หลังจากเข้าสู่โลก Diablo ที่แรกที่ซุนเฟยมาก็คือ 'ค่ายทหารโร้ก' เพื่อมาหาเอเลน่า ทุกครั้งที่พบกัน ซุนเฟยจะพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจจากนั้นก็สอบถามสถานการณ์ภายในเมืองแซมบอร์ด
เนื่องจากซุนเฟยสร้างวงเวทอัญเชิญขนาดเล็กไว้ใน'เมืองวีรบุรุษ' ที่เขาวงกตใต้ดินด้านหลังภูเขาของเมืองแซมบอร์ดทำให้ทุกวันทุกคืนที่อยู่ใน 'ค่ายทหารโร้ก' สามารถไปมาหาสู่ระหว่างโลก Diablo กับเมืองแซมบอร์ดได้วันละสี่ชั่วโมงด้วยเหตุนี้เอเลน่าจึงรายงานเรื่องราวในแต่ละวันที่เกิดขึ้นในเมืองแซมบอร์ดให้ซุนเฟยทราบต่อให้ซุนเฟยไม่ได้อยู่ในเมืองแซมบอร์ดแต่ทุกเรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีเรื่องไหนที่ซุนเฟยจะไม่รู้ เมื่อได้ยินว่าการพัฒนาเมืองแซมบอร์ดเป็นไปอย่างราบรื่นแม้จะไม่มีตัวเองอยู่ควบคุมและการก่อสร้างภายในเมืองก็เป็นไปตามแผนที่ซุนเฟยวางไว้ก่อนจะออกเดินทางซุนเฟยก็รู้สึกโล่งใจและเบาใจไม่น้อย
“คำนวณจากเวลาแล้ว ท่านลุงแลมพาร์ดและคนอื่นๆเดินทางออกจากเมืองแซมบอร์ดมาได้สักพักแล้ว หากควบม้าเร็วมาตลอดทางคาดว่าพรุ่งนี้ก็น่าจะมาถึงค่ายทหารแบบนี้ตัวแทนเข้าแข่งขันรอบแรกของเมืองแซมบอร์ดก็ครบแล้ว”
ซุนเฟยคำนวนอย่างละเอียด
“เอเลน่า ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปเจ้าไม่ต้องไปสอนทหารที่เมืองแซมบอร์ดอีกแล้ว ตามข้าไปที่ค่ายทหารเมืองแซมบอร์ดการแข่งขันการซ้อมรบในครั้งนี้กำลังจะเริ่มต้นขึ้นเจ้าจะต้องเข้าร่วมการแข่งขันในฐานะยอดฝีมือของเมืองแซมบอร์ดการแข่งขันในครั้งนี้เป็นโอกาสดีที่จะได้ขัดเกลาและเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ตัวเองไม่แน่ว่าเจ้าอาจจะรู้อะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับโลกนี้มากขึ้นก็ได้!”
“เอ๋? จริงหรือ? นี่มันเยี่ยมไปเลยอเล็กซานเดอร์”เมื่อได้ยินซุนเฟยพูดแบบนี้ ในใจของเอเลน่าก็ตื่นเต้นขึ้นมา
ที่ผ่านมาเอเลน่ารู้สึกทรมานมาก
ถึงแม้ว่านางจะได้พบกับซุนเฟยในโลก Diablo ทุกคืน แต่ซุนเฟยก็สามารถอยู่ในโลก Diablo ได้แค่สี่ชั่วโมงเท่านั้น ทุกวินาทีที่อยู่ในโลกนี้มีค่าสำหรับซุนเฟยเขาต้องฆ่ามอนสเตอร์เพื่ออัพเลเวลแข่งกับเวลาซุนเฟยต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อรับมือกับความวุ่นวายที่กำลังจะเข้ามาดังนั้นจึงไม่มีเวลามาหวานกับทหารรับจ้างสาวมากนัก มีเพียงเวลาสั้นๆไม่กี่นาทีที่พบกันที่จะได้เอาอกเอาใจกัน
ความสัมพันธ์ระหว่างทหารรับจ้างสาวและซุนเฟยได้พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็วนับตั้งแต่วันนั้นตอนนี้พวกเขาเหมือนคู่รักที่กำลังอยู่ในช่วงหวานนางแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะได้อยู่เคียงข้างกับซุนเฟยในโลกแห่งแสงสว่างสำหรับเอเลน่าแล้ว นี่เป็นเรื่องที่นางวาดฝันมาตลอด
“โอ้ จริงสิ ข้ามีของเล็กๆ น้อยๆ มาให้เจ้า”
ซุนเฟยเดินซื้อของมากมายจากตลาดตอนกลางคืนที่ค่ายทหารนอกจากจะให้แองเจล่าและเจ็มม่าไปบางส่วนแล้ว ซุนเฟยก็ไม่ลืมที่จะซื้อมาให้เอเลน่า เทพธิดาสาวที่ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่เขามาโดยตลอดซุนเฟยหยิบของชิ้นเล็กชิ้นหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บของ ใบหน้าของเอเลน่าเผยท่าทางตื่นเต้นปนดีใจออกมาดวงตาของนางชื้นเล็กน้อยเมื่อซุนเฟยยื่นของมาให้ นางก็รับของชิ้นเล็กๆนี้มาอย่างทะนุถนอม
“ขอบคุณมากอเล็กซานเดอร์” เอเลน่าแย้มยิ้มออกมาจนแก้มแทบปรินางรู้สึกมีความสุขมาก
เทพธิดานักรบคนนี้แม้ต้องเผชิญหน้ากับเหล่ามอนสเตอร์น่ากลัวที่ดาหน้าเข้ามา นางก็ไม่เคยหวั่นเมื่อซุนเฟยมอบของเล็กๆน้อยๆ ที่ไม่มีมูลค่าอะไรให้ นางก็เก็บรักษาอย่างระมัดระวังจากนั้นก็เขย่งเท้าขึ้นไปหอมแก้มซุนเฟยเบาๆจนเกิดกระแสไฟฟ้าแล่นเข้ามาที่หัวใจของราชาหนุ่ม
ท่าทางดีใจของเอเลน่าและแองเจล่าในยามที่ได้รับของขวัญเหมือนกันมากทำให้ซุนเฟยรู้สึกละอายใจอยู่ลึกๆสองสาวที่มีนิสัยแตกต่างกันนี้ถือเป็นคนสำคัญสำหรับเขา ตั้งแต่ทะลุมิติมาที่แผ่นดินอาเซรอทซุนเฟยรู้สึกมานานแล้วว่าเขามัวแต่คิดจะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งและเปลี่ยนแปลงเมืองแซมบอร์ดจนบางทีเขาก็ละเลยผู้หญิงที่รักเขามากที่สุดไปและใส่ใจพวกนางน้อยลง
เมื่อจัดการทุกอย่างใน'ค่ายทหารโร้ก' เรียบร้อยแล้วเอเลน่าก็กลับไปที่เมืองแซมบอร์ดผ่านทางวงเวทอัญเชิญเพื่อไปถ่ายทอดคำสั่งของซุนเฟยให้บรู๊คและเบสท์ได้รู้ส่วนซุนเฟยก็เปลี่ยนเป็น 'โหมดคนเถื่อน' แล้วเดินทางไปยังแผนที่ที่สอง 'ลุกค์ โกลไลน์' เพื่อมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่ทำภารกิจสุดท้าย...แคนยอนออฟเดอะเมไจ
ตัวละครคนเถื่อนในตอนนี้เหลือค่าประสบการณ์อีกไม่กี่คะแนนก็จะสามารถอัพเลเวลเป็นเลเวล 40 ได้ และบนร่างของคนเถื่อนก็สวม 'แรร์ไอเทม' ซึ่งเป็นไอเทมระดับหกที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาซื้อได้จาก NPC อาวุธในมือของเขาเป็น 'ไอเทมเซ็ต' ไอเทมระดับเจ็ด ไอเทมเหล่านี้ได้เพิ่มพลังในการต่อสู้ของเขานอกจากนี้ซุนเฟยยังลองใช้พลังคนเถื่อนที่เขาได้ศึกษาค้นคว้ามาด้วยตัวเองในโลก Diablo ดู ทักษะที่ร้ายกาจนี้สามารถเพิ่มพลังของเขาให้เทียบเท่านักรบหกดาวระยะกลางได้ในพริบตา
สำหรับซุนเฟยแล้วมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา นั่นก็คือพลังคนเถื่อน แม้คนเถื่อนจะแข็งแกร่งมากแต่มันกลับไม่สามารถระเบิดพลังได้ หากพบกับศัตรูที่อ่อนแอเขาสามารถสังหารมันได้ง่ายๆ เหมือนเอาดาบคมๆ ไล่ฟันผักฟันแตงแต่ถ้าเจอกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าตัวเองเขากลับไม่สามารถกระตุ้นศักยภาพทั้งหมดในร่างของตัวเองออกมาได้เหมือนที่โลกแห่งความจริงไม่ว่าจะพยายามระเบิดพลังอย่างไร พลังก็ยังเท่าเดิมระดับความแข็งแกร่งก็ยังคงที่ไม่มีทีท่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเหมือนในโลกแห่งความจริงแต่อย่างใดนี่เป็นสิ่งที่ซุนเฟยจะต้องปรับปรุงให้ได้
ดังนั้นซุนเฟยจึงยังไม่ไปแผนที่ที่สาม แต่เลือกที่จะมาล้างบางมอนสเตอร์ที่'แคนยอนออฟเดอะเมไจ' ใช้พวกมอนสเตอร์ระดับสูงของที่นี่มาฝึกฝนทักษะระเบิดพลังของตัวเองให้ชำนาญ
ซวบซวบ ซวบ!
เสียงแหลมคมสั่นสะเทือนไปทั่วแคนยอนออฟเดอะเมไจ
ปึงปึง ปึง!
หมัดโปร่งแสงขนาดยักษ์ผสานกับผลของทักษะ'ทุบ' ของคนเถื่อนจนสามารถแหวกฟ้า!
มอนสเตอร์แต่ละตัวพากันกรีดร้องก่อนจะล้มลงกองกับพื้น
หลังจากที่'ดีเวอเรอร์' กับ 'แมลงปีกแข็งเหล็ก' ตายไปแล้ว ศพของมันมีกระแสไฟฟ้าแล่นพล่านไปทั่ว ราวกับเป็นวันโลกาวินาศก็ไม่ปานจากนั้น 'บรันซ์เดอร์โบล' ที่มีขนาดตัวเท่ากับภูเขาขนาดย่อมก็ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนดังลั่นไปทั่วแคนยอนออฟเดอะเมไจก่อนจะล้มตึงลงไปพร้อมเลือดที่ไหลทะลักออกมาจากแผลนี่คือการสังหารหมู่อยู่ฝ่ายเดียว
ซุนเฟยสังหารไปเรื่อยๆ
เป้าหมายของซุนเฟยก็คือสลับสับเปลี่ยนทุกทักษะอย่างรวดเร็วได้ดั่งใจนึก
เขาพยายามจะผสานทักษะของคนเถื่อนเข้าไปในทักษะ'หมัดหิมะเยือกแข็ง' ที่ตัวเองสร้างขึ้นมาใหม่
ด้วยเลเวล39 ของคนเถื่อนปัจจุบันทำให้ซุนเฟยได้เรียนรู้ทักษะที่หลากหลายจากทั้งสามประเภทหลักๆ
ในบรรดาทักษะประเภท‘การต่อสู้’ จะมี ทักษะ 'เหวี่ยงสองมือ [DoubleSwing]' อยู่ ทักษะนี้สามารถใช้อาวุธสองเล่มในการโจมตีสองเป้าหมายในเวลาเดียวกันหรือสร้างความเสียหายให้แก่ศัตรูถึงสองครั้งในเวลาเดียวกันทักษะ 'ทุบ [Bash]' หลังจากที่ปล่อยการโจมตีออกไปแล้วสามารถระเบิดพลังเพื่อเพิ่มพลังโจมตีได้ถึงสามเท่าทักษะ 'สตั้น [Stun]' ทักษะนี้สามารถทำให้อีกฝ่ายเกิดอาการมึนงงขึ้นมาในชั่วเวลาหนึ่งทักษะ 'ตั้งสมาธิ [Concentrate]' สามารถป้องกันการขัดจังหวะของศัตรูและเพิ่มความแม่นยำและความเสียหายในการโจมตีและทักษะ 'กระโดด [Leap]' ทักษะนี้ถูกซุนเฟยนำไปใช้ในการเคลื่อนที่
และทักษะประเภท‘การต่อสู้อย่างเชี่ยวชาญ’ นอกจาก 'ควบคุมดาบ [SwordMastery]' 'ควบคุมขวาน [Axe Mastery]' 'ควบคุมอาวุธยาว [Mace Mastery]' แล้วซุนเฟยก็เพิ่งกดเพิ่มทักษะ 'กายาเหล็ก' และทักษะ 'เพิ่มความเร็ว [IncreasedSpeed]' ไป 'กายาเหล็ก' ทักษะนี้จะเพิ่มพลังการป้องกันทางกายภาพให้แก่คนเถื่อน ส่วนทักษะ 'เพิ่มความเร็ว' เป็นการเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่ของคนเถื่อน
ทักษะประเภทสุดท้ายทักษะ 'กรีดร้อง [Warcries]' ทักษะประเภทนี้ที่ซุนเฟยเปิดใช้ก็มี'คำราม [Howl]' 'ค้นหาน้ำยา [FindPotion]' 'สิงหนาท [Shout]' 'เยาะเย้ย [Taunt]' และ 'ตะโกน [Battle Cry]' ทุกทักษะต่างให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันหากนำทักษะพวกนี้มาผสานกับหมัดเยือกแข็งจะสามารถเพิ่มพลังการโจมตีของหมัดเยือกแข็งเป็นสองเท่าได้
ซุนเฟยฝึกแบบนี้ซ้ำไปซ้ำมาตลอดสี่ชั่วโมง
ความเร็วในการพัฒนายังคงรุดหน้าไปเรื่อยๆการต่อสู้กับคริส ซัตตัน กับยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเมืองน้ำพุร้อนและนักฆ่าที่เป็นยอดฝีมือระดับหกดาวสิ่งเหล่านี้คือประสบการณ์ในการต่อสู้ที่ซุนเฟยสั่งสมมา ตอนนี้ซุนเฟยได้ก้าวมายังจุดสำคัญที่สุดหลังจากที่ครุ่นคิดมาอย่างยาวนาน ในที่สุดเขาก็ค่อยๆคลำหาเส้นทางในการหลอมรวมทักษะและพลังทุกอย่างเข้าด้วยกันแล้ว
เส้นทางของผู้ที่แข็งแกร่งกำลังรอให้ซุนเฟยก้าวเข้าไป
“ติ้ง!”
ทันใดนั้นเองเสียงใสๆ ก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเขา ซุนเฟยที่กำลังตกอยู่ในภวังค์ของความมุ่งมั่นก็ถูกปลุกขึ้นมา แสงสว่างสีขาวเจิดจ้าสาดส่องลงมาจากฟากฟ้าเข้าปกคลุมร่างของซุนเฟยความรู้สึกสบายตัวแล่นพล่านไปทั่วร่าง บาดแผลต่างๆ ก็ค่อยๆ สลายไป
ตัวละครคนเถื่อนเลเวลอัพแล้ว
สี่ชั่วโมงในการล้างบางในที่สุดค่าประสบการณ์ก็เต็มจนสามารถเลเวลอัพขึ้นมาจาก 39 เป็น 40 ซุนเฟยได้รับคะแนนทักษะ 1 คะแนนและคะแนนคุณสมบัติ 1 คะแนน นี่ทำให้ซุนเฟยรู้สึกดีใจมาก อย่างน้อยๆก็เพิ่มความมั่นใจในการต่อสู้ระหว่างตัวเองกับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ดในพรุ่งนี้มากขึ้น
……
วันที่สอง
หลังจากหิมะตกเมื่อวานท้องฟ้าก็สว่างสดใส
ค่ายทหารของอาณาจักรบริวารที่ตั้งอยู่ในภูเขามอร์โรสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่งดงามของเมืองหลวงและหอคอยเวทมนตร์ที่สูงตระหง่านได้อย่างชัดเจนไหนจะแสงอาทิตย์ที่กำลังอาบไล้พระราชวังจักรพรรดิบนภูเขาเทพนักรบจนเกิดประกายแสงระยิบระยับสีเงินปกคลุมไปทั่วพระราชวัง ภาพตรงหน้าสวยงามราวกับฝัน ทำให้ผู้คนที่มองต่างรู้สึกหลงใหล
ตรงกลางค่ายทหารของอาณาจักรบริวาร
มีพื้นที่โล่งกว้างที่จัดไว้สำหรับเป็นสนามประลองดาบ
ทันทีที่พระอาทิตย์ขึ้นผู้คนจำนวนมากมายต่างพากันหลั่งไหลไปที่สนามประลองดาบหมายเลขหนึ่ง เพราะที่นี่กำลังจะกลายเป็นสถานที่ต่อสู้ของราชาเมืองแซมบอร์ดและอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ด ครู้ด
การต่อสู้ระหว่างสองยอดฝีมือระดับหกดาวไม่ว่าใครก็อยากจะมาชมทั้งนั้น การต่อสู้ของยอดฝีมือระดับนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในราชอาณาจักรเซนิทมานานแล้วดังนั้น เรื่องนี้จึงกลายเป็นข่าวที่สะเทือนไปทั่วราชอาณาจักร
------------------