ตูม!
สายตาคู่หนึ่งทอดมองลงมาไร้ความรู้สึกใด เพียงจ้องมองเท่านั้นทว่าสำหรับราชาวิหารสวรรค์แล้วดุจดั่งดวงดารานับอนันต์กำลังพุ่งชน
ชั่วขณะหนึ่งห้วงความคิดถูกแรงกระแทกเสียจนรู้สึกว่างเปล่า
ทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้
วินาทีต่อมาเขาก็คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวร่างกายและจิตวิญญาณราวกับถูกดาบสวรรค์กรีดเฉือน
ความเจ็บปวดแสนสาหัสราวกับเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่ง
นี่คือมหาจักรพรรดิรึ
ราชาวิหารสวรรค์หวาดหวั่นเขาเป็นถึงมหาเซียนทว่ากลับไม่อาจอดทนต่อการจ้องมองของอีกฝ่ายได้
เขาสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายจงใจควบคุมพลังไว้มิฉะนั้นเพียงสายตาที่ทอดลงมา หากมีพลังแฝงอยู่เล็กน้อยเขาคงแหลกสลายเป็นผุยผงไปแล้ว
“น่าสนใจมหาเซียนคนเดียว สังหารจิตวิญญาณของกึ่งจักรพรรดิได้มิหนำซ้ำยังได้รับมรดกของจักรพรรดิชิง นามว่าซูฉางเซิงรึ”
ขณะที่ราชาวิหารสวรรค์สั่นกลัวร่างผอมแห้งนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ
เมื่อสายตาของเขาทอดลงมาราวกับเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างแล้วประสบการณ์ ความทรงจำ และเหตุแห่งกรรมของราชาวิหารสวรรค์เขาเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่งเพียงกวาดสายตา
กระไรกัน!
ราชาวิหารสวรรค์ตกตะลึงใบหน้าซีดเผือดลง เขายังไม่ได้ทันพูด มหาจักรพรรดิผู้นี้ก็เข้าใจทุกอย่างเสียแล้ว
เช่นนั้นเขาจะมีโอกาสแก้แค้นได้อย่างไร
เดิมทีราชาวิหารสวรรค์ตั้งใจแล้วว่าจะเดิมพันด้วยชีวิตของตนเพื่อยั่วยุมหาจักรพรรดิผู้นี้และกล่าวถึงข้อมูลของซูฉางเซิง
เพื่อให้มหาจักรพรรดิผู้นี้เกิดความอาฆาตและลงมือกับมันผู้นั้นทว่าเขายังไม่ทันได้พูดอีกฝ่ายก็เข้าใจทุกอย่างเสียแล้ว
ต่อหน้ามหาจักรพรรดิเขาเสมือนคนที่มองออกง่ายและไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังได้
“ลูกชายของเจ้าถูกเขาฆ่าตายหึ น่าสนใจนี่ คิดจะใช้ประโยชน์จากข้าสินะ!”
ร่างผอมแห้งนั้นกล่าวต่อและคำกล่าวอ้างของเขาในครั้งนี้ทำให้ราชาวิหารสวรรค์ตกใจอย่างมาก
ข้า!
ผู้ที่กล้าใช้คำเรียกตนเองเช่นนี้อย่างน้อยก็ต้องเป็นผู้แข็งแกร่งระดับกึ่งจักรพรรดิ
เช่นเดียวกับจักรพรรดิจิน
ทว่าคำกล่าวอ้างเช่นนี้
ในสายตาของมหาจักรพรรดิที่แท้จริงช่างเป็นเรื่องที่น่าขันสิ้นดี
ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ
และคนที่อยู่ตรงหน้าเขานั้นสามารถบีบจักรพรรดิจินให้ตายด้วยมือเปล่าและกินเข้าไปทั้งเป็น นี่คือผู้ที่มีพลังน่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
พลังอันไร้เทียมทานนั้นไม่สามารถเทียบได้กับระดับกึ่งจักรพรรดิเลย เมื่อรวมกับคำพูดของเขารวมไปถึงง้าวพญาปักษาสวรรค์แล้ว
สถานะของเขาจึงไม่ต้องสงสัยอีกต่อไป
มีความเป็นไปได้สูงว่าเขาคือบรรพบุรุษของเผ่าวิหคเพลิงปีกทอง มหาจักรพรรดิเผ่าวิหคในตำนาน
ผู้ที่เคยต่อสู้กับจักรพรรดิชิงเมื่อยุคโบราณ
มหาจักรพรรดิเผ่าวิหคโบราณผู้นี้มีชีวิตอยู่มานานถึงเพียงนี้ได้อย่างไร
ราชาวิหารสวรรค์เริ่มหวาดกลัวมากยิ่งขึ้นทว่าในขณะเดียวกันก็รู้สึกเคารพนับถือไม่น้อย
สำหรับผู้แข็งแกร่งของเผ่าวิหคเพลิงปีกทองการมีอยู่ของมหาจักรพรรดิเผ่าวิหคคือความภาคภูมิใจของพวกเขา
เป็นหนึ่งในบรรพบุรุษมหาจักรพรรดิเพียงไม่กี่คนที่ยังคงดำรงอยู่
“ขอท่านมหาจักรพรรดิบรรพชนโปรดระงับโทสะ!”
เมื่อคิดได้เช่นนั้นราชาวิหารสวรรค์ก็กัดฟัน ก้มศีรษะลงและขอร้องด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว
“ฮ่าๆเจ้าก็ฉลาดดีที่สามารถเดาตัวตนของข้าได้ ไม่เลว ข้าคือมหาจักรพรรดิเผ่าวิหค”
ร่างผอมแห้งนี้หรือก็คือมหาจักรพรรดิเผ่าวิหคหัวเราะออกมาเบาๆ
จากนั้นเขาก็ลุกขึ้นและเดินไปหยิบง้าวขนาดใหญ่ที่ปักอยู่บนพื้นขึ้นมา
วือๆ...
เมื่อจับง้าวขึ้นแล้วมันสั่นเบาๆแสงศักดิ์สิทธิ์ค่อยๆ ส่องสว่าง พลังอำนาจแห่งเต๋าค่อยๆ แผ่ซ่านออกมาทว่าไม่ได้ระเบิดออกแต่อย่างใด กลับวนเวียนอยู่รอบกายมหาจักรพรรดิเผ่าวิหคเท่านั้น
“สหายเอ๋ยหลังจากผ่านไปนับร้อยล้านปี พวกเราจะได้ประลองกันอีกครั้งแล้ว!”
มหาจักรพรรดิเผ่าวิหคลูบง้าวด้วยมือของเขาในดวงตาแสดงถึฃความโหยหา
เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะมีชีวิตอยู่ได้นานถึงเพียงนั้น
แม้ว่ามหาจักรพรรดิจะแข็งแกร่งแข็งแกร่งจนไร้ผู้ใดเทียบได้ ใช้พลังของตนเองกดขี่เต๋า สร้างเส้นทางแห่งจักรพรรดิเหยียบเต๋าไว้ใต้ฝ่าเท้า แค่เพียงความคิดก็สามารถทำลายจักรวาลได้และเพียงดีดนิ้วก็สามารถทำลายเต๋าได้เช่นกัน
และแม้กระทั่งการกวาดล้างจักรวาลก็เป็นเรื่องง่าย
ทว่าถึงกระนั้นมหาจักรพรรดิก็ยังไม่สามารถเป็นอมตะได้ ท้ายที่สุดก็ไม่ใช่เซียนไม่สามารถหลุดพ้นได้
สาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้มหาจักรพรรดิเผ่าวิหคมีชีวิตอยู่ได้นานถึงเพียงนี้เป็นเพราะถูกผนึกอยู่ในสถานที่แห่งนี้
แม้ว่าการผนึกของจักรพรรดิชิงจะทำให้เขาต้องทนทุกข์ทรมานจากการผนึกนับร้อยล้านปีทว่าก็เป็นการกักเก็บพลังชีวิตของเขาไว้โดยอ้อม ไม่ให้ไหลออกไปอย่างรวดเร็วและกลับช้าลงไปนับหมื่นเท่า
ด้วยเหตุนี้เขาจึงมีชีวิตรอดมาได้
เพียงแต่ถึงแม้จะมีชีวิตอยู่ทว่าเขาก็ต้องจ่ายราคาที่แสนสาหัส
ไม่เพียงแต่พลังชีวิตของเขาจะเหลือไม่ถึงหนึ่งในสิบแม้แต่พลังต่อสู้ก็ยังลดลงจนถึงจุดต่ำสุดเท่าที่เคยมีมา
เทียบกับระดับผู้ทรงเกียรติสูงสุดยังด้อยกว่าเล็กน้อยผลเต๋าของมหาจักรพรรดิก็เกือบจะแตกสลายและร่วงจากระดับมหาจักรพรรดิ
เขาต้องการเวลาที่ยาวนานมากถึงจะฟื้นพลังในระดับมหาจักรพรรดิได้
ดังนั้นในทันทีที่เขาหลุดพ้นออกมาเขาจึงจงใจกินจักรพรรดิจินเข้าไปทันที
ผู้แข็งแกร่งกึ่งจักรพรรดิผู้นี้คืออาหารเสริมที่ดีที่สุดของเขา
“ความแค้นของเจ้าข้าทราบแล้ว ในเมื่อพวกเจ้าเป็นผู้ปลดปล่อยข้าออกมา ซูฉางเซิงผู้นั้นข้าจะจัดการให้เอง!”
ขณะนั้นเองมหาจักรพรรดิเผ่าวิหคก็มองไปยังราชาวิหารสวรรค์ กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ราชาวิหารสวรรค์ใจเต้นแรงดีใจเป็นอย่างมาก
หากมหาจักรพรรดิเผ่าวิหคลงมือซูฉางเซิงตัวเล็กๆ ก็เป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่ง เพียงดีดนิ้วเบาๆ ก็สามารถสังหารได้
เมื่อคิดถึงจุดนี้ราชาวิหารสวรรค์ก็แทบจะหัวเราะออกมาดังๆ
หากซูฉางเซิงตายได้แม้เขาจะต้องตายเพราะเรื่องนี้ เขาก็ไม่เสียใจแล้ว
“เจ้าก็ไม่เลวต่อไปก็ติดตามข้าเสีย จากนี้ไปต้องรวมวิหารศักดิ์สิทธิ์คุนหลุนก่อนแล้วค่อยฟื้นพลัง จากนั้นประกาศให้ทั้งยุทธภพรับรู้ถึงการกลับมาของข้า!” มหาจักรพรรดิเผ่าวิหคเหลือบมองเขารู้ความคิดของเขาในทันที และกล่าวด้วยความชื่นชมเล็กน้อย
แม้ว่าเผ่าวิหคเพลิงปีกทองจะให้ความสำคัญกับสายเลือดทว่าผู้ที่เสียสละเพื่อแก้แค้นให้ลูกชายเช่นราชาวิหารสวรรค์นั้นหาได้ยาก
ทำให้เขาชื่นชมเช่นกัน
นอกจากนี้ในเมื่อเป็นเผ่าวิหคเพลิงปีกทองเหมือนกันเขาจึงไม่รังเกียจที่จะมีผู้ใต้บังคับบัญชาสักคน
“ข้าน้อยขอคารวะฝ่าพระบาท!”
ราชาวิหารสวรรค์รู้สึกดีใจมากและกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว
“หึผู้สืบทอดของจักรพรรดิชิงรึ ในเมื่อจักรพรรดิชิงตายไปแล้ว ข้าก็ไม่อาจแก้แค้นได้เช่นนั้นก็ให้ผู้สืบทอดของเจ้ามารับกรรมนี้แทนแล้วกัน!”
มหาจักรพรรดิเผ่าวิหคไม่สนใจเขาทว่ากลับมองไปยังที่ไกลออกไป ดวงตาลึกซึ้ง มีสัญลักษณ์แห่งเต๋าเปล่งประกายอยู่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก ทั้งยังหัวเราะเยาะออกมาอีกด้วย
“ดีเลยง้าวของข้าก็อยากจะเปื้อนเลือดของผู้สืบทอดจักรพรรดิชิงเสียหน่อย!”
“ซูฉางเซิงข้าหวังว่าเจ้าจะน่าทึ่งมากพอ ไม่ทำให้ข้าผิดหวัง!”
เขากล่าวออกมาเบาๆ
หากความสามารถไม่น่าทึ่งเขาก็คงสังหารอย่างไม่สนุกนัก และทำให้เขาผิดหวังเปล่าๆ
“ไปกันเถิด!”
ตูม!
ในไม่ช้าง้าวก็พุ่งทะลวงฟากฟ้า ผ่ามิติ พลังศักดิ์สิทธิ์ไร้ขีดจำกัดปะทุออกมาราวกับทะเลศักดิ์สิทธิ์สีทองที่เชี่ยวกราก ชั่วพริบตาก็ปราบปรามทุกสิ่งที่ขวางหน้า
ทะเลแห่งเต๋าวัฏจักรที่แม้แต่กึ่งจักรพรรดิยังหวาดกลัวภายใต้การโจมตีนี้ ก็ถูกทำลายล้างไปในทันที
อำนาจแห่งเต๋าอันน่าสะพรึงกลัวนี้สั่นสะเทือนดินแดนโบราณแห่งนี้ในทันทีและแพร่กระจายไปทั่วหลายสิบถึงร้อยดินแดนศักดิ์สิทธิ์
ชั่วขณะนั้นไม่รู้ว่ามีผู้แข็งแกร่งมากเท่าใดแม้แต่ประมุขกึ่งจักรพรรดิก็ยังรู้สึกหวาดกลัวและสั่นสะท้าน
“นี่เป็นมหาจักรพรรดิที่ถือกำเนิดขึ้นมาหรือ”
ใจกลางดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งระดับผู้ทรงเกียรติสูงสุดโบราณคนหนึ่งลืมตาขึ้นมองไปยังทิศทางของทะเลแห่งเต๋าวัฏจักร ในใจรู้สึกตกตะลึงและอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา
เขาสัมผัสได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของพลังศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ใช่เป็นเพียงพลังของอาวุธจักรพรรดิเท่านั้นทว่าเป็นพลังของมหาจักรพรรดิที่แท้จริง
นี่คือการฟื้นคืนชีพของมหาจักรพรรดิและบรรลุด้วยตนเอง
การค้นพบนี้ทำให้เขารู้สึกตกตะลึง
หรือว่าแดนสวรรค์ฉางเซิงกำลังจะเข้าสู่ยุคที่มหาจักรพรรดิจะเข้ามาปกครองอีกครั้งแล้วหรือ
อีกด้านหนึ่งใจกลางดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุน สาขาของพันธมิตรเซียนหมื่นวิถีซูฉางเซิงได้มาถึงที่นี่แล้ว
“หืม”
เมื่อมาถึงได้ไม่นานซูฉางเซิงก็ขมวดคิ้วและมองไปยังที่ไกลโพ้น
มันอยู่ห่างจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หุนคุนออกไปหลายสิบดินแดน
จากที่นั่นเขาสัมผัสได้ถึงพลังของมหาจักรพรรดิที่ปะทุออกมาราวกับว่ามีมหาจักรพรรดิกำลังลงมืออยู่อย่างไรอย่างนั้น
ทำให้ซูฉางเซิงรู้สึกจริงจังขึ้นมา
หรือว่าเหล่ามหาจักรพรรดิในดินแดนอมตะโบราณเริ่มที่จะกลับมาแล้วหรือ
“ช่างเถิดไม่ว่าจะกลับมาหรือไม่ ข้าก็ไม่กลัว อย่างมากก็แค่สู้!”
ในไม่ช้าซูฉางเซิงก็ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนที่จะฝ่าขีดจำกัดเขายังคงหวาดกลัวมหาจักรพรรดิอยู่มาก
ทว่าหลังจากฝ่าขีดจำกัดแล้วมีพลังต่อสู้ในระดับระดับผู้ทรงเกียรติสูงสุดทั้งยังมีอาวุธจักรพรรดิชิงและหม้อหลอมปฐมกำเนิดแห่งสรรพสิ่งเขาไม่กลัวมหาจักรพรรดิเท่าใดนัก
ถึงแม้จะสู้ไม่ได้ก็แค่หนีและพาตระกูลซูหลบไปไม่น่าจะมีปัญหาใด
“ท่านผู้อาวุโสฉางเซิงท่านมาแล้ว!”
ซูฉางเซิงเก็บความคิดในหัวออกไปจากนั้นก็เข้าไปในสาขาของพันธมิตรเซียนหมื่นวิถี
ทันทีที่เขาปรากฏตัวก็มีผู้รับผิดชอบเข้ามาต้อนรับ เป็นผู้แข็งแกร่งระดับมหาเซียนรีบเข้ามาต้อนรับอย่างกระตือรือร้น และเชิญซูฉางเซิงเข้าไปข้างใน
ด้วยชื่อเสียงของซูฉางเซิงในตอนนี้แม้แต่สำนักของราชวงศ์จักรพรรดิก็ยังให้เกียรติ
พันธมิตรเซียนหมื่นวิถีก็เช่นกัน
ท้ายที่สุดแล้วศักยภาพของซูฉางเซิงนั้นน่ากลัวมาก ถึงแม้จะเป็นเพียงมหาเซียนทว่ากลับเป็นที่หนึ่งของบัญชีมหาเซียนสูงสุดและได้รับฉายาว่าอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งหมื่นยุคสมัยมีคุณสมบัติของราชันย์แห่งมหาเซียน
เมื่อเป็นมหาเซียนที่น่าทึ่งถึงเพียงนี้การให้เกียรติก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายกระไร
“หือนั่นๆ ใช่บรรพบุรุษฉางเซิงหรือไม่”
“ซูฉางเซิงบรรพบุรุษฉางเซิงอันดับหนึ่งของบัญชีมหาเซียนสูงสุดนั่นไง!”
“ท่านผู้นี้คือความภาคภูมิใจของดินแดนสวรรค์ฉางเซิงของพวกเราหลังจากผ่านพ้นยุคสมัยอันนับไม่ถ้วนแดนสวรรค์ฉางเซิงของเราเพิ่งจะมีอัจฉริยะที่สามารถขึ้นไปเป็นที่หนึ่งของบัญชีมหาเซียนสูงสุดได้เป็นครั้งแรก!”
การปรากฏตัวของซูฉางเซิงทำให้สาขาของพันธมิตรเซียนหมื่นวิถีแห่งนี้สั่นสะเทือนสายตาของผู้แข็งแกร่งมากมายมองมา เมื่อเห็นซูฉางเซิง ทุกคนก็ต่างตื่นเต้น
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรหญิงเทพธิดาและเซียนหญิงมากมาย ต่างรู้สึกดีใจ ไม่ได้แสดงท่าทีสงวนเหมือนอย่างเคยดวงตาเป็นประกาย มีความคิดที่จะพุ่งเข้ามาหา
ช่วยไม่ได้ชื่อเสียงของการเป็นอันดับหนึ่งของบัญชีมหาเซียนสูงสุดนั้นโด่งดังมากในใจของผู้บำเพ็ญเพียรมากมาย ชื่อเสียงของซูฉางเซิงนั้นสูงกว่าเจ้าแห่งราชวงศ์จักรพรรดิเสียอีก
เมื่อเห็นเช่นนั้นซูฉางเซิงก็ขมวดคิ้วเบาๆ ทว่าก็คลายออกในไม่ช้านี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น
ตราบใดที่พวกเขาไม่พุ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่งก็เป็นพอ
“อืมน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งเต๋าวัฏจักรเล่า”
จากนั้นซูฉางเซิงก็ถามมหาเซียนผู้นั้น
เขามาที่นี่เพื่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งเต๋าวัฏจักรแน่นอนว่าไม่อยากเสียเวลาโดยใช่เหตุ
“เตรียมพร้อมไว้สำหรับท่านผู้อาวุโสฉางเซิงแล้วขอรับทว่าผู้เป็นเจ้าของน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งเต๋าวัฏจักรมีเงื่อนไข หากท่านตกลงพวกเขาถึงจะขายให้ ขอท่านผู้อาวุโสฉางเซิงโปรดเข้าใจด้วย!”
ผู้แข็งแกร่งระดับมหาเซียนผู้นั้นยิ้มกล่าว
“ตราบใดที่ไม่มากเกินไปข้าก็ตกลง” ซูฉางเซิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ฮ่าๆๆด้วยพลังของท่านผู้อาวุโสฉางเซิงเงื่อนไขของอีกฝ่ายย่อมสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างง่ายดายแน่นอน!”
ผู้แข็งแกร่งระดับมหาเซียนหัวเราะพลางยกยอ
ในไม่ช้าซูฉางเซิงก็มาถึงตำหนักแห่งหนึ่ง ซึ่งมีค่ายกลมากมายล้อมรอบพลังปราณมหาศาลพุ่งออกมา ราวกับกลั่นออกมาเป็นแก่นแท้แห่งกฎเกณฑ์บริสุทธิ์อย่างมาก
[ติ๊ง!ตรวจพบผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นฮูหยิน ลูกศิษย์ที่ถูกทอดทิ้งของตระกูลเย่เซียนเย่ ร่างกาย : สังขารศักดิ์สิทธิ์แห่งยุคบรรพกาลระดับโชคชะตาใกล้เคียง [เก้าสี] มีความหวังที่จะเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตเป็นจักรพรรดิสวรรค์ในอนาคต แนะนำให้รับไว้เป็นฮูหยิน!]
[ติ๊ง!ตรวจพบผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจะเป็นฮูหยิน องค์หญิงของเผ่าเทพแห่งแม่น้ำลั่วลั่วหลี ร่างกาย : สังขารลั่วเสิ่นศักดิ์สิทธิ์มีสายเลือดของเผ่าลั่วเสิ่น เป็นหนึ่งในแปดเผ่าเทพของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลิงกู่ระดับโชคชะตา [สีม่วงทอง] แนะนำให้รับไว้เป็นฮูหยิน!]
ขณะนั้นเองระบบก็ส่งเสียงแจ้งเตือนสองครั้งติดต่อกัน ทำให้คิ้วของซูฉางเซิงกระตุกเล็กน้อยในใจรู้สึกตกตะลึงอย่างมาก
ระดับโชคชะตาใกล้เคียง[เก้าสี] เชียวรึ