“อาหยาง แม่มีเื่ไหว้วานเ้า ตามหาคนชื่อหยวนเฉินไปเอาของสิ่งหนึ่งให้แม่”
“ของหรือขอรับ?”
“เป็ผ้าโบราณชนิดหนึ่งแม่ได้ข่าวว่าคนผู้นั้นอยู่ไม่ไกลจากโรงเก็บศพไร้ญาติทางหุบผาตะวันตกของฉางอัน”
“หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงข้าต้องทำให้สำเร็จให้จงได้”
“เช่นนั้นแม่ก็เบาใจรอเ้ากลับมา”
เขารับปากมารดาโดยไม่คิดว่าแท้จริงแล้วหยวนเฉินนั้นเร้นกายจากยุทธภพนานเพียงใดไม่ว่าจะหาเบาะแสจากไหนก็ราวไร้ตัวตน เขาเทียวหาแล้วหาเล่าแต่ไม่เคยขึ้นมาถึงป่าสนแห่งนี้สักครั้งครานี้นับว่าเขากับหลิวเสียะมีวาสนาต่อกันจึงดั้นด้นมาเพื่อของชนิดเดียวกัน
ไม่รู้หรอกว่ามันสำคัญต่อมารดาเพียงใด...
ทั้งที่รู้ว่าคุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือหมายปองผ้าโบราณนี้เช่นกันแต่หยวนเฉินเลือกที่จะมอบให้เขาเก็บมันไว้ตามคำร้องขอโดยให้ปกปิดเป็ความลับ
“นำมันติดตัวไปนะขอรับ ข้าขอมอบให้ด้วยความเต็มใจ”
“เหตุใดจึงให้ข้า... เ้าก็รู้ว่าเพื่อนข้าก็้ามัน”
หยวนเฉินคุกเข่ายื่นม้วนผ้าหยาบที่ห่อหุ้มผ้าทอโบราณส่งให้เขารับมาด้วยความสงสัยใคร่รู้แต่ตาเฒ่าหาได้แถลงไขนอกจากย้ำคำหนักแน่น
“มันเป็ของท่าน ข้าหยวนเฉินทำหน้าที่เสร็จสิ้นแล้วจากนี้ข้าคงนอนตายตาหลับมิมีสิ่งใดติดค้างในใจอีกแล้ว”
“เ้าบอกว่าผ้าผืนนี้เป็ของอดีตพระสนมมิใช่รึ” อดีตขุนนางหนุ่มถามทวนคำ
“ขอรับ”
“แล้วเหตุใดจึงมอบของของนางให้ข้า”
ชายชราพยักหน้าหงึกหงักก่อนเอ่ยย้ำอีกครั้ง“ถึงเวลาท่านจะรู้เอง”
ถึงเวลาจะรู้เองงั้นรึ...
หยางซุนหยางเหยียดยิ้มก่อนจะนึกถึงดวงหน้ามารดาคำพูดของหยวนเฉินทำให้เขาแทบอดรนทนไม่ไหว อยากจะถามนางให้รู้เื่ซึ่งคงมิใช่ดั่งที่ตาเฒ่าชราเข้าใจ...
พระสนมฟางหลิงผู้นั้นกับหยางฟางหลิงมารดาของเขา...อาจเพียงชื่อพ้องเท่านั้น
หยวนเฉินต้องวิปลาสไปแล้วจึงได้แต่งเื่เช่นนี้ขึ้น...
หยางฟางหลิง... มารดาของเขาเป็หญิงอายุล่วงกลางคนแต่กระนั้นยังกระฉับกระเฉงอยู่มากผิวที่เคยเนียนราวหยกเนื้อดีเริ่มมีริ้วรอยแห่งวัยดวงหน้านวลแม้เสี้ยวหนึ่งมีรอยแผลเป็ขนาดใหญ่แต่มิอาจทำลายเค้าความงดงามที่ยังหลงเหลืออยู่ได้
มีเพียงสิ่งเดียวที่ขาดหายไปและมิอาจเรียกกลับคืนมา...
ชีวิตของเขามีเพียงมารดาที่เป็ช่างฝีมือทอผ้าต่วนแพรความเป็อยู่อัตคัดขัดสนอดอิ่ม แต่ยังดีมีบ้านให้พักพิงเขาหวังเป็อย่างยิ่งว่าจะทำให้มารดามีความเป็อยู่ที่ดีขึ้นแต่วันนั้นกลับไม่เคยมาถึง เพราะเพียงบอกว่าจะรับราชการนางกลับเป็เดือดเป็ร้อนหนักถึงขนาดทะเลาะกันแทบเป็แทบตายเพราะเื่นี้
“เ้าว่าอย่างไรนะ อาหยาง”
“ข้าบอกว่าข้าได้เป็ขุนนางวังหลวงแล้วขอรับท่านแม่” หยางซุนหยางวัยหนุ่มบอกเล่าน้ำเสียงดีใจปิดไม่มิด“อีกหน่อยท่านแม่ไม่ต้องลำบากทำงานงก ๆ ส่งข้าร่ำเรียนแล้วนะขอรับ”
มารดาชะงักสับกี่ทอผ้าเสียงดังก่อนจะลุกยืนแล้วแบมือมาตรงหน้า“อะไรรึขอรับ”
“เอาจดหมายมาให้แม่”
“ท่านแม่จะเอาไปทำไมขอรับ”
“เดี๋ยวนี้แม่บอกอะไรเ้ามิสนใจแล้วรึ”
“เอาไปท่านแม่ก็อ่านมิได้อยู่ดี” ร่างสูงใหญ่บ่นพลางจ้องมารดาด้วยความสงสัยแต่นางกลับยังแบมือเช่นเดิมแทนคำตอบ “ขอรับท่านแม่”
เพียงกระดาษแผ่นบางถึงมือนางกลับขยำเป็ก้อนกลมไม่ต่างจากขยะแล้วเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
“ใครใช้ให้เ้าไปสมัคร แม่บอกเ้าเหตุใดมิเคยจำ”
ว่าที่ขุนนางหนุ่มถึงกับสะดุ้งเขาไม่เคยเห็นสีหน้ามารดาเคร่งเครียดเช่นนี้มาก่อนร่างสูงใหญ่ก้าวเข้าหาเพียงสองมือแตะต้นแขนนางกลับสะบัดแล้วเบี่ยงตัวออกห่างก่อนจะตวาดลั่น
“แม่ถาม!ไยเ้าไม่ตอบแม่”
“ข้าเรียนจบแล้ว อีกอย่างใต้เท้าต่งเสนอชื่อข้าในฐานะลูกกตัญญูเข้ารับราชการทหารตามบัญชาฮ่องเต้ที่้ารับสมัครทหารจากหัวเมืองต่างๆ แทนการฝากฝังเช่นเคยขอรับ”
“แต่แม่ไม่ให้เ้าเป็เ้าจะเป็อะไรก็ได้ยกเว้นเป็สุนัขรับใช้วังหลวง”
“ท่านแม่!”
“ไปลาออกเสียพรุ่งนี้เลย”
“แต่ข้ารายงานตัวกับท่านเ้ากรมไปแล้วข้ามิอาจทำตามท่านแม่บอกได้”
“เ้าไม่อาจขัดคำคนอื่นได้แต่เ้ากล้าขัดคำสั่งแม่” นางย้ำเสียงเ็ป มือเรียวขาวซีดปาก้อนกลมที่เคยเป็หนังสือทางการใส่หน้าลูกชายอย่างแรงตามด้วยฝ่ามือเรียวบางที่ฟาดลงมาไม่ยั้งบนหน้าอกผึ่งผาย “แม่เลี้ยงเ้าได้แต่ตัวปกป้องเ้ามิได้ หากเกิดอะไรขึ้นกับเ้าเล่า”
“ท่านแม่ขอรับฟังข้าก่อน!”
“เหตุใดทำเช่นนี้!ฟ้าดินลงโทษข้าเท่าใดจึงจะพอใจ!”
นางคร่ำครวญหลังจากทุบตีจนพอใจก็ทรุดนั่งคุกเข่ากลางพื้นบ้านแล้วทุบอกตัวเองน้ำตาไหลพราก
“ท่านแม่!”
“เ้ากำลังจะทำให้แม่อกแตกตาย”
“งานข้าไม่อันตรายหรอกท่านแม่ไว้ใจได้ทหารชั้นปลายแถวนอกเมืองเช่นนี้ไม่มีเื่หนักหนาหรอกขอรับ” ผู้เป็ลูกทรุดนั่งคุกเข่าตรงข้ามลูบแขนมารดาเกลี้ยกล่อม“ท่านแม่ก็รู้ว่าข้าไม่มีวันพ่ายแพ้ต่อใครหน้าไหนหรอกขอรับ”
“แม่รู้ว่าเ้าเก่งแต่ตัวเ้าเองอาจพ่ายแพ้ต่อโชคชะตา”
“ท่านแม่ข้า...” ซุนหยางนิ่งงันอับจนคำพูด
นางถอนหายใจหันหลังให้ตัวสั่นเทิ้มจนว่าที่ขุนนางหนุ่มใเข้าไปกอดไว้จากด้านหลังแล้วเอ่ยเสียงเบา
“ข้าขอโทษ”
“เก็บคำขอโทษของเ้าแล้วไปทำบางสิ่งให้แม่”
“อะไรหรือขอรับ”
ครานั้นมารดาน้ำเสียงหนักแน่นจนเขาอยากรู้แต่ไม่เคยคาดคิดว่าภารกิจที่สั่งให้ทำจะเป็เื่ตามหาผ้าโบราณในตำนานและตอนนี้มันมาอยู่ในมือเขาแล้วหลังจากผ่านไปนานถึงหกปี...
“นี่เ้า... เ้า!”
อดีตขุนนางหนุ่มถึงกับสะดุ้งสุดตัวความทรงจำในอดีตหวนเก็บคืนสู่ห้วงคำนึง ดวงตาเรียวหรี่ทอดมองหาเสียงเรียกพลันถอนใจเมื่อมือเล็กๆ ของอีกฝ่ายพาดไหล่ก่อนจะนั่งลงเคียงข้างด้วยสีหน้าแช่มชื่นราวกับไม่มีทุกข์ร้อนใด
“อ้ะ...เอาไป”
“อะไรของเ้า”อดีตขุนนางหนุ่มเบี่ยงตัวแต่ไม่พ้นจึงรับบางสิ่งมาด้วยสีหน้างุนงง “เอามือเ้าออกไปจากไหล่ข้า”
“เ้านี่เล่นตัวไปได้แตะนิดแตะหน่อยทำเป็มากเื่” คุณชายน้อยแห่งหลิวซือซือหลุดหัวเราะ“สู้กับท่านตาจนสมองเสื่อมแล้วใช่หรือไม่”
“เอาผลท้อมาให้ข้า แล้วเ้าเล่า”
หยางซุนหยางเหลือบมองดวงหน้านวลแย้มยิ้มให้แล้วถอนหายใจนางไม่รู้ว่าเขารู้ว่านางเป็สตรีแถมยังโฉมสะคราญราวกับนางในภาพวาดที่ได้มาจากหยวนเฉินถ้าหากนางรู้คงไม่ทำ อดีตขุนนางหนุ่มถอนใจเบา ๆกระชับม้วนผ้าที่เหน็บซ่อนไว้ในกางเกงมิดชิดราวกลัวคนข้างกายจะล่วงรู้
หากนางรู้ว่าตอนนี้ผ้าโบราณที่ตามหาอยู่ที่เขาจะเกิดอะไรขึ้นนางจะผิดหวังหรือไม่หรืออันที่จริงนางไม่ได้คิดจริงจังกับมัน
“ก็แบ่งคนละครึ่งกับเ้า”นางยักคิ้วก่อนจะใช้เล็บจิกแบ่งผลท้อออกเป็สองซีกก่อนจะกัดผลท้ออีกครึ่งเคี้ยวท่าทางเอร็ดอร่อยราวกับมันคืออาหารอันโอชะ“รีบกินเข้าสิ ยังดีที่ท่านตาเอาผลไม้คืนข้านะมิเช่นนั้นเราสองคนคงหิวแย่ ข้าอุตส่าห์หาแทบตาย”
“แล้วเ้าทำเช่นไรจึงโดนหยวน...เอ่อ ท่านตาของเ้าจับทำโทษที่ขโมยผลไม้ได้” ซุนหยางหยั่งเชิง
คุณชายน้อยกัดผลท้อเข้าปากเคี้ยวคำสุดท้ายก่อนจะหันมาจ้องเขาเต็มตาหยางซุนหยางกลืนน้ำลายลงคอมองริมฝีปากอิ่มสีเหมือนผลท้อด้วยใจสั่นรัว
ริมฝีปากนี้ที่เคยช่วยชีวิตเขาตอนจมน้ำความจำเขาไม่ได้เลือนจนไม่รู้ว่านางช่วยเขาเช่นไร...
ััอบอุ่นจากริมฝีปากนางช่วยคืนชีพให้เขาเช่นนั้นต่อให้ขึ้น์ลงนรกหรือบุกน้ำลุยทะเลเพลิง เขาทำได้เพื่อนาง...
++++++++++++++
ขอฝากนิยาย+อีบุ๊กด้วยค่ะ