อิทธิพลของเหล่านิกายมีสูงมาก แต่ตอนนี้กลับมาปรากฏตัวในงานประมูลครั้งนี้ ทั้งยังเสนอราคาประมูลอีกด้วย
ศิลาวิญญาณหนึ่งก้อนมีมูลค่าหนึ่งล้านสองแสนเหรียญ
ในโลกนี้เวลาค้าขาย หากเป็นชาวบ้านทั่ว ๆ ไปจะใช้เหรียญเงินการซื้อขายแลกเปลี่ยน แต่ถ้าเป็นพรรคหรือนิกายต่าง ๆ จะใช้ศิลาวิญญาณ
มีเสียงลอยออกมาจากห้องแขกพิเศษหมายเลขสองอีกครั้ง “นิกายเฉาเทียน ศิลาวิญญาณห้าสิบก้อน”พรรคโลหิตหัวเราะด้วยเสียงอันเยือกเย็น ไม่มีการเสนอราคาอีก
หลิ่วเฟิงใช้ค้อนทุบ พูดว่า “ตกลง ให้นิกายเฉาเทียน จากห้องแขกพิเศษหมายเลขสอง”
ในห้องแขกพิเศษหมายเลขสอง มีหญิงสาวสามนางขบเขี้ยวเคี้ยวฟันยกใหญ่
“ศิษย์พี่ใหญ่ ทำไมคนของพรรคโลหิตถึงมาที่นี่ได้ละ?”“หึ ศิษย์น้อง เมื่อพวกมันกล้ามาที่นี่ เช่นนั้นพวกเราก็อย่าให้พวกมันมีชีวิตรอดออกไปจากอาณาจักรหั่วหลีได้อีก”“ดีล่ะ จะได้คิดบัญชีเรื่องที่เขาหั่วหลีไปในคราวเดียวกันเลย”
หญิงสามนางนี้ก็คือเด็กสาวที่หลงเฟยเคยช่วยไว้เมื่อคราวก่อน เมื่อได้ยินข่าวว่าจะมีการประมูลผ้ายันต์เสือเขี้ยวดาบพวกนางจึงเดินทางมาที่นี่ในสามคนนี้ ศิษย์พี่ใหญ่เป็นผู้ใช้ผ้ายันต์ขั้นสอง หล่อนอยากรู้ว่า ผ้ายันต์ที่มีคุณลักษณะพิเศษนั้นทำอย่างไรระยะนี้หล่อนรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่พูด อึดอัดจนอยากระบายอย่างมาก จึงใช้ศิลาวิญญาณห้าสิบก้อนเพื่อซื้อมันมาทุ่มเทศิลาเท่าที่พวกนางสะสมมานานหลายปี
คิดว่าการมาของ ‘นิกายเฉาเทียน’ จะทำให้ทุกคนอึ้งแล้ว คาดไม่ถึงว่า ‘พรรคโลหิต’ จะทำให้ตะลึงยิ่งกว่า
พี่ใหญ่กล่าวอย่างโกรธแค้นว่า “มันน่าโมโหจริง ๆ”“ศิษย์พี่ เราต้องรายงานเจ้าสำนักไหม”“รายงานทำไม พวกเราออกไปจัดการพวกมันเลยดีกว่า”ศิษย์น้องเล็กเกรงว่าสถานการณ์จะแย่ไปมากกว่านี้
พี่ใหญ่กล่าวด้วยเสียงหนักแน่นว่า “เมืองหั่วหลีเป็นโลกของคนธรรมดา หากลงมือแล้วไปโดนคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ขึ้นมา มันก็จะยุ่งไปมากกว่านี้นะ”
ศิษย์น้องเล็กลุกไปหยิบมะเขือเปราะขึ้นมาจากกล่องแล้วกล่าวว่า “ศิลาวิญญาณตั้งสามสิบก้อนเชียวนะศิษย์พี่ใหญ่ แต่ท่านก็ใช้ศิลาวิญญาณนั้นพิชิตดินแดนนี้ได้นะ”
“แทนที่.....”ศิษย์น้องเล็กก็ออกความอันเฉียบแหลมว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ แทนที่พวกเราจะใช้คำสั่งของนิกายเฉาเทียน ไม่สู้ให้เฟิงหยวนซางเมิงส่งคนที่ทำผ้ายันต์มาแล้วพวกเราก็ใช้เขาทำผ้ายันต์ให้พวกเราซัก ร้อยผืน ไม่สิ พันผืน เลยดีมั้ย ฮิ ๆ”
“บ้าสิ” พี่ใหญ่จ้องตาเขม็งแล้วพูดว่า “จะทำให้อาจารย์ขายหน้าหรือไง ถ้าเฟิงหยวนซางเมิงจะให้แต่โดยดี พวกเราก็ยินดี”
สำหรับผู้เชี่ยวชาญการใช้ผ้ายันต์อย่างเธอต่อให้เทวดาลงมาก็ไม่หวั่นศิษย์น้องเล็กก็แลบลิ้นปลิ้นตาใส่......
ถึงแม้ว่าการปรากฏตัวของนิกายเฉาเทียนกับพรรคโลหิตจะทำให้บรรยากาศภายในงานประมูลอึดอัด แต่ทว่าก็ไม่มีผลกระทบอะไรกับฝูงชนที่เข้าร่วมงานประมูล
ของชิ้นสุดท้ายก็คือป้ายซาอวี่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุก ๆ คนต่างหมายปอง
หลงเฟยซึ่งนั่งปะปนอยู่ในฝูงชนนั้น กำลังนั่งนับนิ้วอยู่ “ศิลาวิญญาณหนึ่งก้อนเท่ากับหนึ่งล้านสอง ถ้าห้าสิบก้อน ก็จะเท่ากับห้าสิบล้านสองแสน!”
“อู้หู!”
หลงเฟยกลืนน้ำลายด้วยความตื่นเต้น “ห้าสิบล้านสองแสนเป็นเท่าไหร่นะ? ถ้าในชาติที่แล้วคงเอาไปจ้างหญิงสาวสวย ๆ ซักสิบเจ็ดสิบแปดคนมาเล่นเกมด้วยกันชีวิตแบบนั้นช่างดีจริง ๆ เลย ฮ่า ๆๆๆ .....”
ในเวลาเดียวกันหลงเฟยก็มองไปยังห้องแขกพิเศษหมายเลขสอง พวกนั้นคือคนที่ชอบเสี่ยวป๋ายยิ่ง“แล้วก็แม่นางสามคนนั่น ครั้งก่อนไม่สนใจเรา คราวนี้จะจับให้อยู่หมัดเลย ฮ่า ๆๆๆ ....ช่างมีความสุขจริง ๆ
“การประมูลสมบัติชิ้นสุดท้าย”“ป้ายซาอวี่!”
หลิ่วเฟิงอธิบายลักษณะพิเศษของมันว่า “ข้าน้อยคงไม่ต้องกล่าวอะไรมาก เชื่อว่าทุก ๆ ท่านคงรู้ถึงกิตติศัพท์ของป้ายซาอวี่นี้ดีแผ่นป้ายนี้สามารถสั่งให้คนของกลุ่มซาอวี่ออกไปปฏิบัติการเรื่องอะไรก็ได้ ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเล็กหรือใหญ่ กลุ่มซาอวี่จะทำให้หมดไม่มีบิดพลิ้ว”
กลุ่มซาอวี่เป็นกลุ่มนักฆ่าที่เข้มแข็งที่สุดในแผ่นดินมีสมาชิกกระจายอยู่ทั่ว ไป การมีอยู่ของกลุ่มนั้นเป็นความลับสุดยอดทุก ๆ ครั้งที่กลุ่มซาอวี่ลงมือ จะต้องมีเลือดไหลนองแผ่นดินทุก ๆ ครั้ง ตอนนี้กลุ่มซาอวี่มาอยู่ในเมืองหั่วหลีแล้ว สร้างความหวาดหวั่นให้ราชสำนักหนานกงไม่น้อย
ไม่ว่าใครจะได้ของสิ่งนี้ไปทุก ๆ คนต่างก็คิดเหมือนกันจูกัดเทียนหลงก็ใช่ หลี่ชงเทียนก็ใช่อีก หลงจ้านอู่ก็ยิ่งใช่
“เริ่มการประมูลได้!!!”_____
-โปรดติดตามตอนต่อไป-