ชะตาฟ้า ข้าลิขิต

    ตอนที่ 87 : ซูหยานผู้ไร้กังวล

    รองเจ้าสำนักซวนรู้ว่าซูหยานกำลังจินตนาการถึงอำนาจที่ล้นเหลือ เขาจึงกล่าวตักเตือนว่า “ในเมื่อเจ้าเป็นผู้ถือครองตราราชวงศ์จักรพรรดิแล้ว อย่าลืมหาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิและข้อห้ามของผู้ถือครองตราไว้ด้วย”


    เขายังได้กำชับอีกว่า “แต่เรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับระหว่างเจ้ากับข้าแค่สองคน เนื่องจากพวกเราไม่มีสายเลือดขุนนางและไม่เคยตั้งรกรากอยู่นอกมหาสมุทรไร้ขอบเขตมาก่อน พวกเราจึงไม่สามารถใช้อำนาจของตราราชวงศ์จักรพรรดิได้มากนัก... จนกว่าพวกเราจะพบกับวิกฤตเท่านั้น เมื่อนั้นค่อยแสดงตราราชวงศ์จักรพรรดิให้แก่ทุกคนได้ประจักษ์ เพื่อหลีกเลี่ยงภัยพิบัติในภายภาคหน้า”


    ซูหยานรับตราด้วยสองมือที่สั่นเครือ ก่อนจะประสานมือโค้งคำนับ “ผู้น้อยเข้าใจ… ขอบคุณรองเจ้าสำนักซวนที่แนะนำ”


    รองเจ้าสำนักซวนพยักหน้าเบาๆ จากนั้นเขาก็ขอตัวจากไป


    ความเศร้าหมองในดวงตาของซูหยานค่อยๆหายไป หากแต่ถูกแทนที่ด้วยจิตสังหารอันอำมหิต “ด้วยตราทองแดงนี้ ข้าก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหวาดกลัวเจ้าเฒ่าจอมฟ้าอีกต่อไป!”


    “จางหลิน! จางหยินเซียว! ตอนนี้ไม่มีใครสามารถคุ้มกะลาหัวพวกเจ้าได้อีกแล้ว!” ซูหยานกัดฟันด้วยรอยยิ้มที่มุ่งร้าย


    ก่อนหน้านี้มันหวาดกลัวต่อการมีอยู่ของจอมฟ้า ทำให้มันไม่กล้าที่จะลงมือผลีผลามกับตระกูลจาง 


    แต่บัดนี้ข้อจำกัดทั้งหมดได้พังทลายลง เพียงเพราะมันได้กลายเป็นผู้ถือครองตราราชวงศ์จักรพรรดิ!


    ต่อให้ในตอนนี้มันจะฆ่าล้างบางตระกูลจาง จอมฟ้าก็ไม่กล้าที่จะปริปากแม้แต่ครึ่งคำ หากรู้ว่ามันเป็นผู้ถือครองตราราชวงศ์จักรพรรดิ!


    ขณะที่ซูหยานกำลังดีใจออกนอกหน้า เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “ทะ-ท่านอาจารย์”


    ซูหยานรีบเก็บตราราชวงศ์จักรพรรดิไว้ ก่อนจะตอบกลับ “เข้ามา”


    จากนั้นประตูก็ถูกเปิดออก ร่างของหลิงฟานวิ่งเข้ามาอย่างหน้าตาตื่น “ท่านอาจารย์ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”


    “หากเป็นเรื่องของศิษย์น้องของเจ้า ข้ารู้แล้ว…” ซูหยานพูดพลางเทชาลงถ้วยอย่างเงียบๆ และยกขึ้นมาเป่าก่อนจะบรรจงจิบช้าๆ


    แต่หลิงฟานกลับส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่ใช่เรื่องของศิษย์น้องหยาง แต่ตระกูลจาง... ตระกูลจางถูกฆ่าล้างบางไปแล้ว!”


    ชาที่กำลังจะเข้าปากก็ถูกพ่นพรวด ซูหยานสำลักชาอย่างหนัก ก่อนที่มันจะเอ่ยถามด้วยความตกตะลึง “เจ้าพูดว่าอะไร!?”


    หลิงฟานที่เพิ่งจะกลับมาจากเมืองหยางโจวก็รีบรายงานสถานการณ์ที่มันรับรู้มาในทันที


    เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตระกูลจางทำให้ดวงตาของซูหยานเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ


    ตระกูลจางถูกฆ่าล้างบาง!


    หลงเหลือเพียงแค่จางหลินคนเดียวเท่านั้น! 


    ตอนนี้จางหลินยังคงหมดสติและยังอยู่ในการดูแลของเจ้าเมืองมู่ โดยมีหยุนเหวินคอยดูอาการอย่างใกล้ชิด


    ใบหน้าของซูหยานบิดเบี้ยวจนเปลี่ยนเป็นสีเขียว “นี่ต้องเป็นฝีมือของเจ้าหยางเซี่ย!”


    มันไม่สามารถนึกถึงใครได้อีกแล้วนอกจากลูกศิษย์ของมันอย่างหยางเซี่ย ที่ซึ่งมีความแค้นกับจางหลินอย่างลึกซึ้ง!


    ผนวกกับข้อมูลที่ว่าภายในตระกูลจางไม่มีสมบัติใดๆหลงเหลืออยู่ ทำให้ตระหนักได้ในทันทีว่า บางทีลูกศิษย์ของมันอาจจะพยายามช่วงชิงสิ่งประดิษฐ์ระดับ 7 มาเพื่อให้มันรู้สึกพึงพอใจ


    แต่หยางเซี่ยที่มีความแข็งแกร่งด้อยกว่าจางหยินเซียวจะสามารถฆ่าล้างบางตระกูลจางได้อย่างไร?


    ต้องมีใครบางคนที่ให้หยางเซี่ยยืมมือในเหตุการณ์นี้อย่างแน่นอน!


    ซูหยานฉุกคิดบางอย่างขึ้นได้ มันรีบวิ่งไปที่โต๊ะทำงานและเปิดลิ้นชักออกมา เผยให้เห็นกล่องทองคำและรีบเปิดกล่องนั้นอย่างทันท่วงที


    ดวงตาของมันแข็งค้างเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ควรจะมีอยู่กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอย “เหรียญคำสั่งเทียนเหยาหายไป!”


    ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหรียญคำสั่งเทียนเหยาที่หยางเซี่ยได้ใช้ไปนั้น คือสมบัติที่ซูหยานครอบครอง!


    หยางเซี่ยได้ขโมยเหรียญคำสั่งเทียนเหยาของปรมาจารย์ซูหยานไป เพื่อให้ศาลาเทียนเหยากระทำการสังหารหมู่ตระกูลจาง!


    ซูหยานพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อสงบสติอารมณ์ และกลับไปนั่งลงที่เก้าอี้ตามเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง


    หากมันรู้เรื่องนี้ก่อนหน้า มันคงจะหัวเสียและหงุดหงิดเป็นแน่ 


    โชคยังดีที่ในตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนไปแล้ว


    ต่อให้จอมฟ้าจะต้องการสืบสาวเรื่องนี้และมาพบว่าตนอยู่เบื้องหลัง แต่จอมฟ้าจะไม่กล้าทำอะไรอย่างแน่นอนหลังจากรับรู้ว่ามันเป็นผู้ถือครองตราราชวงศ์จักรพรรดิ


    หลิงฟานที่ยังคงหอบหายใจอย่างหนักประสานมือถาม “ท่านอาจารย์ นี่เป็นฝีมือของศิษย์น้องหยางหรือไม่?”


    ซูหยานเทชาลงถ้วยใหม่พลางตอบว่า “ถูกต้อง ศิษย์น้องของเจ้าได้ใช้เหรียญคำสั่งเทียนเหยาของข้าในการสังหารหมู่ตระกูลจาง”


    ใบหน้าของหลิงฟานซีดลงในทันที “หากเป็นเช่นนี้ไม่ได้หมายความว่าศิษย์น้องหยางและพวกเราจะถูกเพ่งเป้าโดยท่านจอมฟ้าหรอกหรือ?”


    แทนที่ซูหยานจะตื่นตระหนก มันกลับดูสงบและไม่ได้ดูทุกข์ร้อนเลยแม้แต่น้อย “เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป…”


    "ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงเจ้าเฒ่าจอมฟ้า แม้แต่อ๋องฉู่ก็ยังไม่กล้าที่จะขึ้นเสียงกับข้าด้วยซ้ำ!" ซูหยานยิ้มอย่างไร้กังวล


    หลิงฟานมีการแสดงออกที่สับสน แต่เมื่อเห็นความมั่นใจบนใบหน้าของซูหยาน เขาก็ทำได้เพียงแค่ผงกศีรษะอย่างเชื่อฟัง “ข้ารีบกลับมาที่นี่เพื่อรายงานเรื่องนี้ให้ท่านทราบ แต่ข้าได้มอบหมายให้ศิษย์นอกสำนักคนอื่นๆกระจายกำลังไปที่เมืองหยางโจวเพื่อออกตามหาศิษย์น้องหยางแล้ว”


    ซูหยานวางถ้วยชาลง ก่อนจะยืนขึ้น “เรียกพวกเขากลับมาให้หมด การอยู่ที่เมืองหยางโจวต่อไปรังแต่จะตกเป็นเป้าของสำนักจักรพรรดิดาราเท่านั้น”


    “เอ่อ…” หลิงฟานตกใจและสงสัยในคำสั่งของปรมาจารย์ซูหยาน “แล้วศิษย์น้องหยาง—”


    ซูหยานหันหลังและมองออกไปนอกหน้าต่าง “หยางเซี่ยตายไปแล้ว เขาถูกฆ่าโดยคนจากสำนักจักรพรรดิเหมันต์”


    “อะไร!?” หลิงฟานที่ได้ยินดังนั้นก็เกือบจะเข่าทรุด


    แต่ซูหยานยังคงสงบก่อนจะโบกมือ “ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้ ทางราชสำนักกำลังเร่งสืบหาผู้กระทำความผิดอยู่ เพราะหยางเซี่ยแค่โดนลูกหลงจากการลอบปลงพระชนม์เท่านั้น”


    หลิงฟานที่ได้ยินก็อดไม่ได้ที่ชะงัก เขาทำได้เพียงพยักหน้าเบาๆและไม่ถามต่อครั้นเห็นว่าซูหยานยังคงความสงบสุขุมไว้ได้


    เดิมทีการตายของหยางเซี่ยควรจะทำให้ปรมาจารย์ซูหยานเลือดขึ้นหน้า อย่างน้อยๆปรมาจารย์ซูหยานคงจะเดือดดาลจนทำลายข้าวของไปแล้ว


    ทว่าในตอนนี้ปรมาจารย์ซูหยานกลับไม่ได้โกรธเคืองหรืออารมณ์เสียเลย


    นี่ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก!


    โดยเฉพาะกับความไม่เกรงกลัวต่อจอมฟ้าและอ๋องฉู่ นั่นทำให้หลิงฟานอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่า อาจารย์ของตนมีความมั่นใจอะไรว่าจะสามารถหลีกหนีจากความวุ่นวายในครั้งนี้ได้?

    คล้ายกับเรื่องชะตาฟ้า ข้าลิขิต ที่คุณอ่าน