หลังจากออกมาจากห้องสมุดได้ เฉินอันหลานก็รีบเดินไปออกไปสวนหลังบ้านเพื่อสงบสติอารมณ์ก่อนจะกลับเข้ามาในห้องรับแขกส่วนหน้าอีกครั้ง
“อันหลาน” เฉินหยิ่นหลินรีบถอดเสื้อตัวนอกคลุมให้กับน้องชาย “ไม่สบายตรงไหนรึเปล่า?”
เฉินอันหลานส่ายหน้า
“ผมไม่เป็นไรครับ”
“สีหน้าของนายดูแย่มากเลยนะ ให้ลู่ฮหวายตรวจหน่อยไหม”
“ไม่ต้องครับ”
“อันหลาน...”
“ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ รบกวนพี่ใหญ่ช่วยบอกแม่กับพี่รองให้ด้วย”
เมื่อเฉินอันหลานพูดจบก็ถอดเสื้อตัวนอกออกคืนให้กับเฉินหยิ่นหลิน จากนั้นก็หมุนตัวเดินออกจากห้องรับแขกและตรงไปยังทางออก
ลู่ฮหวายไม่วางใจเท่าไรนัก
“หยิ่นหลิน เดี๋ยวฉันออกไปดูเอง”
“เอาเสื้อคลุมไปด้วย”
“อื้อ”
ลู่ฮหวายรับเสื้อตัวนอกของเฉินหยิ่นหลินมาแล้วตามเฉินอันหลานออกไปทันที
“อันหลาน”
เฉินอันหลานหยุดชะงักลง จากนั้นก็หมุนตัวกลับมามองลู่ฮหวาย
“ทำไมคุณหมอลู่ถึงไม่เรียกผมว่าคุณเฉินแล้วล่ะครับ?”
ลู่ฮหวายยิ้มเล็กน้อย เดินเข้าไปหาแล้วยกเสื้อขึ้นคลุมไหล่ให้กับอีกฝ่าย
“โกรธฉันเหรอ?”
“นายดูแลฉันดีมาตลอดตั้งแต่เด็ก ๆ ฉันจะไปโกรธนายได้ยังไงล่ะ?”
“ดูเหมือนจะโกรธจริง ๆ ด้วย”
เฉินอันหลานไม่ได้สนใจเขาทำแค่หมุนตัวแล้วเดินไปยังทิศทางของรถของตนที่จอดอยู่
ลู่ฮหวายตามไปรั้งข้อมือเล็กไว้ แต่กลับถูกเฉินอันหลานสะบัดมือออกอย่างแรง คนถูกสะบัดไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง และยังคงเผยรอยยิ้มพร้อมเดินเข้าขวางทาง เฉินอันหลาน
“อันหลาน สีหน้าของนายดูแย่มากเลยนะ กลับไปแบบนี้ฉันเป็นห่วง”
“ขอบคุณคุณหมอลู่ที่เป็นห่วงนะครับ”
“เอาแบบนี้ไหม ให้ฉันไปส่งนาย?”
“ไม่ต้อง”
เฉินอันหลานปฏิเสธและก้าวเท้าออกไปทันที ทว่าเพราะร่างกายหลังฉีดเซรุ่มเข้าไปนั้นยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ยามเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจึงส่งผลให้เกิดอาการวิงเวียนขึ้นมาฉับพลัน ร่างกายของโอเมก้าหนุ่มเกิดอาการโซเซเล็กน้อย ลู่ฮหวายที่ยืนอยู่ด้านข้างจึงรีบเข้ามาประคองเอาไว้
“อันหลาน นายไม่เป็นไรใช่ไหม?”
“ไม่เป็นไร”
เฉินอันหลานผลักลู่ฮหวายออกไปแล้วเดินต่อ แต่หลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เกิดอาการวิงเวียนขึ้นอีก แต่โชคดีที่ครั้งนี้ยังพอทรงตัวได้
ลู่ฮหวายเดินเข้ามาประคองเฉินอันหลานอีกครั้ง
“อย่าฝืนตัวเองสิ เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งนายเอง”
ในวินาทีนั้น เฉินอันหลานก็ได้กลิ่นฟีโรโมนอัลฟ่าจากตัวลู่ฮหวาย ร่างกายของเขาตอบสนองต่อฟีโรโมนและเริ่มเกิดอาการกระสับกระส่ายขึ้นมาในทันที —— แย่แล้ว!
“ไปกันเถอะ”
“ฉันบอกว่าไม่ต้องไง!”
เฉินอันหลานผลักลู่ฮหวายออกไป จากนั้นก็เดินโซซัดโซเซไปยังรถของตัวเอง
เมื่อกลิ่นอายอันแสนหอมหวานที่ล่องลอยอยู่ในอากาศปะทะเข้ากับจมูก ลู่ฮหวายที่ไล่ตามเฉินอันหลานมาก็เกิดอาการใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก เขากำลังจะ เอื้อมมือออกไปเตรียมดึงตัวของเฉินอันหลานกลับมา แต่ทันใดนั้นไหล่ของเขาก็ถูกใครบางคนจับไว้ เมื่อหมอหนุ่มหันกลับไปมองก็พบเข้ากับเฉินหยินชิงที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“หยินชิง?”
“ใจร้อนก็กินเต้าหู้ร้อนไม่ได้หรอกนะ โดยเฉพาะกับอันหลานจากตระกูลเฉินที่ไม่ค่อยชอบให้ใครไล่ตาม”
กลิ่นอายอันน่าดึงดูดใจมลายหายไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่เฉินอันหลาน จากไป ลู่ฮหวายเกิดอาการเหม่อลอยไปชั่วขณะ เฉินหยินชิงที่เห็นแบบนั้นก็หรี่ตาลงก่อนจะเอื้อมมือไปกวัดแกว่งอยู่ตรงหน้าคนที่กำลังยืนเหม่อ
ลู่ฮหวายสะดุ้งเฮือกและดึงสติกลับมาได้
“เมื่อกี้นายว่ายังไงนะ?”
“ไม่มีอะไร แค่จะเตือนว่าอันหลานไปแล้ว”
“เอาจริง ๆ นะ นายชอบอันหลานเหรอ?”
ลู่ฮหวายอึ้งงันไปชั่วขณะ จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ดูเหมือนนายจะไม่ค่อยชอบความคิดของฉันที่มีต่ออันหลานเท่าไหร่เลยนะ?”
“ไม่ชอบ” เฉินหยินชิงชายตามองไปยังทิศทางที่เฉินอันหลานจากไป “อันหลานของพวกเราไม่ชอบ ฉันในฐานะพี่รองก็ไม่ชอบ รวมถึงใครบางคนก็ด้วย”
ลู่ฮหวายยิ้ม ไม่ได้พูดอะไร
※※※※※※※※※※
ภายในรถ
เมื่อสัมผัสได้ว่าฟีโรโมนในร่างกายกำลังพุ่งสูง เฉินอันหลานก็รีบทำการปลดระบบการขับขี่ด้วยมือแล้วเปลี่ยนเป็นการขับขี่อัตโนมัติโดยออกคำสั่งให้หุ่นยนต์โทบี้เป็นผู้ควบคุมรถต่อ จากนั้นก็ปรับเบาะให้ราบลงก่อนจะเอนกายนอนหลับตา ในเวลานี้โอเมก้าหนุ่มกำลังหายใจหอบ หน้าอกกำยำกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
“โทบี้ ตรวจสอบ”
“รับทราบค่ะ คุณผู้ชาย”
หลังจากเปิดระบบขับขี่อัตโนมัติแล้ว เอไอโทบี้ก็รีบเข้ามาทำการสแกนร่างกายเฉินอันหลานทันที เลเซอร์สีแดงกวาดผ่านร่างกายแสนอิดโรย ไม่นานนักเสียงเตือนสัญญาณฉุกเฉินก็ดังขึ้น บนหน้าจอนั้นกำลังบ่งบอกว่าดัชนีชี้วัดฟีโรโมนในร่างกายของเฉินอันหลานเพิ่มสูงขึ้นจนเกินระดับปกติไปมากแล้วและอาจทำให้เขาเข้าสู่สภาวะติดฮีทอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“โทบี้ ฉีดยาระงับ”
“รับทราบค่ะ”
“เร่งมือด้วย”
เฉินอันหลานกัดฟันออกคำสั่ง ไม่กี่นาทีถัดมาก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดจากการถูกปลายเข็มฉีดยาแทงผ่านผิวหนังบาง ๆ บนข้อพับแขน ความเย็นของตัวยาแพร่กระจายออกไปในเส้นเลือดของเขาอย่างรวดเร็ว ผ่านไปไม่กี่นาที ความรู้สึกไม่สบายตัวจากการตกอยู่ในสภาวะติดฮีทก็เบาบางลง เฉินอันหลานค่อย ๆ รู้สึกดีขึ้น เขายังคงนอนอยู่บนเก้าอี้ด้วยร่างกายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ดวงตาทั้งสองข้างเปิดค้างจ้องมองเพดานรถยนต์อย่างเหม่อลอย
“คุณผู้ชายต้องการไปรับยาระงับที่คลินิกหมอคริสไหมคะ?”
“คลินิกปิดแล้ว”
“ต้องการค้นหาคลินิกที่อยู่ใกล้ที่สุดไหมคะ?”
เฉินอันหลานยังคงหายใจหอบและไม่ได้ตอบคำถามของโทบี้ เขาไม่สามารถเปิดเผยความลับของตัวเองให้คนนอกรับรู้ได้ ยิ่งการเข้าคลินิกที่ไม่รู้จักเพื่อรักษาอาการติดฮีทของตัวเองยิ่งไม่สามารถทำได้ สาเหตุที่เขาเลือกให้หมอคริสเป็นหมอส่วนตัวมีเหตุผลอยู่ ประการแรก กิจการคลินิกที่คริสทำไม่ได้โปร่งใสและโจ่งแจ้งเหมือนกับคลินิกทั่วไปภายนอกดังนั้นเฉินอันหลานจึงสามารถติดต่อซื้อยาระงับจากเขาได้โดยตรง ประการที่สองคริสเป็นหมอที่เก็บความลับได้ดี เขาไม่มีทางนำข้อมูลของคนไข้เปิดเผยออกไปสู่สาธารณะ... แต่ตอนนี้คุณหมอคริสไม่อยู่ในสภาวะที่จะสามารถปกป้องตัวเองได้ และกลัวว่าคริสอาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว ไม่มีหมอประจำตัวที่คอยฉีดยาระงับให้เขา ถ้าเฉินอันหลานไม่หาคลินิกใหม่ ก็ต้องหาทางจัดการกับตัวเองให้ได้
ในระยะเวลาสั้น ๆ แบบนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
“ฟีโรโมนภายในร่างกายของคุณผู้ชายมีสัญญาณเพิ่มสูงขึ้นอีกครั้งค่ะ”
“หลังจากนี้ครึ่งชั่วโมงค่อยฉีดยาระงับ”
“การใช้ยาระงับเป็นเพียงวิธีรักษาตามอาการ ไม่ใช่การรักษาที่ตรงจุด แนะนำให้หาอัลฟ่าเพื่อผสมพันธุ์ค่ะ”
“หุบปากโทบี้!”
หุ่นยนต์โทบี้เงียบเสียงไปทันที
ยาระงับก็คล้ายกับมอร์ฟีน เมื่อใช้นานวันเข้ามันก็จะยิ่งลดประสิทธิภาพลง เรื่อย ๆ ฤทธิ์ยาก่อนหน้านั้นสามารถอยู่ได้นานเกินกว่าหนึ่งชั่วโมง แต่ตอนนี้หลังจากฉีดไปแล้วสองเข็มกลับอยู่ได้ไม่เกินสิบห้านาทีด้วยซ้ำ ตอนนี้เขายังอยู่ห่างจากบ้านอีกไกลมาก อย่างน้อยเขาจะต้องประคับประคองอาการตัวเองไปให้ถึงหนึ่งชั่วโมงให้ได้ เมื่อเห็นว่ายาระงับใกล้หมดฤทธิ์ อีกทั้งภายในรถก็ไม่มียามากพอที่จะควบคุมสภาวะติดฮีทได้ เฉินอันหลานก็ร้อนใจขึ้นมาทันใด
‘ติ้ด ติ้ด——’
ทันใดนั้นสัญญาณเสียงเรียกเข้าบนหน้าปัดนาฬิกาอัจฉริยะก็ดังขึ้น
เพื่อป้องกันการเกิดอาการติดฮีทภายในรถ เฉินอันหลานจึงสั่งให้โทบี้เปิดระบบดูแลความปลอดภัยอัตโนมัติ แขนกลจำนวนมากยื่นออกมาจากใต้เบาะที่นั่ง ตามมาด้วยเสียง ‘ฟีด ๆ’ และ ‘แก๊ก ๆ’ ของการแทรกตัวเข้ามาเสียบลงไปประจำตำแหน่งของมันเพื่อรัดร่างเฉินอันหลานให้นั่งติดอยู่กับเบาะ หลังจากที่เตรียมการทุกอย่างพร้อมแล้วเฉินอันหลานก็กดรับสายบนหน้าปัดนาฬิกาพร้อมทั้งเชื่อมต่อมันกับลำโพงภายในรถ
“ใคร?”
เฉินอันหลานพยายามที่จะพูดให้กระชับที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดเสียงที่จะทำให้ตัวเองต้องขายหน้า
(กินมื้อค่ำเสร็จแล้วเหรอ?)
เสียงของชายผู้นั้นดังขยายออกมาจากลำโพง เสียงโทนต่ำที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ยั่วยวนทำให้ฟีโรโมนภายในร่างกายของเฉินอันหลานพลุ่งพล่านได้ในชั่วพริบตา เป็นผลให้เสียงเตือนจากระบบตรวจสอบร้องดังลั่นอย่างต่อเนื่อง เฉินอันหลานกัดฟันกรอด แล้วออกคำสั่งให้โทบี้ปิดระบบตรวจสอบนั้นเสีย จากนั้นก็พยายามดำเนินบทสนทนาต่อ เขาข่มกลั้นความรู้สึกไม่สบายตัวที่แล่นพล่านในร่างกายเอาไว้
“นาย… นายรู้เบอร์ เบอร์ติดต่อฉันได้ยังไง?”
(มีอะไรที่ฉันไม่รู้เกี่ยวกับตัวนายบ้างล่ะ?)
เพียงเสี้ยววินาที เส้นความรู้สึกในหัวสมองก็ขาดสะบั้น
ถึงจะไม่เจอเจ้าตัว แต่แค่ได้ยินเสียงของลานเซลอต เฉินอันหลานก็แทบจะควบคุมปฏิกิริยาตอบสนองภายในร่างกายของตัวเองไว้ไม่ได้ ความรู้สึกนั้นเหมือนกับการถูกบุกทะลวงล่วงล้ำในช่วงเวลาที่สำคัญอย่างไรอย่างนั้น และไม่นานนักร่างกายที่ได้รับการกระตุ้นนี้ก็กระตุกเกร็งขึ้นมาอย่างฉับพลัน เมื่อผ่านช่วงเวลานั้นไปได้เฉินอันหลานก็ค่อย ๆ รู้สึกสบายตัวขึ้น
(เฉินอันหลาน)
เสียงทุ่มนุ่มของลานเซลอตเต็มไปด้วยความยวนยั่ว แต่สติสัมปชัญญะเพียงน้อยนิดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในหัวสมองของเฉินอันหลานกำลังบอกเขาว่า เขาต้องปลุกให้ตัวเองตื่นตัวตลอดเวลา เขาจะให้ฝ่ายตรงข้ามรู้ไม่ได้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกบางอย่างกับเสียงของเขา ปฏิกิริยาทุกอย่างที่เกิดขึ้นต่อผู้ชายคนนี้ล้วนเป็นเรื่องที่น่าอับอายทั้งสิ้น...
แต่วินาทีนี้ สติปัญญาและร่างกายของเฉินอันหลานกำลังต่อต้านซึ่งกัน และกัน
เฉินอันหลานรู้สึกได้ถึงแรงกระตุ้นที่เกิดจากเสียงของลานเซลอต นั่นเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติตามธรรมชาติของร่างกาย เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองและหลีกเลี่ยงความรู้สึกเหล่านี้ได้เลย โอเมก้าหนุ่มไม่สามารถอดทนต่อแรงกระตุ้นที่ปะทุขึ้นราวกับระลอกคลื่นจากสภาวะการติดฮีทในเวลานี้ได้ ถึงแม้ความรู้สึกนั้นจะเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวด แต่ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความสุขในเวลาเดียวดัน และเขาก็กำลังเฝ้ารอคอยความรู้สึกนั้นอยู่ลึก ๆ ในใจ…
(อันหลาน?)
ในตอนที่ลานเซลอตพูดคำว่า ‘อันหลาน’ ในสมองของเฉินอันหลานก็เหมือนมีเสียงเอคโค่สะท้อนคำพูดนี้ซ้ำ ๆ วนเวียนไม่มีที่สิ้นสุด น้ำเสียงของลานเซลอตที่เดิมทีนิ่งสงบเป็นปกติ แต่หลังจากมันก้องกังวานอยู่ในหัวเฉินอันหลานอยู่หลายต่อหลายครั้งก็เริ่มเปลี่ยนเป็นฟังดูอ่อนโยนและนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น นั่นทำให้เฉินอันหลานไม่สามารถควบคุมการหายใจของเขาได้อีกต่อไป
คนที่อยู่ปลายสายไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ และไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกหลังจากนั้น แต่ยังไม่มีการตัดสายแต่อย่างใด
เฉินอันหลานไม่กล้าส่งเสียงใด ๆ เขากลัวว่าตัวเองจะอดทนต่อความเย้ายวนใจไม่ไหวจนต้องเปล่งเสียงอันน่าอายออกมา แต่เสียงลมหายใจของอัลฟ่าปลายสายก็ยังคงดำเนินต่อ ถึงแม้ว่ามันจะแผ่วเบา แต่ด้วยเครื่องแปลงสัญญาณในโทรศัพท์หรูของอีกฝ่ายก็สามารถจับเสียงลมหายใจนั้นและถ่ายทอดได้อย่างแม่นยำและชัดเจน …เสียงลมหายใจผ่อนหนักผ่อนเบา ทำให้รู้สึกราวกับมีกรงเล็บของแมวตัวน้อยกำลังกรีดข่วนหัวใจดวงน้อยของเฉินอันหลาน เป็นผลให้ร่างกายของเขาเกิดอาการสั่นสะท้านจนไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และทำให้หัวสมองของเขาแผ่กระจายความสุขออกมาเป็นระลอกคลื่น
.
.
.
บ้านตรงข้าม
ที่หน้าต่างบนชั้นสอง
ลานเซลอตถือโทรศัพท์มือถือพร้อมกับมองดูรถของเฉินอันหลาน ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้าบ้านด้วยความเร็วสูงจากบานหน้าต่างกระจกสูงจากพื้นจรดเพดาน ตอนที่รถขับเข้าไปในโรงจอดรถนั้นลานเซลอตมองเห็นร่างของโอเมก้าหนุ่มที่ถูกมัดอยู่บนเบาะภายในรถได้จากจุดที่เขาอยู่อย่างชัดเจน หน้าอกของอีกฝ่ายกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง ใบหน้าแดงก่ำในแบบที่แค่เห็นก็รับรู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายนั้นกำลังตกอยู่ในสภาวะติดฮีท
“อันหลาน”
ปลายสายไม่มีการตอบรับใด ๆ กลับมา
ลานเซลอตขมวดคิ้ว เขาตัดสายทิ้งจากนั้นก็รีบวิ่งลงไปชั้นล่างและตรงไปยังบ้านฝั่งตรงข้ามทันที เขาถือโอกาสในตอนที่ประตูของโรงจอดรถยังไม่ทันปิดสนิท ลอดผ่านไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกดปุ่มควบคุมบนกำแพงเพื่อปิดประตู
เพราะรู้ดีว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นลานเซลอตจึงได้เตรียมการอย่างถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้ฟีโรโมนของเฉินอันหลานแพร่กระจายออกไป ไม่อย่างนั้นอัลฟ่าที่อยู่ในละแวกนี้คงได้ตามกลิ่นของโอเมก้ามาอย่างแน่นอน
นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นกับลานเซลอตเท่าไรนัก เมื่อประตูถูกปิดลงได้ไม่นาน ฟีโรโมนของโอเมก้าที่หอมหวานผิดปกติก็ได้ฟุ้งกระจายอยู่ภายใน ปกคลุมทั้งโรงรถไว้ราวกับตาข่ายขนาดยักษ์ อีกทั้งยิ่งนานเข้าก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น และยิ่ง ส่งกลิ่นหอมหวานราวกับกลิ่นของดอกไม้มากขึ้นเรื่อย ๆ
แทบจะในชั่วพริบตาที่ได้กลิ่น หัวใจของอัลฟ่าผู้แข็งแกร่งก็เริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นัยน์ตาสีดำทมิฬนั้นเคร่งขรึมลง ลานเซลอตเดินลึกเข้าไปภายในโรงจอดรถทันที
***แจ้งข่าว Ebook #ยอดสายลับโอเมก้า***
E-book #ยอดสายลับโอเมก้า เล่ม 5 พร้อมวางขาย วันที่ 14/02/2566 เวลา 00.00 หรือเที่ยงคืนวันวาเลนไทน์คืนนี้ค่ะ
นักอ่านที่กำลังรออยู่เตรียมจับจองเป็นเจ้าของได้เลยจ้า
--- จิ้มซื้อ Ebook ได้ที่ >> Pinto ebook, ธัญวลัย, MEB ebook ฯลฯ ---
-------------------------------------------
ในที่สุดเรื่องราวของพ่อเจ้าประคุณทั้งสองก็มาถึงครึ่งหลังอย่างเต็มตัวแล้ว...อ่ะฮืออออ อันที่จริงเดี๊ยนก็ไม่ได้อยากสปอยนะฮะ แต่ขอบอกเลยว่าเล่มนี้มันเจ้มจ้น มันส์นัว ดุเดือดเลือดพล่าน เหมือนกินชาบูหม่าล่าแล้วชาลิ้นแต่ก็ยังไม่เข็ดต้องกินต่อ (อิฉันชอบเป็นการส่วนตัวถ้าดูอวยมากเกินไปต้องขออภัย) แบบที่อยากให้อ่าน อ่านเองด้วยนะ ห้ามให้เพื่อนเล่า ตามลุ้นเอง ตามเดากับเนื้อเรื่องกันเอาเอง ย้ำขอเตือนอย่าให้เพื่อนเล่านะงับ งื้อออออออออ i>.<i
แบนเนอร์มาในธีมสีชมพูหวานแหววต้อนรับวาเลนไทน์
------>> แบนเนอร์รับวาเลนไทน์จ่ะ ใครจะโสดก็โสดไป แต่น้องอันหลานของฉันมีคู่ วั๊ยยย... <<-------
ใครมีคู่จะอยู่หวาน ๆ กับแฟนก็ทำไป ใครจะสารภาพรักกับคนคุยที่ยังไม่ได้คบซักทีก็ลุยโลด
หรือจะโสดเปลี่ยนโหมดมาสอยน้องเฉิน-พี่ลานไปนอนอ่านแบบเชิด ๆ เพื่อรอวันของเราในอีก 2 วัน (หวยออก) ก็เริ่ดเลย
-- ฝากไว้ให้คิดว่า...รักใครก็รักได้แต่อย่าลืมรักตัวเองกันด้วยนะจ๊ะ --
ส่วนอิชั้นขอไปซื้อคิดแคทบอกรักให้ตัวเองแปป...จะได้แวะแผงล็อตเตอรี่ด้วยเลยยยย ((มุ่งมั่น @0@i))