เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 172: นางอสูรพยาบาท (Lady Demon Hatred)

            ส่วนทางด้านโอคัทสึก็รีบใช้มีดสั้นคู่อาเมะ โนะ ฮาบาคิริ พุ่งเข้าไปฟันใส่พวกอสูรอายาคาชิทั้ง 6 ตนด้วยความรวด เร็วอย่างต่อเนื่อง พลางสลับเปลี่ยนรูปแบบอาวุธกันไปมาระหว่างมีดคู่กับดาบสั้นคู่ ในระหว่างนั้น เธอก็ได้มีการใช้วิชานินจาในการจัดการกับพวกมันด้วย

            พวกยูกินะต่างก็เข้าปะทะกับเหล่าอายาคาชิทั้ง 6 ตนที่อยู่ตรงหน้าอย่างดุเดือด โดยที่ยูกินะจะเข้าเผชิญหน้ากับนุปเปปโปะ-อายาคาชิกับซาการิ-อายาคาชิ ทางด้านโอคัทสึก็เข้าเผชิญหน้ากับอาคาเทโกะ-อายาคาชิ และทางด้านอินะฮิเมะก็เข้าเผชิญ หน้ากับอาชิอาไร่ ยาชิกิ-อายาคาชิ

            ในระหว่างนั้น พวกเธอทั้งสามก็คอยหลบหลีกการโจมตีด้วยลำแสงชนิดต่างๆ ที่ถูกยิงออกมาจากดวงตาปีศาจของโมคุโมคุเร็น-อายาคาชิหลายล้านกว่าคู่ที่อยู่ล้อมรอบพื้นที่ภายในร่างโกเล็มหินยักษ์ของไดดาระโบชชิ-อายาคาชิที่อยู่ตรงบริเวณส่วนหัวใจของมัน ซึ่งได้กลายมาเป็นอสูรร้อยตาที่มีนามว่าเฮียคุเมะ-อายาคาชิด้วย

            หลังจากที่ต่อสู้กันมาได้สักระยะ โทโมเอะที่อยู่ในร่างมิโกะ-โอกามิชินเซย์นั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้น และจัดการกับเหล่าอสูรอายาคาชิทั้ง 6 ตนที่อยู่ตรงหน้าในทันที เหล่าดวงตาปีศาจของโมคุโมคุเร็น-อายาคาชิหลายล้านกว่าคู่นั้นได้พากันกระ หน่ำยิงลำแสงชนิดต่างๆ ใส่โทโมเอะอย่างไม่ยั้ง

            แต่ทว่า ลำแสงเหล่านั้นไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย อันเนื่องจากว่าเธอนั้นได้ทำการควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบไดโทเร็นกับโชโทเร็นให้ลอยพุ่งเข้ามาปัดลำแสงของอีกฝ่ายเอาไว้ทั้งหมด

            โทโมเอะได้ทำการพ่นไฟอันระอุออกมาจากปากของคิทสึเนบิ ซึ่งเป็นเพียงแค่ภาพเนรมิตที่ปรากฏอยู่บนแขนปีศาจจิ้งจอกเรียวยาวข้างซ้ายของเธอเท่านั้น เพื่อจัดการกับอสูรผนังดวงตาโมคุโมคุเร็น-อายาคาชิให้ราบคาบ จนกระทั่งอสูรผนังดวงตาโมคุโมคุเร็นที่อยู่ตรงหน้านั้นก็ได้ถูกกำจัดลง และค่อยๆ ดับสลายหายไปอย่างราบคาบ จากนั้น พวกยูกินะจึงรีบเข้าเผชิญหน้ากับเหล่าอสูรอายาคาชิตนที่เหลือที่อยู่ตรงหน้าพวกเธอในทันที

            ทางด้านพวกอันจิน ในระหว่างทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าตรงไปยังภูเขาโอเกฮาซามะเพื่อที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยสม ทบกับพวกยูกินะอยู่นั้น จู่ๆ ก็ได้มีหญิงสาวปริศนาวัยกลางคนนางหนึ่งปรากฏตัวขึ้น และขวางหน้าพวกเขาในทันที

            หญิงสาววัยกลางคนนางนั้นได้กลายร่างเป็นนางอสูรฮันเนีย-อายาคาชิที่มีกรงเล็บอันแหลมคมดั่งใบมีด และมีขนาดยาวที่เท่ากับคมดาบบนนิ้วมือเรียวยาวทั้ง 10 นิ้วเป็นอาวุธ แล้วพุ่งเข้าโจมตีใส่พวกอันจินด้วยความเร็วสูง แต่พวกเขานั้นก็สา มารถหลบหลีบการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉียด จากนั้น พวกอันจินก็ได้เข้าต่อสู้กับนางอสูรฮันเนีย-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้าอย่างดุเดือด

            อันจินเรียกดาบคาตานะให้ปรากฏขึ้นที่กำมือหนา ก่อนที่เขานั้นจะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรฮันเนีย-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับควบคุมทิศทางการเคลื่อนที่ของดาบคาตานะมายาที่ลอยกลางอากาศอยู่ตรงบริเวณด้านหลังของเขาให้ลอยพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรฮันเนียที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่องด้วย

            ในระหว่างนั้น เขาก็ได้มีการสลับเปลี่ยนไปใช้อาวุธชนิดอื่นๆ ทั้ง 12 ชนิดด้วย ทั้งที่อยู่บนกำมือหนาของเขา และแบบอาวุธมายาทั้ง 4 ชุดที่ลอยกลางอากาศอยู่ตรงบริเวณด้านหลัง แต่เจ้านางอสูรฮันเนียนั้นสามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมดด้วยกรงเล็บอันยาวเฟื้อยที่แหลมคมของมัน

            ทางด้านโซกินั้นก็รีบใช้ดาบคู่คาตานะพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรฮันเนียที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรวดเร็ว พร้อมกับร่ายเวทย์ธาตุต่างๆ ทั้ง 7 ธาตุลงบนดาบคาตานะทั้งสองเล่มของเขา เพื่อใช้ในการต่อสู้กับมันด้วย ส่วนทางด้านเทนไกนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรฮันเนียที่อยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็วด้วยหอกมนตราแห่งสังฆราช ซึ่งเป็นอาวุธคู่ใจของเขา

            ในระหว่างนั้น เขาก็ได้มีการใช้พลังมนตราแห่งโพธิญาณในรูปแบบต่างๆ เพื่อที่จะจัดการกับมันด้วย แต่มันก็ยังสา มารถป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด

            ทางด้านยาสุเกะก็รีบใช้ดาบสั้นวากิซาชิติดโซ่ทั้งสองเล่มฟันใส่เจ้านางอสูรฮันเนียจากในระยะไกลด้วยความรวดเร็วอย่างต่อเนื่อง โดยที่ตัวเขานั้นได้ทำการเสกเปลวไฟอันร้อนระอุลงบนคมดาบสั้นทั้งสองเล่มนั้นไว้ ก่อนที่เขานั้นจะรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่มันด้วยขวานด้ามยาวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับควงด้ามขวานไปมาด้วยความชำนาญและพริ้วไหว โดยที่ตัวเขานั้นได้ทำการเสกเกล็ดน้ำแข็งอันเย็นยะเยือกลงบนคม แต่มันก็ยังสามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด

            ทางด้านมาจิรันก็รีบทำการดีดบรรเลงเพลงบิวะเพื่อโจมตีใส่เจ้านางอสูรฮันเนียที่อยู่ตรงหน้าจากในระยะไกลด้วยคลื่นเสียงที่มาจากบิวะโบคุโบคุ ส่วนทางด้านโมโมทาโร่ก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรฮันเนียด้วยดาบคาตานะที่ชักออกมาจากฝักดาบที่ติดกับแขนกลชิโนบิ พร้อมกับใช้อาวุธเสริมต่างๆ จากแขนกลชิโนบิควบคู่กันไปด้วย แต่มันก็ยังสามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด

            ส่วนทางด้านไรเร็นก็รีบพุ่งเข้าไปฟาดใส่เจ้านางอสูรฮันเนียด้วยคฑาสังฆราชที่อยู่บนกำมือหนาของเขา พลางชักดาบยาวขนาดยักษ์ออกมาฟันใส่มันอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน เขาก็ได้มีการใช้พลังมนตราแห่งโพธิญาณในรูปแบบต่างๆ เพื่อจัดการกับมันด้วย แต่ก็ยังสามารถป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด

            ทางด้านจินซาเอม่อนนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปฟันใส่เจ้านางอสูรฮันเนียที่อยู่ตรงหน้าด้วยเพลงดาบประจำตระกูลยางิวในกระบวนท่าต่างๆ แต่มันก็ยังสามารถหลบหลีก และป้องกันการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด

            ทางด้านมาเรียก็ได้กระหน่ำยิงปืนไฟศักดิ์สิทธิ์ใส่เจ้านางอสูรฮันเนียที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ยั้ง แต่มันก็ยังสามารถหลบหลีกกระสุนเงินเหล่านั้นไว้ได้ทั้งหมด แต่ว่ามันไม่ได้มีอยู่แค่นั้น เธอรีบพุ่งเข้าไปฟันใส่มันด้วยดาบปลายปืนอย่างต่อเนื่อง แต่มันก็ยังคงรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมดด้วยกรงเล็บอันแหลมคมดั่งใบมีดที่มีขนาดยาวเท่ากับคมดาบที่อยู่บนนิ้วมือเรียวยาวทั้งสองข้างของมัน

            และทางด้านกราเซียก็ได้กระหน่ำยิงลูกระเบิดออกมาจากแหลนเพลิงศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่ยั้ง แต่มันก็ยังสามารถหลบแรงระเบิดที่มาจากลูกระเบิดของแหลนเพลิงศักดิ์สิทธิ์ไว้ได้ทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้มีอยู่แค่นั้น เธอรีบพุ่งเข้าไปโจมตีใส่มันอย่างต่อเนื่องด้วยตะขอที่ติดกับแหลนเพลิง แต่มันก็ยังสามารถรับการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด

            ในระหว่างนั้น เหล่าพวกพ้องฝ่ายอันจินก็ได้มีการอัญเชิญเหล่าภูติพิทักษ์ประจำกายของแต่ละคนให้ออกมาช่วยต่อสู้กับมันด้วย แต่มันก็ยังสามารถหลบหลีกการโจมตีของอีกฝ่ายไว้ได้ทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่เจ้านางอสูรฮันเนีย-อายาคาชิที่อยู่ตรงหน้านั้นยังอยู่ในแค่ระดับนามานาริเท่านั้น จึงทำให้พวกเขาทั้งหมดสามารถเอาชนะเจ้านางอสูรฮันเนียที่อยู่ตรงหน้าในครั้งนี้มาได้อย่างง่ายดาย

            แต่ทว่า มันยังไม่ได้จบอยู่เพียงแค่นั้น เจ้านางอสูรฮันเนีย-อายาคาชินั้นก็ได้พัฒนาไปอีกขั้น จนมาอยู่ในระดับฮอนนาริ ซึ่งในครั้งนี้ เจ้านางอสูรฮันเนีย-อายาคาชินั้นได้มีความสามารถในด้านการใช้พลังมนต์ดำเพิ่มเติมเข้ามาด้วย

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน