อะไรกันข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเจ้าจะเป็นถึงคู่หมั่นขององค์หญิงเอลซ่าแท้จริงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่เซย์ริน
พวกเจ้าจะไปสนใจทำไมกับเรื่องเพียงเล็กน้อยแค่นี้เรื่องที่ควรบอกข้าก็ได้บอกเจ้าไปหมดแล้วเด็กหนุ่มพูดด้วยความหงุดหงิดเพียงเล็กน้อยความเป็นจริงเรื่องการหมั่นหมายเขาไม่อยากให้มีใครรู้เลยหากรู้เข้าอีกหน่อยคงมีเรื่องวุ่นวายเป็นแน่ แต่ก็ช่างมันเถอะเมื่อรู้ไปแล้ว
หากยังคิดว่าตัวข้านั้นเป็นสหายของเจ้าอยู่อย่านำเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้ใดฟังเป็นอันขาดเพราะตัวข้านั้นต้องการอยู่อย่างสงบ หลังจากนั้นเซย์รินก็หันไปทางคู่หมั่นของตนเจ้าเองก็ด้วยนะเอลซ่าหากมีคนรู้ตัวจริงของข้าเข้ามีหวังชีวิตในวัยเรียนของข้าไม่ราบรื่นเป็นแน่หวังว่าเจ้าคงเข้าใจนะ
อืม ข้าเข้าใจแล้วหากมีคนรู้ตัวจริงของท่านผู้คนคงต้องแตกตื่นเป็นแน่ข้ารู้สึกภูมิใจยิ่งนักที่ได้ท่านเป็นคู่หมั่นของข้าเอลซ่าผู้ด้วยความเขินอาย
อะไร คือตัวจริงของเจ้าแล้วทำไมทุกคนที่รู้เข้าจะต้องแตกตื่นสองหนุ่มยิงคำถามมาที่เซย์รินอีกครั้งด้วยความสงสัยยิ่งนักว่าแท้จริงแล้วเพื่อนของเขาเป็นใครกันแน่ก่อนหน้านี้ก็เจ้าครูสก็ทีนึงแล้วที่ชอบทำตัวแปลกๆเวลาอยู่ต่อหน้าเซย์รินแล้วยังมาเรื่องขององค์หญิงเอลซ่าอีก
เจ้าหน้าจืดสองคนนี่อะไรกันช่างขี้สงสัยยิ่งนัก หญิงสาวส่งสายตาพิคาดไปหาสองหนุ่ม
"ท่านเซย์รินทั้งที่ท่านก็มีความแข็งแกร่งอยู่มากแท้ๆทำไมต้องเอาเจ้าหน้าจืดสองตัวนี่มาเป็นลูกกระจ๊อกด้วยนะข้าล่ะไม่เข้าใจท่านจริงๆ
"ข้านะรึ….ลูกกระจ๊อก ดราก้อนพร้อมทั้งชิริวถึงกับน้ำตาคอเมื่อฟังคำเสียดสีขององค์หญิงตรงหน้า
เซย์รินเพียงยิ้มแห้งๆให้กับคู่หมั่นของตนตรงหน้า
"ท่านเคยได้ยิน เรื่อง เขตหวงห้ามรึไม่ ???
"มันเป็นสถานที่เช่นไรกันเด็กหนุ่มถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
ข้าเองก็ไม่เคยเข้าไปหรอกนะมันเป็นพื้นที่ที่อันตรายเป็นอย่างมากหากใครเข้าไปแล้วจะไม่ได้กลับออกมาอีกเลยท่านพ่อของข้าเคยส่งผู้แข็งแกร่งไปกว่า 500 คนเพื่อทำการสำรวจเขตหวงห้ามแต่ผลสุดท้ายก็ไม่มีใครสักคนที่ได้กลับมาพื้นที่ตรงนั้นจึงถูกปิดตายห้ามผู้ใดเข้าไปเป็นอันขาดและพื้นที่แห่งนี้ก็ไม่มีใครที่จะสามารถเข้าและออกมาได้อย่างมีชีวิตตั้งแต่ 1000ปีก่อนแล้ว ครั้งล่าสุดที่ท่านพ่อส่งคนไปก็เมื่อ 10 ปีที่แล้วเอง
"หืม….ฟังจากที่เจ้าเล่ามามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างหน้าสนใจเลยทีเดียวแล้วพื้นที่หวงห้ามที่เจ้าว่ามันอยู่ที่ไหนอย่างนั้นหรือ ?
พื้นที่หวงห้ามอยู่บนยอดเขาของโรงเรียนเรานี่เองท่านคงไม่ได้คิดอยากจะไปสำรวจดูหรอกนะ เอลซ่าถามด้วยความเป็นห่วง
ไม่หรอกตัวข้าก็รักชีวิตเหมือนกันข้าคงจะไม่เอาชีวิตตัวเองไปทิ้งหรอกนะถึงจะพูดกับคนตรงหน้าไปอย่างนั้นแต่ภายในใจเขากับวางแผนอะไรบางอย่างเรื่องหน้าสนุกเช่นนี้จะให้ข้าพลาดได้อย่างไรต้องหาเวลาไปสำรวจดูสักหน่อยแล้วว่าเขตหวงห้ามที่กล่าวถึงนั้นมันจะมีอะไรกันแน่ทำไมคนถึง 500 คนไปแล้วไม่ได้กลับมาเลย
"ข้าคงต้องขอตัวลาท่านก่อนพอดีข้านั้นได้นัดกับเพื่อนเอาไว้
"อื้มแล้วเจอกัน นะเอลซ่า
"เช่นกันค่ะท่านเซย์ริน
เห้อ…ข้าละอิจฉาเจ้ายิ่งนัก ถึงแม้ว่านางนั้นนิสัยจะป่าเถื่อนดุร้ายไปบ้างแต่หน้าตาของนางนั้นงดงามต้นๆของอาณาจักรเลยสองหนุ่มกล่าววาจาด้วยความอิจฉาในตัวเพื่อนของตน
แต่ในระหว่างที่เอลซ่านั้นกำลังคุยกับเซย์รินนั้นก็มีบุรุษคนหนึ่งที่คอยแอบจ้องมองอยู่ตลอดเวลาด้วยความอิจฉาริษยา
ตัวมันนั้นแอบชอบองค์หญิงเอลซ่ามานาน จนกระทั่งมันรวบความความกล้าทั้งหมดของมันที่มีไปสารภาพรักกับเธอแต่กับถูกปฏิเสธอย่างไม่ยัยดีพร้อมทั้งโดนเธอดุด่าอย่างโหดร้ายจนมันไม่กล้ามองหน้าเธอด้วยซ้ำทุกคำพูดทุกคำที่ดูถูกยังกึกก้องอยู่ในหัวตลอดเวลาฐานะก็ไม่สูงส่งแต่ริอาจจะมากินเนื้อหงส์ช่างหน้ารังเกียจยิ่งนัก
แต่ข้าจะให้โอกาสเจ้าดูสักครั้งหากว่าเจ้าต่อสู้ชนะข้าได้ข้าจะลองเก็บไว้พิจารนาดูสักครั้งเมื่อมันได้ยินคำของเธอเหมือนมันได้ยินเสียงกระซิบจากสวรรค์ในสุดโอกาสของมันก็มาถึงแล้วเพียงแค่ผู้หญิงคนเดียวคงจะไม่เกินความสามารถของตัวมันจาก 100 อันดับตัวมันนั้นมีความแข็งแกร่งในลำดับ 75 จากคนทั้งหมดแต่เอลซ่านั้นมีความแข็งแกร่งติด 1 ใน 10 จากคนทั้งหมด
มันคิดเข้าข้างตัวเองอยู่เสมอว่าลำดับของเธอที่ได้มาคงได้มาจากการใช้เส้นสายเป็นแน่ก็พ่อของเธอเป็นถึงราชา อาณาจักรล่ะนะ เรื่องแบบนี้ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เธอที่มีหน้าตาสวยงามราวกับนางฟ้าปานนั้น จะเป็นพวกชอบฝึกปรือการต่อสู้เป็นไปได้ไงข้าไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดว่าเธอจะมีความแข็งแกร่ง 1 ใน 10ที่แท้จริง คงจะอาศัยบารมีพ่อของเธอมากกว่า
เพื่อที่จะได้นั่งในตำแหน่งที่แข็งแกร่ง หลังจากที่ตัวมันได้ประลองกับเธอแล้วสติของมันขาดหายไปในพริบตามันจำไม่ได้แม้กระทั่งเกิดอะไรขึ้นกับตัวมันบ้างในช่วงที่สติดับหายไปแต่ก็มีคนบอกกับมันว่าในระหว่างที่มันหมดสตินั้นร่างของมันถูกเธออัดไม่ยั้งอย่างบ้าคลั่งเมื่อสาแก่ใจเธอแล้วถึงหยุดมือ สภาพร่างกายมันตอนนอนหยอดน้ำข้าต้มถึง 1 เดือนเต็ม
หลังจากนั้นมามันก็ไม่กล้าสู้หน้าเธออีกได้แต่เพียงแอบมองเท่านั้นแต่เมื่อตัวมันนั้นได้เห็นภาพบาดตาบาทใจอยู่ตรงหน้ามันทำให้จิตใจของมันร้อนรุ่มยิ่งนักตัวมันนั้น มีนามว่า เคนชิ เป็นหลานชาย ของผู้อาวุโสคุมกฎ ไม่มีใครหน้าไหนกล้าที่จะหาเรื่องมันถึงมันจะโมโหร้ายแค่ไหนเพื่อความไม่ประมาทตัวมันได้ตรวจวัดระดับพลังของคนตรงหน้าเชอะมันก็แค่ขยะ มีพลังเวทเพียงแค่ ระดับ ดินขั้นที่ 1 เท่านั้นตัวมันนั้นมีพลังเวทอยู่ในระดับดินขั้นที่ 7หากเจ้านั้นพูดไม่เข้าหูละก็ข้าจะบดขยี้มันซ่ะ
หลังจากนั้น เคนชิก็เดินไปทางกลุ่มของเซย์ริน ที่กำลังลังนั่งพูดคุยกันอยู่
"เจ้ากล้าดียังไงถึงได้กล้าทำตัวสนิทสนมกับคุณเอลซ่า หากพวกเจ้าไม่อยากเจ็บตัวอยู่ให้ไกลจากเธอเสีย...
เมื่อเสียงร้องตะโกนดังขึ้นมาต่างก็ทำให้ผู้คนอยู่บริเวณรอบให้ความสนใจกับภาพเหตุการณ์ตรงหน้า
เซย์รินเองก็แสดงสีหน้าไม่พอใจที่มีคนมาคอยหาเรื่องแบบนี้พรางหันไปถามดราก้อนกับชิริว เจ้าปัญญาอ่อนนี่ใครกันพวกเจ้าสองคนรู้จักมันรึไม่…
"อ่อ ข้าพอรู้อยู่บ้างนะ เจ้านี่คือเคนชิ มีความแข็งแกร่งลำดับที่ 75 พร้อมทั้งมันเป็นหลานของผู้อาวุโสคุมกฎ
เจ้ากล้าว่าใคร ปัญญาอ่อนกันพลังต่ำเตี้ยขนาดนี้ยังจะกล้าปากดีอีกนะเห็นทีข้าต้องสังสอนเจ้าเสียแล้ว
เคนชิ ข้าว่าเจ้าอย่าไปยุ่งกับเขาเลยดีกว่าผู้คนที่มามุงดูต่างร้องทักเพื่อกล่าวเตือนเจ้าสู้เซย์รินไม่ได้หรอกขนาดครูสที่มีความแข็งแกร่งอันดับ 3 ยังถูกจัดการได้ง่ายๆเลยแล้วนับประสาอะไรกับเจ้าที่อยู่ลำดับ 75
เชอะ พวกเจ้าพร่ามเรื่องไร้สาระอะไรกันก็เห็นกันชัดๆนิว่าพลังเวท ของมันอยู่แค่ระดับดินขั้นที่ 1 หากพวกเจ้าจะสร้างเรื่องโกหกข้าก็แต่งเรื่องให้มันเนียนกว่านี้เสียหน่อย
เซย์ริน จ้องมองชายตรงหน้าด้วยความไม่สบอารมณ์นี่เจ้าแกล้งโง่เหมือนจริงใช่รึไม่ ขนาดมีคนจำนวนมากมาคอยเตือนเจ้าแท้ๆกับไม่รับฟังช่างร่นหาที่ตายนัก
แกนะแก หลังจากนั้นเคนชิก็วิ่งออกไปด้วยความบ้าคลั่งร่างกายอัดเน้นไปด้วยพลังอันมหาศาลหวังจะบดฝ่ายตรงข้ามให้เหลือเพียงเศษซากแต่ยังไม่ทันที่จะได้ถึงตัวเซย์รินมันกับยืนแข็งค้างพร้อมทั้งกุมที่ลำคอตัวเองแล้วล้มหมดสติไป เซย์รินเปิดใช้ทักษะจิตสังหารขึ้นมาเพื่อเขาจะรีบจัดการชายตรงหน้าให้ไวที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา
ผู้คนที่เฝ้าจับตาดูถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่กับการจัดการคู่ต่อสู้ที่สุดแสนจะเหลือเชื่ออยู่ดีๆเจ้านั้นกับหมดสติไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรเลยมันคือทักษะอะไรกันแม้แต่คนที่อยุ่ในอันดับสูงๆตัวพวกมันเองก็ไม่เข้าใจในวิธีการของเซย์รินที่จัดการคนตรงหน้าหากมันสู้เองอย่างน้อยต้องใช้เวลาถึงครึ่งชั่วยามแต่เจ้านั้นกับจัดการผู้แข็งแกร่งได้เพียงพริบตา
เห้อ…สุดท้ายเจ้านั้นก็แค่ คนแกล้งโง่เหมือนจริงซินะ มีคนเตือนแต่เจ้านั้นก็ไม่ฟังเซย์ริน อุทานออกมาหลังจากที่จัดการคนตรงหน้า....
ดราก้อนพร้อมทั้งชิริว ต่างอุทานออกมาได้ไงกัน เจ้าเซย์รินมันทำได้ยังไงถึงข้าจะหมั่นใจว่ามันจะชนะก็เถอะแต่การจัดการคู่ต่อสู้แบบนี้มันจะเหนือชั้นเกินไปแล้วหรือเจ้านั้นมันจะพูดเป็นความจริงหากจัดการลำดับที่ 1 ของผู้แข็งแกร่งทั้งหมดเพียงมันใช้นิ้วเดียวก็จัดการได้ง่ายๆตอนนี้สองหนุ่มเริ่มจะเชื่อคำพูดของเซย์รินเสียแล้วผู้คนยังไม่หายจากความตื่นเต้นจากเหตุการเมื่อครู่ดูเหมือนเหตุแหล่งความวุ่นวายครั้งใหม่จะมาเสียแล้ว
ใครกัน มันเป็นผู้ใดกันที่บังอาจมาทำร้ายหลานชายเพียงคนเดียวของข้าเสียงเกี้ยวกาจดังสนั่นมาแต่ไกลผู้คนที่ได้ยินเสียงนี้ต่างก็รู้กันทั่วว่าเป็นเสียงของผู้ใด
ผู้อาวุโสคุมกฎ !!!!!