Magic X Knight REVERSE

    ตอนที่ 35 เบ็ตตี้

      บนชั้นสองของโรงแรมใจกลางเมือง เสียงจอแจเอะอะดังจากทั่วทุกสารทิศ มีทั้งการพนันที่มีให้เห็นตามคาสิโนปกติอย่างรูเล็ตหรือโปเกอร์ และรวมถึงมีเกมที่มีแค่เฉพาะที่นี่เท่านั้นอย่าง ‘Blind Auction’“เชิญระบุจำนวนเงินได้เลยครับ”ผู้ดำเนินการประมูลในเสื้อกั๊กเครื่องแบบประจำคาสิโนผายมือไปยังผู้ร่วมประมูลเกือบ10คน กลางโต๊ะทรงรีมีภาพวาดสีน้ำมันรูปหน้าใครสักคนวางนอนเพื่อให้ทุกคนมองเห็นชัดเจน รอบโต๊ะนอกจากผู้เข้าร่วมที่นั่งเก้าอี้อยู่แล้วยังมีคนอีกไม่มากไม่น้อยยืนดูด้วยเช่นกัน“หมดเวลาแล้วครับ”เมื่อผู้ดำเนินงานประกาศผู้เข้าร่วมทยอยยื่นแผ่นกระดาษที่เขียนจำนวนเงินมอบให้เขา เจ้าหน้าที่ค่อยๆกวาดตามองตัวเลขวิเคราะห์ว่าควรประกาศแผ่นกาศดาษของใครก่อนดีเพื่อความตื่นเต้นของผู้เข้าร่วมไม่ว่าอย่างไรนี่ก็เป็นธุรกิจบันเทิง“ท่านสุภาพบุรุษหมายเลข1 เสนอ7000ริสสำหรับภาพวาดนี้ ขณะที่ท่านสุภาพสตรีหมายเลข3เสนอ0ริสครับ...”เขายังคงประกาศต่อไปพลางทำท่านทางผายมือไปยังจุดผู้เข้าร่วมกระประมูล“ยังไม่มีราคาไหนมากกว่าท่านสุภาพบุรุษหมายเลข1เลย ถ้าเป็นเช่นนี้ภาพวาดจากอาณาจักiเอเทรียจะตกเป็นของท่านสุภาพบุรุษหมายเลข1 และคนสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดท่านสุภาพบุรุษหมายเลข7 เสนอราคาที่6700ริส เป็นอันตัดสินภาพนี้เป็นของท่านสุภาพบุรุษหมายเลข1ครับ ยินดีด้วย”เสียงกระมือพอเป็นพิธีดังแค่ในบริเวณรอบโต๊ะเท่านั้นเพื่อไม่ให้ไปรบกวนแขกคนอื่น ด้านหลังเก้าอี้หมายเลข5หญิงสาวในชุดราตรีแขนกุดสีฟ้า ที่ติ้งหูประดับด้วยไข่มุขดำเม็ดไม่ใหญ่มาก รอบลำคอขาวสวมสร้อยคออัญมณีสีฟ้าน้ำทะเล“3ชิ้นแล้วนะไม่คิดจะลงอะไรหน่อยหรอ ฉันอุตส่าห์จ่ายให้ตั้ง30000ริส“อย่าใจร้อนสิคุณผู้สนับสนุน ยังเหลืออีกตั้ง5ชิ้น และแค่30000เองเป็นองค์หญิงอย่าขี้เหนียวสิ”เชสโบกมือไล่มิเนอร์วาให้กลับไปยืนที่เดิมโดยไม่แม้แต่จะหันไปมองจิตใจจดจ่ออยู่กับสินค้าประมูลชิ้นต่อไป“ชิ้นที่4นี้ออกจะเป็นของแปลกสักหน่อย ดาบยาวสองคม จัดทำอย่างปราณีตโดยช่างตีเหล็กของบริษัทริส&เรคอน”กล่าวจบเสียงโห่ร้องผิดหวังพลันปกคลุมจากรอบทิศทาง ผู้เข้าร่วมบางคนถึงกับทำหน้าเซ็งหมดอารมณ์“เอาอะไรมาประมูลเนี่ย ธรรมดาเกินไปไหมเนี่ย”“ใช่ๆ ที่นี่ที่ไหนกัน จะเอาอะไรมาลงประมูลก็ดูหน่อยสิ”หลายเสียงตำหนิมาจากรอบข้างเจ้าหน้าที่ได้เพียงแต่หัวเราะแห้งๆ“แหมๆ ทุกท่านนานๆทีก็ต้องมีของแบบนี้บ้างไม่ใช่หรอครับ”พนักงานตอบเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าทว่าใจหนึ่งเขาแอบคิดเช่นเดียวกับแขกพวกนี้ที่ว่าของชิ้นนี้มันธรรมดาเกินไป Blind Auction ขึ้นชื่อว่าของที่เอามาประมูลจะต้องหายากในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ของชิ้นนี้กลับเป็นแค่อาวุธง่ายๆจากบริษัทโนเนมที่เพิ่งตั้งได้แค่ไม่กี่เดิน ถ้าทางนั้นไม่จ่ายเงินให้ทางคาสิโนนำเข้าประมูลคงไม่มีทางที่จะมาอยู่ที่นี่แน่พนักงานฝืนปั้นหน้ายิ้มค่อยๆแผ่นกระดาษจากผู้ประมูลมาทีละใบจนครบพลางกวาดตามองจำนวนเงินจากพวกเขา‘นั่นสิน้า ไม่แปลกใจเล๊ย’0 ริส4ใบติดต่อกัน พนักงานลอบถอนหายใจพลางคิดในใจว่าคงต้องยกดาบยาวเล่มนี้ไปเก็บเสียแล้วทว่าทันทีที่เปิดกระดาษแผ่นสุดท้ายเขาพลันเบิกตากว้าง สีหน้าแปลกใจเก็บไม่มิดแต่พอรู้ตัวเขารีบปรับสีหน้าตามเดิมสมกับเป็นมืออาชีพ“อะแฮ่ม จะขอประกาศราคาล่ะนะครับ เริ่มจากท่านสุภาพบุรุษหมายเลข1 0ริสครับ”“ไม่ต้องประกาศหรอก ข้ามๆไปเถอะ”“รีบเอาของชิ้นใหม่ขึ้นมาเถอะ”พนักงานยังคงอ่านไล่เรียงลำดับต่อไปสลับข้ามไปคนนั้นทีคนนี้ทีบ้างเพื่อความตื่นเต้นทว่ายังไม่มีใครเสนอราคามากกว่า20เลยสักคน บางคนที่เสนอราคาเพราะว่าอยากจะปาดเอาดาบเหล็กนี้ไปในราคาถูกๆเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดำเนินต่อไปโดยไม่รู้เลยว่าในกลุ่มฝูงชน ร่างสองร่างกำลังจับมือกันแน่น คนหนึ่งตัวสั่นเทาแรงขึ้นขณะฟังราคาถูกแสนถูกของดาบยาวเล่มนั้น ส่วนอีกคนเอ่ยปลอบเบาๆข้างหูไม่ขาด“ไม่เป็นไรนะ สักวันต้องมีคนเห็นค่ามันแน่”“ต...แต่ว่า”“สุภาพสตรีหมายเลข9 ลงราคาที่0ริสขอบคุณครับ และท่านสุดท้ายสุภาพบุรุษหมายเลข5 ให้ราคาที่ 10000ริส ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ ดาบยาวเล่มนี้เป็นของท่านแล้ว”ดังจนผู้คนแถวนั้นหันมองชั่วขณะ เสียงฮือฮาและสายตานับสิบพุ่งไปทางเดียว เชสในชุดสุภาพชั้นดีนั่นไขว่ห้างเก๊กท่าจิบไวน์แดงพร้อมยกยิ้มมุมปาก มือเอื้อมไปรับดาบยาวธรรมดาๆมามองให้ชัดๆด้ามดาบสีเลือดหมูโกร่งดาบสีเงินยื่นออกมาสองข้าง ปลอกดาบทำจากไม้ผสมเหล็ก เขาลองดึงดาบออกมาเล็กน้อยเพื่อประเมินใบดาบ‘อืม...ดูไม่ออกแฮะ แบบนี้ดีว่าดีรึเปล่านะ’เด็กหนุ่มเกือบจะยกมือเข้าเกาหัวอยู่แล้วถ้าคนด้านหลังไม่กระซิบทัก ถึงจะอยู่มาหลายสิบปีแต่ใครใช้ให้จอมเวทที่ไม่ค่อยสุงสิงกับดาบมาประเมินความแกร่งของดาบกันเล่า“จะซื้อมาทำไมตั้ง10000ริส ของแบบนี้ฉันหาให้ได้ในราคาไม่ถึงพันด้วยซ้ำ ถ้าอยากได้นักเดี๋ยวไปค้นจากคลังสมบัติในวังมาให้”“ฉันไม่ได้ซื้อมาเพราะอยากได้มันหรอกนะ ฉันให้เกียรติผู้ที่ตีมันขึ้นมาต่างหาก...เชื่อสิ ในอนาคตแม้แต่1ล้านก็ซื้อดาบเล่มนี้ไม่ได้หรอก”“ไร้สาระน่า จะเป็นไปได้ยังไง”“เดี๋ยวก็รู้และในอีกไม่กี่ปีหลังจากนี้มิเนอร์วาจะเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นอย่างถ่องแท้‘ใครจะคิดว่าจะได้มาเจอผลงานรุ่นแรกๆของเรคอนที่นี่ ถ้ามีโอกาสเจอคงต้องขอลายเซ็นเก็บไว้ซะหน่อยแล้ว’เชสแสยะยิ้มชั่วร้ายหลังคำนวณกำไรตอนเอาไปขายต่อโดยไม่ทราบเลยว่ามีสายตา2คู่จ้องมองเขาจากฝูงชนริส&เรคอน ในอนาคตจะไม่มีใครไม่รู้จักชื่อนี้ พวกเขาคือบริษัทที่ครองตลาดผลิตอาวุธเวทมนตร์มากกว่า25%ของดินแดนตะวันตก มีช่างทำอาวุธมากมายต้องการเข้าทำงานที่นี่ ช่างทำอาวุธนับว่าเยอะแล้วลูกค้ากลับเยอะกว่า ว่ากันว่าต่อปีบริษัทนี้รับออร์เดอร์มากกว่า1ล้านออร์เดอร์ และมีอีกนับไม่ถ้วนที่ปฏิเสธไป ราคาสินค้าขั้นต่ำคือ1ล้านริสไม่ว่าจะอะไรพวกเขาล้วนทำได้หมดจะเป็นดาบฝังอัญมณีเวท คทาเวทมนตร์ หรือชุดเกราะเวทมนตร์ที่มีเวทป้องกันระดับตำนานฝังเอาไว้ ถ้าไม่มีกองทัพมอนสเตอร์บุกริส&เรคอนคงครองตลาดมากกว่า50%ไปแล้วของชิ้นที่5และ6ผ่านไปเข้าสู่ชิ้นที่7 อัญมณีสีแดงสดเม็ดโตเท่าไข่ไก่ วางอยู่บนเบาะขนาดเล็ก เพราะสีของมันทำให้เชสระลึกถึงใครบางคน พนักงานอธิบายๆที่มาของมันรวมถึงศัพท์คุณต่างๆ ก่อนจะเปิดให้แต่ละคนเขียนราคา“นี่พ่อหนุ่ม ไม่สนใจอัญมณีนี่หน่อยหรอสวยนา”ลุงคนหนึ่งซึ่งเป็น1ในผู้ร่วมประมูลทักเชสพร้อมรอยยิ้มเป็นมิตรจอมปลอม ไม่ทันจะกล่าวจบดีป้าอีกคนพลันเอ่ยอะไรคล้ายกันออกมาเป็นเชิงเสี้ยมให้เด็กหนุ่มประมูลของชิ้นนี้ หากเชสไม่รู้เรื่องของสินค้าชิ้นสุดท้ายเขาคงเขียนราคาประมูลไปแล้วตามคำบอกของมาทิลด้าผู้เข้าประมูลจะไม่รู้ว่าสิ่งของที่นำมาเข้าประมูลคืออะไรบ้างและจะรู้ที่หน้างานเท่านั้น แต่สำคัญที่สุดคือของชิ้นสุดท้ายตามสติแล้วถ้าไม่ใช่ของที่ดีมากก็แย่มากไปเลย มีอยู่ครั้งหนึ่งของชิ้นสุดท้ายเคยเป็นถึงอุปกรณ์เวทมนตร์ และเช่นกันมีหลายครั้งที่ของชิ้นสุดท้ายเป็นแค่ขนมทานเล่นไม่จำเป็นต้องประมูลใดเพราะมันจะถูกยกให้ผู้ที่มีเงินเหลือมากที่สุดเชสลอบมองคู่แข่งก่อนจะปั้นหน้ายิ้ม ตอนนี้เขาเป็นคนที่มีเงินเหลือเยอะที่สุดตือ20000ริส ขณะที่คนอื่นๆใช้เงินรบรากันกับของชิ้นอื่นๆจนมากที่สุดคือเบอร์8ที่10700ริส‘คิดจะหลอกฉันเพราะเห็นเป็นเด็กหรอ ฉันก็อายุพอๆกับพวกแกแหละเว้ย’ (น่าภูมิใจไหม?)“ไม่ล่ะครับ ผมเพิ่งมาครั้งแรกเลยอยากได้ของชิ้นสุดท้ายน่ะครับ ของนี่ก็เชิญท่านอื่นๆได้เลยนะครับ”เชสพยายามดัดเสียงให้เหมือนเด็กใสซื่อมากที่สุดและได้ผล หลายคนถอดใจและเขียนตัวเลขสูงสุดของตัวเองลงไป แต่บางคนกลับจ้องจับผิดเชสเผื่อเด็กคนนี้จะปาดเอาเค้กทั้ง2ชิ้นไปครอง‘จ้องกันไปเหอะ ฉันนั่งนับอยู่ว่าพวกแกเหลือตังค์กันคนละเท่าไหร่’เชสแสยะยิ้มแง้มโพยในมือขึ้นมาดูบนนั้นมีแถวเรียงตามจำนวนผู้ร่วมประมูล เขาจดเอาไว้ทั้งหมดเผื่อเวลาแบบนี้นอกจากเบอร์8 ก็มีเบอร์3 ที่เหลือมากกว่าหมื่นริส อันดับถัดมาคือ 8400ริส นอกนั้นต่ำกว่า5000 เอาล่ะจะเดินเกมยังไงดีนะ’เชสแอบมองเพื่อประเมินสถานการณ์เบอร์8คือคนแรกที่เขาจ้อง สินค้าก่อนๆเขาลงเล่นแค่พวกของโบราณเท่านั้น มีสิทธิที่จะข้ามอัญมณีเม็ดนี้ไปและเสี่ยงโชคกับสินค้าชิ้นสุดท้าย ส่วนอีกคนคือสุภาพสตรีเบอร์3เป็นผู้หญิง โอกาสที่จะเสนอราคามีมากกว่าคนก่อนหน้ารับรู้ถึงสายตาจ้องมองสุภาพสตรีเบอร์3ค่อยๆหันมายิ้มให้เชส เด็กหนุ่มสะดุ้งพลันส่งยิ้มกลับเป็นมารยาท ผมตรงสีแดงเลือดหมูรับกับผิวขาวเนียนและชุดเปิดไหล่สีม่วงอย่างดี เธอคนนั้นยกแก้วไวน์แดงขึ้นดื่มจนหมดแก้วก่อนจะขยับปากกาเขียนบางอย่างลงกระดาษ‘จะเอาหรอ ไม่สิอาจจะแกล้งเขียนก็ได้ เอาไงดีนะ’ระหว่างกำลังคิดหนักหางตาพลันเหลือบไปเห็นผู้หญิงวัยใกล้เคียงกับชายเบอร์8พูดคุยกับชายเบอร์8 ทั้งสร้อยคอและแหวนบนนิ้วล้วนเป็นสีแดงทั้งหมด‘ภรรยาหรือว่าคนรัก...ใครสนกันเล่าแต่หมอนั่นเอาแน่’เชสรีบเขียนเลขให้มากกว่าจำนวนเงินสูงสุดของชายเบอร์แปดบวกด้วย1 เท่านี้เขาก็ไม่มีทางแพ้ ได้ทั้งอัญมณีกับของชิ้นสุดท้าย เด็กหนุ่มแสยะพลางส่งกระดาษให้พนักงาน“เอาล่ะครับ ถึงเวลาที่ทุกท่านรอคอยผมจะขอประกาศราคาเลยนะครับ ท่านสุภาพบุรุษหลายเลข1 เสนอที่ 4790ริส...”พนักงานประกาศไปเรื่อยๆบางคนก็เทหน้าตัก บางคนตัดสินใจเก็บเงินไว้เผื่อฟลุ๊คชนะรอบหน้าทว่านั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะเชสมีมากกว่า“...ท่านสุภาพบุรุษหมายเลข8 เทหมดหน้าตักที่ 10700ริส ขอบคุณครับ”มาถึงจุดนี้เชสลอบยินดีในใจ เป็นไปตามแผน!!เพียงเท่านี้เขาก็ได้สองชิ้นสุดท้าย‘เชือดนิ่มๆเลย’“ท่านสุภาพบุรุษหมายเลข5 ยินดีจ่ายที่ 10701ริส และสุดท้ายท่านสุภาพสตรีหมายเลข3...”‘ของโบนัสมาหาป๊ะป๋ามา’ในหัวมีแต่ภาพฝันหวานรวมถึงจินตนาการว่าสิ่งสุดท้ายจะเป็นอะไร เสียงสุดท้ายของพนักงานเล่นเอาเด็กหนุ่มชะงักค้าง“...0 ริสครับ ฉะนั้นแล้วหมายความว่าท่านสุภาพบุรุษหมายเลข5จะได้อัญมณีเม็ดนี้ ส่วนท่านสุภาพสตรีหมายเลข3คือราชินีแห่งการประมูลครั้งนี้ครับ”เช่นเดียวกับการประมูลปกติที่ผู้ที่ใช้เงินมากที่สุดจะเป็นราชาการประมูล ในBlind Auction คนที่ได้สินค้าชิ้นสุดท้ายจะได้เป็นราชา/ราชินีแห่งการประมูลภาพในฝันแตกสลายเป็นเสี่ยงๆพร้อมส่งเสียงร้องแปลกๆออกมา เชสไม่อยากเชื่อนี่ขนาดเขาวิเคราะห์มาอย่างดีกลับต้องมาแพ้แบบนี้ เขาตวัดสายตามองผู้ที่แย่งชิ้นเค้กไปจากเขา ราวกับรออยู่นานเธอคนนั้นโบกมือให้เชสไปมา มองชัดๆแล้วอายุน่าจะสัก20ต้นๆเท่านั้น“และสินค้าชิ้นสุดท้ายที่ทุกท่านรอคอยคือ...ขนมเค้ก Red Velvet2ปอนด์จากร้านดังของเมือง เชิญเลยครับ”เสียงหัวเราะเป็นพิธีผสมกับลมหายใจโล่งอกผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ทุกคนต่างคิดพร้อมเพรียงกันว่า ‘ดีแล้วที่ไม่เก็บเงินไว้เพื่อของชิ้นสุดท้าย’“ว้าว โชคดีจริงๆเค้กร้านนี้ขายหมดเร็วซะด้วย”ราชินีกระประมูงรอบนี้กล่าวพลางตักส่วนหนึ่งเข้าปาก ฝูงชนสลายตัวกันอย่างรวดเร็วย้ายไปยังโต๊ะประมูลอื่น เชสถอนหายใจส่วนหนึ่งในใจไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้นี้แม้จะแค่เค้กก้อนเดียวแต่เขากลับเสียรู้ให้กับผู้หญิงคนนี้...เหมือนครั้งที่เผชิญหน้ากับเอลิซาเบ็ธเขาลุกจากเก้าอี้เตรียมจะย้ายโต๊ะกลับถูกเสียงหวานปานน้ำผึ้งเรียกเอาไว้“นี่ เจ้าหนูคนนั้นน่ะ”“หืม”“เมื่อกี้ฉันสนุกมากเลยนะ”สาวผมเลือดหมูเข้ามาด้านหลังเชส ริมฝีปากทาลิปสติกสีม่วงเข้ม นัยน์ตาสีเทาเข้มจนเกือบจะเป็นสีดำ“ฮ่ะฮ่ะ ผมยอมแพ้เลยครับ ไม่นึกว่าจะร้ายกาจขนาดนี้”“ชมเกินไป ฉันแค่มาที่นี่บ่อยแค่นั้นเอง”“งี้นี่เอง อาศัยอยู่ในเมืองนี้หรอครับ”“ใช่ ฉันอยู่แถวๆเขตของชนชั้นสูงน่ะ”ทั้งคู่สนทนาอยู่สักพัก น้ำเสียงนั่นเกือบทำให้เชสเคลิ้มหลายรอบถ้าไม่ติดว่าด้วนหลังมีมิเนอร์วาเฝ้าอยู่ มั่นใจเลยว่าผู้ชายเกือบทุกคนต้องอยากฟังเธอพูดทั้งวันแน่ๆ“จะว่าไปแล้ว เธออยากแก้มือไหมล่ะ”“แก้มือ...กับคุณหรอครับ เอาสิครับ”เชสรีบตอบตกลงทันทีทั้งที่ยังไม่ได้นำข้อเสนอเข้าสู่กระบวนการคิดด้วยซ้ำ ราวกับไม่ว่าเธอจะพูดอะไรเขาจะตอบรับทั้งหมด“แต่ว่าโต๊ะต่อไปที่ฉันจะเล่นน่ะ...”ยังพูดไม่จบประโยคเสียงกระดิ่งดังกังวาลไปทั่วทั้งชั้น ไม่ว่าใครจะทำอะไรอยู่ล้วนหันมาทางเดียวกันหมดนั่นคือ...กลางฟลอร์ ณ โต๊ะไม้หายากทรงรีขนาดใหญ่ผู้จัดการโรงแรมโค้งให้คนทั้งหมด บางคนส่งเสียงเชียร์๘ณะที่คนที่ไม่รู้พยายามถามคนข้างๆ“แขกผู้มีเกียรติทุกท่านกระผม ไมค์ เดลเซนต์ ผู้จัดการโรงแรมแกรนด์ สเฟียร์เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะประกาศว่า Grand Auction Game ที่มีเพียง2ครั้งต่อปีกำลังจะเปิดรับสมัครผู้เล่น ค่าเข้าร่วมยังคงเป็นเช่นเดิมเหมือนทุกปีนั่นคือ 10ล้านริสถ้วน”ว่าจบเสียงโห่ร้องดังจากทั่วทุกสารทิศ ไม่รู้ว่าเป็นเสียงจริงหรือหน้าม้าแต่มันเหมือนกำลังดูแข่งกีฬาในสนามอย่างไรอย่างนั้น“สนใจเล่นกันไหมพ่อหนุ่ม”อารมณ์บางอย่างพุ่งพล่านไปทั้งตัวคล้ายกับตอนที่อยู่ในคฤหาสน์ดยุค ก่อนจะตอบรับคำชวนมือเรียวพลันรั้งไหล่เขาเอาไว้ ทำให้หลุดจากภวังค์“เชส 10ล้านไม่ใช่น้อยๆนะ ถึงเป็นฉันก็ใช่ว่าจะจ่ายให้นายไปเล่นง่ายๆนะ”มิเนอร์วาเอ่ยตำหนิเขาตรงๆ ไม่รู้ทำไมตั้งแต่มาถึงเมืองนี้เชสก็ดูแปลกๆไปราวกับไม่ใช่คนเดิม เด็กหนุ่มแทบสะอึกในใจบังเกิดความรู้สึกผิดจนเขาต้องเอ่ยขอโทษคู่หู กระนั้นลึกๆในใจความต้องการชนะยังคงอยู่“ถ้าอย่างงั้น เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จ่ายให้ไหม”“ท่านมาทิลด้า”จะเป็นคนอื่นไปไม่ได้นอกจากมหาจอมเวทสายลม มาทิลด้าในชุดราตรีสีแดงสดสะกดสายตาทุกท่านให้หันไปมองมหาจอมเวทเป็นตาเดียว หากไม่รู้มาก่อนว่าเธอเป็นใครมาจากไหนเชสคงเป็นอีกคนที่แอบมองเธอ“ขอโทษทีนะ มาช้าไปหน่อยพอดีกำลังเลือกชุดอยู่น่ะว่าแต่กำลังคุยเรื่องสนุกกันอยู่นี่นา ขอพี่สาวร่วมแจมด้วยสิ”มิเนอร์วารีบปฏิเสธอย่างสุภาพ“รบกวนเปล่าๆค่ะ”“ไม่เอาน่า ในเมื่อน้องเชสสุดที่รักอยากสนุกกับเกมก็ปล่อยไปเถอะ...เดี๋ยวพี่สาวเปย์เองไม่ต้องห่วง ข้อแลกเปลี่ยนอย่างเดียวคือตลอดการเดินทางครั้งนี้ต้องมานั่งตักพี่สาว รวมถึงตอนไปเมืองหลวงก็ต้องมาเยี่ยมด้วยเช่นกัน ตกลงไหม”“ตกลงครับ!!”แทบไม่ต้องคิดเชสตอบรับทันทีไม่ทันที่มิเนอร์วาจะห้าม เธอได้แต่แอบเศร้าอยู่ในใจโดยไม่มีใครเห็นเว้นเพียงสุภาพสตรีหมายเลข3ที่ลอบฉีกยิ้มในใจ “ในเมื่อตกลงแล้วงั้นทางฉันของตัวก่อนนะ ยังมีเวลาอีกพักใหญ่กว่าเกมจะเริ่ม”จบประโยคสาวปริศนาพริ้วกายจากไป“เดี๋ยวครับ”เธอเบนใบหน้าครึ่งหนึ่งหันกลับมาตามเสียงเรียก“คุณชื่ออะไรหรอครับ”“อา นั่นสินะ เรียกฉันว่า ‘เบ็ตตี้’ แล้วกัน”ทุกคนมองร่างอรชอนในชุดม่วงจากไปมีเพียงมาทิลด้าเท่านั้นที่ทำท่าพยายามดมกลิ่นจางๆที่เหลือทิ้งไว้“อะไรกันเนี่ยกลิ่นนี้อีกแล้ว”
    .......................................................................................ถ้าวันไหนผมอยากลงสองตอน อยากให้ลงวันเสาร์หรืออาทิตย์ครับ

    คล้ายกับเรื่องMagic X Knight REVERSE ที่คุณอ่าน