“พ่อคะแม่คะเร็วๆ หน่อยสิคะ”
“รู้แล้วจ้ะรู้แล้ว หนูไปนั่งรอพ่อกับแม่ที่โต๊ะทานข้าวก่อนนะจ๊ะ อีกสักพักพ่อกับแม่ก็แต่งตัวเสร็จแล้ว”
หวังอิงอิงวิ่งกลับมาที่โต๊ะทานข้าวแล้วรีบนั่งลงอย่างไม่หายตื่นเต้น พ่อหวัง แม่หวัง และหวังลู่เสียนต่างมองเด็กหญิงแล้วอมยิ้มให้กับความน่ารักของเธอ
“อิงอิง วันนี้หนูจะให้คุณอาไปส่งหนูที่โรงเรียนด้วยไหมคะ” หวังลู่เสียนถามหลานสาว
“หนูอยากไปให้ทุกคนเลยค่ะ”
“ฮ่าๆ ๆ ตกลงๆ พวกเราทุกคนจะไปส่งหนูที่โรงเรียน ยังไงวันนี้ก็เป็นวันเปิดเรียนวันแรกของหลานทั้งสองคน พวกเราต้องไปอยู่แล้ว” พ่อหวังพูดอย่างอารมณ์ดี
“คุณปู่กับคุณย่าไม่ต้องรีบไปทำงานหรือครับ” หวังอี้เฉินถามขึ้น
“ไม่ต้องรีบหรอก ปู่กับย่ามีคนช่วยทำงานอยู่ วันนี้เป็นวันสำคัญของหลาน ปู่จะพลาดได้ยังไง”
“ย่าเข้าครัวเตรียมอาหารกลางวันให้หลานเองเลยนะ หลานจะแบ่งเพื่อนกินด้วยก็ได้ ย่าเตรียมใส่กล่องไปให้เยอะเลย”
“ส่วนอาก็เตรียมนี่ไว้ให้พวกเราด้วยนะ” หวังลู่เสียนส่งกล่องดินสอให้กับหลานทั้งสองคน ตามแบบที่เด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงชอบ
“น่ารักมากเลยค่ะ หนูรักคุณอาที่สุดในโลกเลย”
“หนูรักใครที่สุดในโลกนะ อย่างนี้พ่อเสียใจแย่เลย” หวังอี้ฉือเดินออกมาได้ยินและแกล้งลูกสาวเล่น
“หนูก็รักพ่อที่สุดในโลกเหมือนกันค่ะ” หวังอิงอิงลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งเข้าไปหาพ่อของตัวเองด้วยความเร็ว
หวังอี้ฉือรีบอุ้มลูกสาวขึ้นแล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะทานข้าว “วันนี้เปิดเทอมวันแรก อยู่โรงเรียนลูกต้องเชื่อฟังคุณครูนะรู้ไหม”
คนบ้านหวังมาถึงหน้าโรงเรียนก็เจอคนบ้านจ้าวยืนรออยู่หน้าโรงเรียนแล้วเช่นเดียวกัน
“ตอนเย็นพวกเราคงต้องรบกวนคุณพี่ให้ช่วยรับหลานกลับบ้านด้วยนะคะ” แม่หวังบอกกับแม่จ้าวอย่างเกรงใจ
“พวกเขาเป็นหลานของพวกเราเหมือนกัน พวกเธอไม่ต้องเกรงใจไปหรอก ไปทำงานให้มีความสุขกันเถอะ” แม่จ้าวตอบรับ
“ตอนเย็นจะเป็นผู้ปกครองท่านใดมารับเด็กๆ กลับบ้านหรือคะ” อาจารย์หญิงที่ยืนต้อนรับที่หน้าโรงเรียนถามขึ้น
“พวกเราจะเป็นคนมารับเด็กๆ ทั้งสามคนครับ” พ่อจ้าวชี้ที่ตัวเองและภรรยา
“ฝากคุณครูช่วยดูแลพวกแกด้วยนะคะ” แม่หวังพูด
“ผู้ปกครองไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ทางโรงเรียนจะดูแลเด็กๆ ทุกคนเป็นอย่างดี” อาจารย์หญิงพูดเสร็จก็พาเด็กๆ เข้าโรงเรียนไป
“พี่หม่านอี้ พี่ทำอะไรอยู่หรือ” หลิวหงอิงถามพี่สาว เมื่อเห็นว่าพี่สาวของตัวเองกำลังยุ่งอยู่ในห้องครัว
“พี่จะทำซุปไปให้ตงหยางน่ะ เปิดเทอมแล้วเขาคงไม่ค่อยมีเวลาทำอาหารสักเท่าไหร่ อีกอย่างหนึ่งช่วงนี้ก็อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยด้วย ถ้าไม่บำรุงร่างกายให้ดี เดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้ง่ายๆ” หลิวหม่านอี้ตอบน้องสาว
“พี่ยังไม่ตัดใจจากพี่ตงหยางอีกหรือ นี่มันกี่ปีเข้าไปแล้ว” หลิวหงอิงพูดเสียงเรียบ
“เธอจะไปรู้อะไร ฉันทำดีกับเขา สักวันเขาก็ต้องเห็นความดีของฉัน เธอไม่จำเป็นต้องมายุ่งเรื่องของฉันหรอก”
“แต่ฉันกลับรู้สึกว่าพี่ตงหยางไม่ได้รู้สึกอะไรกับพี่เลย”
“เธอจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมา” หลินหม่านอี้เริ่มโกรธ
“พี่ก็รู้ว่าพี่ตงหยางเขารักพี่จางลี่มากขนาดไหน ฉันเสียดายจริงๆ ถ้าพี่จางลี่ยังมีชีวิตอยู่ คงมีคนไม่น้อยเลยล่ะที่จะอิจฉาในความรักที่พวกเขามีให้กัน” หลิวหงอิงพูดอย่างชื่นชม
“แต่ทุกวันนี้ตงหยางเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธฉัน” หลิวหม่านอี้พูดอย่างไม่ยอมแพ้และอิจฉา
“พี่ไม่ต้องมาทำเสียงแข็งใส่ฉันอย่างนั้นหรอก ที่ฉันพูดก็เพราะฉันหวังดี ถึงเขาจะไม่ได้ปฏิเสธพี่ แต่เขาก็ไม่ได้ให้ความหวังกับพี่เหมือนกัน” หลิวหงอิงพูดเตือนอย่างใจเย็น
“เธอเป็นน้องสาวของฉันนะ” หลิวหม่านอี้เริ่มตะโกน
“ก็เพราะฉันเป็นน้องสาวของพี่ยังไงล่ะฉันถึงต้องพูด ฉันไม่อยากให้พี่ถลำลึกไปมากกว่านี่อีกแล้ว พี่อย่านึกว่าฉันไม่รู้ว่าข่าวลือนั้นเกิดขึ้นมาได้ยังไง ฉันเกลียดตัวเองทุกครั้งที่นึกถึงมัน และเกลียดตัวเองที่เมื่อก่อนฉันเห็นแก่ตัว ฉันเลือกที่จะปกป้องพี่สาวของตัวเองจนทำให้ครอบครัวของคนอื่นต้องเดือดร้อน พ่อ แม่ ลูก ไม่มีโอกาสที่จะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน” หลิวหงอิงพูดอย่างขมขื่นเมื่อนึกถึงการกระทำของตัวเองในอดีต
“เธอรู้ได้ยังไง...เธอจะเอาเรื่องนี้ไปบอกเขาหรือ” หลิวหม่านอี้ถามอย่างตกใจ
“ฉันช่วยพี่ปิดบังเรื่องนี้มาได้ตั้งนาน แต่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฉันจะทนกับความรู้สึกผิดนี้ไปได้อีกนานเท่าไหร่ ถ้าพี่ไม่อยากให้ฉันพูดมันออกไป พี่ก็เริ่มตัดใจจากพี่ตงหยางเขาเสียเถอะ”
“ฉันจะทำอย่างนั้นได้ยังไง ฉันรักเขามานานแล้วเธอก็รู้ ในหัวใจของฉันมีแต่เขา เธอเป็นน้องสาวฉัน เธอไม่อยากเห็นฉันมีความสุขหรือ” หลิวหม่านอี้เริ่มร้องไห้
“อยากสิ ฉันอยากให้พี่มีความสุข เพราะพี่เป็นพี่สาวคนเดียวของฉัน ถ้าพี่ได้อยู่กับพี่ตงหยางพี่ต้องมีความสุขแน่นอน แต่ฉันขอถามพี่สักคำว่าพี่ตงหยางจะรู้สึกอย่างเดียวกันกับพี่ไหม พี่ตงหยางจะมีความสุขไหมถ้าวันหนึ่งเขารู้ว่าพี่เป็นคนปล่อยข่าวลือบ้าๆ นั่นแล้วทำให้ครอบครัวของเขาต้องเป็นอย่างทุกวันนี้” พูดจบหลิวหงอิงก็เดินออกจากบ้านไป
“เธอจะไปรู้อะไร เธอไม่เคยเข้าใจอะไรสักอย่าง”
หลิวหม่านอี้ร้องไห้อย่างหนักเมื่อฟังคำพูดของน้องสาว เธอรู้จักกับลู่ตงหยางมาก่อน ‘ซูจางลี่’ เสียอีก แล้วเธอผิดอะไรที่เธอจะรักเขาและอยากครอบครองเขา ผู้หญิงคนนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะมาแย่งลู่ตงหยางไปจากเธอ เธอไม่เชื่อว่าเธอจะแพ้ให้กับผู้หญิงคนนั้นคนที่ตายไปแล้ว