กำเนิดใหม่ราชามังกรสวรรค์

    ตอนที่ 40 รักษาหวังเหว่ย

            ตอนที่  40

            รักษาหวังเหว่ย

            หลังจากรักษาอี้เฟยเสร็จก็ปล่อยให้นางอยู่คนเดียวในถ้ำ  ไป๋เหอที่ได้เวลากลับก็ได้ขี่กระบี่กลับไปยังหมู่บ้านแล้วเดินทางไปหาหวังเหว่ยทันที  เขาเสียเวลาไปกับการยื่นมือเข้าช่วยสตรีผู้นั้นทำให้ล่าช้าเกินไป

            “นั่นๆ ท่านไป๋เหอกลับมาแล้ว”  ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นขณะเห็นคนขี่กระบี่ลอยมาทางที่ตนยืนอยู่

            ตอนนี้ไป๋เหอถอดชุดคลุมออกแล้วเขาเป็นไป๋เหอคนเดิมรีบเดินเข้าไปหาซวงเอ๋อร์เมื่อเห็นว่านางกำลังวิ่งมากอดตนเองแถมบนหน้ายังมีคราบน้ำตาอีกด้วย

            “พี่ไป๋เหอพี่กลับมาแล้ว” นางร้องไห้สะอื้นเสียงดังทันทีเมื่อได้กอดพี่ชาย  เพราะการไม่เห็นเขาปรากฏตัวทำให้จิตใจนางอยู่ไม่เป็นสุขคอยกังวลมาตลอดว่าเขาจะได้รับบาดเจ็บ  แต่เมื่อเห็นว่าเขาไม่เป็นอะไรนางก็รู้สึกสบายใจขึ้นมากคลายกังวลใจลง

            “ซวงเอ๋อร์ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้ารอ  เจ้าคงทุกข์ใจสินะที่ไม่เห็นข้าเอาละเลิกร้องไห้ได้แล้วนะข้ากลับมาแล้ว” มองเห็นความเป็นห่วงเป็นใยของซวงเอ๋อร์ที่มีต่อเขา ชายหนุ่มกลับรู้สึกผิดยิ่งนักเขาน่าจะมาให้เร็วกว่านี้เพื่อส่งข่าวก่อน ดูสิใบหน้าซวงเอ๋อร์ตอนนี้แลดูซีดนักคงจะอดหลับอดนอนเพราะรอเขา  เขาช่างเป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องเลย ไป๋เหอกล่าวโทษตนเองทันทีเมื่อเห็นใบหน้าน้องสาวเป็นเช่นนี้

            “พี่ไป๋เหอรู้ไหมว่าข้าดีใจแค่ไหนที่พี่กลับมาเสียที”  นางกล่าวขึ้นอีกครั้งพร้อมกำชับแขนแน่นขึ้น

            ไป๋เหอเพียงยิ้มออกมาเช็ดคราบน้ำตาให้นาง  เขาเป็นที่พึ่งพิงของนางแท้ ๆ หากแต่ทำให้นางต้องทุกข์ใจเพราะตนเองรู้สึกผิดยิ่งนัก

            คนอื่นที่เฝ้าดูสองพี่น้องแสดงความรักใคร่ต่อกันกลับรู้สึกอิจฉาในความรักของพวกเขา หวังเหว่ยที่เห็นภาพนี้อดคิดถึงสภาพตนเองไม่ได้นอกจากมีพี่ชายโหดร้ายแล้วบิดายังไม่สนใจ  ครอบครัวเป็นเช่นนี้เขาขมขื่นยิ่งนัก

            “ข้าขอโทษด้วยที่ทำให้เจ้ารอ”  ไป๋เหอหันไปกล่าวกับหวังเหว่ยและข้าง ๆ น่าจะเป็นมารดาของเขาดูจากลักษณะใบหน้าที่เหมือนกันก่อนที่ชายหนุ่มจะประสานมือคารวะหญิงสาว

            นางพยักหน้าน้อยๆ มองดูเด็กหนุ่มที่อายุอานามไม่น่าจะต่างกันกับบุตรชายตนแถมยังเป็นคนที่น่าคบหาหวังเหว่ยช่างโชคดีที่ได้รู้จักกับคนผู้นี้ปากฉีกยิ้มน้อยๆ

            “ข้าขอแนะนำนี่ท่านแม่ของข้า” หวังเหว่ยกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าชายตรงหน้าให้ความเคารพนางเขาคิดว่าไป๋เหอคงจะดูออกว่านางเป็นมารดาของตนแล้วกิริยาที่แสดงออกมานั้นทำให้เขาชื่นชมภายในใจ เขาไม่ได้หยิ่งหรือเข้าหายากแต่เป็นชายหนุ่มที่ควรน่าคบหาเป็นสหาย

            “ข้าน้อยไป๋เหอยินดีที่ได้พบฮูหยินขอรับ” ไป๋เหอมองหน้าสตรีตรงหน้าที่มีรอยยิ้มของความเป็นมิตรและดูอบอุ่นดูแล้วเป็นสตรีที่เรียบร้อยอ่อนหวานแต่แฝงไปด้วยความเข้มแข็ง

            “ข้าดีใจที่รู้ว่าเจ้าจะรักษาบุตรชายให้กลับมาเดินได้ ที่ผ่านมาข้าเสาะแสวงหาหมอไปทั่วแต่ไม่มีใครจะสามารถรักษาเขาได้  ข้าที่เป็นมารดาทุกข์ใจยิ่งนัก  แต่เมื่อรู้ว่าเจ้าจะรักษาบุตรชายให้กลับมาเดินได้ข้าย่อมดีใจอย่างมากหากเจ้าปรารถนาเงินทองเท่าไหร่ข้ายินดีจะหามาให้” 

            นางกล่าวด้วยใบหน้ายินดีจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าช่างเป็นชายที่รูปร่างดีและดูลักษณะแล้วน่าจะเป็นคุณชายตระกูลใดตระกูลหนึ่งใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้นี้มีความมุ่งมั่นอันแรงกล้าแถมไม่เกรงกลัวสิ่งใด หากลูกชายของนางได้คบหาเป็นมิตรและหากบุตรชายของนางไม่เสียพลังไปพวกเขาสองคนหากเดินทางท่องยุทธไปด้วยกันย่อมมีโอกาสเติบโตเคียงคู่กันแน่นางอยากให้เป็นเช่นนั้นนางอยากให้บุตรชายเดินตามไปกับพวกเขาหากเป็นไปได้การเดินทางออกไปเผชิญโลกกว้างออกจากหมู่บ้านนี้ดีที่สุดความหนักใจความทุกข์ที่มีของนางจะได้คลายลง

            “ขอบคุณฮูหยินข้าเพียงต้องการช่วยหวังเหว่ยเพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกันและข้าก็สามารถรักษาได้เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ส่วนเงินทองนั้นข้าไม่ปรารถนาสักนิด”ไป๋เหอตอบตามตรง

            คนที่ได้ฟังต่างก็รู้สึกขอบคุณที่เขาเป็นคนใจกว้างมีความยินดีที่ได้รู้จักชายผู้นี้และมีความยินดีที่จะได้เห็นหวังเหว่ยเดินได้

            หลินปอเมื่อได้เห็นการกลับมาของไป๋เหอทำให้เขาแปลกใจอย่างมากรูปร่างหน้าตาเขาตอนนี้ไม่เหมือนตอนที่เข้าป่าไปเลย มวลกล้ามเนื้อทุกส่วนดูอัดแน่นเขาไม่ใช่ชายที่ผอมแห้งเหมือนเคยผิวพรรณเปล่งปลั่งราวกับว่าผิวสตรีไม่ปานแถมที่เขาสัมผัสได้ในตอนนี้

            ‘นี่มันอะไรกัน เขาอยู่ในระดับรวมลมปราณขั้นที่ 5 อย่างนั้นเหรอเป็นไปได้อย่างไรทั้งที่เห็นได้ชัดว่าเขาอยู่ขั้นที่ 1 เท่านั้นหายไปไม่นานกลับออกมาด้วยการข้ามขั้นถึง  4 ขั้นนี่เขายังเป็นคนอยู่เหรอ’  ใบหน้าหลินปอแตกตื่นตกใจที่เห็นเช่นนั้นไม่คิดว่าเด็กหนุ่มผู้นี้จะมีพรสวรรค์ชั้นเยี่ยมหรือไม่ก็อาจจะไปเจอของดีมาหากเป็นเช่นนั้นเขาควรจะดีใจกับความสำเร็จครั้งนี้

            ส่วนหวังเหว่ยที่เห็นสีหน้าตกตะลึงของหลินปอทำให้เขานึกแปลกใจว่าเหตุใดคนสนิทของเขาถึงมีท่าทีเช่นนั้นมีอะไรผิดปกติกับไป๋เหออย่างนั้นเหรอ  แต่เมื่อเขาจ้องมองสำรวจดีดีกลับพบว่าไป๋เหอเปลี่ยนไปจริงรูปร่างที่ดูสันทัดขึ้นมีกล้ามเนื้อที่ใหญ่กว่าเดิมผิวพรรณก็ดูดีขึ้นกว่าแต่ก่อนทำให้เขาแปลกใจเช่นกันว่าไป๋เหอที่หายไปนั้นไปทำอะไรมาพบเจอสิ่งใดถึงได้เป็นเช่นนี้

            ในระหว่างที่ปล่อยให้ไป๋เหอและซวงเอ๋อร์ได้ใช้เวลาด้วยกันหวังเหว่ยที่ปลีกตัวออกมาเมื่อได้โอกาสาจึงเอ่ยขึ้น

            “ตอนที่เจ้าเห็นไป๋เหอเหตุใดเจ้าต้องทำหน้าตกใจเช่นนั้นด้วยมีอะไรเกี่ยวกับไป๋เหอเหรอ”  เขาหันไปถามหลินปอทันที

            “เรียนนายน้อยสิ่งที่ข้าพบนั้นเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากเดิมทีท่านไป๋เหออยู่ขั้นรวมลมปราณขั้นที่1 แต่มาพบอีกทีกลับพบว่าเขาอยู่ในชั้นรวมลมปราณขั้นที่ 5 แล้วข้าไม่รู้ว่าเขาไปเจออะไรมาถึงได้เปลี่ยนไปมากขนาดนี้แถมไม่ได้แค่เลื่อนขั้นเดียวกับก้าวกระโดดเช่นนี้แสดงว่าเขาไปเจอของดีมาแน่”  หลินปออธิบายในสิ่งที่เขาเข้าใจ

            หวังเหว่ยเมื่อได้ฟังอย่างนั้นถึงกับตกใจหากเขามีวรยุทธก็คงจะดูออกเช่นเดียวกันและแอบอิจฉาไป๋เหอลึกๆ ที่ช่างโชคดีมีวาสนาดีกว่าตนเองนักแต่การอิจฉาของเขาหาใช่แบบศัตรูไม่แต่เป็นการชื่นชมเสียมากกว่า

            “ไป๋เหอผู้นี้เก่งทั้งวรยุทธเก่งทั้งการรักษาเช่นนั้นแล้วนับว่าหายากคนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ลูกต้องคบเขาไว้เป็นมิตรนะ”

            “ท่านแม่วางใจเถอะลูกเห็นเขาเป็นสหายหาใช่ศัตรูไม่ส่วนเรื่องจางหมิ่นเขาจะเชื่อลูกหรือไม่นั้นก็สุดแต่เขาข้าไม่อาจจะพูดให้เขาเชื่อถือได้นอกจากว่าจะเจอกับตัวเองและเขาก็เห็นแล้วว่านักฆ่าที่ถูกส่งไปนั้นต้องการฆ่าเขาและพวกของลูกเขาน่าจะดูออกว่าใครจริงใจกับเขากันแน่”

            เรื่องที่พวกเขาได้สนทนากันนั้นไป๋เหอที่อยู่อีกฝั่งได้ยินเสียงการสนทนานี้ชัดเจนเขาถึงกับผงกหัวน้อยๆ ใบหน้ามีรอยยิ้มยามคิดว่าตนเองเลือกช่วยคนไม่ผิด

            “พี่ไป๋เหอคิดอะไรอยู่เจ้าคะ  ดูท่าแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องดี” ซวงเอ๋อร์ที่เห็นพี่ชายทำเช่นนั้นนางก็อดที่จะถามไม่ได้

            “ก็คงอย่างนั้นแหละเอาละเดี๋ยวพี่จะทำการรักษาหวังเหว่ยเพื่อจะให้เขาเดินได้ พี่อาจจะใช้เวลาเสียหน่อยเจ้ารอพี่นะพวกเราจะได้ออกเดินทางเสียที”

            “เจ้าค่ะข้าทราบแล้ว”

            หลังจากได้รับสมุนไพรมาครบทุกอย่างแล้ว  ต่อไปก็เป็นวิธีการรักษาที่จะต้องใช้เวลาเสียหน่อยหวังเหว่ยและไป๋เหออยู่ในห้องตามลำพัง  เขาไม่ต้องการให้ใครเข้ามาดูการรักษาของเขากลัวจะทำให้เสียสมาธิมากกว่าและทุกคนก็เข้าใจได้แต่ยืนรอความหวังอยู่ที่หน้าประตูอย่างใจจดใจจ่อ

            “นายหญิงอย่าได้เป็นกังวลไปนายน้อยจะต้องกลับมาเดินได้ข้าเชื่อว่าท่านไป๋เหอจะรักษาได้”  หลินปอกล่าวปลอบเมื่อเห็นว่านางเดินไปเดินมาใบหน้ามีความกังวล 

            “ข้าหวังว่าไป๋เหอจะรักษาได้ขอให้เขากลับมาเดินได้ข้าก็ดีใจอย่างมาก”ความรู้สึกนางตอนนี้ทั้งตื่นเต้นและก็เป็นกังวลแม้คำพูดหลินปอจะกล่าวเช่นนั้นและนางก็มีความมั่นใจว่าไป๋เหอจะสามารถรักษาลูกชายของตนได้แต่นางก็ยังคงเป็นกังวลอย่างมากเช่นกัน

            ซวงเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ใกล้ๆ นางเชื่อใจพี่ชายว่าจะสามารถทำได้ ใบหน้าของนางดูสงบนิ่งไม่มีความเป็นกังวลหรือวิตกอะไรเลย

            “ตอนนี้ข้าเตรียมสมุนไพรครบแล้วเจ้าขึ้นไปนอนบนเตียงเถอะ” ไป๋เหอได้นำสมุนไพรออกมาวางไว้บนโต๊ะกล่าวกับหวังเหว่ยที่นั่งอยู่บนรถเข็นให้ขึ้นไปนั่งบนเตียงเขาจะได้เริ่มรักษา

            หวังเหว่ยเอาตัวเองขยับขึ้นไปนั่งบนเตียงแววตาจดจ้องสมุนไพรที่วางอยู่บนโต๊ะ  บางอย่างเขาไม่อาจจะรู้ได้ว่ามันคืออะไรและเชื่อใจว่าไป๋เหอจะสามารถทำให้ตนเองกลับมาเดินได้

            “ข้าเชื่อใจเจ้าขอให้ขาข้ากลับมาเดินได้เจ้าอยากได้ของล้ำค่าอะไรที่ข้าพอจะหามาได้ ข้าจะหามาให้เจ้าโดยไม่ลังเล”

            “ข้าบอกเจ้าแล้วไม่ใช่เหรอว่าข้าไม่ต้องการอะไร  เจ้าไม่ต้องตอบแทนข้าด้วยของเช่นนั้นหรอก”  ชายหนุ่มปฏิเสธแม้รู้ว่าหวังเหว่ยเต็มใจจะทำให้ตนก็ตามเถอะ

            หวังเหว่ยเงียบไปเมื่อใบหน้าของไป๋เหอมีแววเรียบนิ่งเหมือนว่าเขากำลังตั้งใจจะรักษาตนไม่อยากให้รบกวนพูดมากไปกว่านี้  

            “เจ้านอนลงข้าอาจจะใช้เวลาเสียหน่อยหวังว่าเจ้าจะอดทนนะ”  การรักษาใช่ว่าจะกินยาสมุนไพรแล้วหายแต่มันต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดภายในหากอดทนได้ก็จะสามารถกลับมาเดินได้

            “ได้ข้าจะอดทน” หวังเหว่ยมีดวงตามุ่งมั่นไม่คิดกลัวความเจ็บปวดที่จะตามมาสองมือกำแน่นเมื่อคิดว่าตนเองจะกลับมาเดินได้และภาพของจางหมิ่นก็มาปรากฏในความคิดเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะมันเขาทั้งโกรธทั้งแค้นรอให้เขาเดินได้เมื่อไหร่เขาจะเสาะแสวงหาคนมารักษารากปราณของเขาให้กลับมาฝึกวิชาได้คอยดูแล้วตอนนั้นเขาจะจัดการจางหมิ่นเหมือนกับที่มันทำกับเขา

            ไป๋เหอไม่มีหม้อปรุงยาแต่เขาไม่เป็นกังวล  เพราะตัวเขาตอนนี้สามารถจุดไฟปรุงยาขึ้นมาได้ด้วยพลังจิตภาพวิธีการรักษาปรากฏอยู่ที่ความคิดเขาเริ่มจัดการสมุนไพรที่วางอยู่บนโต๊ะให้มันขยับลอยขึ้นกลางอากาศเพียงสะบัดมือครั้งเดียวก่อนที่จะเกิดเปลวเพลิงสีน้ำเงินขึ้นที่นิ้วมือของเขาแล้วชี้นิ้วไปยังสมุนไพรพวกนั้นก่อนจะเกิดเพลิงไหม้พวกมันอย่างรวดเร็วแล้วกำหนดลมปราณไม่ให้ไฟร้อนจนเกินไปหรืออ่อนจนเกินไป  การทำเช่นนี้จำเป็นจะต้องใช้สมาธิอย่างสูงเพื่อจดจ่อสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าไม่ให้คลาดสายตาหากผิดพลาดมาก็อาจมีผลกระทบอย่างมาก  นี่เป็นครั้งแรกที่เขารักษาเช่นนี้จำเป็นจะต้องทำให้รอบคอบเพื่อจะได้ผลลัพธ์ที่ดี

            หวังเหว่ยตกตะลึงเมื่อมองเห็นว่าไป๋เหอมีดวงไฟสีน้ำเงินลุกโชนออกจากนิ้ว นั่นทำให้เขาคาดเดาได้ว่าไป๋เหอตอนนี้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุระดับ5 ซึ่งจะหาตัวพบยากมากที่เขารู้เพราะเขาอ่านตำรามา 

            ‘มันเกิดอะไรขึ้นตอนนั้นเขาพึ่งอยู่ระดับ 3ไม่ใช่เหรอเหตุใดถึงแปรเปลี่ยนเช่นนี้แค่ไม่กี่วันเขาก็กลายเป็นคนละคนที่ทรงพลัง  เขาไปเจอสมบัติอะไรมากันแน่’  หวังเหว่ยไม่อยากจะเชื่อภาพตรงหน้าว่ามันจะเป็นเรื่องจริง หากมีโอกาสเขาอยากจะถามถึงที่ไปที่มาเรื่องนี้ไม่รู้จะเป็นการเสียมารยาทหรือไม่

            “กระดูกขาที่หักของเจ้ามันต้องเชื่อมต่อกันอาจจะต้องทำให้เจ้าเจ็บปวดเสียหน่อยอดทนให้ได้แล้วกัน”  ไป๋เหอกล่าวขณะที่ดวงตาทั้งสองยังคงจับจ้องสมุนไพรที่กำลังเผาหลอมรวมกันเป็นตัวยา

            “อืม”  หวังเหว่ยพยักหน้าน้อย ๆความเจ็บปวดที่จะได้รับหากแลกมาที่ขาสามารถเดินได้เขาจะต้องอดทน

            นอกจากที่มือข้างหนึ่งคอยกำกับไฟในการหลอมยาแล้วมือข้างหนึ่งของไป๋เหอยังส่งลมปราณเข้าตัวหวังเหว่ยและสำรวจร่างกายของเขาด้วยสมาธิที่เขาจดจ้องไปยังร่างนั้นทำให้เขาเห็นภาพภายในร่างกายของหวังเหว่ยได้ชัดเจนเขามองเห็น  เส้นชีพจรเส้นลมปราณ เส้นโลหิต กระดูกทุกส่วนและที่แตกละเอียดของหวังเหว่ยมองไปยังจุดตันเถียนกลับพบความว่างเปล่า เส้นลมปราณ เส้นชีพจรได้รับความเสียหาย เขาจึงถ่ายทอดพลังลมปราณเข้าไปหวังจะช่วยสมานเส้นพวกนั้น

            และมีสิ่งหนึ่งที่เขาช่วยโดยที่หวังเหว่ยไม่รู้หากเขารู้คงดีใจอย่างมาก

            ผ่านไปราวครึ่งก้านธูปยาที่ผ่านการสกัดก็ได้หลอมรวมกลายเป็นเม็ดยาสีชมพูบริสุทธิ์ 1เม็ดลอยเคว้งอยู่กลางอากาศมันมีแสงเรืองรองออกจากยาเม็ดนั้นประสิทธิภาพของมันมีผลดีกว่ายาทั่วไปนัก  เขาจึงเก็บไฟกลับคืนเมื่อเห็นว่าเสร็จสิ้นแล้ว

            “เอาละข้าสกัดยาออกมาแล้วเจ้ากินมันเข้าไป” 

            ชายหนุ่มสะบัดมืออีกครั้งเม็ดยาลอยเข้าไปใกล้ปากหวังเหว่ยที่นอนอยู่ก่อนที่เขาจะอ้าปากแล้วกลืนยาเม็ดนั้นเข้าไป

            หวังเหว่ยเมื่อได้กลืนยาเม็ดนั้นลงท้องไปแล้วก็เกิดอาการร้อนวูบไปทั่วร่างราวกับว่าในร่างกายของเขากำลังถูกไฟแผดเผาให้เจ็บปวดอย่างทรมานสาหัส  โดยเฉพาะบริเวณขาที่มันเจ็บปวดกว่าที่อื่นหลายเท่าเหมือนกระดูกกำลังถูกดึงเข้าเชื่อมกัน  เขาจึงส่งเสียงออกมาด้วยความเจ็บปวดเมื่อไม่อาจจะฝืนทนเก็บเสียงไว้ได้

            อ้ากกก!!

            เมื่อคนที่อยู่ข้างนอกได้ยินเสียงเช่นนั้นก็เกิดอาการร้อนรนหมายจะพุ่งเข้าไปในห้องเพราะกลัวลูกชายจะเป็นอะไรไปนางใจคอไม่ดีนัก

            “อย่าขอรับนายหญิงท่านต้องเชื่อใจท่านไป๋เหออย่าเข้าไปทำลายสมาธิของเขา”

            คำพูดเตือนสติของหลินปอทำให้สตรีที่เป็นห่วงลูกชายฉุกคิดขึ้นมาได้ เพราะความเป็นห่วงถึงอยากเข้าไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เมื่อคิดว่าตนเองอาจจะเข้าไปทำลายการรักษาและอาจเกิดผลที่ตามมาทำให้นางหยุดชะงักและรอต่อไปแม้ใจจะร้อนรุ่มเพียงใด

            “หากอยากหายเจ้าจำเป็นจะต้องอดทน”  ไป๋เหอที่เห็นว่าหวังเหว่ยร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดเขาจึงได้พูดขึ้นเพื่อหวังกระตุ้นให้เขามีความอดทนมากพอ

            “ข้าจะอดทน”  หวังเหว่ยกัดฟันกล่าวตอบแม้ใบหน้าจะแสดงออกถึงความเจ็บปวดที่แสนจะสาหัสแต่เขาจำเป็นจะต้องกลับมาเดินได้จึงอดทนต่อความเจ็บปวดนั้น

            เม็ดยาที่เขากินเข้าไปนั้นมันเหมือนกับว่ามันกำลังซ่อมแซมทุกส่วนที่เกิดความเสียหายให้กลับมาเหมือนเดิมหวังเหว่ยรับรู้ได้ว่าตนเองรู้สึกแข็งแรงขึ้นแม้ร่างกายจะเจ็บปวดก็ตามเถอะ

            ผ่านไปราวหนึ่งถ้วยชาอาการที่เจ็บปวดก็ได้บรรเทาลงไป๋เหอที่ได้ใช้พลังปราณตนเองควบคุมร่างกายของหวังเหว่ยก็ลืมตาขึ้นเมื่อเห็นว่ากระดูกได้รับการสมานกันเรียบร้อยแล้วและอวัยวะภายในร่างกายของหวังเหว่ยถูกซ่อมแซมหมดแล้ว เขาเสียพลังปราณไปมากเพื่อช่วยเขาในครั้งนี้บนหน้ามีเม็ดเหงื่อขึ้นประปรายใบหน้าซีดนิดหน่อยแต่ก็ยังยิ้มได้

             “เสร็จแล้วเจ้าลองเดินดู”

             

            



    หากผิดพลาดอะไรตรงไหนไม่ว่าจะเป็นคำผิดหรือสำนวนข้าน้อยต้องกราบขออภัยอย่างยิ่ง  ยังไม่ได้ตรวจคำพวกนี้

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ราชามังกรสวรรค์ ที่คุณอ่าน

    เทพมารลิขิตฟ้า

    เทพมารลิขิตฟ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    72K 42
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    2.35M 999
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810