคิดไม่ออกเลย”
เอวาคลายอ้อมกอดแล้วเดินมาดูผ้าใบที่ว่างเปล่าตรงหน้า “โอ้... ยังขาวสะอาดอยู่เลยนะเนี่ย” เธอมองไปที่นาราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ “ไม่เป็ไรนะคะคนเก่ง Art Block เป็เื่ปกติของศิลปิน เดี๋ยวพี่ช่วยฮีลใจให้เอง”
เอวาไม่รอช้า เธอเปิดถุงขนมออกแล้วหยิบชานมไข่มุกแก้วโปรดของนาราขึ้นมา “แต๊แน! ชานมไข่มุกสูตรหวานร้อยมาแล้วค่ะ ดื่มสักหน่อยนะจะได้สดชื่น”
นารารับแก้วมาดูดอย่างว่าง่าย รสชาติหวานๆ ที่คุ้นเคยช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
“ขอบคุณนะคะ”
“ไม่เป็ไรเลยค่ะ” เอวายิ้มกว้าง “เพื่อแมวน้อยของพี่แล้ว ทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”
เธอนั่งลงข้างๆ นารา พลางแกะขนมชีสเค้กหน้าไหม้ออกมาป้อนแฟนสาวอย่างเอาใจ นาราเคี้ยวตุ้ยๆ อย่างน่ารักในสายตาของเอวา
“อร่อยไหมคะ”
นาราพยักหน้าเบาๆ “อร่อยค่ะ”
“งั้นก็ยิ้มหน่อยสิคะ” เอวาพูดพลางใช้นิ้วจิ้มแก้มของนาราเบาๆ “นาราของพี่ยิ้มแล้วน่ารักที่สุดในโลกเลยนะ”
คำพูดหวานๆ นั้นทำให้นาราอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้จริงๆ รอยยิ้มเล็กๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าทำให้เอวายิ้มกว้างขึ้นไปอีก
“นั่นแหละ! น่ารักเกินต้านไปเลย!”
แต่แล้วรอยยิ้มของนาราก็จางลงเมื่อเธอมองกลับไปยังผ้าใบที่ว่างเปล่าอีกครั้ง “แต่หนูยังคิดงานไม่ออกอยู่ดีค่ะพี่เอวา ( •́ ̯•̀ )”
เอวาเห็นดังนั้นก็ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ดวงตาของเธอจะเปล่งประกายขึ้นมาราวกับคิดอะไรดีๆ ออก
“พี่มีวิธี!”
ไม่ทันที่นาราจะได้ถามอะไรต่อ เอวาก็ลุกขึ้นพรวดพราด เดินไปหยิบพู่กันกับจานสีขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“พี่เอวาจะทำอะไรคะ?” นาราถามด้วยความสงสัย
เอวาไม่ตอบ แต่กลับยิ้มอย่างมีเลศนัย เธอจุ่มพู่กันลงในสีน้ำเงิน ก่อนจะหันกลับมาหานาราแล้ว...
แตะปลายพู่กันลงบนปลายจมูกของนาราเบาๆ!
“พี่เอวา!” นาราร้องออกมาด้วยความใระคนขบขัน เธอรีบยกมือขึ้นมาเช็ดจมูกตัวเอง แต่กลับพบว่ามีสีน้ำเงินติดอยู่จริงๆ
เอวาหัวเราะคิกคักอย่างสนุกสนาน “เป็ไงคะ ได้แรงบันดาลใจหรือยัง เ้าแมวจมูกสีน้ำเงินของพี่” ꉂ(ˊᗜˋૢ)
นาราทำหน้างอนตุ๊บป่อง แต่ในดวงตากลับฉายแววขี้เล่น “พี่เอวาแกล้งหนู!”
“ก็ใครใช้ให้น่ารักขนาดนี้ล่ะคะ” เอวาไม่ยอมแพ้ เธอจุ่มพู่กันลงในสีแดงแล้วทำท่าจะป้ายแก้มนาราอีก
ครั้งนี้นารารู้ทัน เธอรีบลุกขึ้นวิ่งหนีไปรอบๆ สตูดิโอ เอวาจึงวิ่งไล่ตามไปติดๆ เสียงหัวเราะของทั้งสองดังก้องไปทั่วห้องที่เคยเงียบเหงา
“จับให้ได้สิคะ!” เอวาท้าทาย
“ไม่มีทางหรอกค่ะ!” นาราวิ่งหลบไปหลังขาตั้งภาพอย่างคล่องแคล่ว
ทั้งสองวิ่งไล่จับกันอยู่พักใหญ่จนเหนื่อยหอบ ก่อนที่เอวาจะหาจังหวะรวบตัวนาราจากด้านหลังได้สำเร็จ ทั้งคู่เสียหลักล้มลงไปบนโซฟาเบดนุ่มๆ ที่ตั้งอยู่กลางห้อง
“แฮ่ก... แฮ่ก... จับได้แล้ว” เอวาพูดอย่างหอบๆ แต่ก็ยังไม่วายกอดนาราไว้แน่น
นาราที่นอนอยู่ในอ้อมแขนของเอวาก็หอบไม่ต่างกัน แต่ใบหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ความเครียดและความกดดันก่อนหน้านี้หายไปจนหมดสิ้น
เสียงหัวเราะค่อยๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงหอบหายใจของคนสองคน ทั้งคู่สบตากันในระยะประชิด บรรยากาศที่เคยสดใสและขี้เล่นค่อยๆ เปลี่ยนเป็ความโรแมนติกที่อบอุ่น
“หายเครียดยังคะ” เอวากระซิบถาม มือของเธอลูบเส้นผมที่ปรกหน้าของนาราออกอย่างอ่อนโยน
นาราพยักหน้าเบาๆ “ค่ะ... ขอบคุณนะคะ”
“พี่บอกแล้วไงคะ ว่าจะฮีลใจให้” เอวายิ้ม “เพราะพี่ทนเห็นแมวน้อยของพี่เศร้าไม่ได้หรอก”
เธอค่อยๆ โน้มใบหน้าลงไปใกล้ๆ จนริมฝีปากของทั้งคู่แทบจะัักัน
“พี่รักนารานะคะ”
คำบอกรักที่แ่เบานั้นทำให้หัวใจของนาราสั่นไหว เธอหลับตาลงช้าๆ เป็การตอบรับ ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นของเอวาจะประทับลงมาอย่างนุ่มนวล
มันเป็จูบที่อ่อนหวานและเปี่ยมไปด้วยความรัก เอวาไม่ได้รุกล้ำ แต่ค่อยๆ ละเลียดชิมริมฝีปากบางของนาราอย่างทะนุถนอม นาราเองก็จูบตอบอย่างเคอะเขินแต่ก็เต็มใจ
มือของเอวาค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าของนาราไว้ ก่อนที่เธอจะค่อยๆ สอดลิ้นเข้าไปทักทายอย่างช้าๆ นาราตัวสั่นเล็กน้อยกับััที่แปลกใหม่ แต่ก็ยอมเปิดปากต้อนรับลิ้นร้อนๆ นั้นเข้ามา
“อืม...” นาราครางในลำคอเมื่อลิ้นของทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกัน ความรู้สึกหวานล้ำแผ่ซ่านไปทั่วทั้งใจ
เอวาค่อยๆ ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง มองดูใบหน้าที่แดงก่ำของแฟนสาวด้วยความรักใคร่ “น่ารักจังเลยค่ะ... ตอนเขินแบบนี้”
นาราซบหน้าลงกับอกของเอวาเพื่อซ่อนความเขินอาย >///< “พี่เอวาก็... อย่าแกล้งสิคะ”
เอวาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเริ่มซุกซนอีกครั้ง มือของเธอค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งของนาราออกทีละเม็ด
“เสื้อตัวนี้มันดูเครียดๆ นะคะ” เธอกระซิบ “พี่ว่าเราถอดมันออกดีกว่าเนอะ”
นาราไม่ได้ขัดขืน เธอปล่อยให้เอวาจัดการอย่างเต็มใจ เมื่อกระดุมถูกปลดออกจนหมด เสื้อเชิ้ตก็ถูกแหวกออก เผยให้เห็นบราลูกไม้สีครีมที่โอบอุ้มดอกบัวคู่สวยขนาดพอดีมือเอาไว้
“สวยจัง...” เอวาพึมพำ ก่อนจะก้มลงจูบที่เนินอกขาวผ่องนั้นเบาๆ
“อ๊ะ...” นาราสะดุ้งเล็กน้อย ขนอ่อนทั่วกายลุกชันขึ้นพร้อมกัน
เอวาไม่หยุดแค่นั้น เธอกดจูบซ้ำๆ ไปทั่วเนินอก ไล่ลงมาเรื่อยๆ จนถึงขอบบรา ก่อนจะใช้ลิ้นเลียชิมผิวเนื้อเนียนนุ่มนั้นอย่างหยอกล้อ
“พี่เอวา... อื้อ... มันจั๊กจี้นะคะ” นาราพูดเสียงสั่น
“เหรอคะ” เอวายิ้ม “แต่พี่ว่ามันน่าอร่อยมากกว่า”
พูดจบเธอก็ใช้มือปลดตะขอบราด้านหลังของนาราออกอย่างรวดเร็ว บราลูกไม้ร่วงหล่นลงไปข้างเตียง เผยให้เห็นยอดถันสีชมพูอ่อนที่กำลังแข็งชูชันขึ้นมาท้าทายสายตาของเธอ
“หวานเหมือนเค้กสตรอว์เบอร์รีเลย...” เอวากระซิบ ก่อนจะก้มลงยอดถันข้างหนึ่งด้วยริมฝีปากอุ่นๆ ของเธอทันที
“อ๊า!” นาราร้องออกมาเสียงหลง ร่างกายแอ่นขึ้นรับััที่ไม่คาดฝัน ความรู้สึกเสียวซ่านที่รุนแรงพุ่งตรงเข้าสู่สมองจนขาวโพลนไปชั่วขณะ
เอวาดูดดื่มยอดถันนั้นอย่างกระหาย ลิ้นร้อนๆ ตวัดเลียสลับกับดูดดึงอย่างชำนาญ สร้างความเสียวซ่านให้นาราจนแทบคลั่ง
“พี่เอวา... อ๊า... อื้อ... เสียว... เสียวมากเลยค่ะ...” นาราครางไม่เป็ภาษา มือของเธอขยุ้มเส้นผมสีบลอนด์ของเอวาไว้แน่นเพื่อระบายอารมณ์
เอวาผละออกมาเล็กน้อย มองดูผลงานของตัวเองที่ทำให้ยอดถันของนาราแดงก่ำและชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำลายของเธอ ก่อนจะย้ายไปปรนเปรออีกข้างด้วยความรักใคร่ไม่แพ้กัน
“หวานจริงๆ ด้วยค่ะ” เธอกระซิบ “พี่ขอกินให้หมดเลยได้ไหมคะ” ( ˘ ³˘)♡