นายตัวป่วนกับก๊วนออนไลน์ (BEO)

    บทที่ 70

    เวลาเที่ยงคืนของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร ยังคงเต็มไปด้วยแสงไฟสว่างทั่วทั้งเมือง รถราแม้จะเบาบางแต่ก็ยังคงวิ่งแล่นกันไปทั่ว ณ คฤหาสน์หลังงามกลางกรุงที่มีป้ายสวยงามสลักชื่อว่า บ้านพิทักษ์ตระกูล ก็เป็นอีกที่หนึ่งที่แสงไฟยังคงเปิดสว่างอยู่ เพราะกว่าจะประชุมครอบครัวที่มีผู้บริหารระดับสูงของบริษัทอยู่ด้วยจะเสร็จก็ปาเข้าไปถึงหนึ่งชั่วโมง และกว่าจะเดินทางกลับที่พักรวมถึงอาบน้ำอีกก็ดึกดื่นถึงเพียงนี้แล้ว คนในบ้านใหญ่หลังนี้จึงยังไม่ได้เข้านอนกัน และแม้ว่าจะเป็นเมืองหลวงที่พลุกพล่านแม้ยามค่ำคืน ในเขตหมู่บ้านที่พักอาศัยก็ควรจะเงียบสงบอยู่บ้าง แต่ตอนนี้ภายในห้องนอนห้องหนึ่งของบ้านพิทักษ์ตระกูล กลับมีเสียงดังไม่ปกติเกิดขึ้นลอดออกมาภายนอก“เพล้ง!” แจกันดอกไม้ที่ประดับอยู่บนโต๊ะข้างเตียงตกกระแทกพื้นแตกเป็นเสี่ยงๆ มันไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เป็นเพราะมีคนตั้งใจปัดมันลงมา เพื่อระบายโทสะ“ใจเย็นๆก่อนนะคะคุณหญิง เดี๋ยวเศษแก้วจะบาดมือ” หญิงชราผู้เป็นคนรับใช้เข้ามาปรามเจ้านาย ซึ่งเป็นหญิงวัยกลางคนในชุดราตรีสีแดงสด“ใจเย็นเหรอ! จะให้ฉันใจเย็นได้ยังไงกัน ตอนนี้ทั้งคุณปู่ ทั้งคุณย่าก็ยกมรดกให้พวกมันแม่ลูกไปแล้ว แม้แต่พวกหุ้นส่วนบริษัทก็เห็นดีเห็นงามกับพวกมัน แล้วดูฉันสิ ฉันที่เป็นถึงคุณหญิงภริยารัฐมนตรี เป็นภรรยาของลูกชายคนโตของตระกูล กลับไม่ได้อะไรสักอย่าง!” หญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าสะสวย และดูอ่อนกว่าวัย บัดนี้ด้วยความโกรธทำให้ความงามนั้นหดหายไปเป็นอันมาก“แต่ถึงยังไงคุณหญิงก็ยังเป็นผู้บริหารบริษัทอยู่ แล้วก็คุณหนูที่เรียนอยู่เมืองนอกก็ใกล้จะกลับมาแล้ว คุณท่านทั้งสองเองก็รักคุณหนูมาก ถ้าคุณหนูต้องการอะไรคุณท่านก็ตามใจทุกอย่าง ส่วนสองแม่ลูกนั่นมาจากบ้านนอก ยังไงก็ไม่มีทางทำให้พวกคุณท่านพอใจได้หรอกค่ะ ดิฉันว่ายังมีโอกาสที่คุณท่านทั้งสองจะเปลี่ยนใจอยู่นะคะ” คนใช้คนสนิทกล่าวเอาอกเอาใจนายหญิงอย่างถึงที่สุด“ถ้าเป็นอย่างที่แกว่าจริง ตอนที่ลูกของฉันกลับมาจากเมืองนอกแล้วได้มรดก ฉันจะตอบแทนให้...” คุณหญิงชุดแดงกล่าวขึ้นด้วยความคาดหวังในมรดก แล้วจู่ๆเสียงพูดก็หายไปดื้อๆซะอย่างงั้น หญิงชราในชุดนอนลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังโต๊ะทำงานข้างเตียง วางแท็บเล็ตที่แบตเตอรี่หมดแล้วลงจากนั้นก็นำสายชาร์ตเข้ามาเสียบ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ชายชรานุ่งผ้าขาวม้าตัวเดียวเดินออกมาจากห้องน้ำ ด้วยตัวของเขายังเปียกอยู่จึงรู้ได้ทันทีว่าเพิ่งอาบน้ำเสร็จ“มุกดา นี่ถ้าแบตไม่หมดเธอคงไม่เลิกดูละครใช่ไหมเนี่ย แล้วนี่ยังเปิดเสียงดังลั่นจนออกไปข้างนอกอีก นี่ถ้าคนอื่นมาได้ยินคงจะแปลกใจนะ คนที่เพิ่งเสียลูกชายไปกลับมานั่งดูละครสบายใจตอนเที่ยงคืนแบบนี้” คุณตาตะวันเช็ดตัวไปด้วยบ่นคุณยายไปด้วย“ว้าย! ฉันก็ลืมไป ทำไมเธอไม่เตือนฉันตาแก่” หญิงชรากล่าวโทษสามีทันทีที่นึกเรื่องสำคัญได้“นี่เราเหนื่อยกันมาตั้งเป็นปีกว่าแผนการในวันนี้จะสำเร็จ เธอยังจะลืมอีกเหรอเนี่ย ถ้าอาทิตย์รู้ว่าเธอสะเพร่าจนแผนพลาดขึ้นมา คงถอนหงอกยายแก่อย่างเธอแน่ๆ” ตะวันอดไม่ได้ที่จะบ่นภรรยาอีกครั้ง“พอเลยๆตาแก่ ที่พวกเราอดทนลงทุนลงแรงไปฉันไม่ปล่อยให้พลาดง่ายๆหรอก หน้าที่เธอต่างหากที่สำคัญกว่า การที่จะช่วยเกลกับเอกให้กลายเป็นผู้บริหารเต็มตัวที่ทุกคนยอมรับไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งพวกเราไปบังคับกดดันพวกเขาแบบนี้ ฉันกลัวว่าสุดท้ายหลานของเราจะต่อต้านน่ะสิ เฮ้อ!ฉันล่ะไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมเราไม่บอกความจริงทั้งหมดตั้งแต่แรก” ไม่ว่าอย่างไรหญิงชราก็อดเป็นห่วงหลานทั้งสองคนไม่ได้“ไม่ว่ายังไงเพื่อลูกหลานของเราจะได้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยในอนาคต แผนการใหญ่ที่ทำมาถึง 20 ปีจะล้มเหลวไม่ได้เด็ดขาด ฉันพลาดไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ครั้งนี้มันต้องสำเร็จคอยดูเถอะยายแก่” ตะวันที่แม้ภายนอกจะเหมือนชายแก่อ่อนแอทั่วไป แต่แววตาที่มุ่งมั่นของเขายังคงสดใสดั่งเช่นคนหนุ่มที่แข็งแรง อีกทางด้านหนึ่งของบ้านพิทักษ์ตระกูลเอกในชุดนอนเสื้อยืดกางเกงขาสั้น ออกมายืนชมบรรยากาศยามค่ำคืนของเมืองหลวงที่ระเบียงห้องนอน ภายในจิตใจของชายหนุ่มมีความสับสนเป็นอย่างมาก จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เรื่องราวชีวิตดั่งละครหลังข่าวดันมาเกิดขึ้นกับเขาเสียได้“เอก นอนไม่หลับเหรอ?” ชายหนุ่มผมเขียวเปลือยอกโชว์กล้ามแน่น สวมแค่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวเดินเข้ามาหาเพื่อนจากด้านหลัง“ใช่ ฉันไม่รู้เลยว่าจะไปเป็นผู้บริหารบริษัทได้ยังไง ถึงจะเรียนคณะบริหารมาแต่ฉันก็ไม่เคยคิดจะสร้างบริษัทอะไรสักครั้ง แถมเกรดก็ไม่ได้ดีอะไรเลยด้วย จู่ๆก็บังคับให้มาเป็นผู้บริหารแบบนี้ ถึงเงินเดือนมันจะเยอะก็เถอะ แต่ฉันทำตัวไม่ถูกว่ะ” เอกเท้าแขนกับราวระเบียงพร้อมกับสีหน้าที่ดูย่ำแย่ลง“เอาน่า คิดเสียว่าได้กลับมาอยู่กับคุณตาคุณยาย ท่าทางพวกเขาก็ไม่ได้เหมือนจำใจรับนายมาเลยนะ ฉันว่านี่น่าจะเป็นความตั้งใจของทั้งสองคนแต่แรกแล้วมากกว่าที่จะยกบริษัทให้นายดูแลต่อ” กายที่ยืนอยู่ด้านหลัง กล่าวปลอบโยนให้เพื่อนสบายใจมากขึ้น แต่จู่ๆเอกก็หันกลับมาจ้องตาเพื่อนชายหัวเขียวของตน เหมือนต้องการล้วงลึกเข้าไปในจิตใจของกาย เอกจ้องสบตาเพื่อนเขม็งแต่ก็ไม่ยอมพูดอะไรตั้งเกือบหนึ่งนาที เมื่อถูกสบตาในระยะใกล้ที่ใบหน้าสามารถสัมผัสลมหายใจของอีกฝ่าย กายถึงกับต้องเบือนหน้าหนีหลบสายตา และถึงแม้ว่าชายหนุ่มผมเขียวจะเข้ามาปลอบใจเพื่อน แต่เขาก็ไม่ต้องการจะตอบคำถามอะไรทั้งนั้น กายจึงรีบหันหลังกลับแล้วเดินหนีทันที อย่างไรก็ตามเอกที่กำลังสับสน และไม่เข้าใจเรื่องราวอะไรเลยกลับฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้พอดี เขาจึงเอื้อมมือไปคว้าแขนเพื่อนเอาไว้อย่างรวดเร็ว“หยุดก่อนไอ้กาย แกรู้ว่าฉันเป็นทายาทของพิทักษ์ตระกูลตั้งแต่เมื่อไร?” ในที่สุดคำถามที่ค้างคาใจก็ออกจากปากของเอก“เอิ่ม...ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่ง” กายตอบคำถาม แต่ไม่ได้หันกลับไปสบตาเพื่อน“ปีหนึ่งเหรอ...นั่นเป็นเหตุผลที่แกหายไปไม่ค่อยมาเจอฉันรึเปล่า?” ชายหนุ่มผมดำถามต่ออย่างคาดคั้น“ใช่...แต่ฉันไม่ได้โกรธแกหรอกนะ...แต่ฉันรู้สึกผิดกับแกมากกว่า พวกเขาต้องการให้ฉันช่วยเหลือสนับสนุนแกทุกอย่างเพื่อขึ้นเป็นซีอีโอในอนาคต แต่สำหรับฉันแกคือเพื่อนตาย ฉันไม่อยากคิดว่าเราสองคนเป็นเพื่อนกันเพราะคนอื่นกำหนดมา มันควรจะเป็นเพราะเราถูกชะตากัน เพราะเราชอบอะไรเหมือนๆกันสิ เราถึงได้มาเป็นเพื่อนกัน” กายหันกลับมาสบตาแล้วบอกความในใจของตนที่เก็บซ่อนมาหลายปี มิตรภาพระหว่างเพื่อนนั้นไม่อาจมีสิ่งใดมาทดแทนได้ เอกภพถึงกับนิ่งอึ้งไปทันทีเมื่อเพื่อนตรงหน้าบอกความรู้สึกในใจนั้นออกมา มันทำให้เขาซาบซึ้งจนน้ำตาลูกผู้ชายเกือบจะเอ่อล้นออกมาเลยทีเดียว เพียงแต่จู่ๆชายหนุ่มผมดำก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้“เฮ้ย! ไอ้กาย นอกจากแกแล้วยังมีคนอื่นอีกรึเปล่าวะ ที่พวกผู้ใหญ่ส่งมาเป็นเพื่อนฉัน?”“ฉันรู้แค่ว่ามีหลายคนเท่านั้น แต่สุดท้ายคนที่ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทกับแกก็มีแค่ฉัน ไอ้เฟลม แล้วก็ไอ้กันเท่านั้น” ชายหัวเขียวตอบออกไปเท่าที่พอจะรู้“ฮะ! ไอ้เวรสองตัวนั้นก็ด้วยเหรอ? นี่ตกลงฉันจะเชื่อใจใครได้บ้างไหมเนี่ย ใครที่ไม่คอยจับตามองฉันตลอดเวลา หรือคอยจ้องแต่จะหาผลประโยชน์กับทายาทของพิทักษ์ตระกูลบ้าง” เอกภพต้องตกใจอีกครั้งที่เพื่อนซี้อีกสองคนของเขาก็เป็นคนที่ถูกส่งมาเหมือนกัน“ก็พวกฉันนี่แหละที่ไม่ได้คบกับแกเพราะผลประโยชน์ พวกเราเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กแล้วนะ” กายยังคงยืนยันในความจริงใจ“เฮ้อ! พวกแกเพิ่งรู้ความจริงตอนปีหนึ่ง แต่พวกเราสนิทกันมาตั้งแต่ประถม ไม่มีทางที่เด็กน้อยแบบนั้นจะเป็นเพื่อนกันเพราะผลประโยชน์ได้นี่นะ” แม้ว่ายังความลับอีกมากมายที่เอกยังไม่รู้ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้ได้อย่างแน่นอนก็คือเขายังคงมีเพื่อนแท้---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------(ในช่วงระหว่างคาบเกี่ยวของการขายบนเว็บอื่น เราต้องทำการเปิดขายให้อ่านล่วงหน้าในราคา 3 เหรียญทองก่อนสำหรับผู้ที่ต้องการอ่านล่วงหน้าในตอน 71 - 80 และจะปลดเหรียญเปิดให้อ่านฟรีเมื่อดำเนินเรื่องไปจนถึงตอนที่ 90 นะคะ )

    คล้ายกับเรื่องนายตัวป่วนกับก๊วนออนไลน์ (BEO) ที่คุณอ่าน