Roxy Club ชั้น5 ภายในห้องพักส่วนตัว
[01:20 น.]
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
บรรยากาศภายในห้องเงียบสนิทมาริสาและฟ้าใสอยู่ในท่านั่งกึ่งนอนบนโซฟสะดุ้งตื่นปรับสายตามองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็รณชัชที่เปิดประตูก่อนจะเคาะเรียกทั้งสอง
“พี่ริค เรียบร้อยไหมคะ”
“อืมไอ่วินจัดการต่อแล้ว”
“เฮียวินก็มาแล้วหรอ”
“เพื่อนริสาเป็ยังไงบ้าง”
“ยัยอัญหลับสนิทไปเลยค่ะ”
“อืมนี่ก็ดึกมากแล้วริสาจะนอนที่นี่หรือจะกลับคอนโด”
ชายหนุ่มเอ่ยถามมาริสานั้นไม่เมาเท่าไหร่ แต่ฟ้าใสนี่สิทีแรกบอกไม่เมาแต่ตอนนี้สภาพหัวทิ่มลงโซฟาไปแล้ว
“เอ่อ...ริสากับยัยฟ้าใสเดี๋ยวเฮียวินจะไปส่งที่คอนโดค่ะ แต่ก็ยังเป็ห่วงยัยอัญ”
“ให้เธอนอนพักที่นี่แล้วกันสภาพนี้น่าจะนอนยาวถึงเช้า ตื่นเมื่อไหร่พี่จะไปส่งให้เอง”
“เอ่อคือว่า...” มาริสาลังเลใจ
“ไม่ไว้ใจพี่...?”
“ปะ เปล่าค่ะงั้นริสาฝากเพื่อนด้วยนะคะ ริสาไว้ใจพี่ได้ใช่ไหม” มาริสาเอ่ยปากขอความมั่นสัญญาใจจากชายหนุ่ม
“อืม” ชายหนุ่มพยักหน้านิ่งๆ มาริสาจึงหันไปปลุกฟ้าใสแล้วเดินออกจากห้องไป
“เดี๋ยวมาริสา!” มาริสาใกับเสียงเรียกของชายหนุ่ม
“คะ?”
“ต่อไปถ้าจะมาเที่ยวที่ผับห้ามใส่ชุดรัดติ้วน้อยชิ้นแบบนี้มากันอีก ไม่อย่างนั้นพี่จะให้การ์ดไล่พวกเธอกลับแล้วอย่าคิดว่าจะไปเที่ยวที่อื่นแทนเดี๋ยวเื่นี้ไอ้วินจะคุยกับเธออีกรอบนึง”
“เอ่อ... ดะดะได้ค่ะ” มาริสาลากตัวฟ้าใสออกจากห้องทันที
หลังจากที่ทุกคนออกจากห้องเขาไปหมดแล้วชายหนุ่มจึงรีบจ้ำอ้าวไปที่ห้องนอนทันทีร่างบางยังนอนนิ่งพร้อมเสียงลมหายใจสม่ำเสมอ เขานั่งลงบนขอบเตียงจดจ้องใบหน้าขาวเนียนมือเรียวยาวเกลี่ยไรผมที่กำลังปกปิดใบหน้าสวยออกไป ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ทั้งวันเขาจะได้เจอกับเธอคนนี้ด้วยความบังเอิญแค่วันเดียวก็เกิดเหตุการณ์มากมายระหว่างเธอกับเขาและในเวลานี้เขาได้มองหน้าเธอแบบใกล้ๆ ใบหน้าไร้เครื่องสำอางขาวเนียนไร้ที่ติหลากหลายอารมณ์ที่เกิดขึ้นในใจของชายหนุ่มตอนนี้
“อื้มมมม”เสียงคำรามเบาๆของหญิงสาว พร้อมมือที่ปัดไปมาบริเวณใบหน้าเหมือนกำลังโดนรบกวนเวลาฝันหวานของเธอฝ่ามือใหญ่ยังคงลูบไร้ใบหน้าสวยหวานอยู่อย่างนั้นแววตาลึกล้ำจับจ้องอยู่ดวงหน้างามตลอดเวลา
“ตื่นแล้วเหรอ?” นี่เขาทำให้เธอตื่นเหรอเนี่ยะนึกแล้วก็อยากจะเขกหัวตัวเองแรงๆ
“...”
“จะนอนต่อไหม”
“อืออออ”ร่างบางขานตอบแบบสะลึมสะลือ พร้อมดวงตาค่อยๆปิดลงแต่มือบางกลับคว้าเอาแขนของรณชัชมากอดไว้แนบอกเขาพยายามแกะมือออกแต่ก็โดนมือน้อยๆแย่งกลับมากอดไว้เหมือนเดิมเขายังนิ่งอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนเพราะลำแขนโดนคนตัวเล็กยึดเอาไว้จนเริ่มรู้สึกชา
“O_O เอาวะ! สงสัยคงต้องอยู่ท่านี้ไปจนถึงเช้าแน่ๆ” รณชัชพูดออกมาเบาๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก วันนี้เขายิ้มไปกี่ครั้งแล้วนะ
[06.00 น.]
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ......
เสียงนาฬิกาสมาร์วอทปลุกขึ้นในยามเช้าชายหนุ่มค่อย ๆเอื้อมมือขึ้นไปปิด เพราะเกรงจะทำให้หญิงสาวสะดุ้งตื่น สภาพของทั้งคู่คือต่างฝ่ายต่างกอดกันไว้ ชายหนุ่มค่อยๆดึงแขนยาวของตัวเองที่ใช้เป็หมอนให้หญิงสาวออกอย่างเบามือ
หลังจากเมื่อคืนที่เขาโดนคนตัวเล็กกว่าดึงมือเขาไปกอดไว้แนบอกจู่เธอก็พลิกตัวพร้อมกับดึงเอาแขนเขาไปด้วยนั้น ชายหนุ่มเลยเหมือนโดนทุ่มตัวลงเตียงไปตามทิศทางที่หญิงสาวทั้งคู่นอนกอดกันไปจนถึงเช้า
“อืมมม”หญิงสาวพลิกตัวหนีไปอีกด้านหนึ่งจนทำให้เสื้อบนตัวของคนที่นอนอยู่บนเตียงนั้นเลิกสูงขึ้นกางเกงขาสั้นถูกรั้งขึ้นไปจนเกือบเห็นก้นสวยๆของเธอ
พึ่บ!!
“อึก...” ชายหนุ่มกลืนน้ำลายเหนียวลงคอ อารมณ์ของเขาหวั่นไหวเพราะสาวน้อยตรงหน้า มือหนารีบดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มร่างบางจนมิดคอแล้วรีบลุกหนีไปทันที ‘ตึกตักตึกตัก’ เสียงหัวใจเขาเต้นระรัวเืในกายฉีดพล่านแบบไม่เคยเป็แบบนี้กับใครมาก่อนเลย
แสงแดดเริ่มทอแสงอ่อนๆทางระเบียงสาดเข้ามาถึงปลายเตียงฉันตื่นแล้วพบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียง กวาดสายตามองทุกอย่างในห้องอย่างตกตะลึง ‘ที่นี่ ที่ไหน’
ตึก ตึก ตึก... เสียงคนเดินและกำลังเปิดประตูเข้ามา
“ตื่นแล้วเหรอตื่นแล้วก็ลุกไปล้างหน้าล้างตาแล้วออกมากินข้าวต้มมื้อเช้าด้วยกันสิ”ร่างสูงใหญ่เอ่ยทันทีที่เห็นหญิงสาวเริ่มเคลื่อนไหวอยู่บนเตียง
“ที่นี่...ที่ไหน?”
“แล้วเพื่อนฉันละคะ”
“มาวินไปส่งที่คอนโดทั้งคู่แล้ว”
“ละ แล้วทำไมคุณถึงไม่ให้เพื่อนฉันพาฉันกลับไปด้วยละ”อัญญาวีณ์ซักถามร่างสูงทันทีที่เขาเดินกลับมาหาเธอที่เตียงนอน
“เมื่อคืนคุณหลับสนิทเลยไม่อยากปลุก อีกอย่างผมกลัวจะมีผลข้างเคียงจากฤทธิ์ยาที่คุณโดนไปเมื่อคืนเลยคิดว่าให้นอนพักที่นี่จะดีกว่า”
“แต่....”
“รีบไปล้างหน้าสิ ก่อนที่ข้าวต้มจะอืดจนไม่น่ารับประทาน”ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มตัวแล้วเดินหนีไปนั่งรอที่โซฟาด้านนอกแทน
ร่างบางลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำจัดการตัวเองให้เรียบร้อยอย่างรวดเร็ว แต่สายตาก็ยังสำรวจไปรอบๆนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เธอจำได้ว่าเธอโดนวางยาจำได้ว่าเขาอุ้มเธอหนีไอ่เสี่ยบ้ากามขึ้นมาบนนี้ จากนั้น..... ‘โอ้ยยยย จูบแรกของฉันทำไมเป็เขา’ แถมเขายังพาเธอลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำ แล้วยังไงต่อ ทำไมถึงนึกไม่ออก หรือว่าดูจากสภาพแล้ว ......
“ไม่นะ...แล้วใครเป็คนเปลี่ยนชุดให้ฉันละเนี่ยะ” ไวกว่าความคิดร่างบางรีบวิ่งออกจากห้องน้ำตรงไปยังห้องรับแขกด้านนนอกทันที
“เสร็จแล้วเหรอ”ชายหนุ่มหันไปมองตามเสียงฝีเท้าของเธอแล้วทำไมต้องวิ่งหน้าตาตื่นออกมาจากห้องน้ำอย่างนั้นละ
“มะ มะเมื่อ...คืน... ใครเป็คนเปลี่ยนชุดนี้ให้ฉัน” น้ำเสียงตะกุกตะกักพยายามเอ่ยถามเขา
“.....”
“นี่คุณ ไม่ได้ยินที่ฉันถามคุณเหรอ” คนตัวเล็กกว่าเงยหน้าเชิดขึ้น ตะเบ็งเสียงถามอีกรอบ
“แล้วคุณคิดว่าใคร”
“อย่าบอกนะว่า คะ คุณ...แล้วชุดเดิมฉันอยู่ไหน”
“ผมเอาไปทิ้งแล้ว! เศษผ้าแบบนั้นซื้อมาใส่ได้ยังไง”
“นี่ คุณ! คุณเอาเสื้อผ้าฉันไปทิ้งแล้วฉันจะใส่ชุดไหนกลับละ”
“คุณนี่มัน....ฮึย!!!” ร่างบางกำลังหงุดหงิดกระฟัดกระเฟียด
“ พี่! ”
“.......อะไรอีก” ใบหน้าเชิดถามด้วยอาการงง
“ผมอยากให้คุณเรียก ‘พี่’เหมือนมาริสา”
“เหรอ! แต่ว่าฉันเป็ลูกคนเดียวนะเผื่อไม่รู้! ชิ”
“ทำไมดื้อแบบนี้”
“ก็แล้วจะให้เรียกพี่ทำไมเราสองคนไม่ได้สนิทกันขนาดนั้นเลย”
“ขนาดนั้นแล้วมันขนาดไหน แบบตอนนี้ยังเรียกว่าไม่สนิทกันอีกเหรอ” รณชัชเองก็ยอมที่ไหนเธอดื้อมาเขาดื้อกลับดื้อตาใสเสียด้วย
“จะให้สนิท หรือเป็อย่างอื่น...ก็ไม่ติดนะ” เขาเริ่มก้าวเท้าเข้าหาร่างบางทีละนิดจนหญิงสาวเริ่มกลัว
“คุณ....ถอยออกไปเดี๋ยวนี้นะ”
“เรียกพี่ก่อนแล้วจะหยุด”
“พะ พี่คะ ถะถอยออกไปหน่อยสิคะ”
“ก็แค่นั้นทำตัวดื้อไม่เข้าเื่!” ฮะ ไม่เรียกพี่ นี่คือดื้อแล้วเหรอ ชิ! ผู้ชายเ้าเล่ห์เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว แต่เอ๊ะแล้วสรุปว่าใครเปลี่ยนชุดให้ฉันละ
“อย่ามาเปลี่ยนประเด็นสรุปใครเป็คนเปลี่ยนชุดให้ฉันกันแน่”
“พี่.....”ชายหนุ่มเว้นวรรคประโยคไว้เดินก้าวเข้าหาคนตรงหน้าหนึ่งก้าวก่อนโน้มตัวลงกระซิบชิดติดริมใบหูของเธอ
“ไม่ได้เป็คนเปลี่ยน”
“พี่โทรเรียกมาริสามาเปลี่ยนชุดให้คุณเองพอใจในคำตอบไหมครับ” อัญญาวีณ์ก้มมองสภาพของตัวเองตอนนี้เธอสวมเสื้อเชิ้ตสีดำตัวใหญ่ความยาวเกือบถึงเข่า ด้านในเป็กางเกงขาสั้นที่ดูจะเหมือนเป็บ็อกเซอร์ขากว้างๆ แน่นอนว่าทั้งชุดน่าจะเป็ของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่แหละ
“อ่อ...ของใหม่ยังไม่เคยใส่”
“....” อัญญาวีณ์ยืนนิ่งใบหน้าเริ่มเปลี่ยนสีอีกครั้งเมื่อััได้ถึงแววตาที่เจือรอยยิ้มแต่กลับมีกลิ่นอายชวนให้เสียวสันหลัง
“รีบมากินข้าวพี่มีประชุมต่อ เดี๋ยวจะไปส่งที่คอนโด”
“อย่าเลยค่ะ! ฉันกลับแท็กซี่เองได้”
“สภาพนี้” ไม่พูดเปล่าแต่สายตาค่อยๆกดต่ำลงไปเรื่อยๆ
“ฮืม! ก็ได้ค่ะ”
“เอาเถอะ...รีบกินซะ” หลังจากยืนเถียงกันพอสมควรต่างคนต่างรีบจัดการข้าวต้มตรงหน้า