ขบวนนําโดยคนกลองที่ตีกลอง “ดาราบัคเคห์” ซึ่งคล้องอยู่กับลําคอไปตามจังหวะของการก้าวเดินเดินตามมาคือคนดีดพิณส่วนที่ตามมาเป็คนที่สามคือคนเป่าปี่ผู้คอยกวาดสายตามองดพวกสาวๆ ตลอดเวลา อุมโมนาได้ยินอุม ฮัสซันหันไปออกคําสั่งกับลูกสาวของนางว่า
“ซัฟฟราไปอุ้มเ้าสาวมาขึ้นแคร่หามได้แล้วดูแลแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วยนะ อย่าให้ใครเขามาหัวเราะเยาะเราได้วาฮิบาเ้าถือเหยือกน้ำตามไปแล้วก็เอาน้ำไปให้พอด้วยล่ะเพราะเราต้องเดินกันไกลทีเดียวและเราก็ไม่อยากเห็นเ้าสาวเป็ลมกลางทางด้วยนาอิมาเ้าไปจุดกํายานต้องจุดครั้งเดียวให้ติดด้วยนะ” จากนั้นอุมฮัสซันก็หันมาทางอุม โมนา
“สําหรับเ้าต้องถือชามอ่างที่ใส่เืเ้าสาวไว้...แต่อย่าดีกว่าเ้าน่ะมันเป็คนซุ่มซ่ามเดี๋ยวจะเสียหายเสียหมดเอาเป็ว่าข้าจะถือชามอ่างนั่นเองเ้าก็เพียงแค่เดินตามคนอื่นๆ เขาไปก็แล้วกัน”
อุมโมนารู้สึกเืขึ้นหน้าแม่ผัวของนางดูเหมือนจะถากถางนางได้ตลอดเวลาไม่มีสิ้นสุดเอาเลยสายตาของอุมโมนายามนี้ราวกับว่าจะเผาร่างอุม ฮัสซันให้หลอมละลายแต่นางไม่ยอมทะเลาะทุ่มเถียงกับผู้หญิงเผ่านูเบียนคนนี้อย่างเด็ดขาดเพราะไม่อยากตกเป็ขี้ปากของคนทั้งหมู่บ้านเมื่อไม่มีฮัสซันเข้ามาช่วยอุม โมนาไม่มีทางเถียงแม่ของเขาชนะแน่
เสียงปี่ที่เรียกว่ามิซเมอร์ดังลั่นขึ้นและญาติของฮัสซันก็แบกร่างโมนาที่ห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าสีขาวนั่งไปบนแคร่โมนาพยายามนั่งตัวตรงตามคำสั่งของแม่ ท่านั่งของลูกสาวตอนนี้ทําให้อุมโมนาอดคิดไม่ได้ว่านางฟ้าที่อยู่เหนือหัวโมนาคงช่วยกันดึงเชือกที่มองไม่เห็นเพื่อให้โมนาดูเด่นเป็สง่าขึ้นแสงอาทิตย์ส่องต้องผ้าคลุมหน้าสีทองกับเสื้อคลุมสีแดงภายในสดสวยยิ่งนักและขบวนของโมนาก็เคลื่อนไปตามถนนในหมู่บ้านโดยมีพวกผู้หญิงที่เดินตามมากรีดเสียงแข่งกันร้องเพลงสรรเสริญพระเ้า ส่วนอุม ฮัสซันนางเดินนําขบวนด้วยการชูอ่างใส่เืจากอวัยวะเพศของโมนาสูงลิ่วราวกับจะต้มให้เดือดด้วยแสงแรงร้อนแห่งดวงตะวันวาฮิบาชูเหยือกน้ำสูงขึ้นเหนือศีรษะราวกับจะถวายน้ำนั้นแด่พระเ้านาอิมาส่ายหม้อทองเหลืองที่ภายในมีกํายานที่จุดแล้วไปรอบๆ ตัวโมนาเพื่อขับไล่ปีศาจร้ายที่จะเข้ามากินเื ส่วนเชคาซามีราก็ตะเบ็งเสียงร้องเพลงสวดดังลั่นไปทั่วท้องถนน อุม โมนาตามขบวนไปเงียบๆขณะที่ขบวนมุ่งหน้าไปยังแม่น้ำไนล์แทนที่จะใช้เส้นทางชันซึ่งทอดตัวลงสู่แม่น้ำไนล์เช่นที่เคยใช้กันมาเป็ปกติอุม ฮัสซันกลับนําขบวนเดินไปตามถนนทุกสายที่ลัดเลี้ยวไปทั่วหมู่บ้านเพื่อทุกคนจะได้ชมขบวนแห่ของนางได้ไม่พลาดขบวนดูจะใหญ่มากขึ้นทุกขณะเมื่อผู้หญิงและเด็กต่างก็ออกเดินตามกันมาอย่างสนุกสนานไปตามเสียงปี่เสียงกลองพวกเด็กหญิงตัวเล็กๆเงยหน้าขึ้นมองโมนาอย่างอิจฉาขณะที่พี่สาวผู้เคยผ่านพิธีกรรมนี้มาแล้วสะบัดหน้าอย่างไม่ใยดี
“พูดกับเราสิ...ร้องเพลงกับเราสิ...คุยกับเราบ้างสิเ้าสาว”แต่ทว่าโมนานั่งตัวตรงตามที่ได้รับคําสั่งมาจากแม่มิได้เหลือบแลไปทางใดเลยหูกึกก้องอยู่ด้วยเพลงสวดที่ดังอยู่รอบๆ ตัว
เมื่อมาถึง่สุดท้ายของการเดินทางการเต้นรําทําเพลงของผู้ร่วมขบวนดูเหมือนจะรุนแรงยิ่งขึ้นทุกคนเปล่งเสียงะโร้องเพลงสวดกันจนฟังไม่ได้ศัพท์ เท้าทั้งข้างกระทืบเร่าๆอยู่กับพื้นดินกลุ่มฝุ่นลอยคลุ้งท่ามกลางแสงแดดอันแรงร้อนเสียงอึงอลที่เกิดอยู่นั้นราวกับเสียงของภูติผีปีศาจที่เข้ามาสิงสู่อยู่ในร่างมนุษย์ ในที่สุดขบวนแห่ก็บรรลุถึงริมฝั่งแม่น้ำไนล์เสียงดนตรี ปี่ กลองยิ่งดังขึ้นกว่าเดิมแม่น้ำไนล์บางครั้งดูเป็สีเขียวสะอาดสดใสบางครั้งก็ขุ่นคล้ำและเชี่ยวกราก บางครั้งจะเป็สีเทาและไหลเพียงเอื่อยๆและในบางครั้งเป็สีฟ้าครามวาบวับไปทั้งสายแต่สําหรับในวันนี้มันเต็มปริ่มอยู่ด้วยน้ำสีน้ำตาลพื้นแผ่นดินจากใจกลางทวีปอาฟริกาที่ถูกกัดเซาะนั้นทําให้สายน้ำนี้ดูเฉื่อยชาลงราวกับแม่น้ำไนล์ได้รองรับหยาดน้ำตาและเสียงครวญคร่ำของเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่ถูกกดขี่ให้ต้องตกเป็ทาสไปจนชั่วดินฟ้าและความกว้างของลำน้ำไนล์สําหรับตรงจุดนี้ก็กว้างเกินกว่าที่ผู้หญิงจะว่ายข้ามได้ลําน้ำนี้ทอดตัวตรงไปชั่วระยะหนึ่งก่อนจะตีวงโค้งไปทางด้านขวาและอ้อมกลับมาทางด้านซ้ายสู่นครดึกดำบรรพ์อันมีจระเข้กับเหยี่ยวเป็เทพเ้าสูงสุด
ในยามใกล้เที่ยงเช่นนี้ทิวทัศน์ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ดูเหมือนเต็มไปด้วยความเคลื่อนไหวมากกว่าในยามเช้าหรือเย็นบนฟากฝั่งตรงข้ามใต้เงาของร่มปาล์มพวกผู้หญิงยืนแถวรายเรียงทูนหม้อน้ำไว้บนหัวเรือเล็กลำหนึ่งกราบของมันแทบจมด้วยน้ำหนักผู้หญิงร่างอ้วนผู้เป็ภรรยาของพ่อค้าสามคนกำลังใช้ใบเรือที่กินลมได้เพียงน้อยนิดวิ่งข้ามแม่น้ำมากลางลำน้ำมีเรือสินค้าจอดลอยอยู่ลําหนึ่งลูกเรือซุกร่างอยู่ในเสื้อคลุมตัวใหญ่นั่งสูบบุหรี่อยู่เงียบๆริมฝั่งใกล้กันและบริเวณน้ำต้นจะเห็นพวกเด็กผู้ชายเอาอิฐลงมาอาบน้ำพวกเด็กหญิงนั่งล้างแก้วล้างหม้อที่เป็ผู้ใหญ่ขึ้นไปหน่อยก็นั่งซักเสื้อผ้าบนก้อนหินทุกคนต่างได้ตระหนักว่าถ้าผืนแผ่นดินแห่งนี้ปราศจากลําน้ำไนล์แล้วแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ก็เป็เพียงท้องทะเลทรายอันว่างเปล่าไร้ประโยชน์ในทรรศนะของชาวอียิปต์แม่น้ำไนล์ย่อมเป็ทั้งพ่อและแม่เป็ทั้งชีวิตและความตายด้วยเหตุนี้เือันบริสุทธิ์ของโมนาต้องถูกนํามาสังเวยแต่เทพเ้าผู้พิทักษ์สายน้ำแห่งนี้
นักดนตรีพากันลงนั่งพักใต้ร่มปาล์มพวกผู้หญิงเริ่มกระจายตัวออกเป็วงกลมล้อมร่างอุม ฮัสซันกับแคร่หามโมนาไว้ทุกคนต่างอยู่ในความเงียบเมื่ออุมฮัสซันชูชามอ่างที่ใส่เืขึ้นสู่ท้องฟ้าและเริ่มพิธีบวงสรวง
“ข้าแต่เทพเ้าแห่งลำน้ำไนล์พวกข้าทั้งหลายขอนําเืบริสุทธิ์ของเด็กหญิงผู้เป็ธิดาแห่งลําน้ำนี้มาถวายแด่ท่านขอท่านได้โปรดดมกินเืนี้เช่นที่พวกเราทั้งหลายได้ดื่มกินน้ำในลําน้ำสายนี้เข้าไว้เพื่อยังชีวิตเืทุกหยาดในร่างกายเราเป็ของท่านด้วยท่านคือผู้มอบชีวิตให้แก่พวกเราอัล-ฮัมดุลลิลลา...อัล-ฮัมดุลลิลลา ขอสรรเสริญจงมีแด่พระเ้าขอขอบพระทัยในพระเมตตาของพระองค์” นางชูอ่างเืนิ่งเป็ครู่ก่อนจะสาดใส่ลงในลําน้ำหยาดเืกระเซ็นติดอยู่บนก้อนหินสีน้ำตาลแต่ส่วนใหญ่ผสมลงกับสายน้ำแต่ทันใดก็คล้ายกับมีแสงสีขาวสว่างวาบขึ้นเมื่อผู้หญิงนามว่าไอช่าะโลงไปในแม่น้ำนางเป็ผู้หญิงที่มีแต่ความหวาดระแวงและตื่นกลัวว่าผัวของนางจะหาเมียใหม่ถ้านางไม่สามารถตั้งครรภ์ให้เขาได้นางรีบไขว่คว้าเืของโมนาไว้แล้วเอามาใส่ลงบนหัวทาลงบนแขนและลําตัวด้วยความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่านับแต่นี้เป็ต้นไปนางจะสามารถตั้งครรค์ได้อย่างแน่นอนไอช่ายิ้มกว้างออกมาอย่างดีอกดีใจเมื่อเลียน้ำผสมเืที่ลามไหลอยู่บนใบหน้า
อา...นี่คือลางร้ายชัดๆการกระทําของนางไอช่าผู้นี้มีแต่นำโชคร้ายมาสู่โมนามันแสดงว่าเทพเ้าแห่งลำน้ำไนล์ปฏิเสธที่จะรับเืบริสุทธิ์ของโมนาเสียแล้ว...อุมโมนากระโจนลงไปในแม่น้ำว่ายเข้าไปหาไอช่าอย่างคลั่งแค้น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะข้าขอสาปแช่งทั้งตัวเ้าและครอบครัววงศ์ตระกูลของเ้า” อุมโมนาตบไอช่าจนกระเด็นลงไปในน้ำและยังเอามือกดหัวไว้ด้วย “ข้าจะสอนให้เ้าหลาบจำไว้บ้างว่าชาวซาอิดี้เขาทำยังไงกับผู้หญิงเยี่ยงเ้า”ผู้หญิงทั้งสองกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่ในน้ำด้วยความโกรธแค้นแต่ในที่สุดก็ถูกกระชากให้แยกจากกันโดยพวกผู้หญิงทุกรูกันลงไปช่วย
บนฝั่งเชดาซามีราส่ายหัวอยู่ไปมานางบอกกับตัวเองว่านี่คือลางร้ายสำหรับโมนาเืพรหมจารีนั้นควรจะแบ่งปันกันเพียงระหว่างพวกเทพเ้าทั้งหลายที่สิงอยู่ในลําน้ำสายนี้เท่านั้นเป็อันตรายอย่างยิ่งถ้าไปแย่งชิงสิ่งที่ได้สังเวยให้กับเทพเ้าไปแล้วนางมองไปทางโมนาซึ่งถูกทิ้งอยู่บนฝั่งเพียงลําพังด้วยจิตใจที่ประหวั่นถึงชะตากรรมของเด็กหญิงผู้นี้ไปจนถึงชะตากรรมอันจะเกิดขึ้นกับลูกหลานของโมนาต่อไปในวันข้างหน้าและแล้วเชคา ซามีรา รู้สึกดีใจยิ่งนักที่บัดนี้นางได้แก่ตัวลงมากอีกไม่นานก็ตายแล้วชีวิตของคนเราเต็มไปด้วยความทารุณโหดร้ายอย่างที่ไม่มีใครเคยหวังจะให้มันเป็เช่นนั้นคล้ายกับมีใครสักคนหยิบยื่นขนมหวานมาให้ขณะที่เราจะหยิบใส่ปากนั้นเองฝุ่นละอองซึ่งถูกลมพัดมาจากไหนก็ไม่รู้จับเกาะอยู่บนขนมจนเต็มไปหมดทําให้เราต้องถ่มมันออกมาด้วยความระคายเคืองเชคาถอนหายใจ ก็นางเป็ใครเล่าที่บังอาจไปสงสัยในงานของอัลเลาะห์นางเดินเข้าไปหาโมนาพร้อมกับปลอบโยนด้วยเสียงแ่เบาว่า
“มาเลช...ไม่เป็ไรหรอกหนู”