คลื่นใบมีดที่มีร่างสีทองยืนอยู่ด้านบนก็สลายหายไปทันทีหลังคำพูดของผมจบลงไป ทำให้บรรยากาศพลันเงียบลงไปผู้คนมากมายจ้องมายังผมที่ไม่ต่างไปจากสัตว์ประหลาดตัวหนึ่ง
“ฮ่า ฮ่า แกเป็นคนแรกเลยนะที่กล้าท้าทายฉันแบบนี้ ดีมากเห็นแก่ที่แกมีความสามารถฉันจะแสดงพลังส่วนหนึ่งของฉันออกมาก็แล้วกัน”
ด้านหลังของคุณชายเชสก็ปรากฏร่างอวตารที่เป็นหญิงสาวที่มีผมสีฟ้า ดวงตาสีทอง พร้อมกับปีกคู่ที่สยายออกมาเป็นสีฟ้าที่ปกคลุมด้วยรัศมีพลังสีฟ้าอ่อนๆอีกชั้นหนึ่ง
ร่างอวตารเรียกคันธนูสีฟ้าออกมาเล็งมาที่ผมพร้อมง้างออกจนปรากฏลูกธนูที่สร้างจากพลังเวทมนตร์ขึ้นมา
“ฉันให้แกตัดสินใจอีกครั้งว่าจะมอบผู้หญิงพวกนั้นมาให้ฉันคนนี้ไหม และชะตาชีวิตของแกขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของฉันแล้ว”
เมื่อคำพูดของคุณชายเชสหลุดออกมาเหล่าสาวๆของผมก็เริ่มมีอารมณ์โกรธตามมาโดยเฉพาะตัวของลีโนร่าเอง
ผมแสดงท่าทางบอกให้พวกเธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้นแล้วปล่อยให้ผมจัดการเอง
“คำตอบของฉันก็ยังเหมือนเดิม ไม่ มี ทาง”
“ดีมาก ฉันอุตส่าห์ให้โอกาสแกแล้ว แต่แกกลับไม่รับมันไปเอง”
“โอกาส? บางทีนั่นอาจเป็นคำพูดของฉันมากกว่านะ”
ลูกธนูสีฟ้าที่ตอนนี้มีรัศมีพลังงานสีฟ้าแผ่ความหนาวเย็นออกมาก็ถูกปล่อยออกจากคันธนูพุ่งแหวกอากาศมาที่ตัวผมที่กำลังยืนอยู่ ทั้งความรวดเร็วและพลังทำลายล้วนเรียกได้ว่าใครต่อใครที่มองเข้ามานั้นก็ต่างคิดอนาคตเอาไว้ได้เลยว่าผมต้องไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลีแน่ๆ
สลายพลัง
ระหว่างที่ลูกธนูใกล้จะเข้าเป้านั้นหรือก็คือโจมตีที่จะบดขยี้ผม พลังทั้งหมดของลูกธนูสีฟ้าก็หายไปในพริบตาหลังสิ้นสุดคำพูดของผม
"นี่เรียกว่าการโจมตีแล้วอย่างนั้นเหรอ คำพูดที่บอกว่ากำหนดชีวิตของฉันเอาไว้หรือว่ามันเป็นแค่คำพูดลอยๆไปแล้ว?"
"แน่นอนว่านั่นคือการหยั่งเชิง ถ้าแกตายเร็วเกินไปมันก็จะไม่สนุกสิ ยังดีที่เห็นแกไม่เป็นอะไรไปก่อนครั้งนี้ฉันจะใช้พลังทั้งหมดของฉันออกมาเอง"
คุณชายเชสตกตะลึงกับการโจมตีของตนเองที่ถูกผมขับสลายพลังไปท่าทีของผมที่ดูใจเย็นไม่สะทกสะท้านอะไรนั้นเล่นเอาเขาหงุดหงิดขึ้นมา ทำให้คุณชายเชสสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เพราะชายที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่ใช่พวกไร้ประโยชน์ที่เขาพบเจอมาทั้งชีวิตพวกนั้น
คุณชายเชสเรียกร่างอวตารออกมาอีกสองตัว ตัวหนึ่งมีลักษณะชายร่างกำยำบุคลิกท่าทางไม่ต่างจากขุนพล อีกตัวจะเป็นชายหนุ่มที่มีบุคลิกชาญฉลาดมีไหวพริบ รวมกับร่างอวตารที่มีอยู่เดิมก็มีถึงสามตัวสร้างความแปลกใจให้กับฝั่งผมบ้าง
ผมเองก็ลอบมองสังเกตท่าทีของลีโนร่าเธอเองก็ดูตกใจอยู่เล็กน้อยกับการเรียกร่างอวตารออกมาสามร่างของคุณชายเชส เพราะการเรียกร่างอวตารไม่ใช่แค่ทำให้สูญเสียพลังเวทย์ไปโดยเปล่าประโยชน์เท่านั้นกลับทำให้รับภาระด้านจิตใจหนักไปด้วยแต่ดูจากท่าทางคุณชายเชสแล้วก็ไม่มีท่าทีอะไรแบบนั้นให้เห็นกลับมีแต่ความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม
ส่วนถ้าจะสงสัยเรื่องผู้คนที่อยู่โดยรอบนั้นพวกเขาหลบออกไปกันตั้งนานแล้วเพราะถ้าเข้าใกล้มากๆอาจโดนลูกหลงจากพลังโจมตีเกิดขึ้นได้ บ้านเรือนหรืออาคารที่อยู่โดยรอบนั้นก็ไม่จำเป็นต้องใส่ใจอะไรนั่นก็เพราะมันมีมหาเวทย์คอยคุ้มครองอยู่ถึงสามชั้นถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมานั้นก็สามารถป้องกันได้ แน่นอนว่าระดับที่ป้องกันได้เป็นระดับสูงสุดอยู่แล้ว
ยิ่งไม่ต้องถามเรื่องทหารยามประจำเมืองคนพวกนั้นยิ่งไม่ค่อยอยากจะยุ่งกับการต่อสู้ตรงหน้ามากนักเพราะถ้ายุ่งชีวิตการงานของพวกเขาหลังจากนี้ก็คงหมดหวังในทันที ว่ากันง่ายๆเบื้องหลังของคุณชายเชสที่ผมต่อสู้อยู่นั้นยิ่งใหญ่จนใครๆไม่กล้าขัด
ร่างอวตารทั้งสามก็ใช้การโจมตีที่มีลักษณะต่างกันออกไปตามรูปแบบของตนเอง
ชายที่บุคลิกราวกับขุนพลก็ใช้การโจมตีโดยการเหวี่ยงหมัดของตนเองที่ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยพร้อมยืดออกได้ หมัดที่เขาปล่อยออกมานั้นมีสัญลักษณ์ของวงเวทย์สีแดงเข้มขนาดเทียบเท่าความใหญ่ของหมัด
ชายที่บุคลิกชาญฉลาดมีไหวพริบก็ใช้การโจมตีโดยร่ายเวทมนตร์ขนาดใหญ่หรือจะเรียกว่ามหาเวทย์ก็ได้มันคือเวทมนตร์ธาตุแสงที่มีเอกลักษณ์ในตนเอง
หญิงสาวที่เป็นร่างอวตารอีกคนนั้นก็ใช้การโจมตีในลักษณะเดิมเพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบคราวนี้ใช้ลูกธนูถึงสามลูกพร้อมกับลูกธนูเองก็ใช้เป็นลูกธนูที่เรืองแสงสีทองอ่อนๆ
ส่วนผมเองมีเหรอที่จะยืนอยู่เฉยให้อีกฝ่ายใช้การโจมตีออกมาไม่หยุดแบบนั้น ก็นำลูกธนูนั่นที่ได้มาจากคุณชายเชสของการโจมตีก่อนหน้านี้มาจากนั้นก็เรียกคันธนูที่มีเอกลักษณ์ลวดลายอันแปลกประหลาดที่มีพลังงานสีทองอยู่ที่จุดศูนย์กลางของคันธนู
รอบตัวผมที่ได้เรียกคันธนูออกมานั้นก็ปรากฏอักขระแปลกประหลาดมากมายรายล้อมรอบตัววนไปมาแล้วผมก็ง้างคันธนูออกใส่ลูกธนูที่ผมรับมาจากคุณชายเชสก่อนที่จะปลดปล่อยการโจมตีกลับคืนไป
ตูม! ตูม! ตูม!
พลังการโจมตีของร่างอวตารทั้งสามกับพลังโจมตีของผมที่เป็นการยิงธนูออกไปนั้นเข้าปะทะกันก็เกิดระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นสามครั้งแรงระเบิดเล่นเอาฝั่งผมเองพยุงร่างกายไม่อยู่ยังดีที่ลีโนร่าเห็นความเป็นไปของพลังที่มหาศาลจะปะทะกันรีบบอกให้เหล่าสาวๆคนอื่นๆหลบออกไปก่อนแล้วกลับมาดึงตัวผมออกมาได้ทันเวลาพอดี
ถ้าเกิดไม่มีมหาเวทย์ป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายไว้ละก็รับรองเมืองได้หายไปในการโจมตีครั้งเดียวของผมกับคุณชายเชสอย่างแน่นอน
ระหว่างที่แสงจากการระเบิดหายไปคุณชายเชสก็ไปปรากฏตัวบนอากาศในสภาพปกติดีทุกอย่างดวงตาของเขาจับจ้องมาที่ผมไม่กระพริบตา
“น่าสนใจผู้หญิงทั้งหมดของแกมีค่ามากกว่าที่คิดจริงๆสงสัยว่าฉันจะออมแรงเก็บไพ่ตายเอาไว้ไม่ได้แล้วสินะมาจบมันในครั้งเดียวกันเถอะ”
นี่มันยังไม่หมดลูกเล่นอีกเหรอ มันจะมากไปแล้วนะ
คนบนโลกเบื้องบนนี่มีอะไรให้งัดออกมาตลอดเวลาเลยแต่แบบนั้นมันก็น่าสนุกยังดีกว่าการที่จบการโจมตีไปในครั้งเดียวที่แค่ใช้พลังก็จบชีวิตลงตรงหน้าแล้ว
เฮ้อ นี่ผมคิดอะไรกันนะแทนที่จะคิดจบการต่อสู้ให้รวดเร็วที่สุดแท้ๆ
ผมที่กำลังคิดแบบนั้นก็ได้ยินเสียงของชายวัยกลางคนที่เดินเข้ามาแทรกระหว่างการต่อสู้
“หยุด ก่อความวุ่นวายในเมืองได้แล้วคุณชายเชส ทางฝั่งของคุณชายเองก็ด้วย”
ชายวัยกลางคนที่เดินเข้ามานั้นมีลักษณะผมสีน้ำตาล ดวงตาสีดำข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งปิดไว้ด้วยผ้าปิดตาสีดำ ที่เอวของเขาเองก็พกดาบเล่มหนึ่งเอาไว้
ในจังหวะเดียวกันดวงตาของลีโนร่าก็หดเล็กลงไปพยายามจะพูดอะไรออกมาแต่ก็หยุดเอาไว้แค่นั้นกลับไปอยู่ในท่าทางปกติของตนเอง ทางด้านของชายวัยกลางคนเองก็มองกวาดมาจนหยุดอยู่ที่ร่างของลีโนร่าเขาชะงักไปเล็กน้อยจากนั้นก็หันกลับมายังคุณชายเชส
ไม่น่าเชื่อว่าคุณชายเชสที่เห็นชายวัยกลางคนคนนั้นถึงกับกลับลงมาเบื้องล่างจากนั้นก็คุกเข่าลงไปอยู่ในท่าเคารพ
“ขออภัยที่ก่อเรื่องจนทำให้ท่านผู้สูงส่งต้องเข้ามาห้ามด้วยตนเอง กระผมละอายใจอย่างยิ่งที่ทำให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น โปรดให้อภัยแก่กระผมด้วยเถอะ”
“ไม่ต้องคุกเข่าหรือทำอะไรทั้งนั้นต่อไปนี้อย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ไม่อย่างนั้นคงรู้นะว่าถ้าฉันรายงานไปทางตระกูลของคุณชายเชสแล้วจะเกิดอะไรขึ้น”
“ขอบพระคุณท่านผู้สูงส่งที่ให้โอกาส”
คุณชายเชสก็โค้งคำนับแล้วหันกายเดินกลับไปยังขบวนของตนเองและออกเดินทางไปยังจุดมุ่งหมายต่อไปในทันที
จากนั้นชายวัยกลางคนก็มองมายังผม
“เดี๋ยวนี้มีคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้แล้วหรือนี่แสดงว่ากาลเวลามันผ่านเลยมานานมากจริงๆจนฉันเองก็ยังประหลาดใจกับคนหนุ่มสาวสมัยนี้ ถ้าไม่ว่าอะไรฉันขอ.....”
“ไม่ได้ ไม่ต้องมาวุ่นวายอะไรแถวนี้กลับไปตามทางของเจ้าเถอะ ถ้าไม่แล้วละก็ฉันเองก็สามารถกลบฝังเจ้าลงไปพร้อมกับเมืองนี้ได้ทันที”
คนที่พูดแทรกขึ้นมานั้นก็คือลีโนร่าที่ตอนนี้เดินขึ้นมาบังร่างของผมเอาไว้
“ฮ่า ฮ่า เอาแบบนั้นก็ได้ฉันจะไม่ยุ่งวุ่นวายในเรื่องนี้ แต่อย่าลืมนะว่าทางนี้ยังต้อนรับเธอกลับมาเสมออิซาเบลล่า”
ชายวัยกลางคนพูดจบก็หายตัวไปในทันที
ลีโนร่ากำหมัดแน่นพร้อมกับก้มหน้าลงไป
“ลีโนร่า ไม่ต้องไปคิดมากหรอกไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นคุณต้องเชื่อในตัวของผม เข้าใจไหม ตอนนี้ผมไม่เหมือนตนเองเมื่อก่อนอีกแล้วอย่าได้กลัวว่าจะลากผมเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยในเมื่อมันเป็นเรื่องของคุณมันก็เป็นเรื่องของผมด้วยเหมือนกันพวกเธอเองก็พร้อมที่จะช่วยลีโนร่าเสมอ”
ลีโนร่าหันมามองผมพร้อมกับรอยยิ้มอีกครั้งพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมา
“ขอบคุณมากนะ ข้าจะไม่ลังเลที่จะทำอะไรในสิ่งที่ข้าต้องทำอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อผูกความแค้นกันมาก็ต้องสะสางให้มันหมดไป ข้าไม่รู้จะพูดอะไรกับเจ้าอีกแล้ว การที่เจ้าได้เข้ามาในชีวิตของข้าถ้าเป็นเมื่อก่อนนั้นมันคือความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริงได้แต่มาครั้งนี้ข้ากลับได้เป็นภรรยาของเจ้าเหมือนกับในฝันนั่นแม้จะต่างไปจากที่คิดไปบ้างแต่เจ้ากับเขาก็คือคนคนเดียวกัน ข้าเป็นผู้หญิงที่มีความสุขจริงๆขอบคุณนะที่ให้ข้าได้มาเป็นภรรยาของเจ้า ข้า ข้า.....”
ผมเองก็แปลกไปบ้างกับด้านแบบนี้ของลีโนร่าเพราะตลอดมานั้นวุฒิภาวะด้านอารมณ์นั้นถือว่าเธอมีมากกว่าผมเสียอีกแต่ตอนนี้กลับแสดงด้านนี้ออกมาให้เห็นผมก็อดไม่ได้ที่จะดึงตัวเธอเข้ามากอดแล้วปลอบใจอย่างช้าๆ
ชายวัยกลางคนเมื่อสักครู่มองมายังลีโนร่าไม่ใช่ในฐานะคนรู้จักเพียงอย่างเดียวแน่ๆเพราะสายตานั่นผมรู้จักมันดียิ่งกว่าใครเพราะมันคือสายตาที่ราวกับจะกลืนกินและไม่ได้สนใจผมที่ยืนอยู่ข้างๆเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังทำให้ลีโนร่าต้องนึกถึงอดีตพวกนั้นที่เป็นจุดอ่อนและความผิดพลาดของเธออีก
ถึงผมเองจะไม่รู้ว่ามันคือความผิดพลาดอะไรที่ลีโนร่าได้ทำลงไปเพราะในความทรงจำไม่ได้เล่าถึงมันเพียงแต่ตัวผมในความทรงจำกลับโกรธแค้นเธอจนอยากจะฆ่าเธอให้ตายไปตรงนั้น เนื่องด้วยความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของตัวผมในความทรงจำจึงทำให้ผมไม่ได้ลงโทษอะไรนอกจากผลักไสลีโนร่าไปไกลๆจากสายตา
แน่นอนว่าตัวผมในตอนนี้ไม่ใช่ตัวผมในอดีตและลีโนร่าที่อยู่หน้าผมไม่ใช่คนที่เป็นคนที่มีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนแบบนั้น แต่ตอนนี้เธอคือภรรยาของผม
สงสัยว่าชายวัยกลางคนที่โผล่ออกมาเมื่อสักครู่ต้องไม่ใช่คนที่ดีอะไรบางทีอาจเฝ้ามองการต่อสู้นี้ตั้งแต่เริ่มแล้วก็ได้และโผล่มาช่วงหลังก่อนที่ผมจะงัดไม้เด็ดออกมาฆ่าคุณชายเชสอะไรนั่น ก็เลยเข้ามาแทรกกลางคันแบบนี้ถ้าเป็นแบบนั้นจริงผมก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องใคร่ครวญตัดสินอะไรอีกเพราะตั้งแต่มายุ่งกับลีโนร่ามันก็ทำให้ผมอยากเด็ดหัวมันออกมาแล้ว
แต่ที่ไม่ทำเพราะผมยังไม่รู้ความสามารถของศัตรูยิ่งฟังจากลีโนร่าถึงศัตรูของแวมไพร์แล้วยิ่งใช้กลืนโลหิตออกมาไม่ได้อีกและไม่พูดถึงช่วงชิงที่ต้องเข้าไปประชิดตัวเท่านั้นอีกด้วย
ไม่ว่าผมจะใช้กลวิธีอะไรก็ไม่น่าจะเอาชนะชายวัยกลางคนได้เลยแม้แต่น้อยอย่างมากก็สามารถหนีเอาตัวรอดได้ แล้วจากนั้นละ บางทีอาจหนีไปทั้งชีวิตเลยก็ได้
การที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้นผมเองก็ต้องรับมือกับศัตรูที่คาดเดาการเคลื่อนไหวได้ยากพวกนั้น
เป้าหมายเดิมทีแล้วมันก็คือการผจญภัยในแบบของผมไปเรื่อยๆใครกันละจะคิดว่าผมจะมีภรรยามากมายขนาดนี้ ในตอนแรกนั้นผมคิดว่าจะปล่อยตัวเองไปสักพักผจญภัยไปเรื่อยๆแต่พลังแวมไพร์ต้นเหตุนี้ก็ดันจะมาสร้างเรื่องนำพาสาวๆพวกนี้เข้ามาในชีวิตของผมอีก ทำให้ความรับผิดชอบในเรื่องต่างๆของผมต้องมากขึ้นตามไปด้วยไม่มีข้อยกเว้น
หนทางต่อจากนี้ก็คงจะยากเย็นขึ้นเรื่อยๆปัญหาเองก็ย่อมมาแบบไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าการเดินทางของผมต่อจากนี้จะเป็นแบบไหนผมก็พร้อมที่จะเลือกและยึดตนเองเป็นศูนย์กลางยิ่งต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อมาปกป้องคนที่ผมรัก ปกป้องครอบครัวของตนเองให้ได้
และครั้งนี้ก็น่าจะเป็นครั้งแรกที่ผมอยากที่จะก้าวเดินเข้าไปในโลกมืดที่ผมเคยออกมาแล้วครั้งหนึ่งอีกครั้ง คราวนี้รอดูได้เลยมุมมองปีศาจร้ายแบบที่ผมเคยเป็นผมจะแสดงมันออกมาให้เห็นเต็มที่อีกครั้ง..........
. . .