ร่างของบอสทรุดลงกับพื้น
ตูม!
เสียงสะเทือนสุดท้ายค่อย ๆ จางหายไป
ไม่มีใครขยับในทันที
ทั้งสิบคนยังยืนอยู่รอบร่างขนาดใหญ่ที่เพิ่งพ่ายแพ้
นัทกำง้าวแน่น
ลมหายใจของเขาหนักขึ้นจากการต่อสู้
มาร์โกยืนอยู่ไม่ไกล
มีดในมือยังเปื้อนเศษฝุ่นและเลือดจากการปะทะ
ไคเองก็ยังมองบอสอย่างไม่ละสายตา
จนกระทั่งแน่ใจว่า...
มันไม่ขยับอีกแล้ว
“จบแล้ว”
ไคพูดออกมาเบา ๆ
ทุกคนค่อย ๆ ผ่อนแรงลง
แต่ในขณะที่คนอื่นกำลังโล่งใจ
ไคกลับหันไปมองนัท
สีหน้าของเขายังไม่คลายความสงสัย
เขาเดินเข้าไปหา
“นัท”
นัทหันมา
“ครับ?”
“เมื่อกี้...”
ไคหยุด
“นายรู้ตัวหรือเปล่าว่าเกิดอะไรขึ้นกับปราณของนาย?”
นัทนิ่ง
“ปราณ?”
“ใช่”
ไคมองเขาอย่างจริงจัง
“ตอนที่นายพุ่งเข้าหาบอส”
“ปราณของนายเปลี่ยนไป”
นัทมองมือของตัวเอง
“ผมรู้สึกว่ามันแรงขึ้น”
“ไม่ใช่แค่แรงขึ้น”
ไคตอบ
“มันเป็นปราณของอีกขั้นแล้ว”
มาร์โกที่อยู่ข้าง ๆ หันมาทันที
“ขั้นไหน?”
ไคมองทั้งสองคน
“ปราณก่อเกิด”
นัทชะงัก
“...อะไรนะครับ?”
“ปราณก่อเกิดขั้นต้น”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งสองเงียบ
นัทมองตัวเอง
แล้วมองไค
“ผมขึ้นขั้นแล้ว?”
“ใช่”
“เมื่อไหร่?”
ไคส่ายหน้า
“นั่นแหละที่ฉันไม่เข้าใจ”
เขามองนัทตั้งแต่หัวจรดเท้า
“นายไม่มีอาการทะลวง”
“ไม่มีการรวบรวมปราณครั้งใหญ่”
“ไม่มีแม้แต่ช่วงที่ปราณปะทุออกมา”
นัทนิ่ง
เพราะเขาเองก็ไม่รู้จริง ๆ
เมื่อวานเขายังฝึกอยู่ตามปกติ
วันนี้ก็แค่ต่อสู้
ไม่มีช่วงเวลาไหนที่เขารู้สึกว่าได้ทะลวงขั้น
มาร์โกขมวดคิ้ว
“แล้วมันเกิดขึ้นได้ยังไง?”
ไคส่ายหน้า
“ฉันไม่รู้”
เป็นคำตอบที่ตรงที่สุดของเขา
ไคมองนัทอีกครั้ง
“แต่ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้ว”
“นายอยู่ปราณก่อเกิดขั้นต้นจริง ๆ”
นัทก้มมองมือของตัวเอง
เขากำมือ
คลายมือ
แล้วลองส่งปราณออกมาเพียงเล็กน้อย
พลังไหลผ่านร่างอย่างราบรื่น
ไม่มีอะไรระเบิด
ไม่มีคลื่นพลังรุนแรง
ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
นัทเงยหน้าขึ้น
“ก็เหมือนเดิมนะครับ”
ไคหัวเราะไม่ออก
“นั่นแหละที่ทำให้ฉันปวดหัว”
มาร์โกมองน้องชาย
ก่อนพูดเรียบ ๆ
“อย่างน้อยก็ไม่เป็นอะไร”
ไคพยักหน้า
“ใช่”
“แต่เรื่องนี้ต้องคุยกันหลังจากออกไป”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
ไคมองบอสอีกครั้ง
“ตอนนี้เอาชีวิตรอดจากตรงนี้ก่อน”
ยังไม่มีใครรู้ว่าการทะลวงของนัทเกิดขึ้นได้อย่างไร
และไม่มีใครมีเวลาพอจะหาคำตอบ
เพราะร่างของบอสเริ่มเปลี่ยนไป
แสงสีขาวจาง ๆ ปรากฏขึ้นตามรอยแตกของเกราะ
นัทหันไปมอง
“มันเป็นอะไร?”
ไคยกมือขึ้น
“ถอย”
ทุกคนถอยออกมา
แสงค่อย ๆ สว่างขึ้น
รอยแตกบนร่างบอสขยายออก
เกราะหินทั้งร่างเริ่มสลายตัว
ไม่ใช่เป็นเศษหิน
แต่กลายเป็นอนุภาคแสงเล็ก ๆ
ลอยขึ้นจากพื้น
ร่างขนาดใหญ่ค่อย ๆ จางหาย
จนสุดท้าย...
ไม่มีศพเหลืออยู่
นัทมองพื้น
“หายไปเลย”
“บอสดันเจียนเป็นแบบนี้”
ไคตอบ
“หลังตาย ร่างจะสลาย”
ทุกคนยืนนิ่ง
ก่อน—
แกร๊ง
เสียงโลหะตกกระทบพื้นดังขึ้น
ทุกคนหันไปพร้อมกัน
สิ่งหนึ่งวางอยู่บนพื้นตรงตำแหน่งที่บอสเคยยืน
ไคเดินเข้าไป
เขาก้มลงหยิบขึ้นมา
แหวนสีเข้มวงหนึ่ง
อัญมณีเล็ก ๆ ฝังอยู่ตรงกลาง
ไคมองมัน
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอีกครั้ง
แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะนัท
“แหวนมิติ...”
นัทเดินเข้ามา
“มันคืออะไรครับ?”
ไคยกแหวนขึ้น
“อุปกรณ์สำหรับเก็บสิ่งของ”
“ภายในมีพื้นที่มิติสำหรับเก็บสัมภาระ”
มาร์โกมองแหวน
“หายากไหม?”
ไคเงียบไปครู่หนึ่ง
“มาก”
“ของแบบนี้หายากมาก”
เขาพูดชัดเจน
“คนทั่วไปแทบไม่มีโอกาสได้ครอบครอง”
ทั้งสิบคนมองแหวนวงนั้น
ของดรอปมีเพียงชิ้นเดียว
ไม่มีอย่างอื่นเหลืออีก
ไคจึงหันไปมองนัทกับมาร์โก
“พวกนายเอาไป”
นัทชะงัก
“พวกผม?”
“ใช่”
รันพยักหน้า
“ฉันเห็นด้วย”
อีกคนพูด
“ถ้าไม่มีพวกนาย พวกเราคงไม่รอด”
ไคส่งแหวนให้นัท
“ถือว่าเป็นส่วนของพวกนาย”
นัทยังลังเล
“แต่มันหายากมากนะครับ”
“ฉันรู้”
ไคตอบ
“เพราะอย่างนั้นถึงให้”
มาร์โกมองทุกคน
ก่อนพยักหน้า
“ขอบคุณ”
นัทรับแหวนมา
“ขอบคุณทุกคนครับ”
เขามองมันอยู่ครู่หนึ่ง
จากนั้นเก็บเข้าไป
โดยไม่ได้สวม
มาร์โกมองน้องชาย
ทั้งสองสบตากัน
ไม่มีใครพูด
แต่ต่างคนต่างเข้าใจ
พวกเขามีช่องเก็บของของระบบอยู่แล้ว
แหวนวงนี้จึงไม่ได้จำเป็นสำหรับพวกเขาในแบบที่คนอื่นคิด
แต่เรื่องนั้น...
ยังไม่จำเป็นต้องพูดออกมา
ทุกคนตรวจพื้นที่รอบ ๆ อีกครั้ง
ไม่มีของอื่น
ไม่มีศพ
ไม่มีอะไรเหลือจากบอส
มีเพียงแหวนมิติวงเดียว
“กลับกันเถอะ”
ไคพูด
ทุกคนพยักหน้า
หลังจากติดอยู่ในดันเจียนมานานถึงสิบวัน
ไม่มีใครอยากอยู่ต่ออีกแล้ว
ทางเดินเดิมดูแตกต่างออกไป
พวกเขาเคยเดินผ่านมันด้วยความระมัดระวัง
แต่วันนี้...
ทุกคนเดินด้วยความรู้สึกโล่งขึ้น
ไม่มีบอส
ไม่มีแรงกดดัน
ไม่มีการต่อสู้รออยู่ข้างหน้า
นัทเดินข้างมาร์โก
“พี่”
“ว่า?”
“แหวนนี้เอาไปขายได้ไหม?”
มาร์โกส่ายหน้า
“อย่าเพิ่ง”
“ของหายากขนาดนี้ ขายทิ้งเลยน่าเสียดาย”
นัทพยักหน้า
“ผมก็คิดแบบนั้น”
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“งั้นเอาไปถามกิลด์”
“ถามว่า?”
“แลกเป็นของที่เราใช้ได้”
มาร์โกหันมอง
“อะไร?”
นัทยิ้ม
“พาหนะ”
มาร์โกนิ่งไปครู่หนึ่ง
“สัตว์?”
“ครับ”
“ไว้เดินทาง”
มาร์โกพยักหน้า
“ค่อยดู”
เวลาผ่านไป
ในที่สุดแสงจากทางออกก็ปรากฏตรงหน้า
นัทมองแสงนั้น
หลังจากสิบวันที่อยู่ในความมืด
แสงธรรมดากลับทำให้เขาต้องหรี่ตา
ลมจากภายนอกพัดเข้ามา
กลิ่นดิน
กลิ่นหญ้า
อากาศเย็น
ทุกอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมานาน
นัทสูดหายใจลึก
“กลับมาแล้ว...”
มาร์โกเดินออกมาข้าง ๆ
“อืม”
ไคและสมาชิกคนอื่น ๆ เดินตามออกมา
ทั้งสิบคนยืนอยู่หน้าถ้ำ
ไม่มีใครพูด
ทุกคนเพียงยืนรับอากาศภายนอก
จนกระทั่ง—
เสียงหนึ่งดังขึ้น
“...นัท?”
นัทหันไป
ชายคนหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล
เขาผอมลงกว่าที่นัทจำได้
แขนข้างหนึ่งยังมีร่องรอยบาดเจ็บ
เสื้อผ้าถูกเปลี่ยนไปหลายครั้งจากการอยู่ด้านนอก
แต่ใบหน้านั้น...
นัทจำได้
มาร์โกก็จำได้
ชายคนที่บาดเจ็บและหนีออกมาจากดันเจียนก่อน
ชายคนนั้นยืนนิ่ง
ดวงตาเบิกกว้าง
“มาร์โก...”
เขามองทั้งสองคน
จากนั้นสายตาก็เลื่อนไปด้านหลัง
“พวกนาย...ออกมาแล้ว”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
ชายคนนั้นเดินเข้ามา
เร็วขึ้นเรื่อย ๆ
ก่อนจะหยุดตรงหน้านัท
“สิบวัน...”
เขาพูดเบา ๆ
“สิบวันแล้ว”
นัทนิ่ง
ชายคนนั้นหัวเราะทั้งน้ำตา
“ฉันคิดว่า...”
เขากลืนคำพูดลงไป
“ฉันคิดว่าจะไม่ได้เห็นพวกนายอีกแล้ว”
นัทตบไหล่เขา
“พวกเรากลับมาแล้วครับ”
ชายคนนั้นมองนัท
แล้วมองมาร์โก
ก่อนหัวเราะออกมา
“ดี...”
“ดีจริง ๆ”
มาร์โกมองแขนของชายคนนั้น
“แผลเป็นยังไง?”
ชายคนนั้นขยับแขน
“ดีขึ้นแล้ว”
“ตอนแรกหนักกว่านี้เยอะ”
นัทถาม
“แล้วนายอยู่ตรงนี้มาตลอด?”
ชายคนนั้นพยักหน้า
“ใช่”
“ฉันกลับเข้าไปไม่ได้”
“ประตูปิด”
เขามองถ้ำ
“ก็เลยรอ”
มาร์โกถาม
“สิบวันเลย?”
“สิบวัน”
ชายคนนั้นตอบ
“มีช่วงหนึ่งกิลด์มาที่นี่ด้วย”
ไคหันมามองทันที
“กิลด์?”
“ใช่”
ชายคนนั้นพยักหน้า
“พวกเขามาเพิ่ม”
“ประมาณสองวันก่อน”
“พวกเขาพยายามตรวจสอบประตู”
“แต่เปิดไม่ได้”
นัทถาม
“แล้วพวกเขากลับไป?”
“ใช่”
“พวกเขาบอกว่าจะกลับไปตามผู้เชี่ยวชาญมาอีกครั้ง”
ชายคนนั้นมองประตู
“แต่ฉันไม่กลับ”
“ฉันบอกพวกเขาว่าจะเฝ้าต่อ”
มาร์โกพยักหน้า
“แล้วนายก็อยู่”
“ใช่”
ชายคนนั้นยิ้ม
“ถ้าพวกนายยังอยู่ข้างใน”
“ฉันก็จะรอ”
ทันใดนั้น
เสียงฝีเท้าดังมาจากในถ้ำ
ทุกคนหันไป
ชายที่ยืนอยู่ด้านนอกเบิกตากว้าง
“เดี๋ยว...”
เงาร่างหนึ่งปรากฏขึ้น
คนแรกเดินออกมา
ตามด้วยคนที่สอง
แล้วคนที่สาม
ชายที่รออยู่หน้าถ้ำยืนนิ่ง
เขาจ้องทั้งสามคน
เหมือนสมองยังไม่ยอมรับภาพตรงหน้า
“พวกนาย...”
หนึ่งในสามคนนั้นมองเขา
“ไง”
ชายที่รออยู่แทบจะวิ่งเข้าไปทันที
“ไอ้พวกบ้า!”
เขากอดเพื่อนคนแรก
“ฉันนึกว่าพวกนายตายไปแล้ว!”
อีกฝ่ายหัวเราะ
“เกือบ”
“เกือบอะไร!”
“ก็เกือบจริง ๆ”
อีกสองคนหัวเราะ
ชายที่รออยู่ผลักพวกเขาออกแล้วมองทีละคน
แขน
ขา
ใบหน้า
ตรวจทุกอย่าง
“ยังอยู่ครบ”
เขาพึมพำ
“ยังอยู่จริง ๆ”
หนึ่งในสามคนตบไหล่เขา
“ขอบคุณที่รอ”
ชายคนนั้นส่ายหน้า
“ไม่ต้องขอบคุณ”
“พวกนายกลับมาก็พอ”
นัทมองภาพนั้น
มาร์โกเองก็ยืนเงียบ
ไม่มีใครพูดแทรก
สิบวันที่หายไป...
จบลงด้วยการที่คนทั้งสี่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
หลังจากพูดคุยกันพักหนึ่ง
พวกเขาจึงเริ่มเดินทางกลับ
ชายที่เคยบาดเจ็บเดินช้ากว่าคนอื่นเล็กน้อย
แต่เขาไม่ยอมให้ใครช่วยมากนัก
เพราะแผลดีขึ้นแล้ว
สามคนที่อยู่ข้างในก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้เขาฟังเป็นระยะ
เขาฟังไป
หัวเราะไป
บางครั้งก็ถามซ้ำด้วยความไม่อยากเชื่อ
โดยเฉพาะตอนรู้ว่า...
บอสตายแล้ว
“พวกนายฆ่าบอสจริง ๆ?”
หนึ่งในสามคนพยักหน้า
“ใช่”
ชายคนนั้นหันไปมองนัท
“สองคนนี้ก็ช่วยเยอะ”
นัทส่ายหน้า
“ทุกคนช่วยกันครับ”
มาร์โกพูดเสริม
“ไม่มีใครชนะคนเดียว”
ชายคนนั้นมองสองพี่น้อง
ก่อนยิ้ม
เมื่อเดินทางกลับมาถึงเมือง
ข่าวการกลับมาของทีมสำรวจก็แพร่ไปอย่างรวดเร็ว
คนของกิลด์ที่กำลังเตรียมรายงานเรื่องการหายตัวไปของพวกเขาถึงกับชะงัก
“ทีมสำรวจกลับมาแล้ว!”
เจ้าหน้าที่รีบออกมาต้อนรับ
หัวหน้าทีมสำรวจเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
เขามองทุกคน
จากนั้นนับจำนวน
“ครบ?”
ไคพยักหน้า
“ครบ”
หัวหน้าทีมถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ดี...”
เขาหันไปมองเจ้าหน้าที่
“รีบรายงาน”
“ทีมสำรวจกลับมาครบทุกคน”
“อยู่ในดันเจียนสิบวัน”
“ประตูเปิดหลังจากบอสถูกกำจัด”
เจ้าหน้าที่รีบจดข้อมูล
หัวหน้าทีมถามต่อ
“แล้วบอส?”
ไคตอบ
“ตายแล้ว”
คนรอบข้างเงียบ
หัวหน้าทีมมองไค
“พวกนายฆ่ามัน?”
“ใช่”
ชายคนนั้นสูดหายใจเข้า
ก่อนหันไปสั่งเจ้าหน้าที่
“รายงานเรื่องนี้ไปด้วย”
“อย่าตกหล่นแม้แต่รายละเอียดเดียว”
หลังจากรายงานเบื้องต้นเสร็จ
นัทหยิบแหวนมิติออกมา
หัวหน้าทีมมองทันที
“นั่น...”
ไคพูด
“ของดรอปจากบอส”
หัวหน้าทีมเดินเข้ามา
“แหวนมิติ?”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
“มีแค่วงเดียว”
หัวหน้าทีมมองมันอย่างจริงจัง
“ของแบบนี้หายากมาก”
นัทพยักหน้า
“พวกเรารู้แล้ว”
มาร์โกจึงพูดขึ้น
“พวกเราคิดว่าจะเอามาแลกพาหนะ”
หัวหน้าทีมเลิกคิ้ว
“พาหนะ?”
“ครับ”
นัทตอบ
“เราอยากมีสัตว์สำหรับเดินทาง”
หัวหน้าทีมพยักหน้า
“พรุ่งนี้ค่อยมาคุยกัน”
“วันนี้พวกนายควรพัก”
นัทเก็บแหวน
“ครับ”
คืนนั้น
หลังจากกลับถึงที่พัก
นัทวางง้าวลง
มาร์โกถอดเสื้อคลุม
ทั้งสองนั่งลงอย่างหมดแรง
ไม่มีใครพูดอยู่พักหนึ่ง
สิบวัน...
มันนานกว่าที่คิด
นัทมองมือของตัวเอง
ปราณก่อเกิดขั้นต้น
เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองขึ้นมาตอนไหน
มาร์โกมองเขา
“คิดเรื่องนั้นอยู่?”
นัทพยักหน้า
“ครับ”
“ผมไม่รู้จริง ๆ ว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน”
มาร์โกนิ่งไป
“ไคเองก็ไม่รู้”
“อืม”
นัทเอนหลัง
“เอาไว้ค่อยหาคำตอบ”
มาร์โกพยักหน้า
“พักก่อน”
นัทหลับตา
แหวนมิติยังอยู่กับตัว
ของหายากเพียงหนึ่งชิ้นจากบอส
และพรุ่งนี้...
พวกเขาจะนำมันไปกิลด์
เพื่อดูว่า ของชิ้นนี้จะเปลี่ยนเป็นพาหนะสำหรับการเดินทางครั้งต่อไปได้หรือไม่
ส่วนคืนนี้...
หลังจากหายไปจากโลกภายนอกถึง สิบวัน
สิ่งที่นัทกับมาร์โกต้องการที่สุด
ไม่ใช่การฝึก
ไม่ใช่การต่อสู้
และไม่ใช่คำตอบเรื่องปราณ
แต่คือ...
การได้นอนบนที่พักของตัวเองอีกครั้ง.