กระปุกฟังคำของตาชิดที่ชมหวันทุกคำ ก็รู้สึกเบื่อ จึงไม่อยากอยู่ฟังต่อ เธอพูดกับหวันว่า
“หวัน เราไปกินข้าวก่อนแล้วกัน จะถึงเวลาเข้าแถวแล้ว” ว่าแล้วก็เดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไร
หวันยังอยากอยู่ฟังคำทำนายไพ่ของตาชิดต่อ
“แล้วยังไงต่อคะตาชิด?”
ตาชิดหยิบไพ่สามใบที่อยู่ทางขวาออกเปิดสัมผัส แล้วถามหวันให้แน่ใจว่าเป็นไพ่อะไร เมื่อทราบแล้วก็นิ่งพิจารณาสักครู่
“จริงอย่างที่ผมคิด คุณหวันเกิดมาจนถึงอายุบัดนี้มีแต่ความสุขความเจริญ จึงไม่เคยมีเรื่องทุกข์ร้อนใจเลย เป็นชีวิตที่น่ายินดีเหลือเกิน คุณหวันยังมีญาณวิเศษอีกด้วยนะ คือสามารถสัมผัสเรื่องที่จะเกิดต่าง ๆ ขึ้นได้ เหมือนกับที่เขาเรียกว่ามีสัมผัสที่หกอะไรทำนองนั้น”
หวันลองนึกดูว่าตัวเองมีญาณวิเศษอย่างที่ตาชิดพูดหรือเปล่า นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก ก็เลยคิดว่าตาชิดคงทำนายไปอย่างนั้น ถูกบ้างผิดบ้างตามแบบของหมอดู แต่ก็ไม่ได้ค้านอะไร ไม่แสดงออกว่าไม่เชื่อถือ กลัวจะไปทำให้ตาชิดเสียความมั่นใจในการทำนายไพ่ของแก
“แล้วไพ่สามใบฝั่งนี้ล่ะตาชิด”
หวันถามขึ้น เพราะเริ่มเป็นห่วงแล้วว่าจะถึงเวลาเข้าแถวแล้ว
ตาชิดหยิบไพ่สามใบสุดท้ายทางซ้ายขึ้น ซึ่งหมายถึงการทำนายชะตาในอนาคต ตาชิดสัมผัสไพ่ทั้งสามใบ สีหน้าดูเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตาชิดถามหวันให้บอกว่าไพ่ 3 ใบที่เหลือคือไพ่อะไร
เมื่อได้คำตอบจากหวัน ตาชิดก็นิ่งคิดคำนวณอยู่ครู่ใหญ่ ทันใดนั้น สีหน้าของตาชิดก็เปลี่ยนเป็นตกใจและหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด แกกลับไปสัมผัสไพ่สามใบสุดท้ายนั้นอีกหลายครั้ง นั่งเครียดไปสักครู่หนึ่ง แล้วบอกว่า
“คุณหวัน ตาชิดเริ่มแก่แล้ว ทำนายอะไรก็ไม่แม่นยำ ตอนนี้กลับทำนายไม่ออกว่าไพ่พูดถึงอะไร” ตาชิดพูดเสียงสั่น ๆ มือที่ถือไพ่นั้นก็สั่นเทา
ก่อนที่ตาชิดจะพูดอะไรต่อ ก็มีเสียงดังขึ้นจากฝั่งรั้ววัด
“ลุงชิด ลุงชิด”
ตาชิดตื่นจากความตะหนกตกใจของไพ่ทำนาย หันไปทางเสียงเรียกนั้น
“เอ้อ ว่ายังไง? เจ้าอาจ”
นายอาจเดินชิดรั้วโรงเรียน ถามขึ้นด้วยเสียงดังพอที่ตาชิดจะได้ยิน
“ลุงชิด เห็นแพะของผมหรือเปล่าลุง?”
“ข้าจะไปเห็นแพะเอ็งได้ยังไงวะ? ตาข้ามองไม่เห็น แพะเอ็งก็อยู่กะเอ็งไม่ใช่หรือ? เสียงแพะเอ็งยังดังอยู่โน่นแน่ะ”
ตาชิดพูดปฏิเสธ สีหน้ายังกังวลเรื่องไพ่ทำนายอนาคตของหวันเมื่อสักครู่นี้อยู่
“มันหายไปสองตัว ผมเดินหาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้วยังไม่เจอ ถึงเดินเลยมาถามลุงนี่ไง” นายอาจตะโกนบอกจากรั้วฝั่งหลังวัดไชยพินิจ
“ข้าก็ไม่รู้นะ มันคงไม่ได้เข้ามาฝั่งโรงเรียนนี้มั้ง ข้าว่าแพะของเอ็งน่าจะเดินเลาะเล็มหญ้าไปฝั่งกระโน้นหรือเปล่า?” ตาชิดหมายถึงที่ดินว่างของมูลนิธิที่เป็นป่ารกชัฏ
“แล้วลุงชิดนั่งนอนอยู่นี่ทั้งวันทั้งคืน ไม่ได้ยินเสียงแพะเดินไปหรือไงลุง?” นายอาจถามด้วยความกังวลว่าแพะของเขาหายไปถึง 2 ตัว
“เอ็งจ้างข้าเฝ้าแพะให้เอ็งตั้งแต่เมื่อไรวะอ้ายอาจ? เมื่อวันเสาร์ข้าก็ไม่อยู่ไปงานศพญาติ เมื่อวานตอนบ่ายถึงกลับมา มันหายไปตอนนั้นหรือเปล่าล่ะเอ็ง?”
“ก็ไม่รู้สิ หรือว่ามันเดินหลงหายไปแล้วจริง ๆ ว้า..ซวยจริงโว้ย ทำไมแพะมันหายบ่อยจังวะ ฝนจะตกทีไร แพะแม่งหายทุกที” นายอาจบ่นอุบอิบอย่างอารมณ์เสีย แล้วเดินกลับไปที่ฝูงแพะที่เหลือ ไล่ต้อนฝูงแพะกลับไปทางหน้าวัด
เสียงออดเรียกเข้าแถวดังขึ้น หวันบอกลาตาชิดแล้วรีบเดินไปเข้าแถวที่หน้าเสาธง ในใจเต็มไปด้วยข้อกังขาหลายเรื่อง ตั้งแต่คำทำนายที่ตาชิดพูดไม่จบ จนถึงเรื่องแพะสองตัวของนายอาจที่เดินหายไป หวันพาลคิดไปถึงเรื่องสุนัขสองตัวที่หายไปอีกด้วย หวังว่าแต่ละเรื่องจะไม่เกี่ยวข้องกัน!
แต่คนที่มีสีหน้าเคร่งเครียดและแสดงความเป็นกังวลยิ่งกว่า คือตาชิด มือของตาชิดยังคงสัมผัสไพ่ทำนายที่เหลือของหวัน ตาชิดยกมือพนมขึ้นทั้งสองข้าง ปากพึมพำ ๆ สวดอธิษฐานอยู่นาน
“ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครองคุณหวันให้ปลอดภัย มีชีวิตและอายุขัยยืนยาวอย่างเป็นสุขอยู่ในโลกภูมินี้ด้วยเทอญ”
..........................................