ตอนที่ 20 รางวัลนำจับ (6)
จางเทียนหยางกำลังจะทักทายนาง กลับนึกไม่ถึงว่าจู่ๆ เมี่ยวหลานจะก้าวขึ้นมากอดเขา!
การกระทำนี้ไม่เพียงทำให้จางเทียนหยางงุนงงไม่เข้าใจ กระทั่งเสวี่ยสวินที่อยู่ข้างกันยังคิดไม่ถึง!
จ้าวเมี่ยวหลานดูเหมือนไม่ได้สังเกตเห็นท่าทีที่แปลกไปของคนทั้งสอง จดจ่อแต่เพียงซบศีรษะลงในอ้อมอกจางเทียนหยาง พลางกล่าวคำ “พี่ชาย ท่านรู้หรือไม่ว่าหลานเอ๋อร์เป็นห่วงมากเพียงใด! ได้ข่าวว่าท่านพบเจออันตรายระหว่างทาง บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่”
พูดจบเมี่ยวหลานก็เงยหน้าขึ้นมองดูเขาอย่างละเอียดอีกครั้ง สำรวจขึ้นบนลงล่างอยู่พักหนึ่ง ราวกับต้องการดูว่าเขาสบายดีหรือไม่
ทั้งยังดูเหมือนคิดถึงเป็นอย่างยิ่ง ทันใดนั้นนางก็นึกบางอย่างขึ้นได้ เมี่ยวหลานชี้ไปทางโคมประทีปเหล่านั้น นัยน์ตาทอประกายเขินอายทว่าแฝงความคาดหวังเฝ้ารอ มองมายังเทียนหยางพร้อมกล่าวคำ “ท่านดูโคมประทีปเหล่านั้นสิ งามหรือไม่ ล้วนเป็นข้าทำเองกับมือ...”
ท่าทางนี้ดูราวกับหญิงสาวกำลังบรรยายความคิดถึงคะนึงหาที่มีต่อคนในดวงใจ ชวนให้คนอดไม่ได้ที่จะใจสั่นไหว
จางเทียนหยางกลับผลักนางออกช้าๆ แววตาสงบนิ่งไร้คลื่นอารมณ์ กล่าวออกไปเพียง “ขอบพระทัยองค์หญิงหลานที่ทรงห่วงใย เพียงแต่เทียนหยางมิใช่คู่ครององค์หญิง หวังว่าองค์หญิงหลานจะพบเจอคนที่คู่ควรฝากฝังชีวิตได้ตลอดไป!”
ครั้นได้ยินถ้อยคำ สีหน้าจ้าวเมี่ยวหลานพลันเย็นชาลง ดวงหน้างามเผยร่องรอยความเศร้า ตนถูกปฏิเสธหรือนี่ องค์หญิงสายตรงแห่งแคว้นจ้าวผู้สูงศักดิ์อย่างนางถูกปฏิเสธอย่างนั้นหรือ
เมี่ยวหลานโคลงศีรษะก้าวถอยหลัง จ้องมองเทียนหยางอย่างไม่เชื่อสายตา
ทันใดนั้นหางตานางก็เหลือบเห็นเสวี่ยสวินที่ยืนนิ่งเงียบไม่เปล่งวาจามาตลอด ภาพคนทั้งสองพูดคุยหัวเราะกันก่อนหน้านี้พลันปรากฏขึ้นในสมอง
ครั้นนึกถึงท่าทีอบอุ่นสนิทสนมของญาติผู้พี่ยามอยู่เบื้องหน้าจ้าวเสวี่ยสวิน แล้วคิดถึงความเย็นชาเฉยเมยที่มีต่อตนในยามนี้ เมี่ยวหลานเพียงรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างสุดแสน เอ่ยถามน้ำตาคลอเบ้า “เพราะพี่หญิงสวินใช่หรือไม่ ท่านถึงได้ไม่ชมชอบข้า!”
จางเทียนหยางกำลังจะเอ่ยตอบ กลับถูกเสวี่ยสวินแย่งพูดขึ้นก่อน “หลานเอ๋อร์เจ้าเข้าใจผิดแล้ว ข้ากับเขาเพียงมีไมตรีต่อกันฉันพี่ชายน้องสาว เจ้าอย่าได้คิดมากไป...”
ครั้นเอ่ยจบก็รู้สึกว่าบรรยากาศตอนนี้กระอักกระอ่วนเหลือเกิน อีกทั้งนางยังรู้จักนิสัยเมี่ยวหลานดี จึงไม่อยากอธิบายมากความ รีบร้อนเดินออกไปพลัน!
จางเทียนหยางได้ยินคำพูดของเสวี่ยสวิน ในใจก็นึกขุ่นเคืองไม่น้อย ซ้ำยังเห็นนางรีบสาวเท้าเดินไป ทันใดนั้นก็ไม่สนใจเมี่ยวหลานที่ยังรอคอยคำตอบ มุ่งตรงไปหาเสวี่ยสวินทันที
โคมประทีปในทะเลสาบยังคงส่องแสงวูบไหว มีเพียงจ้าวเมี่ยวหลานที่ถูกทอดทิ้งให้หลั่งน้ำตาท่ามกลางสีของราตรีเพียงลำพัง
…
“สวินเอ๋อร์! สวินเอ๋อร์!..”
จางเทียนหยางรีบเดินมาตลอดทาง ในที่สุดก็ตามมาทันจ้าวเสวี่ยสวิน เขารั้งนางไว้แล้วเอ่ยถาม “หรือสวินเอ๋อร์ยังคงไม่เข้าใจความในใจของข้า”
ไหนเลยจะรู้ ครั้นเสวี่ยสวินได้ยินถ้อยคำ คู่นัยน์ตาพลันหม่นแสงลง ปัดมือเขาออกจากท่อนแขนตน ถอยหลังออกไปหลายก้าว หลังเว้นระยะห่างกับอีกฝ่ายแล้วค่อยเอ่ยคำขึ้น
“พี่ชาย ท่านเป็นคนดี! หลานเอ๋อร์รู้สึกลึกซึ้งต่อท่าน เทียบกับสวินเอ๋อร์แล้ว ท่านคู่ควรได้ครองรักกับสตรีเช่นนี้ตลอดชีวิตมากกว่า!”
พูดจบนางก็ค่อยๆ ยกมือขึ้นถอดปิ่นระย้าทองคำรูปดอกท้อนั้นออกจากมวยผม นำไปวางลงในมือจางเทียนหยาง
พอเห็นอีกฝ่ายถือปิ่นระย้าไว้ในมือด้วยสติหลุดลอย เสวี่ยสวินก็มองดูเขาอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง ก่อนหันหลังเดินหายเข้าไปในม่านราตรี
ความในใจของญาติผู้พี่ นางไหนเลยจะไม่รับรู้!
เพียงแต่ภายในใจนางมีพี่ใหญ่เซี่ยงอยู่แล้ว เขาปฏิบัติต่อนางเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าสุดท้ายรังแต่จะเป็นการทำร้ายตัวเอง สู้ตัดมิตรภาพความผูกพันส่วนนี้ไปเสียแต่เนิ่นๆ อยู่กับคนที่ปฏิบัติต่อเขาด้วยใจจริงดีกว่า!
ปิ่นปักผมอันนั้นก็คู่ควรเป็นของคนที่จะจับมือประคองแขนด้วยกันกับเขาไปตลอดชั่วชีวิต...
กระทั่งเสียงฝีเท้าของเสวี่ยสวินเคลื่อนห่างไปไกลแล้ว จางเทียนหยางจึงค่อยได้สติกลับมา ทอดมองตามทิศทางที่นางจากไป สีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว นิ่งเงียบไร้กระแสเสียง
เพราะเหตุใด สตรีที่เขาปักใจรักมั่นถึงต้องการให้เขาอยู่กับผู้อื่นไปชั่วชีวิต เหตุใดต้องใจร้ายกันเพียงนี้!
หัวใจจางเทียนหยางปวดร้าวยากทนไหว ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมเนิ่นนาน ในที่สุดก็ทนไม่ไหวแหงนหน้าขึ้นมองฟ้าพรูลมหายใจยาว จากนั้นเก็บปิ่นระย้าไว้ในอกเสื้ออย่างแผ่วเบา พลันชักกระบี่ออกมากวัดแกว่งไปมาว่องไวท่ามกลางแสงจันทร์เย็นเยือก ใช้สิ่งนี้ระบายความเจ็บปวดในหัวใจ!
คล้ายดั่งมีเพียงการร่ายรำเพลงกระบี่และมุ่งสมาธิจดจ่อกับทุกกระบวนท่าเท่านั้น จึงสามารถทำให้เขาลืมเลือนเงาร่างที่จากไปไกลนั้นได้!
หนทางชีวิตคนยาวไกล วาสนาพบพานและจากไป หารู้ไม่ว่าแม้ใต้หล้านี้จะมีสตรีผูกใจปฏิพัทธ์ต่อเขามากเพียงใด เขาก็ต้องการแค่นางร่วมเดินไปกับตนจนสุดทาง! เขาเต็มใจที่จะติดอยู่ในวังวนหมื่นพันภพเพื่อโฉมสะคราญผู้นั้นเพียงคนเดียว!