“นางคนนั้นคือคนในคำทำนายหรือเปล่า”
“นายน้อยไปช่วยนางมาด้วยหรือ”
“นางดูเหมือนคนทั่วไปมากกว่า คงไม่ใช่คนในคำทำนาย”
“ไปดูกันทุกคน”
หลังจากเท้าทั้งสองข้างแตะพื้นดินอีกครั้ง ผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นรีบวิ่งเข้ามาเพื่อมุงดูฉันกันยกใหญ่ เหมือนกับหน้าร้านมีป้ายปักไว้ว่าลดราคาทั้งร้านอย่างนั้นแหละ
“นางมาแล้ว” แขนฉันถูกดึงให้ออกจากวงล้อมของฝูงชน “ข้าตั้งตารอท่านมาตั้งนาน ขอนายน้อยให้ออกไปลุยด้วย นายน้อยก็ไม่อนุญาต”
“ดะ เดี๋ยวก่อนสิ นี่มันอะไรกันฉันงงไปหมดแล้ว” ฉันสะบัดแขนให้หลุดจากพันธนาการของอีกฝ่าย “และอีกอย่างฉันไม่ใช่ผู้หญิงในคำทำนายอะไรนั่นด้วย ฉันช่วยอะไรคนที่นี่จากจอมมารไม่ได้ เข้าใจไหม!” ใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าดูใเล็กน้อย ก็ใครมันจะไปอดกลั้นเอาไว้ได้ ฉันเกิดมาไม่ได้มีหน้าที่มาต่อสู้บ้าบออะไรที่นี่สักหน่อย ฉันมีแม่ที่รอฉันกลับไป โลกอีกฟากต่างหากที่เป็ที่ที่ฉันจะต้องไปต่อสู้ ไม่ใช่ที่ในจินตนาการบ้าๆ นี่ หรือเผลอๆ ฉันอาจจะแค่กำลังนอนหลับฝัน ฉันต้องรีบตื่น ต้องหาทางปลุกตัวเองให้ตื่น
“ใจเย็นลงก่อน” เสียงนุ่มนวลชวนฟังบวกกับฝ่ามือแสนอบอุ่นราวกับแสงตะวันยามเช้า ความรู้สึกสงบได้กลับมาแทนที่ความคิดสับสนวุ่นวายในใจอีกครั้ง “เ้าแค่กำลังลมปราณตีกัน ธาตุทั้งสองไม่สมดุล นั่งลงก่อนข้าจะไปนำชาอุ่นๆ มาให้” พูดเสร็จร่างบางในชุดสีเขียวอ่อนก็หายวับไปในทันที ทิ้งฉันให้นั่งอยู่บนม้านั่งหินริมสวนไว้เพียงลำพัง
บรรยากาศอันเงียบสงบ เสียงสายน้ำไหลเอื่อย นกน้อยซึ่งกำลังขับขานร้องเพลง สายลมพัดโอนอ่อนปลอบประโลมต้นไผ่ซึ่งถูกปลูกเรียงกันเป็ทิวทัศน์ยาว ราวกับกำแพงของธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่ง มันก็งดงามด้วยตัวมันเอง
“ที่นี่เงียบสงบดีจัง”
“มาแล้ว มาแล้ว” เสียงร้องดังมาแต่ไกล ฉันได้ยินเสียงของเ้าตัวก่อนเห็นเงาบางในชุดสีเขียวสะดุดตาเสียอีก “อานี่”
“อะไร?” ฉันมองแก้วชาใบเล็กๆ ในมือของเธอ “ฉันไม่ดื่มชา” พร้อมตอบปฏิเสธในทันที
“คนเราต้องมีครั้งแรกเสมอ” เธอประคองถ้วยชาในมือของฉันขึ้นจ่อปาก จนฉันต้องจำใจยกชาถ้วยนั้นซดลงคออย่างห้ามไม่ได้ “รสชาติจะติดลิ้นหน่อยๆ แต่กลิ่นหอมนี่แหละ มันเป็ตัวปูให้ชาชนิดนี้ขายดีที่สุด”
จริงอย่างที่ผู้หญิงคนนี้พูด รสชาติอาจจะไม่ค่อยคุ้นลิ้นเท่าไหร่ แต่ความหอมของชาถ้วยนี้ ต้องยอมรับว่าหอมจนติดปลายจมูกเลย ฉันเริ่มลองเปิดใจค่อยๆ จิบชา และดื่มด่ำกับกลิ่นหอมซึ่งโชยอ่อนๆ สักพักสมองอันยุ่งเหยิงสับสนก็เข้ารูปเข้าร่างไปพร้อมๆ กันกับน้ำชาที่หมดแก้ว
“ขอบคุณนะ เออ...”
“ห่าวตู๋ ข้าชื่อห่าวตู๋” เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของห่าวตู๋แล้วก็อดนึกถึงใครบางคนไม่ได้จริงๆ “แล้วเ้าล่ะชื่ออะไร”
“ฉันชื่อองศา”
“องศา... ชื่ออะไรเรียกยากเสียจริง” ใบหน้าของห่าวตู๋มู่ทู่ทันทีเมื่อต้องออกเสียงตัวอักษรที่เธอไม่คุ้นปาก “อืม... ข้ารู้แล้วว่าจะเรียกชื่อเ้าไม่ให้ยากสำหรับลิ้นข้าได้ยังไง”
“มันก็ไม่ได้เรียกยากขนาดนั้น” ฉันมองห่าวตู๋แล้วยิ้ม สงสัยชื่อฉันจะเป็อะไรที่ออกเสียงยากสำหรับคนที่นี่สินะ
“ศาเออ ศา ศา ซา ข้าจะเรียกเ้าว่า...ซาเอ๋อ”
“ซาเอ๋อหรือ?” น้ำเสียงคุ้นเคย ใบหน้าคมคายและรอยยิ้มที่มักจะพิมพ์อยู่บนใบหน้าดวงนั้นเสมอปรากฏขึ้น
“คารวะนายน้อย” ห่าวตู๋ยิ้มจนแก้มแทบปริ เมื่อเห็นนายน้อยซึ่งหายตัวไปจากหุบเขา ไร้การติดต่อกลับมายืนยิ้มอยู่เบื้องหน้าตน “ข้าตั้งให้นางเอง ชื่อนางเรียกยากไปหน่อย ข้าเลยตั้งชื่อที่พอจะคล้องจองกับชื่อจริงของนางให้ใหม่ นายน้อยคิดว่าเป็อย่างไรบ้าง”
“ข้าชอบชื่อนี้ เรียกแล้วเหมาะกับแม่นางดี” อะไรกันรอยยิ้มแบบนี้ “วันนี้ข้าต้องรีบลงเขาไปจัดการธุระสำคัญ ห่าวตู๋จะเป็คนดูแลแม่นางแทนข้าสักระยะ”
“ข้าน้อยจะดูแลแม่นางซาเอ๋อให้ดีที่สุด นายน้อยไม่ต้องกังวล”
“ข้าฝากเ้าด้วย” เขาเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับห่าวตู๋ ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหูของฉัน “ข้าน้อยหวังว่าแม่นางซาจะไม่ทำข้าน้อยผิดหวัง”
เขาเดินจากไปด้วยฝีเท้าเนิบช้า แต่กลับทิ้งะเิลูกใหญ่ไว้ให้ถือ ห่าวตู๋กำลังจ้องหน้าฉันด้วยใบหน้าตกตะลึง เครื่องหมายคำถามผุดขึ้นบนหัวสาวน้อยคล้ายดอกเห็ด
“นายน้อยพูดอะไรกับแม่นางหรือ” ใบหน้าน้อยมีความอยากรู้อยากเห็นเต็มเปี่ยม
“ก็แค่บอกให้ฉันตั้งใจทำอะไรสักอย่างนี่แหละ ฉันเองก็ฟัง ฟังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่”
“แต่ท่าทีนายน้อยดูใกล้ชิดกับแม่นางมากเลยนะ”
“เลิกเรียกแม่นางๆ ได้แล้ว” ทำไมเด็กสมัยนี้ชอบถามซักไซ้อย่างกับขึ้นศาลข้อหาขโมยหัวใจกันนะ “ฉันบอกชื่อเธอไปแล้ว คราวหลังก็เรียกชื่อจริงแทนสรรพนามเถอะ”
“ถึงข้าจะงงๆ กับภาษาพูดแสนแปลกประหลาดของแม่นาง แต่ข้าก็พอจะรู้ว่าแม่นาง้าให้ข้าเรียกชื่อแทนคำว่าแม่นาง ข้าแปลถูกหรือไม่”
“ถูกต้อง”
คนที่นี่ยิ้มกันทุกเวลาเลยหรือไง ช่างดูมีความสุขอะไรขนาดนั้น
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะพาซาเอ๋อไปดูห้องของเ้าก่อนเป็อันดับแรก แล้วค่อยไปหาศิษย์พี่”
อย่างน้อยๆ ก็พักเื่เครียดไปสักประเดี๋ยว บางครั้งก็ตลกกับโชคชะตาเหมือนกัน ฉันกำลังดำเนินไปตามแผนการที่วางเอาไว้ ต่อรองเื่ของแม่อย่างดิบดี ป่านนี้อะไรที่นั่นคงพังหมดไม่เหลือชิ้นดี มีทางเดียวในตอนนี้ที่พอจะทำได้ ก็คือหาทางกลับไปยังอีกโลกที่ฉันจากมา และฉันจะต้องตามหาต้นสายปลายเหตุของเื่วุ่นๆ พวกนี้ให้ได้
สุดท้ายก็จบมันเพื่อกลับบ้าน ก็แค่ต้องหาลาสบอสให้เจอเท่านั้นเอง
โปรดติดตามตอนต่อไป