กริ๊ง กริ๊ง เสียงส้อมกระทบจานอาหารในโถงกลางที่ส่งเสียงดังไปทั่วเริ่มหยุดลง ผู้คนส่วนใหญ่อิ่มหน่ำสำราญและเริ่มกลับไปพักผ่อนรอวันพรุ่งนี้
ตึก ตึก ตึก เสียงวิ่งของทหารรายหนึ่งกำลังเข้ามาใกล้กับโต๊ะที่พวก ร้อยโทเมอร์เทิล นั่งอยู่
“ร้อยโทเมอร์เทิล ครับ พันตรีอาเซเลียเรียกครับ”
“ค่ะ”
ฉันลุกขึ้นเก็บจาน ในขณะเดียวกันสหายแซฟฟรอน และสหายเลนทิล ก็ยังกินอย่างเอร็ดอร่อย
“แล้วเจอกันพรุ่งนี้ค่ะ”
“อือ งั่ม งั่ม”
“โอ้ส”
ตึก…ตึก…เสียงเท้าขึ้นบันไดอิฐสีขาว ส่งเสียงดังก้อง โคมไฟส่องสว่างตามทางไปยังหน้าห้องของบอส
“โอ้ เมอร์เทิล พันตรีอาเซเลียเรียกเหมือนกันเหรอ?”
เสียงนั่น เป็ของ ร้อยโทโรวัน ผู้มีตาสีเหลืองเหมือนผึ้ง ผมสั้นเสมอบ่า และยาวมาปิดตาข้างหนึ่ง บนศีรษะมีเส้นขนยาวออกมา ซึ่งเป็ของนกเลขานุการ พร้อมหางสีขาวยาวออกมา ปลายสีดำเทา เป็คนจริงจัง และว่ากันว่า…หุ่นดีมากเลยล่ะคะ
“ค่ะ เหมือนจะมีข้อมูลสำคัญ ที่อยากจะแจ้งให้ทราบอยู่ค่ะ”
“นั่นสินะ ข้อมูลที่มีตอนนี้ ก็ไม่ได้มากมายอะไร”
“หรือบางที อาจจะแค่เรียกมาย้ำเตือนเื่แผนการก็ได้ค่ะ”
“อืม ถ้ามีแค่นั้นก็ดีสิ”
“ก็หวังว่าจะเป็แบบนั้นเหมือนกันค่ะ”
ฉันยืนหน้าประตู สูดหายใจเข้าลึกๆ
เกาะ เกาะ เกาะ เสียงเคาะประตูเบาๆ
“เชิญ…”
ฉัน และโรวัน เดินเข้าไป ทำวันทยาหัตถ์ให้กับพันตรีอาเซเลียที่กำลังนั่งอยู่กลางห้อง
บรรยากาศเงียบเชียบ อากาศเย็นเบาๆ แสงไฟสีขาวที่สาดส่องไปทั่วห้อง บนโต๊ะมีแผนที่ สมุดจด ดินสอ อุปกรณ์สื่อสารเฉพาะ และอื่นๆอีกพอสมควร รวมไปถึง…
“นั่งลงสิ ทั้งสองคน…เอาคุกกี้หน่อยไหม?”
“ขอบคุณค่ะ”
“อืม”
ฉัน หยิบคุกกี้ออกจากกล่องคุกกี้ ด้านฉลากข้างๆมีรูปวัวสามตัวกำลังกินหญ้า พร้อมกังหันลมขนาดใหญ่ งั่ม งั่ม นี่มันรสช็อกโกแลตชิพเหรอค่ะ
“อร่อยดีค่ะ หวานดีจัง”
“อืม…สมกับเป็คุกกี้ของเมืองเรดคลิฟเฟอร์(Red Cliffer) จริงๆ” ร้อยโทโรวัน มองฉลากข้างกล่องคุกกี้นั่น
“ใช่…เรดคลิฟเฟอร์น่ะ ล่มสลายไปเมื่อ สามวันก่อนแล้ว” บอสพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง
“พวกวอล์คเกอร์…งั้นเหรอคะ?”
“เปล่า…อีกฝั่งหนึ่งน่ะ ทหาร และชาวบ้านสามหมื่นคน เหลือรอดแค่สองพันคน”
“ค่ะ…”
“...” ร้อยโทโรวัน เอามือดึงหมวกลงเล็กน้อย
เรดคลิฟเฟอร์ นี่เป็เมืองที่ขึ้นชื่อเื่ขนมมากเลยละคะ พอมันหายไปแล้ว ก็รู้สึกแย่เหมือนกันนะ และที่สำคัญ ศัตรูของพวกเรา ไม่ได้มีแต่พวกซากศพนั่นอย่างเดียว…
“เอาล่ะ…กลับเข้าเรี่องกันดีกว่า หน่วยลาดตระเวนล่าสุดของเรา ได้ข้อมูลไม่สู้ดีมา”
“ข้อมูลไม่สู้ดี?” ร้อยโทโรวัน พูด
“พวกวอล์คเกอร์ ที่อยู่ในหมอกสีแดงนั่น น่าจะมีราวๆ เจ็ดแสนตัวเห็นจะได้”
“เจ็ดแสน! เลยเหรอค่ะ”
“โอ้ เยอะกว่าครั้งก่อนๆมากเลยนะ พันตรี”
เจ็ดแสนตัวเหรอค่ะ ครั้งก่อนๆยังมีมาแค่หลักหมื่นเองนะค่ะ แย่ละสิ นี่เป็ครั้งแรกของฉันเลยที่เจอจำนวนมากขนาดนี้
“ตะ…แต่ฝั่งเรา มีคนแค่ราวๆ ห้าพันกว่าคนเองนะคะ”
“ป้อมปืนใหญ่ ที่ติดกับกำแพงเอง ก็มีแค่สองป้อม กับลูกะุนิดหน่อยเองด้วย”
“ใช่ เมืองนี้ ยังไม่มีเครื่องจักรา ป้อมปืนยิงอัตโนมัติ รถถังหุ้มเกราะ ะเิเองก็เหลือน้อย ทางเราเพิ่งส่งของพวกนี้ไปช่วยเรดโบลเดอร์ฮิลล์(Red Boulder hill) เมื่อเร็วๆนี้”
ปอยผมงี่เง่าของอาเซเลียสะบัดไปมา
“แถมรถบรรทุก และรถสายพานลำเลียงพลเอง ก็ถูกแบ่งไปช่วยเมือง นี้ๆ กับอพยพประชาชนในละแวกนี้ด้วย” ร้อยโทโรวันเอียงคอเล็กน้อย และเอามือกอดอกไว้
“ใช่…พวกมันมาแบบไม่ทันตั้งตัว ไม่คิดว่าหมอกสีแดงนั่น จะเปลี่ยนทิศ แล้วหันมาทางนี้แทน”
“เพราะหมอกสีแดงนั่น เลยทำให้คาดเดากองทัพของศัตรูได้ยากด้วยสินะคะ”
“นั่นสิ…แล้วได้ขอกำลังสนับสนุนอะไรบ้างหรือยัง? พันตรี”
“ส่งข้อความไปแล้ว…แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร กว่าจะมาถึงเมืองนี้ได้ อย่างน้อยๆก็น่าจะหนึ่งร้อยยี่สิบห้าชั่วโมง”
“นานน่าดูเลยนะคะ”
“สถานการณ์ย่ำแย่พอสมควร”
“ใช่…แต่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะแพ้หรอกนะ”
!?
“แสดงว่า กลุ่มวอล์คเกอร์ที่กำลังมา…มีอิมเปราตอร์(Imperator) สินะคะ” ร้อยโทเมอร์เทิลตอบกลับขึ้นมา
“ใช่…เพราะ พวกมันเดินมาเป็กลุ่มใหญ่กว่าปกติ เลยค่อนข้างมั่นใจ ว่าจะมีอิมเปราตอร์อย่างแน่นอน”
อิมเปราตอร์สินะคะ เ้าตัวสั่งการ และเป็หัวหอกหลักในการวมกลุ่มของพวกมัน
“แล้ว…พวกตัวไม่ปกติละ?” ร้อยโทโรวัน ถามขึ้น
“...คัลทิสท(Cultist) และอีกชนิดยังไม่มั่นใจ”
“ยังไม่มั่นใจเหรอคะ?”
“หน่อยลาดตระเวนแจ้งว่า ได้ยินเสียงเครื่องจักรเบาๆ…”
“ไอเอิร์นมีท(Ironmeat) งั้นเหรอ…แย่เลยแฮะแบบนี้” ร้อยโทโรวันทำตาหรี่ลงเล็กน้อย
“ใช่…แต่ยังไม่มั่นใจหรอก ว่ามันจะอยู่ในกลุ่มนี้รึเปล่า”
“อืม…ถ้าไม่มีก็ดีสิ แล้วพอจะทราบจำนวนของพวกมันไหมคะ?”
“คัลทิสทปกติน่าจะมีราวๆ สองเปอร์เซ็น ส่วนไอเอิร์นมีท น่าจะหนึ่งถึงสองตัว”
ปอยผมงี่เง่าของอาเซเลียเด้งไปมา
“คัลทิสทประมาณ หนึ่งหมื่นสี่พันตัวเห็นจะได้สินะคะ”
“ทำไม ไอเอิร์นมีทมีน้อยแบบนั้นละ? พันตรี”
“ได้ข่าวมาว่า มันไปรวมกลุ่มแถวหิมะทางตอนเหนือกัน เ้านี้น่าจะหลงมา…ไม่ก็…”
“เพิ่งกลายพันธุ์สินะ”
ตัวที่เพิ่งกลายพันธุ์ ได้กลายมาเป็อิมเปราตอร์งั้นเหรอ น่ากังวลเหมือนกันนะคะ ถึงปราสาทจะปรับปรุงเสริมเหล็กเสริมไม้แล้ว แต่จะกันได้จริงๆเหรอค่ะเนี่ย
“อืม…”
“พันตรี ถ้าไม่ไหวจริงๆ เราอพยพได้ไหม?”
“ได้…แต่เราต้องถ่วงเวลาอย่างน้อย ห้าสิบชั่วโมง ให้ประชาชนที่กำลังอพยพ ไปถึงจุดปลอดภัยก่อน”
ปอยผมงี่เง่าของอาเซเลียห่อเหี่ยวลงเหมือนต้นไม้ไม่ได้รดน้ำมาสองวัน
“ดังนั้นในตอนนี้ พวกเรามีสองทางเลือก คือ ถ่วงเวลา หรือจัดการอิมเปราตอร์”
รองทั้งสอง นั่งครุ่นคิด ในขณะที่ อาเซเลีย หยิบคุกกี้ เคี๊ยวแก้มย้วย งั่ม งั่ม
“ถ่วงเวลา” รองทั้งสอง พูดพร้อมกัน
“นี่เป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดค่ะ ทั้งภูมิประเทศ และสนามเพลาะเก่า ที่เราได้เตรียมไว้ เหมาะสมกับการถ่วงเวลาอย่างยิ่ง”
“ใช่ ยิ่งเราไม่มีอาวุธหนักๆเลยด้วย และที่สำคัญ ไม่รู้ด้วยว่า อิมเปราตอร์จะโผล่ออกมาตอนไหน แผนนี่ละ ดีที่สุดแล้ว”
“ดี”
ปอยผมงี่เง่าของอาเซเลียเด้งขึ้นลงอย่งเริงร่า
“ใช่ โรวัน ในโกดังหลังปราสาท น่าจะยังเหลือหุ่นยนต์ที่ติดอาวุธไว้ต่อกร กับพวกไอเอิร์นมีท อยู่สี่ถึงห้าตัว ให้คนไปเตรียมตัวไว้ด้วย”
“รับทราบ…แต่มีแค่นิดเดียวเองแฮะ นึกว่ายังมีเหลือเยอะกว่านี้นะ”
“ช่วยไม่ได้หรอก เรดโบลเดอร์ฮิลล์ต้องเผชิญหน้าเจอกับพวกมัน ที่มาสมทบเพิ่มอย่างหนัก ทางนี้เลยต้องส่งไปช่วยเยอะตาม”
ปอยผมงี่เง่าอาเซเลียตั้งแข็งขึ้นเหมือนโมโหอะไรสักอย่าง
“ส่วน เมอร์เทิลไปหากลุ่มคน ที่เก่งการต่อสู้ระยะประชิดมาซัก สามสิบคนจะให้พกดาบควิฟเวอะเรด(Quiver Red)”
“ค่ะ พันตรี”
ดาบควิฟเวอะเรดสินะคะ ดาบยาวสีแดงทับทิม คล้ายๆ คันด้าแต่เล็กกว่า ซึ่งดาบนี่ จะใช้หลักการสั่นในระดับอัลตร้าโซนิก ในการตัดสิ่งต่างๆได้ สามารถตัดพวกมัน ได้เหมือนตัดเยลลี่เลยละคะ
“เอาละ…มาทบทวนแผนการกัน”
จากนั้นก็ประชุมกันต่อก่อนจะแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตนเอง