จ้าวฮุ่ยเจิน องค์ชายใหญ่มีตำแหน่งเป็นรัชทายาท
บัดนี้นั่งกระสับกระส่ายไปมาด้วยใจอันร้อนรุ่ม เฉินเซียวผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในราชสำนักกลับไม่มีทีท่าจะสนับสนุนเขาอย่างจริงจัง
ฮองเฮาองค์ใหม่ที่แทนที่พระมารดาของตนก็เป็นที่โปรดปราณของพระบิดา ก็ไปถือหางข้างฮุ่ยซิ่วที่เคยมีทีท่าไม่เอาไหนมาก่อน แต่จู่ๆ ก็แสดงความสามารถและวิสัยทัศน์ออกมา แถมเป็นองค์ชายคนเดียวที่มีขุนนางแม่ทัพสนับสนุน
องค์ชายรอง จ้าวฮุ่ยหมิง แม้ไม่มีทีท่ากระด้างกระเดื่องกับตน แต่ก็เต็มไปด้วยความไม่จริงใจ เพื่อซื้อใจฮุ่ยหมิงแล้ว ตนมอบนางกำนัลหน้าตาดีในตำหนักตนเองไปร่วม 7-8 นางแล้วสำหรับไปรับใช้ปรนสวาทฮุ่ยหมิง ที่เหลืออยู่ก็มีแค่บ่าวที่มีแต่รอยเฆี่ยนตี กับโดนบ่าวชาวและองครักษ์ในตำหนักชำเราเสพสมกามจนไม่ใช่ของใหม่
ยิ่งกับองค์ชายเจ็ด จ้าวฮุ่ยหวงยิ่งแล้ว .. เขาไม่มีจุดอ่อนให้เอาชนะ แถมยังเป็นเสี้ยนหนามสำคัญคอยทิ่มแทงช่วงชิงตำแหน่ง เสียงเล่าลือในราชสำนักมีออกมาบ่อยครั้งว่า พระบิดาทรงชื่นชมฮุ่ยหวงบ่อยๆ และบ่นทีเล่นทีจริงว่า ถ้าไม่ติดว่าติดค้างมารดาของฮุ่นเจิน ก็ว่าจะให้ฮุ่ยหมิงเป็นรัชทายาท
บัดนี้เขาคล้ายเดินบนขวากหนามคนเดียวไม่มีคนหนุนหลัง ตำแหน่งนี้จะหลุดลอยไป ก็แค่รอจังหวะที่เขาทำอะไรพลาด หรือไม่ทำอะไรเลยจนไร้ผลงานนั่นเอง
สักครู่ก็มีรายงานว่า หลิวกงกงขอเข้าพบ
ฮุ่ยเจินรีบเชิญ
“คารวะองค์ชาย”
“หลิวกงกง เราคนกันเอง เชิญนั่งก่อน...ท่านใยต้องมาพิธี ท่านอุตส่าห์เดินทางมา มีเรื่องอันใดชี้แนะข้า”
เมื่อทั้งคู่นั่งลง น้ำชาก็ยกมาวางให้
“ทูลองค์ชาย...พักนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”
“ไม่มากไม่น้อย ขอบคุณที่เป็นห่วง”
“มีนอนไม่หลับบ่อยๆ ใช่หรือไม่”
“อา..กงกง ท่านทราบ?”
“กระหม่อมไม่ต้องทราบ ก็สมควรทราบ...ว่าท่านต้องกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นแน่ วันนี้กระหม่อมมีหนทางทำให้ท่านนอนหลับมาแนะนำ”
“โอ..กงกงโปรดชี้แนะ”
“องค์รัชทายาททราบใช่มั้ย ว่ากระหม่อมรับใช้ฮองเฮา”
“ย่อมทราบ ขออภัยที่กล่าวตามตรง ยังแอบคิดเลยว่ากงกงจะมาแนะนำการใดให้ข้าจริงๆหรือ”
“ไม่แปลกที่ท่านจะคิด แต่กระหม่อมเองก็อยู่ใกล้พระนาง ดุจใกล้พญาหงสาที่กายมีแต่เปลวเพลิง แผดเผาร้อนแรงอันตรายยิ่งกว่าผู้ใด พระนางเชี่ยวแผนการ มีวิชายุทธ์ติดตัว ชำนาญการรับรู้ถึงยาพิษต่างๆยากในการรับมือ ยิ่งยามนี้มีขุมกำลังที่เกื้อหนุนกันและกัน ใครก็อย่าอาจเอาไข่ไปกระทบหิน”
“อา..งั้น ท่านทำไมถึงช่วยข้า”
“คนของข้าเคยทำงานกับท่าน ยังได้รับเมตตาบ่อยๆ”
“ออ จำได้ๆ กงกงแต่ละท่าน ..พวกเขาล้วนช่วยข้าไว้ได้เยอะเลย”
“ดังนั้นวันนี้องค์รัชทายาทประสบภัยไหนเลยกระหม่อมจะนิ่งนอนใจ”
“มีภัย? ฮ่ะๆ ท่านกงกง ข้ายังไม่ย่ำแย่ขนาดนั้น”
“องค์ชายรองออกห่าง องค์ชายห้าแสดงผลงาน องค์ชายเจ็ดเป็นที่โปรดปราณ ไต้เท้าเฉินเซียวนิ่งเฉย ฮองเฮาองค์ใหม่ถือข้างองค์ชายห้า ท่านยังว่าไม่เป็นอะไรหรอกรึ”
“ข้า....”
“เรื่องนางกำนัลที่ตาย มีคนระแคะระคายแล้ว”
“ผู้ใด? ผู้ใดระแคะระคาย?!”
“องค์ชายเจ็ด ฮุ่ยหวงอย่าลืมว่าเขาวางสายของเขาไว้ทั่วสารทิศเรื่องนี้จะช้าเร็วต้องรู้ถึงเขากระจ่างแน่ เมื่อนั้นฝ่าบาทก็คง... ...”
“อ่า...งั้น ข้าจะหาทางเก็บกวาดเรื่องนี้”
“ไม่ง่ายเช่นนั้น ท่านอย่าลืม องค์ชายรองก็รู้เห็นเรื่องท่านมาตลอด”
“แต่เขาก็แลกกับการที่ข้าส่งนางกำนัลรับใช้ไปปรนเปรอเขาแล้วนี่ ถ้าเรื่องของข้าแดง เรื่องของเขาก็เช่นกัน”
“เรื่องของเขา? ... สมสู่นางกำนัล เที่ยวลักเอาภรรยาชขาวบ้านมาหลับนอน อย่างดีก็ชวดตำแหน่งรัชทายาท โดนลดเบื้อหวัดรายได้ที่ดิน ไหนเลยเทียบได้กับทำคนตายไปหลายสิบชีวิต ท่านไม่เพียงหลุดจากตำแหน่ง ยังอาจต้องโทษสาหัสอีกด้วย แม้ไม่โดนประหาร ก็อาจโดนเนรเทศ หมดหนทางอยู่สุขสบาย”
“!?”
ฮุ่ยเจินฟังถึงตรงนี้ เขาทกระจ่างจัดเลยว่า ฮุ่ยหมิงนั้น หากคิดจัหักกับเขา ย่อมแลกแล้วคุ้มค่ากว่าเป็นไหนๆ
หลิวกงกงกล่าวต่อ
“หากองค์ชายรองร่วมมือกับองค์ชายเจ็ดเมื่อขึ้นครองราชย์ ก็อาจได้รับการอภัยโทษเพิ่มขวัญกำลังในฐานะผู้ผลักดันองค์ชายเจ็ดแม้ไม่มีอำนาจล้นฟ้า แต่แค่องค์ชายเจ็ดส่งสตรีไปปรนเปรอเขาไม่ขาด เขาจะยังต้องการสิ่งใดอีก”
“กงกง งั้นข้าควรทำเช่นไร?”
“ท่านจะเอาวิธีอ้อมที่แยบยล แต่นานกว่าจะได้ผล หรือเอาวิธีตรง ที่หยาบไปหน่อยแต่ได้ผลไวกันล่ะ?”
“ถ้าวิธีแยบยล?...”
“ก็คือจับมือองค์ชายห้า กำจัดองค์ชายรองโดยยืมมือเขา องค์ชายรองที่โดนองค์ชายห้าเปิดโปง ไหนเลยนึกถึงท่านคิดพาดพิง แน่นอนเขาต้องมาขู่ท่านให้ช่วยเขาไม่งั้นจะเปิดโปง ถึงตอนนั้นก็กำจัดเขาซะ อ้างว่าเขาหมดหนทางจึงมาฆ่ารัชทายาทที่คอยทำตัวเหนือเขามาตลอด”
“แบบนั้น ข้าก็ต้องเข้าหาน้องห้า?”
“มิอาจไม่ใช่ ท่านต้องเอาใจเขา ช่วยเหลือผลักดันเขา ภายหน้าครองราชย์หนุนเขาเป็นอ๋องรีบให้ตำแหน่งที่ทำให้เขาไม่สามารถแย่งบัลลังก์ท่านแต่ก็อยู่สุขสบาย ไม่เป็นขี้ปากขุนนางและประชาชน”
“แล้ว.......”
“ฮืม...ถ้าท่านหมายถึงวิธีตรงล่ะก็...”
“วอนกงกงโปรดชี้แนะ”
“ทุ่มเทกำลัง สังหารองค์ชายเจ็ด”
“หา? กำจัดน้องเจ็ด ข้าเกรงว่าไม่ง่าย”
“ไม่ง่าย แต่หากสำเร็จจะเกินคุ้ม หากเขาตายองค์ชายรองจะหวาดกลัวดุจเชื่อไก่ให้ลิงดู เขาที่สิ้นไร้ไม้ตอกไหนจะกล้ากับท่านอีก ทีนี้ก็จะเหลือแค่องค์ชายห้า”
“แล้วจะต้องทำยังไงกับน้องห้า? ต้องฆ่าเขาด้วยมั้ย?”
“นั่นมิจำเป้น แต่ต้องฆ่าแม่ทัพเซียว”
“ฆ่าเซียวลู่เอิน?”
“มิอาจไม่ฆ่า เขาคือขุมกำลังขององค์ชายห้า และเป็นตัวเชื่อมสัมพันธ์กับฮองเฮา”
“เข้าใจแล้ว แบบนี้เอง แต่...ฆ่าเซียวลู่เอินไม่ใช่ง่ายๆ ข้าเคยลองแล้ว”
หลิวกงกงหรี่ตาลงเล็กน้อยสงบชั่วครู่จึงกล่าวต่อ
“นั่นคือแผนขั้นต่อไป แผนตรงหน้าคือกำจัดฮุ่ยหวง ช้าไม่ได้”
“เหตุใดจึงเร่งรัดนัก”
“ท่านคงได้ยินข่าวลือในราชสำนักมาแล้วกระมัง องค์รัชทายาท”
นั่นคือข่าวลือที่ฮ่องเต้ชมฮุ่ยหวงองค์ชายเจ็ด
“ได้ ข้าจะเตรียมการ ขอบคุณกงกงที่ชี้แนะ”
“ไม่เป็นไร อ้อ ข้าไม่เคยมาที่นี่นะ”
“อ่อ...อ่อ...ใช่ๆ ท่านไม่เคยมา ไม่มีใครแวะเวียนมาเลย”
............
หลิวกงกงออกมา หลบเข้าซอกซอย และเข้าทางลับที่จัดแจง โดยไม่มีใครตามมาเลยจากตำหนักของฮุ่ยเจิน
จากนั้นเข้าสู่โรงเก็บข้าวสารที่หนึ่ง เอาสันมือเคาะ แล้วดีดนิ้วเป็นจังหวะเบาๆ
จากนั้นประตูเปิดออก
เมื่อเข้ามา ก็มีคนพาลงห้องใต้ดิน
“ได้ผลมั้ยท่านกงกง?”
หนิงเอ๋อถาม
กงกงประสานมือตอบ
“เขาเลือกแผนตรง”
ฮุ่ยซิ่วยิ้ม
“เป็นดังคาด คนแบบมันใจคออำมหิต จิตใจร้อนรนฟุ้งซ่าน ไหนเลยจะอดรนทนรอไหนโดยไม่ฆ่า”
หลิวกงกงกล่าวต่อ
“ยังมี ... เขายืนยันแล้วว่าคือคนที่ส่งคนมาฆ่าท่านแม่ทัพเซียวและแม่นางหนิงเอ๋อ”
หนิงเอ๋อพยักหน้ายิ้ม
“ถึงเขาไม่บอก เราก็รู้ แต่ได้เขายืนยันกับปาก งานเรายิ่งง่าย”
ฟางเหนียงกล่าวต่อ
“นี่เพราะได้ฮองเฮาช่วย ชักชวนฝ่าบาทคุยเรื่ององค์ชายแต่ละคนเมื่อเอ่ยชมองค์ชายเจ็ดก็ชักนำให้ชมยืดยาวแม้นฝ่าบาทสงสัยถามว่าฮองเฮาสนับสนันองค์ชายห้า ไหนเลยชวนให้ชมองค์ชายเจ็ด พระนางกึ่งแสร้งกึ่งตรงไปตรงมากล่าวว่าหากไม่รับทราบว่าองค์ชายเจ็ดดีเช่นไรในสายพระเนตรฝ่าบาท จะหนุนองค์ชายห้าให้แข่งขันได้อย่างไร นี่เองทำให้พระนางเอาคำเหล่านี้ทำทีเดินคุยผ่านพวกขุนนางที่กำลังเข้าประชุม จนเป็นเหตุให้ข่าวลือนี้แพร่ออกไปและเป็นข่าวลือที่เมื่อฝ่าบาททราบก็ไม่ได้โต้แย้งเพราะกล่าวจริงทุกคำนั่นเอง”
ลู่เอินกล่าวเสริม
“เมื่อนั้น ฮุ่ยเจินที่คุกคามฮุ่ยหวงทำให้ฮุ่ยหวงโต้กลับเอาคืน นอกจากห้ำหั่นกันเองโดยเราไม่ต้องเหนื่อยแล้ว ยังทำให้ฮุ่ยหวงเผยขุมกำลังที่ซ่อนเร้นไว้ได้อีกด้วย”
หนิงเอ๋อพยักหน้า
“ถ้าไม่รู้เขารู้เราไหนเลยรบร้อยจะชนะร้อย ปฏิบัติการขึ้นต่อไป เริ่มได้”