เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 110: โศกนาฎกรรมในท่ามกลางทะเลเพลิง (Tragedy in The Blaze)

            สึรุฮิเมะรีบเรียกค้อนยักษ์มายาออกมาแทนที่สนับมือ ก่อนที่เธอจะรีบทำการร่ายเวทย์ผ่านปลอกแขนมายาลงบนค้อนยักษ์มายา จนเกิดกระแสไฟฟ้าแรงสูงขึ้นไหลเวียนไปทั่วค้อนยักษ์ สึรุฮิเมะรีบทุบค้อนยักษ์ลงบนที่พื้นอย่างสุดแรง จนเกิดฟ้าผ่าขึ้นเสียงดังสนั่นเรียงไปตามแนวตรงอย่างต่อเนื่อง จนทำให้พญาจิ้งจอก 9 หางนั้นโดนฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง พร้อมกับมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนไปทั่วร่าง

            ทางด้านคางุยะก็รีบทำการร่ายเวทย์เสกเปลวไฟให้พุ่งขึ้นจากพื้นดิน ตรงบริเวณที่พญาจิ้งจอก 9 หางนั้นกำลังยืนอยู่ เพื่อโจมตีใส่ร่างของมันเข้าอย่างจัง

            จากนั้น สึรุฮิเมะรีบเรียกดาบคู่วากิซาชิมายาออกมาแทนที่ค้อนยักษ์ ก่อนที่เธอจะรีบทำการร่ายเวทย์ผ่านปลอกแขนมายาลงบนดาบคู่วากิซาชิ จนเกิดควันน้ำแข็งขึ้นปกคลุมไปทั่วคมดาบวากิซาชิทั้งสองเล่ม

            สึรุฮิเมะรีบทำการตวัดปล่อยคลื่นดาบน้ำแข็งที่เป็นรูปกากบาทออกมาโจมตีใส่สร้อยอัญมณีต้องสาปแห่งโคโดกุที่อยู่บริเวณคอของมัน ก่อนที่เธอนั้นจะเรียกขวานคู่มายาออกมาแทนที่ดาบคู่วากิซาชิ แล้วพุ่งเข้าโจมตีใส่สร้อยอัญมณีต้องสาปใส่อย่างไม่ยั้ง ก่อนที่เธอจะรีบกระโดดถอยหลังออกมา

            จากนั้น คางุยะก็รีบทำการร่ายเวทย์เพื่อเสกก้อนหินที่มีขนาดใหญ่ให้โผล่ขึ้นจากพื้นถนนซีเมนต์ 3 ก้อน ก่อนที่เธอจะทำการควบคุมก้อนหินขนาดใหญ่ทั้ง 3 ก้อนนั้นให้พุ่งเข้ากระแทกใส่สร้อยอัญมณีต้องสาปเข้าอย่างจังด้วยความรวดเร็ว จากนั้น คางุยะก็ทำการร่ายเวทย์เสกคมดาบน้ำแข็งทั้ง 7 เล่มขึ้นลอยบนกลางอากาศ ก่อนที่เธอนั้นจะทำการควบคุมคมดาบน้ำแข็งทั้ง 7 เล่มนั้นให้พุ่งเข้าไปโจมตีใส่สร้อยอัญมณีต้องสาปเข้าอย่างจังด้วยความเร็วสูง

            ส่วนทางด้านสึรุฮิเมะก็รีบเรียกดาบยาวโอดาจิมายาออกมา ก่อนที่เธอจะทำการร่ายเวทย์ผ่านปลอกแขนมายาลงบนดาบยาว จนเกิดเป็นลูกพายุขนาดย่อมที่พัดวนไปรอบๆ ทั่วทั้งคมดาบ

            จากนั้น เธอก็ตวัดปล่อยคลื่นดาบยาวธาตุลมออกมาโจมตีใส่สร้อยอัญมณีต้องสาปเข้าอย่างจังในลักษณะแนวตั้ง ทางด้านคางุยะก็รีบทำการร่ายเวทย์ยิงลูกพายุขนาดกลางออกจากคฑาเวทย์พระจันทร์เสี้ยวโจมตีใส่สร้อยอัญมณีต้องสาปเข้าอย่างจังในลักษณะแนวตรง

            จากนั้น ทางด้านสึรุฮิเมะก็รีบเรียกโซ่เคียวมายาออกมา ก่อนที่เธอจะรีบทำการร่ายเวทย์ผ่านปลอกแขนมายาลงบนโซ่เคียว จนเกิดกระแสไฟฟ้าแรงสูงขึ้นไหลเวียนไปทั่วคมเคียว สึรุฮิเมะทำการหมุนควงโซ่เคียวสักพัก ก่อนที่เธอนั้นจะตวัดโซ่เคียวโจมตีใส่สร้อยอัญมณีต้องสาปจากทางระยะไกลอย่างต่อเนื่อง

            ทางด้านคางุยะก็รีบชักคมดาบเรเปียร์ออกมาจากฝักดาบที่เป็นด้ามจับของคฑาเวทย์พระจันทร์เสี้ยว ก่อนที่เธอนั้นจะทำการร่ายเวทย์ลงบนคมดาบเรเปียร์ เพื่อเสกคมดาบลำแสงที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมา และพุ่งเข้าไปแทงที่กลางสร้อยอัญมณีต้องสาปเข้าไปจนมิดด้ามอย่างรวดเร็ว

            หลังจากที่คมดาบลำแสงนั้นค่อยๆ เลือนหายไปจนหมดจด คางุยะก็รีบกระโดดถอยหลังออกมา จากนั้น ทางด้านสึรุฮิเมะก็เรียกหอกยาริ 2 คมมายาออกมา ก่อนที่เธอนั้นจะรีบพุ่งเข้าไปโจมตีใส่สร้อยอัญมณีต้องสาปอย่างต่อเนื่อง จากนั้นเธอก็รีบเรียกทอนฟามายาออกมาแทนที่หอกยาริ 2 คม แล้วซัดเข้าไปที่สร้อยอัญมณีต้องสาปเข้าอย่างจัง จนทำให้ร่างของพญาจิ้งจอก 9 หางนั้น แทบจะทรุดลงที่พื้นในทันที ตัวจี้อัญมณีต้องสาปแห่งโคโดกุที่อยู่บนสร้อยเส้นนั้นก็เริ่มมีรอยร้าวขึ้น

            ความโกรธเกรี้ยวของพญาจิ้งจอก 9 หางในตอนนี้ก็ได้เพิ่มทวีจนถึงขั้นสุด มันกู่ร้องคำรามออกมาเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณ ก่อนที่มันจะพ่นลูกไฟอันร้อนระอุที่มีขนาดใหญ่ออกมาโจมตีใส่คางุยะกับสึรุฮิเมะจนเกิดแรงระเบิดขึ้นแผ่ขยายเป็นวงกว้าง พร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

            แม้ว่าพวกเธอทั้งสองจะกระโดดหลบลูกไฟอันร้อนระอุได้อย่างหวุดหวิด แต่ด้วยความที่ลูกไฟขนาดใหญ่นั้นพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงที่เกินจะคาดหมาย จึงทำให้ร่างงามของพวกเธอทั้งสองนั้นถูกแรงระเบิดดีดตัวจนลอยกระเด็นออกมา และทรุดล้มลงที่พื้นเข้าอย่างจัง พวกเธอทั้งสองต่างก็พยายามตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน พลางนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกที่คลับคล้ายกับเจ็บปวดนิดๆ

            “ร้ายกาจเป็นบ้าเลย”

            สึรุฮิเมะเริ่มกล่าวสบถออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก ดวงตาคู่งามสีฟ้าอมม่วงนั้นพลางหรี่ลง พร้อมกับขมวดคิ้วงามเข้าหาเพียงเล็กน้อย สักพัก พญาจิ้งจอก 9 หางนั้นก็ค่อยๆ อ้าปากว้างๆ ออกมา ราวกับว่ามันเตรียมจะพ่นอะไรบางอย่าง

            “คุณสึรุอิมิ รีบขึ้นมาเร็วเข้า”

            ทางด้านคางุยะก็เริ่มเห็นท่าไม่ดีขึ้น จึงรีบทำการร่ายเวทย์ในการเสกก้อนเมฆขึ้นมา จากนั้น เธอก็รีบกระโดดขึ้นไปบนก้อนเมฆที่เธอสร้างขึ้น ก่อนที่เธอจะตะโกนเอ่ยสั่งสึรุฮิเมะให้รีบกระโดดขึ้นมาบนก้อนเมฆด้วย

            สึรุฮิเมะจึงรีบกระโดดขึ้นมาบนก้อนเมฆของคางุยะทันที จากนั้น คางุยะก็รีบใช้เวทย์ในการควบคุมก้อนเมฆให้บินหนีขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความรวดเร็ว

            เจ้านางเทวีอสูรฯ นั่น คิดจะควบคุมสึบากิให้ทำอะไรกันแน่

            ทางด้านคางุยะก็พลางนึกถามขึ้นภายในใจ หลังจากนั้นไม่นาน เปลวไฟอันร้อนระอุนั้นก็ได้ถูกพ่นออกมาจากปากของพญาจิ้งจอก 9 หาง แผ่ขยายไปทั่วทั้งบริเวณพื้นที่ใจกลางเมืองชิบูย่าในรัศมีที่กว้างใหญ่ไพศาลเกินจะบรรยาย โดยมีพื้นที่บริเวณสี่แยกชิบูย่านั้นเป็นจุดศูนย์กลาง

            เปลวไฟขนาดยักษ์ที่มันได้พ่นออกมานั้นได้เผาทำลายอาคารสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่อยู่ภายในพื้นที่รัศมีจนพินาศสิ้นเพียงแค่ชั่วพริบตา รถยนต์และยานพาหนะชนิดต่างๆ ก็พากันปลิวว่อนกระจัดกระจายไปทั่วทั้งบริเวณภายในพื้นที่รัศมีวงกว้าง

            มีกลุ่มเปลวเพลิงจำนวนมหาศาลลุกท่วมในหลายอาคารสิ่งก่อสร้าง และบนถนนเส้นต่างๆ ทั่วทั้งพื้นที่ใจกลางเมืองชิบูย่าในเขตรัศมีที่แผ่ขยายออกอย่างกว้างขวาง พร้อมกับกลุ่มควันไฟจำนวนมหาศาลที่ลอยฟุ้งขึ้นบนกลางอากาศ ซึ่งมันจะสามารถคร่าชีวิตผู้คนนับล้านได้ในพริบตา จากการที่พวกเขาสูดดมควันไฟเหล่านั้นเข้าไปในปริมาณมากจนขาดอากาศหายใจ

            เหล่าผู้คนบริสุทธิ์นับแสนกว่าชีวิตก็ได้พากันสิ้นใจลงจากการถูกย่างสด ในท่ามกลางทะเลเพลิงอันร้อนระอุราวกับขุมนรกโลกันตร์ที่ลุกท่วมไปทั่วทั้งพื้นที่ใจกลางเมืองชิบูย่าภายในเขตรัศมีอันกว้างขวาง ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยแสงจันทราสีเลือดในคืนวันเพ็ญที่ส่องสว่างไปทั่วหล้า

            “เจ้านางเทวีอสูรฯ นั่น...มันทำอะไรลงไปเนี่ย”

            ทางด้านคางุยะกับสึรุฮิเมะที่กำลังยืนอยู่บนก้อนเมฆที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ซึ่งเกิดจากพลังเวทย์ของคางุยะอยู่ในขณะนี้ เมื่อได้มาเห็นสภาพของเมืองต่างๆ ภายในเขตพื้นที่รัศมีอันกว้างขวางที่ได้กลายเป็นทะเลเพลิงอเวจีไปโดยสมบูรณ์นั้น พวกเธอทั้งสองต่างก็เริ่มมีใบหน้าถอดสีขึ้นมาในทันที ดวงตาคู่งามกลมโตของทั้งสองนั้นพลางเบิกกว้างออกมาเพียงเล็กน้อย

            “มันจะทำเกินไปแล้ว เจ้านางเทวีอสูรฯ”

            ทางด้านสึรุฮิเมะก็เริ่มมีสีหน้าที่แสดงออกถึงความรู้สึกเกรี้ยวโกรธขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า... ดี มันต้องอย่างนี้แหละ เจ้าอิซานางิ หรือเจ้าชายฮิโกโบชิ จะได้เห็นว่ามีผู้บริสุทธิ์หลายแสนกว่าชีวิตจะต้องมาตายเพราะนังเจ้าหญิงโอริฮิเมะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า...”

            ทางด้านนางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่อยู่ในคราบของเกอิชาสาวนั้นก็เริ่มหัวเราะร่าออกมาด้วยความสะใจ ที่กลางเมืองชิบูย่าในตอนนี้ได้กลายมาเป็นทะเลเพลิงอันร้อนระอุดั่งขุมนรกอเวจีด้วยน้ำมือของสึบากิที่อยู่ในร่างของพญาจิ้งจอก 9 หาง ใบหน้ายิ้มแย้มของนางในตอนนี้เปี่ยมไปด้วยความร้ายกาจแบบสุดๆ และในขณะเดียวกัน นางเทวีอสูรฯ ก็พลางยืนมองภาพเหตุการณ์นั้นจากบริเวณยอดหอคอยโตเกียวสกายทรี

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน