ผู้ร่วงหล่น

    บทที่ 80 บอสชั้นที่ 1.

    กลุ่มของอโรนเดินตามทางถ้ำ ตัวถ้ามีสีน้ำตาลเข็มมากราวกับมีคนทาสีให้กับกำแพงถ้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตัวถ้ำปราศจากลม ทุกคนในกลุ่มที่เข้ามารู้ได้ว่าไม่มีลมพัดเข้าหรือออก

    เสียงที่ได้ยินตอนนี้คือเสียงเดินของคนในกลุ่ม เสียงเดินได้สะท้อนดังก้องเหมือนกับว่าที่แห่งนี้ไม่ให้ถ้ำแต่เป็นเหวที่ไร้ก้นบึ้ง

    การเดินหนึ่งครั้งทำให้เกิดเสียงสะท้อนสิบครั้งเพราะฉะนั้นการเดินของคนทั้ง 25 คนทำให้เกิดเสียงที่ดังก้องตลอดเวลา

    ถ้าคนจิตอ่อนอาจจะเป็นบ้าเพราะบรรยากาศและเสียงก็ได้

    ในที่สุดกลุ่มของอโรนก็สามารถเดินทางมาถึงประตูทางเข้าดันเจี้ยนได้สำเร็จ อโรนหันไปบอกกับทุกคนในกลุ่มว่า

    “ต้องบอกไว้ก่อนว่าหลังจากที่เข้าประตูแห่งนี้แล้ว อาจจะมีใครบางคนในกลุ่มหรือทุกคนที่ไม่ได้ออกมาเพราะว่าดันเจี้ยนแห่งนี้เพราะดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นดันเจี้ยนระดับสูงสุด”

    ทุกคนในกลุ่มบอกหน้ากันและเดนได้พูดขึ้นด้วยเสียงที่ดัง

    “จะกลัวไปทำไมในเมื่อดันเจี้ยนนี้มีของยุคแรกอยู่ด้วย ถึงแม้ว่าพวกเราจะไม่ได้สิ่งของในยุคแรกแต่ของอย่างอื่นมันต้องดีกว่าระดับ เหนือมนุษย์มากนัก อีกอย่างดันเจี้ยนระดับสูงสุดนั้นพวกเราทุกคนตรงนี้ก็น่าจะเคยเคลียร์มากแล้ว 1ถึง2ครั้ง”

    ดวงตาของทุกคนจากความลังเลเป็นความโลภแทน ถ้าพวกเขาได้สิ่งของยุคแรกอาจจะสามารถยกระดับเป็นถึงขั้นตำนานได้

    อโรนเห็นสายตาของทุกคนและยิ้มขึ้นมาเป็นนัย ๆ

    [เจ้าพวกโง่ที่ไม่รู้อะไร]

    อโรนหันไปพูดกับกลุ่มว่า

    “ในเมื่อทุกคนพร้อมแล้ว งั้นฉันจะเปิดประตู”

    อโรนเดินมาเอามือเตะประตูขนาดใหญ่ที่ไม่ได้เปิดมานานถึงหลายพันปี ประตูมีเศษดินเกาะอยู่เต็มไปหมดทำให้ไม่สามารถมองเห็นลวดลายการแกะสลัก

    อโรนคุกเข่าทั้งสองข้างลงและก้มศีรษะจนติดพื้นและพูดเป็นภาษาที่ไม่มีผู้คนบนดวงดาวเคอเซอร์รู้จัก

    “--------- (ทำลายสวรรค์) ”

    หลังจากที่พูดคำว่าทำลายสวรรค์ราวกับเป็นกุญแจเปิดประตู ประตูได้เรือนแสงสว่างจ้า เศษดินที่เกาะตามประตูได้แตกกระจายไปคนละทิศทาง จนสามารถมองเห็นลวดลายการแกะสลักบนประตูได้

    ลวดลายบนประตูคือการผู้คนที่เห็นเป็นมนุษย์แค่ส่วนหนึ่งที่เหลือเป็นเผ่าที่ผู้คนไม่รู้จัก บางเผ่ามีไฟบนหัว บางเผ่ามีเขาและบางเผ่าตัวเล็กกว่ามนุษย์มากนักและเผ่าอื่น ๆ อีกมากมายกำลังคุกเข่าให้กับชายคนหนึ่งที่นั่งบนบัลลังก์ที่สร้างมาจากหินและแร่ชนิดพิเศษนับไม่ถ้วนรวมตัวกัน

    ชายคนที่นั่งบนบัลลังก์หินไม่สามารถเห็นหน้าตาแต่สามารถมองเห็นรูปร่างได้ รูปร่างของชายคนนั้นเหมือนกับมนุษย์ทุกอย่างยกเว้นแต่ข้อต่อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย

    คอ ข้อศอกและหัวเข่าแยกจากกันแต่เหมือนกับมีพลังบางอย่างที่ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเชื่อมต่อกัน

    สักพักหนึ่งหลังจากที่เห็นภาพบนประตูแล้วประตูได้เปิดออก ทันใดนั้นเอง

    หลังจากประตูเปิดออกได้มีแรงดึงดูดมหาศาลทำให้อโรนที่อยู่ใกล้ประตูมากที่สุดถูกดูดเข้าไปก่อน อโรนแสดงสีหน้าตกใจก่อนจะหายไป

    ทุกคนในกลุ่มที่ตอบสนองได้ทันทีหยิบอาวุธหรือคทาของตนขึ้นมาปักเข้ากับพื้นดิน

    แก๊ง แก๊ง แก๊ง

    ปรากฏว่าดินบนพื้นดินแข็งราวกับเหล็กอดาแมนเที่ยม อาวุธหรือคทาไม่สามารถเจาะเข้าได้ ทำให้ทุกคนในกลุ่มถูกดูดเข้าไปอย่างรวดเร็ว

    เดนและคนอื่นไม่ยอมแพ้

    “โจมตีที่ประตู”

    คลื่นดาบ ลูกธนู หอกและเวทมนตร์มากมายพยายามจะโจมตีที่ประตูทว่าประตูไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่รอยขีดข่วน ทุกคนไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นและถูกดึงดูดเข้าไปทั้งหมด

    หลังจากที่ทุกคนได้เขาประตูทั้งหมดแล้ว ประตูได้ปิดลง ทางเดินในถ้ำบีบตัวจนกลายเป็นกำแพงทั้งหมดราวกับว่าไม่เคยมีทางเดินมาก่อน

    มิดโฮได้สติขึ้นหลังจากที่หมดสติทันทีที่เข้ามาในประตู มิดโฮใช้มือดันตัวเองขึ้นจากพื้นแต่สิ่งที่มือสัมผัสมันไม่เหมือนกับพื้นดินแต่เหมือนกับเปลือกของแมลง มิดโฮจึงใช้เวทแสงสว่างและส่งเสียงกรี๊ด

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    เพราะว่าตรงหน้าของมิดโฮมีตะขาบจำนวนมาก มีตะขาบสองตัวไต่มือของมิดโฮและขาของมิดโฮจมอยู่กับฝูงตะขาบ

    มิดโฮทนความรังเกียจและความขยะแขยงไม่ไหวจึงร่ายเวทที่เป็นท่าไม้ตายของเธอ วงแหวนปรากฏขึ้นด้านล่าง

    “เพลิงทำลายล้าง”

    มีไฟปรากฏขึ้นจากบนพื้นดินและเผาทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้พังพินาศย่อยยับ ตะขาบบนพื้นดินมันแค่ตะขาบธรรมดาพอเจอกับเวทมนตร์ระดับจอมเวทไม่มีโอกาสได้กรีดร้อง

    ตะขาบทุกพื้นและตัวที่เกาะมิดโฮอยู่ได้สลายเป็นไอ มิดโฮอ่อนแรงลงเพราะใช้เวทมนตร์ที่เป็นท่าไม้ตายของเธอโดยไม่ทันคิดทำให้พลังเวทในตัวลดลงอย่างรวดเร็ว

    มิดโฮมองรอบด้านและไม่เห็นทุกคนจึงคิดว่าทุกคนได้แยกย้ายกันสิ่งแรกที่ต้องทำคือรวมกลุ่มกัน ห้องที่มิดโฮอยู่เป็นลักษณะห้องเล็ก ๆ ที่เอาไว้ให้พวกสัตว์หรือแมลงตัวเล็ก ๆ ได้อยู่อาศัย

    หลังจากที่ฟื้นฟูพลังเวทได้เสร็จมิดโฮจึงเดินออกตามหาพวกพ้องในกลุ่มที่กระจัดกระจายกันออกไป

    ตัดทางด้านเดน

    เดนไม่ได้โชคดีเหมือนกับมิดโฮที่เจอกับสัตว์ป่าธรรมดา แต่เดนเจอกับช้างขนาดใหญ่มีดินเกาะตามตัว

    ช้างตัวที่เดนเจอเป็นช้างยักษ์สูง 5 เมตรทั่วทั้งตัวมีดินเกาะแน่นอยู่ งวงของมันกวัดแกว่งไปมา ทุกครั้งที่งวงของช้างกวัดแกว่งจะเกิดคลื่นลมขนาดย่อม ๆ เหมือนกับว่างวงของมันเป็นตะบองขนาดใหญ่ งาสีน้ำตาลขาวที่แหลมคม

    ขาทั้ง 4 ข้างยืนตรงราวกับเสา ตาสีแดงก่ำจ้องมองไปที่เดน เดนพูดขึ้นว่า

    “โชคของฉันหมดหรือไง เจอกับบอสชั้นแรก”

    ช้างยกงวงของตนขึ้นและฟาดมาที่เดนอย่างรุนแรงจึงเกิดเป็นคลื่นลมขนาดใหญ่ แค่การฟาดงวงที่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายช้างยังสามารถทำให้การคลื่นลมได้

    พละกำลังของช้างสีน้ำตาลแข็งแกร่งกว่าหัวหน้าหมีขนฟ้าราวกับคนละโลก เดนแยกร่างตัวเองเป็น 2 ร่างแยกย้ายหนีไปซ้ายขวา

    ตูม ปัง

    เดนหันหลังกลับไปมองและพบกับสิ่งที่น่าตกใจ งวงช้างจมเข้าไปในพื้นราวกับพื้นดินเป็นวุ้น แรงระเบิดที่รุนแรงเกิดเป็นคลื่นทำลายล้างกวาดรอบทิศทาง

    แน่นอนว่าเดนที่อยู่ใกล้ ๆ ไม่สามารถหลบได้ทัน ยกแขนทั้งสองข้างของตนเองขึ้นมากันและร่างกายของเดนเรืองแสงสีเขียว

    ทันใดนั้นร่างของเดนเริ่มที่จะแบนเรียบราวกับกระดาษและคลื่นจากการทำลายล้างมาถึง ร่างที่แบนเรียบอย่างกับกระดาษถูกลมได้ลอยขึ้นบนอากาศก่อนร่วงตกเหมือนกับกระดาษตกจากที่สูง

    พลังคลื่นทำลายล้างไม่สามารถทำอะไรเดนได้และเดนกลับสู่ร่างกาย

    กรอบ กรอบ

    เสียงกระดูกเคลื่อนที่ดังมาจากร่างกายของเดนอย่างต่อเนื่อง

    อ๊ากกกกกกกกกกกกก

    เดนเสียงอย่างเจ็บปวดเพราะวิชาดัดแปลงร่างกาย วิชาที่เดนใช้เมื่อสักครู่คือการเปลี่ยนแปลงร่างกายให้กลายเป็นกระดาษจะสามารถหลบการโจมตีได้ครั้งหนึ่ง

    แต่สิ่งที่ต้องแลกมาคือความเจ็บปวดทรมานหลังจากที่คืนร่างเดิม ความเจ็บปวดแสนสาหัสนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายแต่อย่างใด

    ช้างที่ดินเกาะตามตัวได้จ้องมองเดนที่สามารถหลบการโจมตีของตนจึงตวัดงวงไปทางเดน เดนหอบหายใจสักพักหนึ่งหลังจากที่เจ็บปวดจากการดัดแปลงร่างกายและตัดสินใจกระโดด

    ฟิ้ว ปัง

    คลื่นทำลายล้างที่เกิดจากงวงได้ทำลายผนังถ้ำจนเกิดเป็นแนวนอนอย่างกับดาบที่ฟัน ดาบในมือของเดนเรือนแสงสีเขียว

    “ตาย”

    เดนพุ่งตัวไปอยู่ระหว่างคิวของช้างและใช้ดาบในมือแทงอย่างสุดแรง

    เคร้ง เคร้ง

    ปรากฏตัวเดนไม่สามารถทำลายเกราะดินที่เกาะตามตัวของช้างได้ ช้างยกงวงขึ้นจากพื้นและยกขึ้นฟาดตรงตำแหน่งของเดนที่อยู่ระหว่างคิว

    เดนรู้ตัวว่าไม่สามารถสร้างความเสียหายให้กับช้างได้ตนแยกร่างตัวเองเป็น 4 ร่างและแยกย้ายกัน งวงช้างความเร็วในการโจมตีช้ากว่าเดนมากจึงทำให้โจมตีโดนคิวของตน

    เปรียง ปัง

    เหลือเชื่อดาบของเดนมีคุณสมบัติเพิ่มความคมและธาตุลมเองก็มีคุณสมบัติเหมือนกันแต่ยังไม่สามารถโจมตีทะลุเข้าช้างได้ พลังอันมหาศาลของงวงช้างได้ทำลายเกาะดินบนร่างกายช้างและคลื่นทำลายยังกระทบเข้ากับหัวช้างอย่างจัง

    แปร๋

    ช้างร้องด้วยความโกรธ เดนยืนดูอยู่ด้านหลังได้หัวเราะขึ้นมาเล็กน้อย

    “เจ้าโง่”

    เดนสังเกตเห็นว่าช้างที่มีดินเกาะตามตัวนั้นไม่สามารถขยับตัวได้เพราะว่าดินจากพื้นได้หลอมรวมกับตัวช้างเกือบทั้งหมด สิ่งที่ไม่ได้หลอมรวมคืองวงช้างเท่านั้น

    การขยับงวงช้างช้ามากเมื่อเทียบการเคลื่อนไหวของเดน พละกำลังของช้างเดนตอนยอมรับว่าถ้าโดนแม้แต่ทีเดียวคงถึงตาย

    ตอนที่คลื่นทำลายกำลังจะกระทบกับเดน สัญชาตญาณของเดนเสียงร้องให้หลบโดยเร็วที่สุด ทำให้เดนใช้ความสามารถกันตายของตน

    ช้างไม่สามารถมองเห็นเดนได้จากด้านหลังแต่ยังสัมผัสถึงตัวตนเดนและได้ยินเสียงหัวเราะจึงร้องคำรามด้วยความโกรธอีกครั้งหนึ่ง

    แปร๋

    ร่างกายช้างเรืองแสงสีน้ำตาล ดินจากพื้นดินด้านล่างสั่นสะเทือนและทันใดนั้นดินทั่วทั้งหมดในห้องได้มารวมตัวกันที่ช้าง บาดแผลบนคิวสมานตัวอย่างรวดเร็ว

    ต่อมาเกาะดินบนร่างกายทั้งหมดบนช้างเกิดการสั่นและเกิดการแตกกระจายเผยให้เห็นช้างที่ซ่อนอยู่ในเกาะดิน ตัวช้างมีสีเงิน งาสีขาวและงวงช้างที่ยืดยาวมาอีก 2 เมตรจาก 3เมตรมาเป็น 5 เมตรเท่ากับขนาดความสูงของตัวช้าง

    เกาะดินบนตัวแตกหมดพันธนาการที่อยู่กับที่ช้างได้หายไป ช้างหันหัวตนอย่างช้า ๆ ก่อนจะจ้องมองเดนที่อยู่ด้านหลัง

    เดนแสดงสีหน้าตึงเครียดออกมา

    “เวร”

    ..............................................................................................................................................................................................................

    คล้ายกับเรื่องผู้ร่วงหล่น ที่คุณอ่าน