ความเงียบงันอันหนักอึ้งเข้าปกคลุมทางเดินศิลาดำอีกครั้ง หลังจากเสียงคำรามสุดท้ายของวานรเหมันต์บรรพกาลจางหายไปในความมืดมิดเบื้องลึก ทิ้งไว้เพียงไอเย็นยะเยือกที่ เข้มข้นและอบอวลด้วยกลิ่นอายแห่งความตายอันเก่าแก่ และแรงกดดันที่มองไม่เห็นซึ่งแผ่ออกมาจากผนังและพื้นศิลาที่แตกร้าวจากการต่อสู้
"แค่ก! แค่ก... แฮ่ก..."
เฟิงอี้ทรุดกายลงกับพื้นศิลาดำเย็นเฉียบอย่างหมดแรง ไอเป็นเลือดออกมาอีกสองสามครั้ง ความเจ็บปวดร้าวระบมไปทั่วร่าง โดยเฉพาะแขนขวาที่ใช้แทงกระบี่สะบั้นเมฆา (断云一式 - Duàn yún yī shì) นั้นแทบจะไร้ความรู้สึก เขาสัมผัสได้ถึงพลัง "ปราณกระบี่" ในร่างที่เหือดแห้งจนแทบไม่เหลือหลอ และความรู้สึก เย็นเยียบจากแก่นกลางร่าง ที่บ่งบอกถึงพลังชีวิตที่ถูกสูบฉีดออกไปอย่างรุนแรง
เสี่ยวหู่รีบเข้ามาคลอเคลีย ใช้หัวเล็กๆ ดุนมือเขาเบาๆ ส่งเสียงร้อง "เมี้ยว" แผ่วๆ ด้วยความเป็นห่วง ดวงตาสีฟ้าใสมองมาอย่างไม่ละสาย
หญิงน้ำแข็งเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเฟิงอี้ นางก้มลงมองสภาพอันน่าอนาถของเขาด้วยแววตาที่เย็นชาเช่นเคย แต่ประกายแห่งความ สับสนและสงสัย ที่จุดประกายขึ้นเมื่อครู่ยังคงหลงเหลืออยู่ลึกๆ นางยื่นขวดยาหยกขาวอีกขวดให้ "โอสถ 'หยกเย็นคืนชีพ' กลืนมันลงไป มันช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตที่สูญเสียไปได้บ้าง แต่ฤทธิ์ยาเย็นมาก เจ้าต้องโคจรพลังต้านทานความเย็นด้วยตัวเอง"
เฟิงอี้รับขวดยามาอย่างอ่อนแรง กลืนโอสถสีเขียวมรกตเม็ดเล็กเข้าปาก ความเย็นยะเยือกที่รุนแรงกว่าโอสถก่อนหน้าหลายเท่าแผ่ซ่านไปทั่วร่าง! เขากัดฟันแน่น ตัวสั่นสะท้าน! รีบโคจรปราณกระบี่สายสุดท้ายที่เหลืออยู่ ต้านทานความเย็นที่แทบจะแช่แข็งเลือดในกาย!
เพียงชั่วอึดใจ เขาก็รู้สึกถึง กระแสพลังชีวิตอันอบอุ่น ที่ก่อตัวขึ้นอย่างแผ่วเบาจากภายใน! มันค่อยๆ ไหลเวียนไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ บรรเทาความรู้สึกเหมือนถูกสูบกินให้ทุเลาลงอย่างเห็นได้ชัด! ร่างกายเริ่มกลับมามีเรี่ยวแรงขึ้นบ้าง
"ขอบ... ใจ" เขากล่าวเสียงแหบพร่า
หญิงน้ำแข็งเพียงพยักหน้ารับน้อยๆ "พักผ่อนครู่หนึ่ง ข้าจะดูต้นทาง" นางกล่าวจบก็หันไปยืนเฝ้าระวังที่ปากทางเดินอย่างเงียบเชียบ
เฟิงอี้หลับตาลง พยายามทำสมาธิ ดูดซับพลังงานจากโอสถและโคจรพลังเพื่อฟื้นฟูตัวเอง แต่ทันทีที่จิตจดจ่อลงสู่ภายใน เขาก็สัมผัสถึงมันอีกครั้ง... อักษร "断命" (สะบั้นโชค) ที่สลักลึกอยู่บนเงากระบี่กลางทะเลจิตปราณ มันไม่ได้นิ่งเฉย แต่กำลัง 'เต้นตุบๆ' ตามจังหวะลมหายใจของเขา แผ่ไอเย็นเยียบที่แตกต่างจากไอเย็นภายนอกออกมา มันให้ความรู้สึก 'ว่างเปล่า' และ 'เฉียบขาด' อย่างประหลาด เมื่อเขาพยายามโคจรปราณกระบี่ที่ฟื้นคืนมาเล็กน้อยให้ไหลเวียนผ่านบริเวณนั้น เขากลับรู้สึกถึงแรงต้านที่มองไม่เห็น ปราณกระบี่รู้สึก 'ฝืด' และ 'ไม่เชื่อง' ราวกับมันกำลังหวาดกลัวหรือถูกกดทับโดยเจตจำนงอันเย็นชาของอักษรคู่นั้น!
วึ่ง...
เสียงสะท้อนแผ่วเบา คล้ายเสียงกระซิบจากห้วงเหวลึก ดังขึ้นในห้วงสำนึกอีกครั้ง "ทุกการก่อเกิด... ย่อมมีดับสูญ... ทุกโชคชะตา... ย่อมถูกสะบั้น..." เสียงนั้นขาดห้วงและเลือนราง แต่ก็ทิ้งความรู้สึกเย็นเยียบและคำถามอันหนักอึ้งไว้ในใจ
เฟิงอี้ลืมตาโพลง เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นบนหน้าผาก แม้จะอยู่ในที่ที่หนาวเหน็บเพียงใด 'นี่มันอะไรกันแน่? พลังนี้มันต้องการอะไรจากข้า?' เขาสะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่าน พยายามจดจ่อกับการฟื้นฟูพลัง แต่ความรู้สึกถึงอักษร "断命" และเสียงสะท้อนนั้นยังคงวนเวียนไม่จางหาย
เวลาผ่านไปราวหนึ่งก้านธูป เฟิงอี้รู้สึกว่าเรี่ยวแรงกลับมาพอที่จะเคลื่อนไหวได้คล่องขึ้นแล้ว ปราณกระบี่ฟื้นคืนมาได้ราวสองส่วน เขาจึงลุกขึ้นยืน "ไปต่อเถอะ"
หญิงน้ำแข็งหันกลับมา พยักหน้ารับ "ทางข้างหน้าอาจจะยิ่งอันตราย ระวังตัวด้วย"
ทั้งสองออกเดินทางอีกครั้ง ทางเดินศิลาดำยิ่ง กว้างและสูง ขึ้นเรื่อยๆ ผนังสองข้างทางปรากฏ รอยสลักที่ซับซ้อนและสมบูรณ์ มากขึ้น เล่าเรื่องราวในยุคบรรพกาลที่เฟิงอี้ยังไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด แต่เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานอันยิ่งใหญ่และโศกนาฏกรรมที่แฝงอยู่
หลังจากเดินผ่านโค้งอีกสองสามโค้ง พวกเขาก็มาถึง โถงถ้ำขนาดใหญ่ แห่งหนึ่ง กลางโถงถ้ำมี แท่นบูชาหินสีดำขนาดมหึมา ตั้งตระหง่านอยู่ แต่สิ่งที่จับสายตาของทั้งคู่ไว้ คือ ผนังถ้ำด้านในสุด ที่สลักเป็น ภาพจิตรกรรมฝาผนังขนาดมหึมา แสดงถึงมหาสงครามระหว่างนักรบชุดเกราะสีฟ้าใสและอสูรร้ายสีดำทมิฬ!
และ ณ ใจกลางของภาพนั้น มี เงาร่างของเซียนกระบี่ ที่กำลังตวัดกระบี่เข้าปะทะกับ อสูรพยัคฆ์สีดำขนาดมหึมา!
วูม!!!
ทันทีที่สายตาจับจ้องไปยังภาพเซียนกระบี่! เฟิงอี้เซถอยหลังไปก้าวหนึ่ง! ปราณกระบี่ ในร่างสั่นสะท้านรุนแรง! อักษร "断命" ในทะเลจิตปราณเปล่งแสงสีขาวเยือกเย็นเจิดจ้า! ความรู้สึก คุ้นเคย โหยหา และเจ็บปวดร้าวราน ถาโถมเข้าใส่รุนแรงกว่าครั้งก่อน! แวบหนึ่ง! เขารู้สึกเหมือนไม่ได้มองภาพ แต่กำลังยืนอยู่ในจุดนั้น! สัมผัสได้ถึงเจตจำนงกระบี่อันเย็นชาแต่ท้าทายสวรรค์ที่แผ่ออกมาจากเงาร่างนั้น! สัมผัสได้ถึงความปรารถนาที่จะ 'สะบั้น' ทุกสิ่งกีดขวาง! เสียงกระซิบ เสียงกรีดร้อง เสียงปะทะจากสงครามโบราณดังกระหึ่มอยู่ในหัว!
"อึ่ก!" เขากุมหน้าอก หายใจติดขัด ดวงตาเบิกกว้างจ้องมองภาพนั้นเขม็ง
"เจ้าเป็นอะไรอีก?" หญิงน้ำแข็งขมวดคิ้ว มองอาการของเขาอย่างละเอียด นางสังเกตเห็นประกายแสงสีเงินจางๆ ที่วาบขึ้นในดวงตาของเฟิงอี้ชั่วขณะ และกลิ่นอายพลังที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อเขามองไปยังภาพเซียนกระบี่ผู้นั้น มันเชื่อมโยงกับแสงวาบปริศนาที่นางเห็นก่อนหน้านี้อย่างน่าประหลาด! 'อาการตอบสนองรุนแรงต่อภาพนี้... ประกอบกับแสงและกลิ่นอายประหลาดเมื่อครู่... หรือว่าเด็กคนนี้จะเกี่ยวข้องกับ 'ตำนานต้องห้าม' นั่นจริงๆ?' ความสงสัยในใจนางยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
"ภาพ... ภาพนั่น..." เฟิงอี้ชี้ไปยังภาพ เสียงสั่นเทา เขารู้สึกถึง บางสิ่ง ในภาพนั้นกำลัง เรียกหา และ ตอบรับ กับอักษร "断命" ในตัวเขา...
หญิงน้ำแข็งมองตามไปยังภาพนั้นอีกครั้ง แววตาฉายประกายซับซ้อน ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึมกว่าเดิม "ข้าบอกแล้ว... นั่นคือ 'สงครามผนึกเหมันต์บรรพกาล'... จุดเริ่มต้นของทุกสิ่ง"
นางหยุดพูดไปครู่หนึ่ง จ้องมองไปยังเงาร่างของเซียนกระบี่ในภาพนั้นด้วยแววตาที่เฟิงอี้อ่านไม่ออก "และเงาร่างนั้น... ตามตำนาน... คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด... แต่ก็น่าเศร้าที่สุดเช่นกัน ชะตากรรมของเขาคือการ สะบั้น ทุกสิ่ง... แม้กระทั่งตัวเอง"
สะบั้น... คำพูดนั้นก้องสะท้อน! ตรงกับคำว่า "断命" ที่กำลังเต้นตุบๆ อยู่ในทะเลจิตของเขา!
เฟิงอี้จ้องมองภาพนั้น หัวใจเต้นระรัว... ภาพนี้... สงครามนี้... เซียนกระบี่ผู้นี้... และคำว่า "สะบั้นโชค"... ทั้งหมดนี้มันเกี่ยวพันกับเขาอย่างไรกันแน่? พลังที่เพิ่งตื่นขึ้นนี้ กำลังนำพาเขาไปสู่ความจริงแบบไหนกัน?
*** จบตอนที่ 38 ***