หลังจากเดินลมปราณพักผ่อน วันรุ่งขึ้นกังหลงจึงเริ่มออกหาส่วนผสมเพื่อปรุงโอสถซี่หยวน ซึ่งเป็นโอสถระดับสามระดับสูง ส่วนผสมที่ต้องใช้ หญ้าหนวดมังกร โสมอัคคี และแก่นอสูรธาตุไม้ระดับหนึ่ง
สมุนไพรที่นำมาจากห้องโอสถบัดนี้ใช้ฝึกฝนจนหมดสิ้นจำต้องหาเมาเพิ่มเติม กังหลงครุ่นคิด ดีที่ดินแดนในห้องกาลเวลาเปรียบดังโลกอีกโลกหนึ่ง ไม่ทราบว่าเฒ่าเทียนคงผู้เป็นอาจารย์ใช้วิธีการใดถึงสามารถสร้างโลกมหัศจรรย์ขนาดเล็กขึ้นมาเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน
บัดนี้ในโลกแห่งนี้กลับเต็มไปด้วยสัตว์อสูรระดับต่างๆ และสมุนไพรพืชพรรณหายากมากมาย แถมยังอุดมไปด้วยปราณฟ้าดินและพลังจิตวิญญาณตามธรรมชาติ การที่สามารถสรรสร้างสิ่งเหล่านี้ขึ้นมาได้ ไม่ทราบอาจารย์ตนเป็นยอดยุทธจากแห่งหนใด ระดับใดกันแน่
หากสิ่งเหล่านี้เกิดจากการสร้างขึ้นด้วยน้ำมือมนุษย์ สิ่งนี้คงต้องมีจำกัดเวลาในการใช้ ไม่ทราบจะสิ้นสุดหรือหมดสภาพไปเมื่อใด เห็นควรต้องรีบเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากโลกกาลเวลาแห่งนี้ เพื่อยกระดับความสามรถด้านต่างๆ ของตนให้รวดเร็วและสูงขึ้นให้มากที่สุด ส่วนเรื่องชวนสงสัยมากมายเกี่ยวกับอาจารย์ของตนและเรื่องราวต่าง ๆ นั้นคงค่อยว่ากันในภายหลัง
การออกหาส่วนผสมในดินแดนของห้องกาลเวลาครานี้ กังหลงใช้เวลาไปทั้งสิ้นเจ็ดวัน เสาะหาส่วนผสมสำหรับปรุงโอสถยกระดับปราณซี่หยวน รวบรวมได้ถึงยี่สิบชุด พร้อมสมุนไพรอื่นที่หายากและส่วนผสมต่างๆ ที่หายากซึ่งล้วนเป็นส่วนผสมของโอสถชนิดต่างๆ
และที่สร้างความยินดียิ่ง การออกไปครานี้บังเอิญกังหลงสามารถเก็บส่วนผสมที่จะสร้างโอสถยกระดับปราณเมฆินทร์ ซึ่งเป็นโอสถระดับสี่ระดับสูงกลับมาด้วย โอสถระดับสี่ที่สามารถยกระดับปราณยุทธจากระดับครึ่งก้าวสู่ราชันย์ไปจนถึงปราณราชันย์ระดับแปดขั้นสุด ใยจะไม่สร้างความยินดีขึ้นเล่า
ส่วนผสมที่สำคัญที่หายากลำบากในการปรุงโอสถปราณเมฆินทร์ คือแก่นอสูรธาตุไม้ระดับสอง ซึ่งจำเป็นต้องฆ่าสัตว์อสูรธาตุไม้ระดับสองแล้วผ่าเอาแก่นอสูรออกมา
โดยทั่วไปในสัตว์อสูรสิบชนิดจะพบสัตว์อสูรธาตุไม้ได้เพียงหนึ่งชนิด การจะค้นหาให้เจอสัตว์อสูรธาตุไม้ใช่จะง่ายดายไม่ ดีที่ระยะหลังกังหลงฝึกฝนการใช้ปีกฟ้าวายุจนชำนาญทุกอย่าง สามารถโบยบินไปมาว่องไวสุดเปรียบปาน ใช้ปีกโจมตีด้วยพลังสายฟ้าวายุชำนาญขึ้น แม้กระทั่งการหลบหนีป้องกัน และพรางตัวประสบผลเต็มที่ จึงลดปัญหาเรื่องระยะเวลาในการการเดินทางค้นหาไปไม่น้อย
ปัจจุบันหากแม้นเจอคู่ต่อสู่ที่อยู่ระดับเดียวกันแม้กังหลงยังปราศจากทักษยุทธอันยอดเยี่ยมใด ก็สามารถประมือได้อย่างไม่เพลี่ยงพล้ำและสามารถใช้เพียงสายฟ้าวายุจากปีกโจมตีจนชนะได้อย่างง่ายดายเป็นแน่แท้ แม้ต้องเจอกับยอดยุทธระดับปราณราชันย์ตั้งแต่ปราณราชันย์ระดับหนึ่งระดับห้าถึงไม่อาจชนะแต่ก็สามารถหลบหนีถอนตัวจากไปได้อย่างปลอดภัย
การออกไปครานี้กังหลงบังเอิญไปเจอสัตว์อสูรวานรทมิฬคู่ผัวเมียเข้า ตอนจะเข้าไปเก็บผลท้อทมิฬอันเป็นส่วนผสมอย่างหนึ่งของโอสถยกระดับปราณเมฆินทร์
สัตว์ทั้งสองตัวหวงแหนผลท้อทมิฬที่เป็นอาหารโปรดของมันเป็นยิ่งนัก เมื่อเจอผู้ที่คิดหมายจะไปแย่งชิง จึงกระโจนเข้าหมายขยี้เข่นฆ่าให้สิ้น
หลังจากที่ฝึกฝนการใช้ปีกฟ้าวายุมานาน ครั้งนี้นับเป็นคราแรกที่กังหลงพบเจอกับเหตุการณ์จริง ที่จำเป็นต้องต่อสู้และเอาตัวรอดอย่างแท้จริง การฝึกซ้อมกับการลงสนามจริงย่อมแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
" เหตุใดตอนนี้กลับสามารถกลั่นพลังของเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุที่บริสุทธิ์มากักเก็บไว้ได้ด้วยเล่า ข้านึกว่าเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุได้ถูกดูดซึมจนกระจายไปทั่วร่างกายแล้ว"
กังหลงขมวดคิ้วด้วยความสงสัยนิดหนึ่ง คำนึงว่า
"ท่านอาจารย์เพียงช่วยเปิดจุดจักระทั้งหมดให้ข้า และเคยรำพึงให้ได้ยินว่ามีคุณสมบัติอันเลิศล้ำ ยากที่ใครจะพบพานจากการที่สามารถเปิดจักระได้ทั้งหมด แต่จักระทั้งเจ็ดที่ถูกเปิดออกมีคุณสมบัติใดนั้น กลับไม่ได้บอกไว้ให้ชัดเจน ตอนนี้ท่านอาจารย์ก็ไม่อยู่ข้างกาย ข้าคงต้องพึ่งตัวเองค้นหาว่าจักระทั้งหมดสามารถทำอะไรได้บ้าง "
"ดูจากตำแหน่งจักระธาตุสายฟ้าสามารถเก็บพลังบริสุทธิ์ของเม็ดพลังธาตุสายฟ้าวายุที่เป็นประเภทเดียวกันกับธาตุสายฟ้าไว้ได้ มิน่าระยะหลังการใช้งานปีกฟ้าวายุคำรณถึงได้คล่องแคล่วว่องไวไม่ติดขัด และอานุภาพยิ่งเพิ่มพูนขึ้นหลายเท่าตัว "
" หรืออาจมีสาเหตุมาจากจุดจักระที่สามารถกลั่นพลังงานธาตุประจำตำแหน่งจนบริสุทธิ์ และกักเก็บไว้ในจุดจักระได้ ส่งผลให้สามารถใช้งานพลังธาตุนั้นได้เต็มกำลัง เห็นทีต่อไปยามมีเวลาว่างต้องลองเสาะหาเม็ดพลังธาตุแต่ละชนิดมากลืนกินเพื่อเติมเต็มพลังให้จักระแต่ละตำแหน่งดูแล้ว "
"เฮ่อ !! สนใจไปใยตอนนี้รีบปรุงโอสถก่อนดีกว่า หากฝีมือถึงระดับปราณราชันย์ได้ ต่อไปเมื่อมีพลังฝีมือที่กล้าแข็งพอการจะคลี่คลายปัญหาข้อสงสัยต่างๆ คงง่ายดายกว่าตอนนี้มากนัก "
ถอนสมาธิดึงพลังจิตวิญญาณกลับและเริ่มขั้นตอนการปรุงโอสถต่อ ตอนนี้กังหลงคล้ายหลวงจีนเข้าฌาน ใช้พลังปิดทวารทั้งหกไม่ให้มีสิ่งอื่นใดมารบกวนอีกทั้งสิ้น แม้กระทั่งความคิดอื่นใดก็มิอาจเกิดขึ้น
สมาธิจิตทั้งหมดรวบรวมเป็นหนึ่งเดียวทุ่มเทไปกับการหลอมกั่นโอสถทั้งสิ้น ประกายไฟสีน้ำเงินเข้มได้ปรากฎขึ้นที่ฝ่ามืออีกครั้งหลังจากทดลองควบคุมปล่อยออกรั้งเข้าบัดนี้สามารถควบคุมได้ดีกว่าก่อนหน้านี้มากนัก
เมื่อเป็นเช่นนี้เท่ากับการปรุงโอสถซี่หยวน โอกาสสำเร็จนับว่าไม่ต่ำกว่าเก้าส่วนแล้ว เปลวไฟได้ถ่ายเทลงสู่เตากลั่นเมื่อระดับความร้อนและปริมาณไฟเหมาะสมกังหลงเริ่มใส่ส่วนผสมที่ละอย่าง และกลั่นตามขั้นตอน ก่อนหน้านี้เคยปรุงสำเร็จมาแล้วนับว่าขั้นตอนและปัญหาอุปสรรคต่างๆที่จะเกิดขึ้นกังหลงล้วนจดจำขึ้นใจ
ส่วนผสมทั้งหมดล้วนใส่ลงไปจนหมดสิ้น ส่วนผสมแต่ละชนิดโดนไฟหลอมจะละลายกลายเป็นน้ำหลากสีสันไหลไปรวมผสมกันที่กลางเตากลั่น จากหลากสี้โดนเปลวไฟหลอมกั่นจนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาวดุจดังผ้าสีคล้ำโดนฟอกด้วยน้ำยาฟอกขาว
วิ้ว..วิ้ว..วิ้ว... !!
ส่วนผสมสีขาวใสบริสุทธิ์เริ่มหมุนกลิ้งบนเปลวไฟจนเกิดเสียงขึ้น ถึงขั้นตอนนี้ กังหลงถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบใช้พลังปราณบังคับฝาเตากลั่นลอยไปปิดเตากลั่นไว้ ใช้พลังจิตวิญญาณควบคุมเปลวไฟให้ลดความร้อนแรงลงนิดนึง เมื่อฝาเตากลั่นปิดลงราวครึ่งชั่วยามได้ยินเสียง
"ป๊ง..ป๊ง...ป๊ง..."
ดังขึ้น เกิดจากการวิ่งชนเตากลั่นของเม็ดโอสถที่ขึ้นรูปสำเร็จสมบูรณ์เหมือนเช่นที่เคยผ่านมา เมื่อเป็นเช่นนี้กังหลงทราบว่า โอสถยกระดับปราณระดับสามระดับสูงได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว เสียงเม็ดโอสถชนเตากลั่นดังผ่านไปราวยี่สิบลมหายใจก็สงบลง กังหลงใช้พลังปราณควบคุมฝาเตากลั่นให้เปิดออก
"ฟิ้ว...ฟิ้ว...ฟิ้ว"
ปรากฎโอสถเม็ดขาวบริสุทธิ์ดุจไข่มุกวิ่งออกมาจากเตากลั่น กังหลงรีบใช้พลังปราณห่อหุ้มดูดมาไว้ในฝ่ามือนำเก็บไว้ในขวดที่เตรียมไว้
หลังจากปรุงสำเร็จเม็ดแรกกังหลงใส่ส่วนผสมชุดที่สองลงไปดำเนินการปรุงเม็ดต่อไป เม็ดที่สอง เม็ดที่สาม.....