อี้เฉินพยักหน้าขานรับคำ ก่อนพวกเขาจะโบกฝ่ามือเชิญชวนอี้เฉิน ลงไปเชยชม พูดคุยยัง สำนักหุบเขาบรรพชน ทำให้ภายในสำนัก บริเวณลานกว้าง เกิดความวุ่นวายไม่น้อย พร้อมเสียงเหล่าศิษย์พูดคุยออกมาไม่ขาด
แม้แต่เจ้ามังกรสายฟ้า ที่อยู่ภายในทะเลความรู้ ของอี้เฉิน มันยังตื่นตะลึง เมื่อเห็น ต้นใบชาหยั่งรู้ อายุร่วมหมื่นปี ถูกพระราชวังสีทองโอบล้อมไว้ มันกล่าวพูดส่งคำพูดผ่านปราณจิต ด้วยดวงตาที่เป็นประกาย “เจ้าจักรพรรดิหนุ่ม เหตุใดเจ้าถึงครอบครอง หุบเขาบรรพชนแห่งนี้ได้ ..หรือเจ้าจะได้รับการยอมรับจาก จักรพรรดิผู้ร่วงหล่นทั้ง5”
อี้เฉินที่ได้ยินเสียง ภายในโสตประสาทออกมาดังก้อง เขาได้แต่ส่ายหัวออกมา ก่อนส่งคำพูดปราณจิต ออกไปบอกกล่าวมัน “เจ้าก็เห็นแล้วไม่ใช่หรือ”
ก่อนอี้เฉินจะเลิกสนใจ เจ้ามังกรสายฟ้า ภายในเจดีย์สีทอง เดินสืบฝีเท้า เข้าไปพูดคุยกับเหล่าผู้อาวุโสชรา ไม่คิดผู้อาวุโสใหญ่ตระกูลอี้ จะกลายเป็นเจ้าสำนักหุบเขาบรรพชน ไปเสียได้ในขณะนี้
ครั้นอี้เฉินกล่าวทักทายชายชรา เขาปรายตาไปมองรอบๆ ด้วยสายตาลึกล้ำในทันใด เมื่อเห็นอนุชนตระกูล อี้ หลายคน อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ กล่าวพูดถึงตัวเขา ออกมาไม่ขาด
“ดูนั้นเร็วจักรพรรดิอี้เฉิน เขากลับมาแล้ว แถมยังมองมาทางพวกเราด้วย” หญิงสาวภายในกลุ่มกล่าวพูดขึ้นมา พร้อมใบหน้าแดงซ่าน ส่งรอยยิ้มทอประกายมาให้อี้เฉิน
ทว่าเมื่อหญิงสาวนามว่า ถานเอ๋อร์ กล่าวพูดขึ้นด้วย ใบหน้าเป็นประกาย ชมชอบสำนักหุบเขาบรรพชนแห่งนี้ไม่น้อย “พี่อี้เฉิน ข้าว่าสำนักนี้ไม่เลวเลย ข้าขอตัวไปเดินชมรอบๆ หน่อยแล้วกัน”
คำพูดนั้นต่างก็ ทำให้เหล่าศิษย์ ห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ เมื่อรับรู้ขั้นพลังที่กดข่มของอี้เฉินในยามนี้ แม้แต่ผู้อาวุโสชรา ยังไม่กล้าเรียกนามของอี้เฉินตรงๆ ทำให้พวกเขาไม่สบอารมณ์สตรีน้อย ผู้นี้เท่าใดนัก
ทว่าอี้เฉินเขาไม่ได้ใส่ใจ โบกฝ่ามือให้หญิงสาวในกรอบสายตา ก่อนโม่กวางจะรับหน้าที่แนะนำสถานที่ต่างๆ ให้ ถานเอ๋อร์ หญิงสาวรับฟัง
มีเพียงอี้ฟางหรง ที่จ้องมองอี้เฉินด้วยดวงตาเขม็ง มองว่าอี้เฉินใจอ่อนเกินไป ให้ผู้อื่นเรียกนามห้วนๆ นางกลอกตาไต่ถามอี้เฉินในทันใด “เจ้าหายไปสามปี เกรงว่าเจ้า จะมีอะไรภายในดินแดนเบื้องล่าง ติดไม้ติดมือมาด้วยสินะอี้เฉิน”
อี้เฉินพยักหน้าให้ พี่อี้ฟางหรง กับเหล่าผู้อาวุโสคนอื่นๆ ก่อนเรียกเจ้าเจดีย์ 9ชั้นขนาดย่อส่วน มาอยู่ภายในฝ่ามือ ซีเผิง สะอึกคำพูดในลำคอทันใด เมื่อเห็นสิ่งปลูกสร้าง ที่เคยอยู่ภายในดินแดนเบื้องล่าง
“อี้เฉินเจ้า! เจ้า! นั้นมัน เจดีย์ของอาณาจักรสายฟ้าไม่ใช่หรือ? ทว่าเหตุใดมันถึงกลายเป็นอาวุธระดับสูงสุด ของมหาพิภพได้เล่า” ซีเผิงมีสีหน้าแปลกใจ อยู่ไม่น้อยฉุกคิดขึ้นมาไม่ตก เขาเองก็เคยเข้าไปพิชิต ภายในสถานที่แห่งนั้น แม้แต่กลุ่มคนดินแดนเบื้องล่าง ที่อยู่ยังสถานที่แห่งนี้ยังแปลกใจ
อี้เฉินยิ้มหน้าเจื่อน ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรเช่นกัน ครั้นหาพื้นที่ว่าง บริเวณลานกว้างสำนักได้ อี้เฉินปล่อยให้มันขยาย กลับร่างที่แท้จริงในทันใด ฉับพลันที่เจดีย์สีทองพร่างพราวแพร่ขยายใหญ่ ยืนเด่นเป็นสง่า ต่อหน้าสายตาหมู่ชน มันก็ราวกับเป็นต้นไม้ใหญ่ ที่หยั่งรากลงลึก แพร่กระจายปราณพลังสายฟ้า ออกไปทั่วหุบเขาบรรพชน แม้แต่อี้เฉินยังไม่คาดคิด ว่ามันจะเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม รอบๆ เฉกเช่นนี้ ทำให้ใบหน้าเขาบูดเบี้ยวลงไปไม่น้อย
คนอื่นๆ เองก็มีสภาพไม่ต่างกับอี้เฉินมากนัก ต่างก็พากันสีหน้าแปรเปลี่ยนไปหลากอารมณ์ หันปรายตามามองอี้เฉิน เป็นสายตาเดียว จนห่างคิ้วของอี้เฉิน ต้องสั่นกระตุกน้อยๆ
อี้เฉินส่งคำพูดเข้าไปภายในเจดีย์สายฟ้า อย่างรีบร้อน “เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่ รีบเปลี่ยนสภาพแวดล้อม กลับเดียวนี้”
ทว่าเมื่ออี้เฉินได้ยินเสียงของมันบอกกล่าว มันก็ทำให้อี้เฉินมีสีหน้าตาตื่น ครั้นเมื่อปรายตา ขึ้นไปมองต้นใบชาหยั่งรู้ บัดนี้เต็มไปด้วยธาตุสายฟ้า ไหลเวียนหล่อเลี้ยงไปทั่วทุกอณูของลำต้น แม้แต่วัชพืช แมกไม้โดยรอบยังเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จนมองเห็นมันเปล่งแสงพร่างพราว
ก่อนเสียงเจ้ามังกรสายฟ้า มันจะส่งคำพูด ปราณจิตเข้ามาภายในโสตประสาท บอกกล่าวอี้เฉิน “เจ้ารอเก็บใบชาแห่งการหยั่งรู้ได้เลยอี้เฉิน ไม่ช้าใบของมัน จะค่อยๆ สุกงอม จากการเร่งการเจริญเติบโตของข้า”
อี้เฉินครั้นได้ยินเช่นนั้น เขาลอบถอนหายใจออกมายาว พร้อมดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง บอกกล่าวพี่อี้ฟางหรง พร้อมกับเหล่าผู้อาวุโสชราโดยรอบ ให้พวกเขาใจเย็นลงในทันใด ก่อนจะบอกกล่าวเรื่องสำคัญออกมา “พี่หญิงท่านให้คนรอเก็บใบชาหยั่งรู้ที่สุกงอม ไม่ช้าต้นใบชาหยั่งรู้จะค่อยๆ ถูกเร่งการเจริญเติบโต”
อี้ฟางหรงครั้นนางได้ยิน สีหน้าค่าตานาง เปลี่ยนผันไปทันใด ไต่ถามอี้เฉินออกมา ด้วยความร้อนรน “เป็นเรื่องจริงหรืออี้เฉิน” หากเป็นจริงอย่างที่อี้เฉินว่า พวกเขาเหล่าคนดินแดนเทพ ก็จะสามารถสร้าง เหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่ขึ้นมาได้อีกครา
ก่อนอี้เฉินจะกล่าวพูดออกมาอีกครา “แล้วอีกอย่างหนึ่ง ข้าฝากพวกท่าน แพร่กระจาย ข่าวเรื่องเจดีย์สายฟ้าออกไปให้ทั่ว ว่าสถานที่แห่งนี้ มีสิ่งสืบทอดของจักรพรรดิสายฟ้าโบราณอยู่ หากคนภายนอก คิดอยากจะเข้าไปพิชิต ให้พวกเขาจ่ายค่าเข้า1,000หินวิญญาณ ทว่าหากเป็นคนของสำนักหุบเขาบรรพชนเรา สามารถเข้าใช้งานได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด”
ก่อนอี้เฉินจะถอนหายใจออกมายาว “หวังว่ามันจะช่วยสำนักของเรา ได้ไม่มากก็น้อย”
ครั้นอี้เฉินเอ่ยคำพูดออกมาเสร็จสิ้น เหล่าอนุชนต่างก็โหร้องยินดี กับคำพูดของจักรพรรดิอี้เฉินเป็นอย่างมาก แม้แต่เหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่ พวกเขายังสนอกสนใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าผู้อาวุโสชรา ต่างก็ไต่ถามอี้เฉินออกมาเสียงดังก้องไม่ขาด “เป็นเรื่องจริงหรือจักรพรรดิอี้เฉิน ว่าภายในสถานที่แห่งนั้น มีสิ่งสืบทอดของจักรพรรดิสายฟ้าอยู่” แถมหากข่าวคราวนี้แพร่งพรายออกไป ต้องมีเหล่าจอมยุทธ์ สนอกสนใจสำนักที่พวกเขาก่อตั้งขึ้นมา อย่างไม่ต้องสงสัย
อี้เฉินพยักหน้าอย่างหนักแน่น ก่อนจะบอกกล่าวให้พวกเขา สามารถลองเข้าไปพิชิตได้ “ทว่าพวกท่านระวังหน่อยแล้วกัน ภายในสถานที่แห่งนั้น ไม่ธรรมดาเป็นอย่างมาก”
เหล่าผู้อาวุโสชรา ต่างก็พยักหน้ารับคำอี้เฉิน อย่างพร้อมเพรียง เมื่อเห็นริ้วคลื่นที่มันปลดปล่อยออกมา น่าคร้ามเกรงไม่น้อย ไม่นานบริเวณหน้าทางเข้า เจดีย์9ชั้นต่างก็เต็มไปด้วยหมู่ชน มายืนออกัน พร้อมเข้าไปทดสอบภายในเจดีย์สายฟ้า
ทว่ามันกลับผิดคาดอี้เฉินเป็นอย่างมาก เพียงเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม จอมยุทธ์รุ่นใหม่ ที่อยู่ในขั้นเทพสวรรค์บางคน กลับออกมาด้วยสภาพที่สะบักสะบอม เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลจากสายฟ้าที่ผ่าฟาด แต่ก็รับรู้ได้ว่า กายเนื้อของเขา ถูกขาดเกลาขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
อี้เฉินส่งคำพูดปราณจิต ออกไปไต่ถามเจ้ามังกรสายฟ้า ภายในเจดีย์สายฟ้าในทันใด “เจ้าเล่นใหญ่ไปหรือเปล่า เจ้ามังกรสายฟ้า แล้วเช่นนี้ ใครจะผ่านการทดสอบ ของเจ้าได้เล่า”
ทันใดเสียงหัวเราะ เจ้ามังกรสายฟ้า ก็ส่งตรงเข้ามา ภายในโสตประสาทของอี้เฉิน “นี่มันสิ่งสืบทอดของจักรพรรดิสายฟ้านะ จักรพรรดิน้อยอี้เฉิน มันไม่ใช่ของเด็กเล่น”
อี้เฉินได้ยินเขาหน้ามืดทะมึนไม่น้อย ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมายาว ไม่อาจเข้าไปแทรกแซงความคิดของมันได้ แม้ในใจลึกๆ จะนึกเสียดายอยู่บ้างก็ตาม
ทว่าอี้เฉินก็มั่นใจได้อย่างหนึ่ง หากได้รับสิ่งสืบทอด ของจักรพรรดิสายฟ้ามาทั้งหมด คนผู้นั้นก็จะไม่สามารถก้าวข้าม จักรพรรดิโบราณไปได้ แม้แต่จักรพรรดิผู้ร่วงหล่น ยังไม่อาจรอดพ้นหายนะ จากความตาย มีเพียงแต่ต้องเดินด้วยเส้นทางของตนเอง ก้าวข้าม จักรพรรดิทุกยุคทุกสมัยไปเท่านั้น ตัวเขาถึงจะสามารถอยู่รอดได้
ทันใดที่อี้เฉินครุ่นคิด จู่ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลงเล็กน้อย ก่อนสายฟ้าขนาดใหญ่ จะผ่าฟาดใส่บริเวณที่อี้เฉินยืนอยู่ เสียดื้อๆ
ซีเผิงที่อยู่ข้างๆ อี้เฉิน ขำออกมาเล็กน้อย “เจ้าคงไม่ได้ทำอะไร ให้ท้องฟ้าพิโรธ โกรธเคืองหรอกกระมังอี้เฉิน” ครั้นทั้งสองสบตากันก็ขำกันออกมาก้อง ก่อนจะชวนกันไปสังสรรค์พูดคุย ดื่มสุราด้านบนพระราชวังทอง ราวกับพบเจอมิตรสหายที่ไม่ได้พบเจอกันมานาน