ตอนที่ออกจากบ้านตระกูลอัน เขาถูกส่งกลับไปโดยคนขับรถ จึงไม่ได้เจออันจิ้งอีก
“ทำไมโอวหยางหลานต้องเอาใจฉันขนาดนี้ด้วย ด้วยอำนาจของตระกูลอัน เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เลย” โจวเหวินเห็นว่าในสวนของตระกูลอันมีทหารคอยรักษาความปลอดภัย ในลั่วหยางมีแค่ไม่กี่ตระกูลที่มีอำนาจขนาดนี้
ถ้าบอกว่าโอวหยางหลานต้องการสร้างสัมพันธ์กับเขาเพราะโจวหลิงเฟิง มันก็ดูไม่สมเหตุสมผลเท่าไร
เพราะแม้แต่โจวหลิงเฟิงเองยังเลี้ยงเขาแบบปล่อยอิสระ โอวหยางหลานไม่จำเป็นต้องทำเรื่องยุ่งยากแบบนี้เลย
โจวเหวินคิดไม่ตกจริง ๆ จึงตัดสินใจเลิกคิด อย่างไรเสียเขาก็เป็นแค่ลูกคนจน โอวหยางหลานคงไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากตัวเขาหรอก
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ของหลี่เสวียน หลี่เสวียนก็ไม่ได้อยู่บ้าน หลังจากโจวเหวินมาอยู่ที่นี่หลายวัน ก็แทบไม่ค่อยเห็นหลี่เสวียนอยู่บ้านเลย
โจวเหวินนั่งลงบนโซฟา หยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดดันเจี้ยนรังมดอีกครั้ง เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาออกจากเกมโดยที่ตัวละครสีเลือดยังไม่ได้ตาย จึงเข้าเกมได้ทันทีโดยที่ไม่จำเป็นต้องหยดเลือดลงไปอีก
ตัวละครสีเลือดปรากฏตัวขึ้นตรงจุดที่ครั้งก่อนถอยกลับ โดยรอบมีมดแกร่งจำนวนมากไต่เข้ามา โจวเหวินเรียกมดกระดูกกลายพันธุ์ออกมา แล้วให้ตัวละครสีเลือดขี่มันบุกสังหาร
มดกระดูกกลายพันธุ์แข็งแกร่งเหลือเกิน อย่าว่าแต่มดแกร่งทั่วไปเลย ต่อให้เจอกับมดแกร่งกลายพันธุ์ ก็ผ่าตัวขาดครึ่งได้ด้วยการฟาดขาเพียงครั้งเดียว
โจวเหวินพุ่งทะลวงบุกฝ่าอย่างไม่ลดละ หลังจากสังหารมดแกร่งกลายพันธุ์ตัวหนึ่ง โจวเหวินก็ได้ยินเสียงติ๊งดังขึ้นหนึ่งครั้ง ตอนแรกนึกว่ามีผลึกเกิดขึ้น แต่เมื่อดูอย่างละเอียดก็พบว่าเป็นไข่มดแกร่งกลายพันธุ์
“พบไข่มดแกร่งกลายพันธุ์ อัตราความเข้ากันได้กับมดกระดูกกลายพันธุ์อยู่ที่ 73% ต้องการผสานหรือไม่”
โจวเหวินเลือกปฏิเสธ เนื่องจากการผสานครั้งก่อนให้ผลลัพธ์ที่ไม่ค่อยดี ไม่แน่ว่าการผสานครั้งนี้อาจทำให้มดกระดูกกลายพันธุ์อ่อนแอลงกว่าเดิม โจวเหวินจึงไม่ลองผสาน
หลังจากโจวเหวินเลือกปฏิเสธ ไข่มดแกร่งกลายพันธุ์ก็เข้าสู่โหมดฟักตัวโดยอัตโนมัติ โจวเหวินรู้สึกได้ว่าลมปราณในร่างกายกำลังไหลเข้าสู่ไข่สัตว์คู่หู
การฟักครั้งนี้ราบรื่นมาก ไม่ได้เกิดเหตุการณ์ลมปราณถูกดูดเกลี้ยงเหมือนที่ผ่านมา โจวเหวินดูข้อมูลในเกมพบว่ายังเหลือลมปราณอีกสองแต้ม
หลังจากฟักไข่มดแกร่งกลายพันธุ์สำเร็จ มันก็กลายเป็นรอยสักมดตัวหนึ่งขึ้นที่หลังมือขวาของโจวเหวิน เนื่องจากหลังมือซ้ายมีมดกระดูกกลายพันธุ์แล้ว มันจึงทำได้เพียงเลือกมือขวา
มดแกร่งกลายพันธุ์ ระดับธรรมดา
พลัง : 7
ความเร็ว : 4
ร่างกาย : 7
ลมปราณ : 2
สกิลพรสวรรค์ : หมัดเฮอร์คิวลิส ระดับ 2
ลักษณะแปลงสภาพ : นวมมวย
“สถานะของมดแกร่งกลายพันธุ์ตัวนี้แย่กว่าตัวแรกมาก ไม่ใช่มีประโยชน์ต่อฉันแล้ว น่าเสียดายที่ไม่สามารถเอาของที่ได้จากในเกมออกไป ไม่งั้นเอาไข่สัตว์คู่หูออกไปขายคงได้เงินดี” โจวเหวินรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย
หงุดหงิดส่วนหงุดหงิด แต่การมีผลเก็บเกี่ยวก็เป็นเรื่องน่ายินดี อย่างไรเสียสัตว์เลี้ยงคู่หูระดับธรรมดาก็พบเจอได้ยากมาก
เนื่องจากเสียลมปราณมากเกินไป โจวเหวินจึงไม่ได้ไปหามดบินปีกเงิน เขาเดินวนบริเวณใกล้เคียงก่อน สังหารมดแกร่งจำนวนมาก เก็บผลึกเพื่อฟื้นฟูลมปราณที่สูญเสียไป
หลังจากฟื้นฟูค่าลมปราณจนเต็มที่สิบแต้ม โจวเหวินถึงไปยังตำแหน่งที่อยู่ของมดบินปีกเงิน
ตอนที่เห็นมดบินปีกเงินจากระยะไกล มันกระพือปีกบินเข้ามาอย่างรวดเร็วจนแทบทิ้งเงาติดตาไว้บนหน้าขอเกม
โจวเหวินเรียกมดแกร่งกลายพันธุ์ออกมาโดยไม่ลังเล ให้มันไปจัดการฝูงมดธรรมดาที่อยู่โดยรอบ ส่วนมดกระดูกกลายพันธุ์ถูกโจวเหวินเรียกออกมาในลักษณะแปลงสภาพ
กระดูกสีขาวชุบโลหิตปรากฏขึ้นบนแขนซ้ายของโจวเหวิน ราวกับเป็นโครงกระดูกที่อยู่ข้างนอก ห่อหุ้มทั้งแขนซ้ายรวมถึงมือซ้ายของเขา กลายเป็นสนับแขนกระดูกที่น่าสะพรึงกลัว
สนับแขนไม่เพียงแต่มีคุณสมบัติป้องกัน บนตัวมันยังมีหนามกระดูกอยู่ไม่น้อย ดูน่าเกรงขามมาก
ขณะที่สนับแขนก่อตัวขึ้น โจวเหวินก็สัมผัสถึงพลังที่หลั่งไหลสู่แขนซ้ายของเขา ทำให้พลังที่สะสมอยู่ในแขนซ้ายยิ่งแข็งแกร่งกว่าเดิม จนเขารู้สึกได้ว่าตัวเองระเบิดหินภูเขาได้ในหมัดเดียว
มดบินปีกเงินพุ่งเข้ามาในชั่วพริบตา ปีกสีเงินโปร่งใสกระพืออย่างรวดเร็ว กวาดเป็นเส้นโค้งขึ้นกลางอากาศราวกับเป็นสายฟ้าสีเงิน และแทงขาไปที่หน้าอกของตัวละครสีเลือด
โจวเหวินไม่ได้เพิ่งเคยสู้กับมดบินปีกเงินแค่ครั้งสองครั้ง จึงถือได้ว่าเขาเข้าใจรูปแบบการโจมตีของมันเป็นอย่างดี เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของมัน ก็รู้ว่ามันจะโจมตีไปทางไหน เขาจึงเคลื่อนหลบไปข้าง ๆ ก่อนที่มันจะแทงขาเข้ามา ขณะที่สวนกับมดบินปีกเงิน มือซ้ายที่ถูกห่อหุ้มด้วยสนับแขนกระดูกก็ปล่อยฝ่ามือธุลีออกมา
ด้วยระยะที่ประชิดขนาดนี้ และความเร็วการปะทะของฝ่ามือธุลี โจวเหวินมั่นใจว่าต้องโจมตีโดนแน่นอน แต่ใครจะรู้ว่าปีกสีเงินโปร่งใสทั้งสี่ข้างบนหลังของมดบินปีกเงินกลับส่องแสงสีเงินเจิดจ้า
มดบินปีกเงินที่เดิมทีบินเร็วมากอยู่แล้ว กลับยกระดับความเร็วขึ้นอีกมาก ทั้งที่อยู่ในระยะประชิดขนาดนี้ ฝ่ามือธุลีของโจวเหวินกลับตามไม่ทันความเร็วการบินของมดบินปีกเงิน สัมผัสไม่โดนร่างกายของมันเลย
ในทางกลับกัน ขาของมดบินปีกเงินก็ทะลวงเข้าหน้าอกของตัวละครสีเลือด ทำให้ตัวละครสีเลือดตายทันทีโดยที่ไม่มีโอกาสได้ดิ้นรน
“สกิลประเภทบินงั้นเหรอ” เมื่อเห็นหน้าจอเกมมืดดับลง โจวเหวินไม่เพียงแต่ไม่รู้สึกผิดหวัง กลับรู้สึกตื่นเต้นยิ่งขึ้น
ก่อนหน้านี้มดบินปีกเงินไม่เคยใช้สกิล แต่ครั้งนี้กลับถูกเขาบีบต้อนจนต้องใช้สกิล สิ่งนี้ทำให้โจวเหวินมองเห็นโอกาส
อย่างไรเสียการใช้สกิลจำเป็นต้องใช้ลมปราณเป็นแรงสนับสนุน มดบินปีกเงินไม่มีทางใช้มันได้ตลอดเวลา โจวเหวินแค่ต้องหาวิธียื้อเวลาต่อสู้ เช่นนั้นการสังหารมดบินปีกเงินก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
อีกทั้งมดบินปีกเงินยังมีสกิลประเภทการบิน มันเป็นข่าวดีสำหรับโจวเหวินอย่างไม่ต้องสงสัย เพราะสกิลประเภทการบินพบเจอได้ยาก และมีประโยชน์อย่างมาก
เมื่อเริ่มมองเห็นโอกาส โจวเหวินก็ยิ่งฮึกเหิม เขาใช้เข็มเจาะเลือดหยดลงบนหน้าจอโทรศัพท์ ชุบชีวิตตัวละครสีเลือดแล้วกลับเข้าสู่สมรภูมิอีกครั้ง
เมื่อเผชิญหน้ากับมดบินปีกเงินอีกครั้ง โจวเหวินยื้อเวลาได้สามวินาที ครั้งที่สามที่เผชิญหน้ากับมดบินปีกเงิน โจวเหวินอาศัยการเคลื่อนที่และฝ่ามือธุลีสร้างแรงกดดันต่อมดบินปีกเงิน จนหลบหลีกสกิลของมันไปได้สองครั้ง
โจวเหวินใช้ความตายครั้งแล้วครั้งเล่าแลกกับประสบการณ์ต่อสู้ จนยิ่งเข้าใกล้การสังหารมดบินปีกเงินมากขึ้นเรื่อย ๆ
ในที่สุดโจวเหวินก็แน่ใจได้แล้วว่า มดบินปีกเงินมีขีดจำกัดใช้สกิลได้แค่สองครั้ง ขอแค่โจวเหวินหลบการโจมตีที่รุนแรงที่สุดสองครั้งนั้นได้ เขาก็จะมีโอกาสสังหารมดบินปีกเงิน
เมื่อโจวเหวินเผชิญหน้ากับมดบินปีกเงินเป็นครั้งที่เจ็ด เขาก็เอาตัวรอดจากสองช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดได้สำเร็จ และยังพบโอกาสโจมตี เขาใช้ฝ่ามือธุลีโจมตีใส่ช่วงเอวที่เพรียวบางของมันทันที