หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 73

    ขณะที่สินอยู่บนดอยข้อความภายในมือถือก็ดังขึ้นมา และแน่นอนว่ามันมาจากเบอร์ที่ไม่สามารถระบุเลข และที่มาของปลายสายได้ ข้อความนั้นปรากฏลอยอย่างเด่นชัด ภายในหน้าจอ ‘ทุกอย่างพร้อมแล้ว... จัดการทุกๆอย่างให้เสร็จสิ้นภายใน 12 ชั่วโมง’ สินรู้ได้ในทันทีเลยว่ามันมาจากพ่อแม่ของเขา ที่จะต้องเริ่มแผนการตามที่พวกเขาได้ตกลงหารือกัน สินไม่รอช้ารีบเก็บของเพื่อเตรียมตัวลงไปในทันที ในระหว่างที่ขับรถอยู่นั้นเอง เขาก็ได้อธิบายอะไรบางอย่างให้กับหลินหลินได้รับฟัง มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับแผนการทางการเงิน และธุรกิจของพวกเขาที่กำลังจะทำร่วมกัน หลินหลินเองก็รับปากว่าจะจัดการให้ การเงินทั้งหมดที่เป็นส่วนแบ่งของเขาจะถูกโอนเข้าสู่บัญชีต่างประเทศที่สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อป้องกันการตรวจสอบได้ส่วนหนึ่ง และแน่นอนว่าเขาก็ไปเปิดบัญชีมาแล้วด้วย จากนั้นตัวตนต่างๆของสินจะค่อยๆหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดน่าจะเป็นพี่ดาวและพี่โอ๊ต แต่สินก็หาช่องทางให้กับพวกเขาไว้แล้ว สินจะให้พวกเขารักษาผลประโยชน์ทางการค้าให้กับเขา และจ้างเป็นรายเดือนสัญญาเป็นรายห้าปีเลยทีเดียว เรื่องนี้เขาได้คุยกับพี่โอ๊ต และพี่ดาวก่อนหน้านี้แล้ว อีกอย่างหนึ่งทั้งสองก็รู้ตัวตนของเขามาบ้างเล็กน้อยแล้ว จึงเข้าใจสิ่งที่เขาจำเป็นจะต้องทำ แต่จู่ๆจะหายไปเลยมันก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัยเกินไป สินยังต้องปรากฏตัวออกมาบ้าง แต่เพื่อความปลอดภัยก็จะน้อยลงให้ได้มากที่สุด ร้านที่เชียงใหม่ก็ให้เหล่าแม่บ้านทำงานของพวกป้าๆต่อไป โดยเซ็งร้านให้ไปทำกันเองเลย โดยที่สินไม่ได้หวงสูตรที่พวกเขาเรียนรู้ไป ส่วนอรก็รีบจัดการอะไรของตัวเองให้เรียบร้อยเช่นกัน เพราะตอนนี้พ่อแม่ของสินได้รับเธอเป็นลูกสาวคนหนึ่งด้วยเช่นกัน จึงทำให้เธอต้องย้ายตามพวกเขาไป รวมถึงตัวของหลานสาวตัวน้อยที่จะต้องลาออกจากโรงเรียนอีกด้วย ตอนนี้สินได้เดินทางมาถึงยังบ้านของตัวเอง ก่อนที่จะไปปิดบัญชีธนาคารของตัวเองทั้งหมด เดือดร้อนไปถึงผู้จัดการธนาคารต่างๆอีกไม่น้อย กว่าจะเคลียร์กันจบ เขาก็เหลือเวลาเพียงแค่ 6 ชั่วโมงเพียงเท่านั้น จากนั้นสินก็ไปร่ำลาบุคคลที่รู้จักพอเป็นพิธีการ แต่เขาก็ไม่ได้บอกตรงๆออกไป เพียงแค่เอ่ยในทำนองที่ว่าเขาจะต้องเดินทางรอบโลก คงจะไม่ได้เจอกันอีกสักระยะหนึ่ง จากนั้นก็ไปเคลียร์เรื่องเงินของพี่โอ๊ตและพี่ดาวต่อไป ก่อนจะไปพวกเขาก็ได้วางแผนกันสี่คน รวมถึงหลินหลินด้วย เรื่องงานของบริษัทจ้าว สินเซ็นเอกสารลับบางอย่างให้แก่พวกเขาทั้งสอง เพื่อให้สามารถเป็นตัวแทนในการจัดการเงินได้บางส่วนจากผลกำไรของเขา จากนั้นสินก็เอ่ยลาทุกๆคนไป เพราะตอนนี้มันก็ใกล้จะหมดเวลาแล้ว ในตอนนี้มีเพียงสองคนที่เขายังไม่ได้ไปหา นั่นก็คือคนที่ช่วยเหลือเขามาโดยตลอดอย่างเฮียเฮ้ง และหมวยน้องสาวอันเป็นที่รัก แต่เมื่อเขาไปถึงที่บ้านของเฮียแกกลับไม่พบใครเลยสักคนหนึ่ง สินรู้สึกแปลกใจ แต่ก็ไม่ลืมที่จะทิ้งโน้ตเป็นจดหมายเล็กๆไว้ให้กับพวกเขาทั้งสอง ก่อนจะจากไป และแล้วเวลานั้นก็มาถึง ประตูห้องนอนของเขาที่ตอนนี้มันได้ว่างเปล่าลงแล้ว ก็ถูกเปิดออกมา ปรากฏพ่อแม่ของเขา สิน อร และหนูไอซ์ต่างไม่ลังเลเลยที่จะเดินเข้าไป พวกเขายิ้มให้แก่กันก่อนที่จะหายเข้าไปภายในประตู.... หนึ่งเดือนผ่านไปไวอย่างกับตาเห็น….“พวกเจ้าจงให้ความสำคัญกับงานนี้ให้ดีๆ... สำนักมังกรฟ้าของเราจะทำการเปิดตัวท่านปัญญารุ่นที่สองภายในงานเลี้ยง.. อย่าให้มีอะไรผิดพลาดเด็ดขาด” ผู้นำของสำนักมังกรฟ้าได้ประกาศเสียงดังลั่นออกมาที่สำนัก เมื่อประมาณเดือนก่อน จู่ๆเขาที่เป็นผู้นำก็ได้บังเอิญพบเจอกับชายคนหนึ่งที่มีอายุราวๆเด็กมหาวิทยาลัย แต่เขาก็พึ่งจะมาทราบว่าชายคนนั้นแหละ คือบุคคลที่เขาได้ตามหามาตลอดตามความเชื่อที่ถูกส่งต่อๆกันมาจากรุ่นสู่รุ่นชายผู้สามารถเรียนรู้ได้ทุกสิ่ง ชายที่สามารถเรียนรู้ได้เร็วราวกับปีศาจ ชายผู้มีหนังสือติดตัวไว้เสมอๆ และนั่นมันตรงทั้งหมดกับชายที่เขาได้พบเจอ ในตอนแรกเขาก็ไม่ได้อยากจะเชื่อเท่าไหร่ แต่เมื่อให้ท่านปัญญารุ่นที่สองนี้ได้ลองใช้พลัง ก็สามารถรู้ได้ในทันทีว่าเขานี่แหละคือของจริง ปัญญารุ่นที่สองนี้มีชื่อว่า เสี่ยวปอ ลูกครึ่งไทยจีนที่อยู่อาศัยกับมารดาเพียงลำพังในจังหวัดเชียงใหม่ เสี่ยวปอถูกนำตัวมาเพื่อเข้ารับการเรียนรู้ และเตรียมพร้อมสำหรับบุคคลที่จะขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดของเหล่าสำนักปราณทั้งสี่ และคอยจัดการปัญหาต่างๆที่จะเข้ามารุมล้อม นับวันเสี่ยวปอจากเด็กที่บ้านไม่ค่อยมีฐานะอะไรก้าวเข้าสู้ชีวิตพลิกผันได้มีทุกสิ่งทุกอย่างตามที่เขาได้ปรารถนา จากเด็กที่ถ่อมตัวกลายเป็นดั่งคุณชายผู้เอาแต่ใจ หลังจากทราบความสำคัญของตัวเอง แม้ว่าเขาจะมีทุกสิ่งที่สำนักมังกรฟ้าให้มา แต่เขาก็ยังต้องการทุกๆสิ่งอย่างแท้จริง งานเปิดตัวของเขาในวันนี้จะต้องเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจมากอย่างแน่นอน และเขาจะต้องทำมันให้ดีที่สุด ภายในงานเปิดตัวของเสี่ยวปอนั้น เขาจะต้องยืนอยู่กลางเวที เพื่อที่จะได้แสดงความสามารถให้สำนักอื่นๆได้เห็น และยอมรับในตัวของเขา ออร่ารัศมีคุณชายเด่นออกมาแต่ไกลๆ เมื่อเขาเดินมาเข้าร่วมงานนั้น เหล่าบรรดาสมาชิกของหน่วยมังกรฟ้าได้คุ้มครองเขาเป็นอย่างดี ทำให้ผู้คนเกิดความสงสัยว่าชายผู้นี้เป็นใครกัน ทำไมสำนักมังกรฟ้าถึงได้ให้ความสำคัญมากมายขนาดนั้น เสี่ยวปอเดินเข้ามาอย่างองอาจ ก่อนที่จะนั่งลงเก้าอี้ประจำของตัวเองที่ทางสำนักมังกรฟ้าจัดเตรียมไว้ ภาพภายในงานเลี้ยงแห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็นส่วนๆอย่างชัดเจน ออกเป็นตามสำนักต่างๆคนละมุม และแน่นอนว่ามันก็ถึงเวลาแล้ว สำหรับงานเปิดตัวในครั้งนี้ พิธีกรที่เป็นคนของสำนักมังกรฟ้าก็ได้เดินขึ้นมา ท่ามกลางเวทีที่อยู่ตรงกลางของแต่ละฝ่าย“สวัสดีท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน.. ท่านผู้ฝึกตน.. ท่านเจ้าสำนักต่างๆ... วันนี้ที่เราเรียนเชิญทุกๆท่านเข้าร่วมชุมนุมในครั้งนี้ก็เพื่อเป็นเกียรติ และยอมรับกับบุคคลที่เราแสนต่างรอมานานที่จะได้พบกับท่าน.. ท่านปัญญารุ่นที่สอง..ท่านเสี่ยวปอครับ” พิธีกรกล่าวออกมาอย่างนั้น แน่นอนว่ามันสร้างแรงตกอกตกใจให้กับผู้คนที่ได้ยิน“จริงหรือเนี้ย.. ไม่น่าล่ะ ทำไมเหล่าพวกมังกรฟ้าถึงได้เลิกตามหาท่านปัญญารุ่นที่สองอย่างกะทันหัน.. มันเป็นเพราะว่าเขาแอบซ่อนตัว และปิดเงียบเอาไว้นี่เอง” เจ้าสำนักพยักฆ์ขาวได้กล่าวออกมา พร้อมกับมองไปทางเสี่ยวปอที่กำลังเดินเข้ามากลางเวที เสียงปรบมือที่ดังลั่นออกมาจากทุกๆคนที่อยู่ตรงนั้น เสี่ยวปอก็ได้แอคเท่ห์ไว้ก่อน ด้วยการโบกมือทักทายพวกเขาไป และมาหยุดที่กลางเวทีแต่มันก็ยังมีอีกสองสำนักที่ยังไม่ได้ทำอะไร นั่นก็คือสำนักหงส์เพลิงที่ยังนั่งอยู่กับที่ไม่ได้ลุกขึ้นเลยแม้แต่คนเดียว และอีกสำนักหนึ่งนั้นก็คือสำนักเต่าทมิฬที่ไม่ได้สนใจอะไรเลย เอาแต่กินเลี้ยงกันต่ออย่างไม่สนใจใคร ผู้นำสำนักมังกรฟ้าที่ได้เห็นอย่างนั้น ก็รีบเตือนแก่สำนักทั้งสองให้ทำความเคารพในตัวของเสี่ยวปอ เมื่อเสี่ยวปอได้ยินอย่างนั้น ก็ได้โมโหอย่างใหญ่หลวง แต่ก็ต้องเก็บเรื่องนั้นเองไว้ก่อน“มิเป็นไร.. หากพวกเขาได้เห็นพลังของข้า.. พวกเขาก็จะเชื่ออย่างสนิทใจเอง” เขาพูดออกมาก่อนที่จะทำให้หนังสือของตัวเองลอยขึ้นมา ก่อนที่จะหน้าหนังสือจะค่อยๆปัดไปอย่างรวดเร็ว เสี่ยวปอโชว์ความสามรถหลากหลายอย่างไป แต่สำหรับหงส์เพลิงก็ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจ ได้แต่นั่งมองดูเสี่ยวปออย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นเดิม รวมถึงสำนักเต่าทมิฬด้วยเช่นกัน จนทำให้ผู้นำสำนักมังกรฟ้าอารมณ์เสีย และตะโกนขึ้นมาว่า“พวกเจ้าทั้งสองสำนักจะทำตัวหยาบช้าไปถึงไหน... ท่านที่อยู่ตรงหน้าพวกเจ้า ท่านคือท่านปัญญารุ่นที่สอง ทำไมพวกเจ้าถึงยังเฉยชาไม่ทำความเคารพแก่ท่าน.. หรือว่าพวกเจ้าลืมบุญคุณ และคำสั่งเสียของท่านบรรพบุรุษพวกเจ้าเสียแล้ว”
    error loadedแก้เครียดกันสักหน่อยยยยยย