ตอนที่ 9
เมื่อหนึ่งทุ่มตรงตามเวลานัดหมายหญิงสาวที่เตรียมตัวมาลองชุดก็เยี่ยมหน้ามาทางประตู สิ่งที่โดดเด่นบนใบหน้าผู้มาถึงก็คือ‘เสน่ห์’ ทุกอย่างที่ประกอบเป็เครื่องหน้าของเธอมันช่างลงตัวเหลือเกิน...ผมสีน้ำตาลอมทองเป็ประกายเงาถูกดัดลอนอ่อนๆเป็สปริงอยู่เคลียไหล่หน้าตาที่คมคายแบบลูกครึ่ง โดดเด่นั้แ่คิ้วเรียวยาวรับกับดวงตาคมสองชั้นที่มีแพขนตาหนางอน ปีกจมูกรับกับสันจนโด่งอยู่เหนือริมฝีปากบางบนใบหน้ารูปไข่แต่ที่สำคัญผิวพรรณของหญิงสาวช่างผุดผาดขาวผ่องเป็ยองใยเหมือนสาวเวียดนามแม้จะได้เชื้อสายมาทางมารดาเพียงน้อยนิด แต่ออร่าความเจิดจรัสก็เปล่งประกาย
เมื่อแรกเห็น...วัลยายังนึกอิจฉาในความงามของอิงเอื้อง ผู้หญิงอะไรกันช่างเพอร์เฟกต์ขนาดนี้ยิ่งอายุอานามตามบทสัมภาษณ์เพิ่งจะเฉียดเลขสอง...อนาคตในวงการยังอีกยาวไกล
หลังจากแวบแรกที่อิจฉาความสวยงามในตัวลูกครึ่งแวบต่อมาที่ตกผลึกอยู่ในความคิดซึ่งซึมเข้าเส้นเืในอาชีพผู้จัดการดารานั่นก็คือ...
‘ทำยังไงถึงจะได้เด็กคนนี้มาอยู่ในสังกัด คอยดูแลคิวบ้างนะ’
“สวัสดีค่ะพี่ๆ” หญิงสาวกล่าวสวัสดีโดยถ้วนทั่วแม้จะยังไม่รู้จักว่าใครเป็ใครบ้าง
“พอดีตอนเดินเข้ามาในออฟฟิศ ฮันนี่ไม่เห็นใครข้างหน้าเลยค่ะก็เลยสุ่มๆเดินเข้ามาในห้องลองเสื้อผ้า”หญิงสาวลูกครึ่งท่าทางปราดเปรียว ทักทายมินตรากับวัลยา
“คนนี้พี่หว่าหวาจ้ะน้องฮันนี่ ผู้จัดการของน้องโดมที่จะถ่ายแบบคู่กันน่ะจ้ะ”
“อุ๊ย...สวัสดีค่ะพี่หว่าหวา ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคะ”เธอยกมือขึ้นไหว้คนที่ถูกแนะนำ
“ตัวจริงน่ารักกว่าที่พี่เคยเห็นอีกนะคะเนี่ย”วัลยาชื่นชมจากใจ
มินตราที่กำลังถือชุดว่ายน้ำอยู่ในมือจึงกวักมือเรียกสาวน้อยให้เข้ามาใกล้ๆพลางยื่นชุดบิกินี่แบบทูพีซตัวจิ๋ว
แบรนด์ดังลายดอกไม้สีสดให้นางแบบสาวได้ลองใส่
“ฮันนี่มาถึงก่อนก็ดีแล้ว จะได้ลองชุดก่อน”
อิงเอื้องรับชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วมาถือไว้ในมือก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนในห้องลองระหว่างนั้นที่สองสาวเทียมอยู่กันลำพัง วัลยาที่สนใจในตัวอิงเอื้องก็สอบถามข้อมูลทันที
“น้องฮันนี่...ใครดูแลงานให้เธอคะ”
“น้องเขารับงานด้วยตัวเองค่ะหว่าหวา เคยมีคนมาทาบทามจะดูคิวงานให้ก็ไม่เห็นน้องเขาจะให้ความสนใจใครเป็พิเศษนะ เห็นเธอเฉยๆ...ยังไงเนี่ยสนใจจะดึงตัวน้องเขาเป็เด็กในสังกัดเหรอจ๊ะ”
“ถ้าได้ก็ดีสิ หน่วยก้านน้องเข้าท่าทีเดียว แถมสำเนียงการพูดภาษาไทยก็ชัดเป๊ะไม่มีแปร่งหูเหมือนพวกนางแบบฝรั่งหัดพูดไทยเลยสักนิด”
“ทำไมจะไม่ชัดล่ะคะ...ก็น้องฮันนี่เธอเกิดที่เมืองไทย อยู่เมืองไทยมาตลอด นานๆทีแดดดี้เธอถึงจะรับไปอยู่ด้วยที่ต่างประเทศเป็ครั้งคราวมั้งคะ” มินตราทำเสียงไม่แน่ใจในประโยคท้าย ก่อนจะเอียงตัวเข้าไปกระซิบพูดเบาๆไม่ให้คนที่กำลังเปลี่ยนชุดได้ยิน
“แต่ที่มินได้ข่าวมาก็คือแดดดี้ที่เธอเรียก...ไม่น่าจะใช่พ่อแท้ๆของเธอ พ่อเธอน่าจะเป็พวกไอ้กันที่มาปฏิบัติหน้าที่พิเศษฟันสาวไทยแล้วก็ทิ้งน่ะค่ะ...แดดดี้คนนี้น่าจะเป็พ่อเลี้ยง”
มินตรากลอกตาไปมากลัวใครจะได้ยินกับความลับที่เธอกำลังแพร่งพราย “เื่นี้หว่าหวาต้องเหยียบไว้เลยนะคะ...เพราะข่าวที่มินพูดมันไม่ชัวร์”
คนฟังถลึงตายกมือทาบอก “ตายจริง...แม่เธอเป็อย่างว่ารึเปล่าคะเนี่ย”
มินตรารีบจุปากทันทีเมื่อสาวน้อยโผล่หน้ามาจากห้องลองชุด...เธอสวมบิกินี่ตัวจิ๋วได้พอดีตัวเผยทรวงอกคู่อิ่มที่ถูกรัดด้วยบราตัวจ้อยจนล้นทะลักไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงที่ดูบอบบางตอนสวมชุดธรรมดาก็ดูไม่มีอะไรเป็พิเศษ แต่พออยู่ในชุดว่ายน้ำหน้าอกหน้าใจกลับดูเต่งตึงตื่นตาจนล้นทะลัก...เข้าข่ายสวยซ่อนรูปขนาดวัลยาไม่ใช่ชายแท้ ยังอดเพ่งมองไม่วางตา
อิงเอื้องออกมายืนโพสต์ท่าในชุดบิกินี่หมุนตัวไปมาโชว์สรีระสมส่วนให้สไตลิสต์ดู “เป็ยังไงบ้างคะพี่มิน ชุดนี้ฮันนี่ใส่แล้วดูโอเคไหมคะ”
“อู้ย! สวยอย่าบอกใครเชียวค่ะ”มินตราทำเสียงวี้ดวิ้วอีกครั้งเมื่อพูดจบ
“แต่ฮันนี่ว่าชิ้นบนมันคับไปหน่อย แต่ก็ไม่อึดอัดเท่าไหร่หรอกค่ะ...พอไหว” เธอทำท่าขยับผ้าชิ้นจิ๋วที่ห่อหุ้มทรวงอกให้ลงตัวขึ้น
มินตราเดินเข้าไปสำรวจนางแบบสาวใกล้ๆจับเธอหมุนซ้ายหมุนขวาเพื่อสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้งก่อนจะให้อิงเอื้องไปลองชุดที่เหลืออีกหลายชุด
“น้องฮันนี่เธอดูกล้าไม่ขี้อายเท่าไหร่นะคะ...เห็นตอนโพสต์ท่าให้เราสองคนดู เธอมั่นอกมั่นใจในตัวเองสูงดูเป็มืออาชีพมากๆ” วัลยาชมเปาะเมื่อสาวลูกครึ่งเข้าไปลองชุดว่ายน้ำชุดสุดท้าย
อิงเอื้องแม้จะเกิดและเติบโตที่เมืองไทยแต่ก็ถูกเลี้ยงดูแบบอิสระมาั้แ่เด็ก...เื่การถ่ายแบบวาบหวิวจึงไม่ใช่เื่ใหญ่สำหรับเธอ
หญิงสาวเปิดเผยตัวในเื่การทำงานอย่างเต็มที่จะถ่ายวาบหวามอย่างไรก็ได้ ยกเว้นโป๊เปลือยอล่างฉ่าง...งานประเภทนั้นเธอไม่รับ แต่ถ้าชิ้นงานอยู่ในลิมิตเธอเซย์เยสทันทีและทำงานอย่างคล่องแคล่วมืออาชีพไม่มีปริปากบ่น
แต่ถ้าเป็เื่ส่วนตัวของเธอนั่นเป็สิ่งที่เธอปกปิดมิดชิด ไม่เคยพูดถึง ข่าวคราวที่สื่อทั่วไปได้รับจึงมีเพียงแค่มารดาของเธอเท่านั้นที่ยอมเปิดเผยตัวแต่เื่แดดดี้ของเธอ ไม่เคยมีใครเห็นตัว ทุกอย่างเป็เื่ที่ฟังมาจากปากของเธอทั้งสิ้นแต่มันก็ไม่ใช่ประเด็นที่สื่อจะไปขุดคุ้ย จึงไม่มีนักข่าวฉบับไหนตามไปเล่นข่าวเชิงลึกของเธอ
สื่อทุกสำนักสนใจแต่เบื้องหน้าของเธอมากกว่า...ดังนั้นเื่ที่มินตราแอบกระซิบบอกวัลยาจึงเป็ความลับที่ยังไม่มีใครนำมาเปิดเผย...ทุกอย่างยังคงเป็แค่ข่าวโคมลอย
ไม่ว่าตัวตนของอิงเอื้องจะเป็อย่างไรประวัติในเชิงลึกจะมีเื่ราวให้น่าขุดคุ้ยขนาดไหน แต่ภาพที่ทุกคนเห็นและััตัวตนของเธอได้ก็คือ...อิงเอื้องเป็สาวลูกครึ่งที่หัวสมัยใหม่ รับได้กับวัฒนธรรมทางตะวันตกและไม่ปฏิเสธวัฒนธรรมความดีงามของเมืองไทย
เธอจึงเป็แบบฉบับของสาวรุ่นใหม่ที่มีทั้งความเซ็กซี่ประเปรียว ร้อนแรง...ผสมผสานไปกับความเรียบร้อย อ่อนโยน และสุภาพ
ทั้งสองอย่างขัดกันเองในบุคลิกแทบไม่น่าเชื่อว่าจะรวมกันอยู่ภายในคนๆเดียว
อิงเอื้องออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดอีกครั้งคราวนี้ชุดที่ใส่เป็สีแดงเพลิงช่วยขับผิวขาวจัดให้ดูเด่นยิ่งขึ้น ผู้พบเห็นต้องยอมรับในผิวพรรณของเธอทีเดียวว่าเกลี้ยงเนียนไม่มีรอยตกกระแบบพวกฝรั่งเลยสักนิดเดียว น่าจะเป็เพราะเธอได้ลักษณะทางพันธุกรรมมาจากสายเืมารดามากกว่าเธอจึงเป็คนมีผิวขาวผ่องเหมือนสาวเวียดนาม
เช่นเคยที่มินตรากับวัลยาผลัดกันชมสาวลูกครึ่งไม่ขาดปาก...แต่ในการชมความคิดทั้งคู่นั้นต่างกัน มินตรามองแค่เื่งาน ้าให้ทุกอย่างเรียบร้อยนางแบบใส่เสื้อผ้าดูดีไม่มีปัญหา แต่ในมุมมองของวัลยา คำชมที่จริงใจกลับแฝงไปด้วยผลประโยชน์ส่วนลึก
ผู้จัดการฯสาวกำลังมองว่าทำอย่างไรจึงจะเชื่อมสัมพันธ์ให้ตัวเองสนิทสนมกับนางแบบสาว เพื่อจะดึงเธอเข้ามาอยู่ในสังกัด
ทันใดนั้นร่างสูงขาวของใครคนหนึ่งก็โผล่หน้าเข้ามาในห้อง...โดมทองมาตามนัดที่รับปากกับวัลยาว่าจะมาลองชุดว่ายน้ำ
เขายกมือสวัสดีทั้งผู้จัดการฯสาวและสไตลิสต์...ยิ้มให้คนทั้งคู่ก่อนจะมายิ้มค้างอยู่ที่สาวงามข้างหน้าในชุดบิกินี่สีแดงเพลิง
โดมทองตะลึงจนตาค้าง...จ้องผู้หญิงตรงหน้าไม่วางตาแต่อิงเอื้องก็ไม่สะทกสะท้านต่อสายตาชายหนุ่มที่มองมากลับจ้องตอบ...จนชายหนุ่มต้องเป็ฝ่ายหลบตาเสียเอง
วินาทีนั้นที่วัลยาเกิดสมองใสไอเดียบรรเจิด...ปิ๊งวิธีการที่จะดึงอิงเอื้องเข้ามาเป็เด็กในสังกัดได้แล้ว
โดมทองจะเป็ตัวช่วยชั้นดี...ผู้จัดการฯดาราคนเก่งวางแผนเป็ขั้นตอนอยู่ในใจ
///////////////////////////////////////