"ถึงเจ้าจะงัดอาวุธออกมา แต่ผลก็ยังคงจะออกมาเช่นเดิม เพราะโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลของข้ามิเคยพ่ายแพ้มาก่อน ฮ่า ฮ่า ฮ่า..!!"
"ดูท่าเจ้ามั่นใจในอาวุธของตัวเองยิ่งนัก ข้าเองก็มั่นใจในอาวุธของข้าเช่นกัน อย่างนั้นข้าจะทำลายความมั่นใจของเจ้าไปนับจากนี้"
กล่าวจบกังหลงโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติอย่างเปี่ยมล้น จนกายาปรับเปลี่ยนเป็นสีทองแดงเข้ม ดุจนับรบทองแดงอันกล้าแกร่ง หยิบถอนดาบที่ปักตรึงลงไปในพื้นถึงเกือบครึ่งเล่ม พร้อมทะยายกายออกไปด้วยท่าเท้าเก้ากายาอัสนีไม่ทิ้งรอยเงื้อดาบฟาดลงจู่โจมในทันที
"วูบบบ..!!"
"ย๊ากกก....!!"
"ฮึ..!!"
"โล่ห์คลุมปฐพีกำสรวล..!!"
"แว๊บบ...แว๊บบ..!!"
เหมือนโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลจะสัมผัสได้ถึงพลังอันรุนแรงที่โหมจู่โจมมา โล่ห์พลันขยายออกครอบคลุมร่างของเฉินลี่ไว้ภายในจนมิดชิดมองดูดุจไข่ขนาดยักษ์พร้อมกับแผ่รังสีพลังสีเงินออกรอบข้างต้านทานพลังที่โจมตีมา
"ปัง..!!"
"บึ้ม..!!"
"ว๊าบบบบ...!!"
"แกร่ก..แกร่ก..!!"
เสียงโจมตีอันหนักหน่วง เสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นเมื่ออาวุธทั้งสองปะทะกัน กระแสพลังอันรุนแรงจากการปะทะแผ่กระจายวาบออกรอบข้างจนพายุพัดพาผมเผ้าผู้ชมนอกลานประลองยุ่งเหยิงไปสิ้น เสียงแตกร้าวของโล่ห์ได้บังเกิดขึ้นให้ได้ยินชัดหู แต่แล้วบังเกิดเปลวเพลิงแผ่ออกมาจากโล่ห์โลมเลียเพียงชั่วครู่รอยร้าวเหล่านั้นกลับหายไปสิ้น โล่ห์รูปไข่ยักษ์ก็กลับสู่สภาพเดิมอีกครั้งเหมือนมิได้รับความเสียหายใด
"โอ้วว....!! พลังช่างรุนแรงจริง...!!"
"นั่น...เสียงแตกร้าว...โล่ห์ถึงกับแตกร้าวแล้ว...!!"
"โอนั่น..นั่น..รอยร้าวถึงกับโดนสมานกลับด้วยเปลวเพลิงที่ออกมาจากโล่ห์ รอยร้าวหายไปสิ้นแล้ว !!.."
"งะ..การโจมตีครานี้ของเจ้าหนุ่มจากตระกูลกังแม้จะรุนแรง แต่ก็ยังไม่ได้ผลเช่นเดิม ยังไม่สามารถทำลายการป้องกันของเจาเฉินลี่ได้..!!"
"โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลช่างวิเศษสมคำร่ำลือจริง ๆ ...ข้าอยากมีอาวุธเช่นนี้บ้าง...!!"
เสียงตื่นตาตื่นใจของผู้คนด้านนอกเวทีดังลั่น สามสาวโฉมสะคราญเมื่อเห็นผลการโจมตีของกังหลงไม่เกิดผลอันใดจึงเริ่มเกิดความกังวลขึ้นเช่นกัน สองพ่อลูกจากตระกูลราชวงศ์ ผู้คนจากตระกูลกังเริ่มวิตกกังวลต่างมองหน้ากันแต่มิอาจทำอันใดได้ จึงได้แต่เฝ้าดูต่อไป
เฉินลี่ที่อยู่ภายในโล่ห์ที่ปกคลุมตนจนมิดรับทราบถึงพลังอันรุนแรงที่โจมตีมา คราแกที่โล่ห์มีอาการแตกร้าว เฉินลี่บังเกิดความตื่นตระหนกจนเหงื่อกาฬท่วมหลังแต่เพียงชั่วครู่เมื่อเปลวเพลิงจากโล่ห์ได้โลมเลียรักษา รอยแตกร้าวได้หายไปสิิ้นและเฉินลี่ได้รับทราบพลังที่เพิ่มพูนขึ้นมาของตนจากการดูดกลืนของโล่ห์ตอนนี้ตนพลังเกือบจะไปสู่ครึ่งก้าวปราณราชันย์ขั้นกลางแล้ว จึงหัวร่อออกมาดังลั่น
"ฮ่า...ฮ่า..ฮ่า..โจมตีมาอีกเจ้าม้ามืด ข้าต้องขอบใจเจ้ามากที่ส่งเสริมข้า ตอนนี้ข้าเกือบเข้าสูปราณครึ่งก้าวปราณราชันย์ขั้นกลางแล้ว หรือเจ้ามีเรี่ยวแรงเพียงแค่นี้แล้ว ฮ่า ฮ๋า ฮ่า..!!"
ผู้ชมรอบข้างสัมผัสได้ถึงพลังปราณของเฉินลี่ที่เพิ่มขึ้นทุกคราที่โดนโจมตี ต่างประหลาดใจและทึ่งในคุณสมบัติของโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลเข้าไปอีก
"จริงด้วย..ข้าสังเกตุว่าพลังของเจ้าหนุ่มตระกูลลี่เพิ่มสูงขึ้นทุกคราที่ถูกโจมตี !!"
"โอ้..!!..โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลช่างเลิศล้ำนัก ถ้าข้ามีอาวุธที่มีคุณสมบัติเช่นนี้ก็ไม่ต้องทำอะไรรอให้ผู้มีพลังสูงโจมตีมาพลังยุทธของข้าก็จะเพิ่มขึ้นเองรึ..ข้าละอยากได้โล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล..ใครก็ได้ช่วยหามาให้ข้าที..!!"
"โป๊ก..!!"
"โอียยย..!!..มาเข็กกะบาลข้าทำไมวะ..!!"
"อย่าฝันหวานไป..ไอ้งั่ง..!! อาวุธแบบนี้มันหาได้ง่ายอยู่หรอก..."
กังหลงสังเกตุและพิจารณาโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาล มีความทึ่งในใจที่ยังสามารถเยียวยารักษาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว จึงครุ่นคิดหาวิธีทำลาย จากการสังเกตุโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมารักษาตัวมันเองหากมิมีเปลวเพลิงมารักษาโล่ห์คงโดนตนโจมตีมิกี่คราก็แตกสลายแล้ว... เปลวเพลิงเป็นธาตุอัคคี..ครุ่นคิดขึ้น..
"ธาตุอัคคี..!!..หากดูดกลืนธาตุอัคคีไปจนสิ้นดูซิว่าเจ้าจะรักษาตัวเองได้อย่างไร..ครานี้ต้องรวบรัดการต่อสู้แล้ว ดูท่าสาวสาวแสนสวยจะเริ่มกังวลในตัวข้าแล้วสิ.จากความรู้ของท่านอาจารย์ การทำให้นารีต้องมาวิตกกังวลย่อมมิใช้วิถีทางที่ดีของวีรบุรุษ..ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
หลังจากครุ่นคิดวิธีจัดการแล้วกังหลงจึงกล่าวกับเฉินลี่
"เฉินลี่เจ้ามีฝีมือเท่าใดจงใช้ออกมาให้สุดกำลัง ครานี้ข้าจะใช้การโจมตีครานี้พิชิดเจ้า หากเจ้ามิได้ใช้กำลังจนสุดความสามารถถ้าพ่ายแพ้สูญเสียอันใดอย่าได้มากล่าวโทษข้าในภายหลังก็แล้วกัน..!!"
เฉินลี่ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลเมื่อได้ยินกังหลงกล่าวเช่นนั้นจึงหัวร่อออกมาดังลั่น กล่าวออกมาด้วยความภาคภูมิใจและถือดีในโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลอย่างยิ่ง
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าม้ามืดเจ้าจะทำอันใดได้ ตัวเจ้านั้นแหละมีความสามารถใดจงใช้ออกมาให้เต็มที่ หากเจ้ามีความสามารถทำได้ตามที่เจ้าพูด ถ้าเกิดอันใดขึ้นข้าคงมิมีอันใดจะไปถือโทษโกรธเคืองเจ้าได้หรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า..!!"
"เจ้าพูดออกมาเองนะ..!! ทุกคนในที่แห่งนี้สามารถเป็นพยานได้...ถ้าเช่นนั้นเจ้าเตรียมรับมือได้"
กล่าวจบกังหลงโคจรลมปราณสวรรค์รวมธาตุปัจเจกเทวะจุติอย่างเปี่ยมล้น ลมปราณเคลื่อนที่จนตำแหน่งจักรทั้งเจ็ดหมุนวนเร็วรี่ ปราณธรรมชาติทุกชนิดรอบกายและในรัศมีรอบกายกังหลงถูกดูดกลืนอย่างบ้าคลั่งหลั่งไหลเข้ามาสู่ร่างกายกังหลง เกิดพายุอ่อน ๆ หมุนรอบกังหลง มองเห็นปราณธรรมชาติเป็นเส้นสายถูกดึงดูดเข้าหาตัว เหตุการที่เกิดขึ้นสร้างความประหลาดใจให้ผู้คนรอบ ๆ เวทีประลองยิ่ง เสียงเอะอะดังขึ้น
"เกิดอะไรขึ้น ?..!!"
"อาาา..ปราณธรรมชาติกำลังเคลื่อนไปหาเจ้าหนุ่มนั่น..!!"
"ไม่สิ...นั่นมันเป็นการสูบปราณรอบกายเข้าหาตัวเองอย่างรวดเร็วเช่นนี้เป็นไปได้อย่างไร ?"
"นี่มันวิชาอะไรกันถึงได้พิศดารล้ำลึกขนาดนี้ที่สามารถดูดปราณรอบตัวได้อย่างมากมายและรวดเร็วเช่นนี้แล้วร่างกายเจ้าหนุ่มนั่นจะรับแรงกดดันเหล่านี้ได้รึ ?"
แรงดึงดูดยิ่งรุนแรงขึ้นจนผู้อาวุโสสูงสุดที่ควบคุมการประลองสัมผัสได้จนต้องรีบเคลื่อนกายถอยห่างออกไปให้พ้นรัศมีแรงดึงดูดก่อนนี้ผู้อาวุโสสูงสุดสัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดอันประหลาดที่ค่อย ๆสูบปราณของตนออกไปจึงตระหนกยิ่ง เมื่อถอยกายออกมาจนพ้นเขตลานประลองแรงดึงดูดเหล่านั้นจึงหายไปครุ่นคิดขึ้น
"นี่เป็นวิชาอันยอดเยี่ยมใดกันถึงกับสามารถสูบปราณธรรมชาติและปราณในกายผู้ที่อยู่ในรัศมีดึงดูดออกไปได้ช่างแปลกประหลาดและน่ากลัวนักเจ้าหนุ่มนี่เป็นศิษย์ของผู้เยี่ยมยุทธท่านใดกันถึงสามารถฝึกฝนตัวประหลาดเช่นนี้ออกมาได้ดูท่าเจ้าหนูตระกูลลี่คงต้องลำบากแล้วครานี้..!!"
เป็นไปดังที่ผู้อาวุโสสูงสุดผู้ดำเนินการประลองคาดการณ์ไว้มิผิดบัดนี้เมื่อปราณธรรมชาติรอบกายได้ถูกดึงดูดไปจนเบาบางสิ้น จักรกระในกายกังหลงเหมือนพบเป้าหมายอื่นอีกแรงดึงดูดรวบรวมกำลังเป็นกระแสเดียวพุ่งตรงไปยังตำแหน่งไข่ยักษ์ที่เกิดจากโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลสร้างขึ้นมองเห็นเป็นกระแสอากาศม้วนตัวเป็นท่ออากาศโปร่งใส่ชัดเจนพุ่งตรงไปเชื่อมต่อยังโล่ห์เกล็ดมังกรบรรพกาลรูปไข่นั้น