บทที่ 11 เคล็ดวิชากระบี่พิฆาต!
"หือ? พี่ใหญ่ฉางอันงั้นรึ?"
หลิวเหิง หวังกาง และอู่หงต่างมองหน้ากัน จากนั้นก็พากันหัวเราะลั่น
หลิวเหิงเตะเฉินเสวียนกระเด็นไปด้วยเท้าข้างเดียว พร้อมกับเยาะเย้ยว่า "เฉินฉางอันงั้นรึ? ตัวเขาเองยังเอาตัวไม่รอด ยังอยากจะมาช่วยเ้าอีกหรือ? ฮ่า ๆ ๆ ช่างน่าขันเสียจริง!"
"ถูกต้องแล้ว เขาเป็แค่ผีเร่ร่อนในราตรีที่น่าสมเพชเท่านั้น!”
“เพียงแค่สตรีที่หมายปองหมั้นกับตระกูลจวิน เขากลับไร้คุณธรรม ใช้ให้ผู้าุโในตระกูลออกหน้าสังหาร!”
“ชิชิ… เกรงว่าอีกไม่กี่วัน โทสะของตระกูลจวินจะตกลงบนตระกูลเฉินของพวกเ้า!”
“ถึงตอนนั้นเกรงว่าจะถูกฆ่าล้างตระกูลจนไม่มีผู้ใดรอดชีวิต น่าสงสาร น่าเวทนายิ่งนัก!"
หวังกางหรี่ตามองพลางเอ่ยเยาะเย้ย
"พวก… พวกเ้า! แค่ก ๆ..."
เฉินเสวียนล้มคว่ำบนพื้นดินเย็นเยียบ รู้สึกโกรธจนกระอักเืออกมาหลายคำ
หลิวเหิงพลันเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเหยียบเท้าขวาลงบนศีรษะของเฉินเสวียนอย่างเชื่องช้าพลางเอ่ยว่า "ศิษย์น้องเฉินเสวียนไม่ต้องพูดถึงพี่ใหญ่ของเ้าที่สูญเสียพลังยุทธ์ไปหรอก แม้ว่าเขาจะฟื้นคืนพลังได้แล้วอย่างไรเล่า?”
“พวกข้าทั้งสามล้วนเป็ตระกูลใหญ่ในเมืองหลวง มีองค์ชายรองหนุนหลัง แม้ว่าวันนี้จะฆ่าเ้าตาย พ่อเ้าก็ไม่กล้าแม้แต่จะผายลม เ้าเชื่อหรือไม่?"
"..." ข้ากัดฟันกรอด ไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้
นับั้แ่เฉินฉางอันหายตัวไป บรรดาสานุศิษย์ตระกูลเฉินในสำนักต้าโจวต่างพากันเก็บตัวเงียบ
เหล่าศิษย์ในสำนักแบ่งออกเป็ระดับ
ซึ่งหมายถึงระดับพลังยุทธ์ของศิษย์ทั้งสี่ขั้นคือ ขั้นแก่นทองคำ ขั้นกาฬพิศวง ขั้นปฐวี และขั้น์ ตามลำดับ
เฉินเสวียนเป็เพียงศิษย์ขั้นกาฬพิศวงย่อมมิอาจเทียบได้กับศิษย์ขั้นปฐวีอย่างทั้งสามคนนี้
นับั้แ่สองวันก่อน มีข่าวลือว่า เฉินฉางอันสังหารจวินอู๋เจี้ยน พวกนี้ก็เริ่มรังแกศิษย์ตระกูลเฉิน ทำให้เฉินเสวียนรู้สึกเจ็บใจยิ่งนัก!
“เหอะ วันนี้ข้าฆ่าพวกเ้าสามคนเสีย เชื่อหรือไม่ ว่าตระกูลของพวกเ้าก็มิอาจแม้แต่ผายลมออกมาได้”
ทันใดนั้น เสียงเย็นเยียบดังขึ้นด้านหลังทั้งสาม ทำให้พวกเขาทั้งร่างเย็นเยียบ
“ผู้ใดช่างกล้าอวดอ้างเช่นนี้!”
หลิวเหิง หวังกาง และอู่หงต่างเดือดดาล พวกเขารีบหันกลับไปมอง
ทันใดนั้น ทั้งสามก็ชะงักงัน
แล้วร้องเสียงหลงออกมาพร้อมกัน “เ้า... เฉินฉางอัน!”
เฉินฉางอันไม่สนใจทั้งสาม ค่อย ๆ เดินมาหยุดอยู่ข้างกายเฉินเสวียน
“พี่... พี่ใหญ่...”
ดวงตาของเฉินเสวียนวัยสิบห้าปีพร่าเลือน เมื่อเห็นเฉินฉางอันมาอยู่เคียงข้าง แม้ถูกกดขี่ข่มเหงอย่างไร เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ แต่ในยามนี้ น้ำตากลับเอ่อคลออย่างไม่น่าเชื่อ
หลิวเหิง หวังกาง และอู่หงต่างนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกตัว
หลิวเหิงเบ้ปากอย่างเหยียดหยาม “โอ้… ที่แท้ก็เฉินฉางอันผู้ถูกสวมเขา!”
“เหตุใดเ้าถึงไม่รีบหนีไปซ่อนตัว”
เฉินฉางอันย่อตัวลง ตรวจดูอาการาเ็ของเฉินเสวียน จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้น มองไปยังคนทั้งสามด้วยแววตาเ็า "ว่ามา… พวกเ้าอยากตายแบบไหน"
"ฮ่า ๆ ๆ น่าขันยิ่งนัก!" หลิวเหิงหัวเราะอย่างดูแคลน "เฉินฉางอัน เ้าไม่มีพลังยุทธ์แล้วไม่ใช่หรือ? แค่ได้อาศัยบารมีในตระกูลฆ่าจวินอู๋เจี้ยน ก็คิดว่าจะข่มขู่พวกข้าได้แล้วหรือ?"
"ใช่แล้ว เ้าก็รู้อยู่แก่ใจว่าได้สร้างความแค้นกับตระกูลจวินจนถึงตายแล้ว หรือว่ายังคิดจะสร้างความบาดหมางกับตระกูลหลิว ตระกูลหวัง และตระกูลอู่อีก? เ้ากล้าหรือ กล้าฆ่าพวกข้าหรือ? เหอะ แค่เสือกระดาษ*[1]!"
หวังกางเยาะเย้ย
ในสายตาของพวกเขา ตอนนี้ตระกูลเฉินในแคว้นต้าโจว มีทางรอดทางเดียวคือต้องผูกสัมพันธ์กับตระกูลอื่น ๆ เพื่อความอยู่รอดเท่านั้น!
"ห้ามทำเื่โง่เขลาเช่นนี้ จนไปทำให้ตระกูลอื่นต้องขุ่นเคืองอีกเด็ดขาด"
"ท่าน… ท่านพี่… พวกมัน… พวกมันปล้นเอาศิลาจิติญญาของข้า… แล้วยัง… ดูถูกตระกูลเฉินของเรา" เฉินเสวียนเอ่ยทั้งน้ำตาคลอเบ้า แววตานั้นช่างน่าสงสารยิ่งนัก
"เอาละ ตั้งใจฟื้นฟูพลังเถิด อย่าได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดอีก" เฉินฉางอันขมวดคิ้ว ก่อนจะป้อนยาฟื้นฟูาแให้เฉินเสวียนหนึ่งเม็ด
จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ ยืนขึ้น
ในมือของเขาปรากฏกระบี่เ้าพยัคฆ์ออกมา ก่อนจะฟาดฟันออกไป!
ฉัวะ!
“เคล็ดวิชากระบี่พิฆาต... กระบี่สังหารฉับพลัน”
ชั่วพริบตาเดียว ศีรษะของหลิวเหิงก็ลอยละลิ่ว ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนก
“เคล็ดวิชากระบี่พิฆาต... กระบี่ผ่าปลิดิญญา!”
ฉึก!
คมดาบของเฉินฉางอัน พุ่งทะลุไปราวกับสายฟ้าฟาด ทะลวงผ่านลำคอของหวังกางในชั่วพริบตา!
อ๊ากกก!
เสียงคำรามดังกึกก้อง ศีรษะของหวังกางแหลกสลายไร้ชิ้นดี!
ในพริบตาเดียว ร่างของเฉินฉางอันก็ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของอู่หง!
"เคล็ดวิชากระบี่พิฆาต... กระบี่เฉือน์!"
ฉวัะ!
ราวกับขุนเขาล่มสลาย พลังกดดันมหาศาลพุ่งลงมาในทันที!
ในขณะที่คมดาบฟาดฟันลงมา ร่างกายของอู่หงก็ไม่อาจต้านทานแรงกดดันอันมหาศาลนั้นได้ ร่างกายของเขาแตกเป็เสี่ยง ๆ ในทันที!
หลังสังหารคนไปสามคนติดต่อกัน เฉินฉางอันจ้องมองไปข้างหน้าด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก
ซู่ ๆ ๆ!
ครานั้น บุรุษร่างสูงสามคนก็ปรากฏกายขึ้นอย่างรวดเร็ว
เฉินฉางอันหรี่ตามองบุรุษทั้งสามเบื้องหน้าอย่างพิจารณา
บุรุษทั้งสามล้วนเป็ศิษย์ระดับสูง มีพลังยุทธ์อยู่ในขั้น์ พวกเขาคือพี่ชายของทั้งสามคนที่นอนตายเกลื่อนพื้นอยู่ในตอนนี้
เมื่อเห็นเศษเนื้อและสภาพศพอันน่าสยดสยองของน้องชาย บุรุษทั้งสามก็ตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล
"เฉินฉางอัน! เ้ากล้าฆ่าน้องข้ารึ!"
"เฉินฉางอัน! เ้าคลุ้มคลั่งเกินไปแล้ว! หรือเ้าอยากเป็ศัตรูกับตระกูลหลิวของข้า!"
เฉินฉางอันพลันกล่าวเย้ยหยัน "พวกมันรุมทำร้ายน้องชายของข้าก็สมควรตาย!"
กล่าวจบ เขาก็ค่อย ๆ ยกกระบี่เ้าพยัคฆ์ในมือขึ้น "พวกเ้าอยากตายตามไปก็เชิญ!"
"อวดดีนัก!"
ศิษย์เอกตระกูลหลิวผู้หนึ่งเอ่ยปากด้วยความโกรธ มือของเขามีกระบี่ขึ้นมาเล่มหนึ่ง พุ่งแทงเข้าใส่ลำคอของเฉินฉางอันในทันที
“เคล็ดวิชากระบี่พิฆาต… กระบี่ผ่าปลิดิญญา!”
ฉึก!
เฉินฉางอันใช้กระบวนท่าที่แปลกประหลาดแทงดาบเข้าใส่ลำคอของศิษย์ตระกูลหลิวได้ในพริบตา!
"อึก… เ้า..." ศิษย์ตระกูลหลิวผู้นั้นมองดูลำคอของตนเองที่ถูกแทงทะลุ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ส่วนอีกสองคนกัดฟันแน่น "เฉินฉางอัน เ้ากล้าสังหารคน!"
"ตระกูลเฉินของเ้าจบสิ้นแล้ว เ้ายังกล้าสังหารคนในตระกูลข้าอีก!"
แต่สิ่งที่ตอบโต้พวกเขาคือกระบี่ของเฉินฉางอันที่ฟาดฟันออกไป!
การโจมตีนี้หนักหน่วงและทรงพลัง กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวประดุจดังขุนเขากระแทกเข้าใส่ร่างกายของพวกเขาอย่างรุนแรง!
ตู้ม!!!
“อ๊ากกกก!”
เสียงร้องโหยหวนอย่างน่าอนาถดังกึกก้อง พวกเขาที่ยกเพียงแค่แขนขึ้นมากั้นไว้ แต่แขนของพวกเขากลับแหลกสลาย ร่างกายที่เหลืออยู่ถูกกระแทกจนกระเด็นออกไปไกล!
เฉินฉางอันติดตามไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหยียบคอของชายคนหนึ่งอย่างแรง แล้วค่อย ๆ บดขยี้ลงไป
ดวงตาของเขาหรี่ลง ภายในแววตาฉายแววเย็นเยียบน่าสะพรึงกลัว "ผู้ใดบังอาจรังแกคนของตระกูลเฉิน ผู้นั้นต้องตาย!!!"
สิ้นคำ เฉินฉางอันก็ชูกระบี่ขึ้น ก่อนฟาดฟันลงมาอย่างรวดเร็ว!
ฉึก!
ทันใดนั้น ศีรษะของศิษย์ขั้น์ก็ถูกตรึงลงกับพื้น
"เฉิน... เฉินฉางอัน... เ้า... เ้า..." ชายอีกคนที่เหลืออยู่ตื่นตระหนกจนดวงตาแทบถลนออกมา แม้แต่พูดก็ยังพูดไม่เป็ภาษา
ความหวาดกลัวอย่างรุนแรงก่อตัวขึ้นในจิติญญาของเขาอย่างบ้าคลั่ง เขารีบหยิบหินส่งเสียงออกมา แล้วะโด้วยความหวาดผวาว่า "ผู้าุโ... ช่วยข้าด้วย... มีคนจะฆ่าข้า... ช่วยข้าด้วย... ช่วยข้าด้วย!!”
“อ๊ากกก!”
"หยุดนะ เ้าเด็กน้อย ปล่อยเขาเดี๋ยวนี้!!"
ครานั้นเอง บุรุษร่างกำยำทั้งหกก็เหาะทะยานมาดุจสายฟ้าแลบ
พวกเขาล้วนเป็ถึงขั้นราชัน์!
ผู้ฝึกตนถึงขั้นราชัน์ ย่อมสามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ชั่วครู่
ส่วนบุรุษทั้งหกที่รุดหน้ามานั้น ก็คือผู้าุโคุ้มกันของเหล่าศิษย์ตระกูลหลิว ตระกูลหวัง และตระกูลอู่
“ท่านผู้าุโ ช่วยข้าด้วย!”
ผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวร้องลั่นด้วยความหวาดผวา เมื่อเห็นผู้มาใหม่ จึงบังเกิดความรู้สึกโล่งใจประหนึ่งรอดพ้นจากความตายมาได้
ทว่าในชั่วพริบตา เฉินฉางอัน ก็ยกเท้าขึ้นเหยียบจนกะโหลกศีรษะของเขาจนแหลกละเอียด!
“ช่างบังอาจ! เ้ากล้าดีอย่างไร!!”
ผู้าุโทั้งหกเบิกตากว้าง จ้องมองเฉินฉางอันด้วยความเหลือเชื่อ
ไม่คิดเลยว่าแม้พวกเขาจะมาถึงแล้ว เหล่าศิษย์ในตระกูลก็ยังคงต้องมาตายด้วยน้ำมือของเฉินฉางอัน
เฉินฉางอันปักกระบี่เ้าพยัคฆ์ไว้ข้างกาย พลางกอดอก พ่นลมหายใจอย่างไม่ใส่ใจที่จะตอบคำถาม
ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังเบื้องหน้า เห็นร่างของข้ารับใช้ที่พาเขามาที่นี่กำลังตัวสั่นเทา "เ้า… เข้ามาพาตัวเสี่ยวเสวียนกลับตระกูล"
"อะ... เอ่อ... ขอรับคุณชายใหญ่"
ข้ารับใช้รีบวิ่งเข้ามาประคองเฉินเสวียน "คุณชายน้อย พวกเรากลับกันเถิดขอรับ"
[1] เสือกระดาษ (紙老虎) หมายถึง สิ่งที่ดูน่าเกรงขามแต่ไร้อำนาจและไม่อาจทนการต่อต้านได้