ผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์

    บทที่ 53 นัยน์ตาต้องสาป

    บทที่ 53นัยน์ตาต้องสาป

    “มันคือสัญลักษณ์ของคนทรยศ”

     

            

            ร่างของเรดไม่เคยเปลี่ยนไปจากภาพในความทรงจำนัยน์ตาสีเหลืองทองเปล่งประกายกล้ากับเรือนผมสีแดงเพลิงสีเดียวกับเปลวไฟที่ลุกไหม้อยู่รอบตัวพวกเขาที่แปลกไปจากอดีตมีเพียงอย่างเดียวคือนัยน์ตาของเด็กหนุ่มที่ตอนนี้ใช้งานได้เพียงข้างเดียวอีกข้างถูกปิดไว้ด้วยผ้าสีดำลงลวดลายอักขระสีแดงสะท้อนแสงไฟเป็นสัญลักษณ์ของเอิร์ธไฟเยอร์

            

            นักรบอเวจีจากเอิร์ธไฟเยอร์ผู้ที่ยืนอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงที่ลุกโชน

            

            คนที่ทำให้เขารู้จักความกลัวเป็นครั้งแรก!

            

            “ปล่อยเด็กนั่นลงมา”

            

            เรดบอกกับกรีนสะบัดมือออกไปด้านหน้าลากเป็นรูปครึ่งวงกลม เปลวเพลิงจากทะเลเพลิงโดยรอบตัวพวกเขาดับพรึบเหลือเพียงแต่ซากเถาวัลย์ที่ไหม้ดำเป็นตอตะโก

            

            กรีนกระดิกนิ้วเถาวัลย์ที่เอเรียลนั่งอยู่และมัดตัวมินาโยะไว้ค่อยๆเลื่อนต่ำลงมาอย่างเชื่องช้าสวนทางกับเถาวัลย์เส้นที่มัดตัวมาโมรุไว้มันเลื่อนขึ้นไปอยู่ในระดับเดียวกับเถาวัลย์ของมินาโยะก่อนที่จะหยุดนิ่ง

            

            เรดบอกเอเรียลที่กระโดดลงมายืนอยู่บนพื้นดินตรงหน้าเขา“ฝากจัดการพวกเพื่อนๆนายด้วยแล้วกัน”

            

            น้ำเสียงของเด็กหนุ่มติดจะเหยียดก่อนที่ร่างสูงจะกระโดดไต่ไปตามความสูงของเถาวัลย์ขึ้นไปยืนเผชิญหน้ากับมาโมรุที่ถูกมัดตัวเอาไว้จนขยับไปไหนไม่ได้

            

            นัยน์ตาสีแดงเพลิงสบกับนัยน์ตาสีทองของเขา

            

            เรดกระตุกรอยยิ้ม

            

            “นัยน์ตาสีเพลิงแห่งคำสาปอย่างนั้นเหรอตั้งชื่อซะหรูเลยนะ เมตาเรีย”

            

            เด็กหนุ่มกระซิบใส่หน้ามาโมรุเหมือนจะจงใจพูดกับสิ่งที่ ‘อยู่ข้างใน’ มากกว่าจะพูดกับเจ้าของดวงตา

            

            “หลับไปตลอดกาลแบบนี้ก็ดีแล้วแท้ๆ”

            

            เรดกระซิบมือข้างหนึ่งเอื้อมไปปลดผ้าปิดตาสีดำออก เด็กหนุ่มหลับตาลง มาโมรุมองดูเขา พยายามจะขืนตัวออกจากเถาวัลย์ของกรีนอย่างสุดฤทธิ์แต่ก็สู้แรงที่มัดเขาไม่ได้

            

            กรีนขยับเถาวัลย์เส้นที่มัดตัวมินาโยะเข้ามาใกล้ก่อนจะปล่อยให้ส่วนใบหน้าของเธอเป็นอิสระ

            

            “มาโมรุ!”มินาโยะตะโกนเรียกชื่อเด็กหนุ่มทันทีที่เธอทำได้นัยน์ตาสีฟ้าใสของเด็กสาวคลอรื่นไปด้วยน้ำตาเธอไม่รู้หรอกว่าเรดกำลังจะทำอะไรมาโมรุ แต่เธอพอจะรู้ว่าใครที่จะช่วยพวกเธอได้

            

            “เอเรียล!”เด็กสาวตะโกนเรียกเด็กหนุ่มที่กำลังจัดการกับชินอยู่ด้านล่างเอเรียลเงยหน้าขึ้นมามองเธอ ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนที่เธอเห็นจนชินตามาให้เขาทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งๆที่เพิ่งจะทำให้ขาของชินกลายเป็นหินจนขยับไปไหนไม่ได้

            

            “นี่มันเกิดอะไรขึ้น...ทำไม...”

            

            “นี่เป็นงานของฉัน”เอเรียลตอบเธอก่อนจะเลิกคิ้วและยักไหล่เป็นเชิงบอกว่าเขาเองก็ทำอะไรที่นอกเหนือจากนี้ไม่ได้เหมือนกัน

            

            มินาโยะจ้องมองเขามีความผิดหวังฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น

            

            “อย่ามองฉันแบบนั้นเลยฉันช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอก” เด็กหนุ่มว่า

            

            รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าของเขา“ถ้าเธอไม่ใช่ผู้พิทักษ์ และถ้าฉันไม่ใช่นักรบอเวจีล่ะก็นะ...”

            

            เสียงร้องของมาโมรุดึงความสนใจของพวกเขาไป

            

            กรีนถอนหายใจกำมือข้างหนึ่งแน่น เถาวัลย์เส้นที่มัดตัวมาโมรุไว้กำลังบีบรัดตัวแน่นจนแทบจะบดกระดูกให้แหลกเป็นผุยผงเมื่อเด็กหนุ่มดิ้นรนขัดขืนเขาสุดกำลังนัยน์ตาสีแดงเพลิงคู่นั้นไม่มีความรู้สึกใดสะท้อนออกมามากไปกว่าความหวาดกลัวจากก้นบึ้งของจิตใจยามที่ใบหน้าของเรดค่อยๆขยับเข้ามาใกล้นัยน์ตาคู่ที่ถูกปิดผนึกไว้ค่อยๆเปิดออกมาช้าๆ เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนไว้ภายใน

            

            นัยน์ตาสีเลือดเช่นเดียวกับเขา

            

            “อ๊ากกก...”

            

            มาโมรุหวีดเสียงร้องลั่นเมื่อนัยน์ตาสีแดงสดของเขาสบเข้ากับนัยน์ตาสีเดียวกันอีกข้างของเรดมินาโยะมองร่างของมาโมรุที่สั่นสะท้านด้วยความกลัว เด็กสาวตัวซีดเผือดใบหน้าไร้สีเลือดฝาดนัยน์ตาสีฟ้าใสเบิกโพลงกว้างเมื่อสบกับนัยน์ตาสีแดงสดของมาโมรุที่ลุกวาวอยู่ตรงหน้าเธอ

            

            “ไม่...”เสียงกระซิบดังลอดออกมาจากริมฝีปากของเด็กสาว

             

            ‘...คิดว่าที่เขากลับมาเพราะเขารักเธออย่างงั้นเหรอ?’

             

            “ไม่...”

             

            ‘ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วทำไมเขาถึงได้กลับมาในวันที่พี่สาวของเธอตายล่ะ?เพราะเขารู้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?’

             

            “ไม่นะ...”

             

            ‘ทุกคนรู้อยู่แล้ว! พวกมันรู้อยู่แล้วว่าพี่สาวของเธอต้องตาย เพราะงั้นพวกมันถึงได้ส่งเขาให้ไปอยู่เคียงข้างพี่สาวเธอจนกว่าจะถึงตอนสุดท้ายแล้วทำไมเขาถึงได้กลับมาหาเธออีกล่ะ? เบริลน่า...’

             

            “ไม่...”

             

            ‘เพราะคนที่ต้องเสียสละเป็นคนถัดไปคือเธอยังไงล่ะ!’

             

            “ไม่!!!!..”

            




            “มินาโยะ!”

            

            มาโมรุตะโกนสุดเสียงน้ำตาไหลออกมาเป็นสายเลือด มินาโยะสบตาเขา นัยน์ตาสีฟ้าใสของเธอเปลี่ยนสีไปอีกแล้วมันเป็นสีม่วงอ่อนสลับกับม่วงเข้ม เหมือนเธอกำลังพยายามยื้อสติของตัวเองเอาไว้ร่างบางของเด็กสาวสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัวเสียยิ่งกว่าที่มาโมรุเคยรู้สึกน้ำตาที่ไหลเอ่อล้นขอบตาเธอเต็มไปด้วยความเศร้าที่ราวกับจะย้อมโลกทั้งใบให้มืดมน

            

            “พอแล้ว...อย่า!” มาโมรุร้องครวญคราง “อย่าทำร้ายเธอ...”

            

            ไม่ได้ผลไม่มีใครยอมฟังเขา เรดที่ยืนอยู่ตรงหน้าก็ดูเหมือนว่าจะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันนักรบอเวจีหนุ่มยืนนิ่งน้ำตาไหลเป็นสายเลือดออกมาจากนัยน์ตาข้างที่มีสีแดงสดส่วนกรีนก็กำลังบังคับเถาวัลย์ให้ทนต่อพลังหรืออะไรก็ตามที่มันส่งผลต่อตัวเขาและมินาโยะอยู่เอเรียลหลบสายตาเขา เพ่งสมาธิไปที่ชินเพื่อทำให้ร่างของชินกลายเป็นหินส่วนขาของชินกลายเป็นสีน้ำตาลเข้มและเริ่มแตกกะเทาะคำสาปของเอเรียลลุกลามขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงต้นขาและกำลังจะเริ่มเข้าสู่ช่วงลำตัวชินหมดสติไปแล้ว ไม่มีใครช่วยชินได้ ไม่มีใครช่วยพวกเขาได้

            

            ไม่ไหวแล้วเหรอ...ทำได้แค่นี้เองเหรอ...

            

            “มา...โมรุ...”

            

            มินาโยะกระซิบเรียกเด็กหนุ่มก่อนที่สติของเธอจะดับวูบไป

            

            ลำแสงสีม่วงเข้มแผ่ปกคลุมร่างบางของเด็กสาวเถาวัลย์ที่มัดตัวเธออยู่คลายตัวออกโดยที่กรีนทำอะไรไม่ได้เรดหันขวับไปมองที่ร่างของมินาโยะก่อนที่เอเรียลจะผละออกจากชินแล้วตรงรี่เข้ามาหาเธอ

            

            “เรดบังคับหมอนั่นไว้! อย่าให้มันขยับได้”เอเรียลตะโกนบอกเรดเสียงเดือด ร่างเล็กของเด็กหนุ่มไต่ขึ้นไปตามเถาวัลย์ตรงไปยังร่างของมินาโยะแต่สายไปเสียแล้วกรีนบังคับเถาวัลย์ของตัวเองไม่ได้แถมมินาโยะเองก็กำลังจะถูกใครบางคนชิงตัวไป

            

            ใครบางคนที่เด็กหนุ่มนึกถึงคือเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มที่ยืนนิ่งอยู่บนเถาวัลย์ข้างตัวเด็กสาวชายเสื้อคลุมสีดำสนิทพลิ้วไสว ตราสัญลักษณ์รูปพระจันทร์สีม่วงเข้มส่องสว่างอยู่ตรงกลางหน้าอกนัยน์ตาสีเทาเย็นเยือกหันมาสบตาเขาด้วยแววตาแข็งกร้าวเอเรียลเบิกตากว้างก่อนที่รีบดันตัวเองออกห่างจากเถาวัลย์

            

            บรึ้ม!

            

            แรงระเบิดดังก้องไปทั่วโรงพยาบาลดีที่ยังมีข่ายเวทของพวกนักรบอเวจีกั้นไว้ไม่อย่างนั้นทั้งโรงพยาบาลคงได้แตกตื่นเป็นแน่ร่างเล็กๆของเอเรียลกระเด็นไปไกลเพราะแรงปะทะก่อนจะหยุดลงใกล้ๆกรีนเรดหันขวับไปมองผู้มาใหม่ ทิ้งร่างของมาโมรุไว้เบื้องหลังเขา

            

            “คราวนี้แกทำฉันโมโหจริงๆแล้วล่ะแบล็ค”

            

            ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธมูนบอกเสียงเดือดฝ่ามือข้างหนึ่งยกขึ้นอยู่ระดับสายตาก่อนจะกำแน่น

            

            เถาวัลย์ของกรีนพุ่งใส่ร่างของเอเรียลกระแทกร่างเล็กๆนั่นให้ออกห่างก่อนที่ที่เด็กหนุ่มเคยยืนอยู่จะระเบิดขึ้นมาอีกครั้งเพราะความโกรธของคนที่เพิ่งมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า

            

            เอเรียลยืดตัวขึ้นเช็ดเลือดตรงมุมปากก่อนจะจ้องมองไปยังร่างของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธมูน

            

            “ทำให้แกโผล่หางออกมาได้ถือว่าคุ้มค่ามากแล้วล่ะ คิวาตะ  มาซารุ!”

            

            ร่างของคนถูกเรียกชื่อสะดุ้งเฮือกก่อนจะหันขวับไปข้างตัวไม่ใช่เพราะคำพูดของเอเรียลแต่อย่างใด

            

            เรดปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเขาใช้นัยน์ตาสีแดงสดที่เบิกกว้างจ้องมองมาที่เขาด้วยแววตาเรียบนิ่งก่อนที่ลูกไฟจะผุดขึ้นมาจากด้านหลังของนักรบอเวจีหนุ่มแล้วร่างของเรดก็หายวับไปเมื่อตอนที่ลูกไฟทั้งเก้าพุ่งเข้าใส่เขา

            

            มาซารุยื่นมือออกไปไอสีม่วงจางปรากฏขึ้นมาจากอากาศที่ว่างเปล่าก่อนจะเข้าโอบล้อมลูกไฟไว้พวกมันมอดไหม้เหลือทิ้งไว้เพียงแค่ควันสีขาวนวลกลางอากาศ

            

            เรดกลับไปสมทบกับกรีนและแบล็คที่ด้านล่างเมื่อเห็นว่าการขัดขวางของเขานั้นไร้ผลส่วนมาซารุก็กำลังช่วยให้มาโมรุเป็นอิสระ

            

            “ช้าไปแล้วล่ะสำหรับความช่วยเหลือของนาย”กรีนบอกเขา “เราได้สิ่งที่เราต้องการมาแล้ว”

            

            “มาดูกันว่าใครจะได้สิ่งที่ต้องการมาก่อนกัน”มาซารุพูดเสียงต่ำ กรีนมองมาที่เขาด้วยแววตาอาฆาตและเกลียดชังแต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะทันได้ทำอะไร ร่างของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธฟลาวเวอร์ก็โผล่มาพร้อมกับนานาโกะที่ดูท่าทางแตกตื่นและเสียขวัญ

            

            “จัดการได้แล้วโทวะเจอแค่ผงนิทราของซิลเวอร์ แต่เท็ตสึยะกับโมโมกะนายต้องไปแก้เอง”

            

            อาโออิร้องบอกมาซารุขณะที่ปล่อยให้นานาโกะวิ่งเข้าไปหาชินที่ท่อนล่างกลายเป็นหิน เด็กสาวหลับตาลง น้ำตาหยดหนึ่งไหลกระทบใบหน้าของชิน

            

            “น้ำตานางเงือกรึ!”เอเรียลเค้นเสียงเอ่ยด้วยความเกลียดชังขณะที่มองดูนานาโกะกำลังช่วยชีวิตชินอย่างสุดความสามารถ

            

            มาโมรุประคองตัวเองและกลับไปรวมกลุ่มกับชินที่ถูกนานาโกะทำให้หายจากสภาพท่อนล่างกลายเป็นหินส่วนมาซารุก็อุ้มมินาโยะขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะมองตรงไปที่เรดซึ่งตอนนี้นัยน์ตาสีแดงสดปิดสนิทและกำลังใช้นัยน์ตาสีทองอีกข้างมองตรงมาที่เขา

            

            “ใกล้ถึงเวลาของพวกเราแล้ว”

            

            เรดบอกเขาก่อนที่ร่างของเด็กหนุ่มจะหายไปกับวงแหวนเวทสีม่วงเข้มที่ปรากฏขึ้นใต้ฝ่าเท้ากรีนจากไปพร้อมกัน เหลือเพียงแค่เอเรียลผู้สร้างวงแหวนเวทคนเดียวเท่านั้นที่ยังยืนอยู่

            

            “นายเองนะที่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันยุ่งยาก”เอเรียลว่า “ไม่ว่าพวกเราหรือพวกนาย หรือเด็กนั่นเองก็ตามไม่มีใครมีความสุขกับสิ่งที่พวกเอิร์ธสตาร์อย่างนายเลือกที่จะทำหรอก”

            

            เด็กหนุ่มทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วก็หายไปพร้อมกับวงแหวนเวทที่ปิดตัวลง

            

            รอบข้างเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติเมื่อพวกนักรบอเวจีล่าถอยไปข่ายเวทที่พวกนั้นร่ายไว้ก็หยุดทำงานทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง เศษซากของเถาวัลย์ที่ไหม้ดำเป็นตอตะโกเพราะถูกไฟเผากลายเป็นสวนพันธุ์ไม้ร่มรื่นพื้นดินที่ถูกระเบิดกลายเป็นพื้นถนนทอดตัวยาวเข้าสู่โรงพยาบาล ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปจากที่มันเคยเป็นอยู่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน

            

            มาซารุวางร่างของมินาโยะลงกับพื้นอาโออิขยับมายืนอยู่ข้างเขา ตามมาด้วยนานาโกะที่ช่วยพยุงชินที่เพิ่งได้สติไว้   ส่วนมาโมรุกำลังจ้องมองไปที่มาซารุด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก

            

            “ขอบคุณที่ช่วยดูแลเธอ”

            

            มาซารุกระซิบค่อยๆไล่ปลายนิ้วไปตามขอบตาของมินาโยะ นัยน์ตาสีเทาของเด็กหนุ่มที่เคยเยือกเย็นบัดนี้กลับฉายรอยเศร้าและตอนนี้เขาก็มองเห็นได้แค่ปลายเท้าของมาโมรุที่เดินเข้ามาใกล้

            

            “ผมต้องการคำอธิบายจากพี่”

            

            มาโมรุว่ามองดูร่างของคนเป็นพี่ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาแตะใบหน้าของมินาโยะอย่างแผ่วเบาราวกับจะถนอมไว้อย่างสุดกำลัง

            

            “พวกนั้นปลุกเมตาเรียขึ้นมาแล้ว”มาซารุกล่าว “โดยใช้ตาของนายกับเรดเป็นทางผ่าน นั่นเป็นเรื่องที่นายเองก็รู้ดี”

            

            มาซารุส่งร่างของมินาโยะคืนให้มาโมรุเด็กหนุ่มเดินไปรวมกลุ่มกับอาโออิและนานาโกะ ก่อนเอ่ย

            

            “เมตาเรียหลับๆตื่นๆมาตลอดด้วยผลของผนึกจากสงครามในคราวนั้นคงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเมตาเรียตื่นขึ้นมาอีกครั้ง”

            

            นัยน์ตาสีเทาเข้มคู่นั้นสบตามองมาโมรุมีความรู้สึกมากมายอัดแน่นอยู่ในนั้นแต่ท้ายที่สุดแล้วมาซารุก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่า “รักษาชีวิตไว้จนกว่าจะถึงเวลานั้นก็แล้วกันอีกไม่นานนักหรอก”

            

            แล้วทั้งสามก็จากไปเมื่อวงแหวนเวทใต้ฝ่าเท้าปิดตัวลงชินกับมาโมรุมองหน้ากัน ความกังวลใจฉายชัดอยู่บนใบหน้าของเด็กหนุ่มทั้งคู่

             

             

            

            เพราะคนที่ต้องเสียสละเป็นคนถัดไปคือเธอยังไงล่ะ...

             




    -เอิร์ธมูน, วันสิ้นโลก-

            

            ‘มัวยืนเหม่ออะไรอยู่จ๊ะ เบริลน่าจะได้เวลาแล้วนะ’

            

            เสียงของแม่ที่กระซิบเตือนบอกทำให้เธอหลุดออกจากวังวนแห่งความฝันกลับเข้าสู่ความเป็นจริงอีกครั้งภาพของเด็กสาววัยสิบแปดปีในชุดราตรียาวสีขาวกรอมเท้า เรือนผมสีชาถูกมัดรวบขึ้นสูงก่อนจะปล่อยให้ตกระบ่ากับนัยน์ตาสีแดงสดที่สะท้อนอยู่ในกระจกตรงหน้าคือภาพของเธอในตอนนี้

            

            เด็กสาวหมุนตัวกลับ แม่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอส่งรอยยิ้มอ่อนโยนที่เธอเห็นจนชินตามาให้ก่อนจะพาเธอเดินออกไปจากห้อง

            

            แผ่นหลังของราชินีแห่งจันทราดูอ้างว้างแต่ทว่าหนักแน่นตั้งแต่ที่พ่อของเธอ เฟรย์ เวลด์พีชจากไป แม่ก็รับหน้าที่ทุกอย่างในการดูแลดาวยิ่งช่วงหลังๆพี่สาวของเธอทำตัวเหินห่างจากครอบครัวแม่ยิ่งต้องรับภาระเพิ่มเป็นสองเท่า และเมื่อตอนที่พี่เธอเสียชีวิตที่เอิร์ธวินดี้แม้จะไม่ได้เห็นน้ำตาของคนเป็นแม่ตอนที่พบศพพี่แต่นัยน์ตาประกายม่วงของแม่คู่นั้นที่เคยอ้างว้างหลังจากที่พ่อจากไปพอพี่จากไปอีกคนมันก็กลายเป็นสีม่วงหม่นจนเกือบจะเปลี่ยนเป็นสีคล้ำนัยน์ตาของแม่ดูราวกับคนไร้วิญญาณ แม่กำลังทุกข์ทรมาน เธอรู้...แม้ว่าแม่จะไม่เคยแสดงออกให้เธอหรือคนรอบข้างเห็นเลยสักครั้งก็ตาม

            

            เข้มแข็ง...

            

            เป็นคำเปรียบเปรยเดียวที่จะใช้บรรยายคนที่เดินนำหน้าเธออยู่ในตอนนี้ได้

            

            ร่างของคนเป็นแม่หยุดเดินก่อนจะหันหน้ากลับมาหาเมื่อพาเธอเดินมาจนถึงเชิงบันไดเด็กสาวถอนหายใจก่อนจะก้าวออกไปข้างหน้า มีใครบางคนรอเธออยู่ที่เชิงบันไดด้านล่างจากตรงนี้... เธอต้องเดินไปหาเขาตามลำพัง

            

            เบริลน่าก้าวเท้าลงไปตามบันไดเวียนสีขาวเลื่อมมุกคลาวเวียร์ยืนยิ้มมองดูลูกสาวก่อนจะหันไปสบตากับเด็กหนุ่มที่ยืนรออยู่ด้านล่าง

            

            แอลโด้ ครอสโค้งลงคำนับให้ราชินีแห่งจันทราก่อนจะยื่นมือออกไปข้างหน้าฝ่ามือเล็กๆของเบริลน่าวางลงบนมือเขาเธอดูประหม่าและหวาดกลัวแม้ใบหน้าเนียนใสจะเรียบนิ่ง 

            

            เด็กหนุ่มกุมมือเธอก่อนจะพาเดินเข้าไปในห้องโถงด้านล่างประตูสีแดงสดบานใหญ่เปิดอ้ารอพวกเขาอยู่

            

            นัยน์ตาสีแดงสดของเด็กสาวปิดลงช้าๆขณะที่ปล่อยให้เด็กหนุ่มข้างตัวเธอเป็นคนนำทางไปสู่พิธีที่เธอและเขาจะต้องเข้าร่วม

            

            พิธีสืบรัชทายาทแห่งเอิร์ธมูน

            

            มีคนสามคนยืนรอพวกเธออยู่ในห้องโถงราชินีแห่งเอิร์ธสตาร์กับผู้ติดตามและที่ปรึกษาอาวุโสของสภาสูงแห่งเอิร์ธมูน

            

            ‘พาน้องมานี่สิ แอล’

            

            น้ำเสียงเรียบนิ่งของราชินีแห่งเอิร์ธสตาร์เอ่ยขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มพาเธอเข้าไปยังลานพิธีประตูบานใหญ่ปิดลงไล่หลัง แม่ยืนรอเธออยู่ด้านนอก ในบ้านของเธอ บนดาวของเธอเอง

            

            แอลโด้เดินขึ้นไปยืนบนแท่นพิธี ตรงหน้าเขาลูกแก้วสีม่วงอ่อนส่องประกายแสงนวลตาอยู่เหนือแท่นหินลงอักขระเวทสีขาวไข่มุกเด็กหนุ่มจ้องมองมันก่อนจะหันมาที่เธอ

            

            ‘มานี่สิ เบริลน่า’

            

            แอลโด้เรียกก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นไปยืนขนาบข้างเขาแสงสว่างจากลูกแก้วเรืองแสงจ้าทันทีที่ปลายเท้าของเธอสัมผัสกับพรมหนานุ่มบนแท่นพิธี

            

            ‘วางมือลงบนลูกแก้ว เบริลน่า’

            

            ราชินีแห่งเอิร์ธสตาร์เอ่ยสั่งเสียงเฉียบราวกับเธอเป็นเด็กไม่รู้ประสาเบริลน่าทำตาม ข่มความไม่พอใจไว้ในอก

            

            ปลายนิ้วของเด็กสาวแตะลงบนลูกแก้วสีม่วงอ่อนแสงสว่างจ้าของมันทำให้เธอตาพร่า แอลโด้ขยับเข้ามายืนอยู่ข้างเธอวางมือทั้งสองข้างของเขาลงบนหลังมือเธอ ผู้อาวุโสทั้งสามยืนล้อมเธอและเขาไว้เป็นรูปสามเหลี่ยมไม่นานต่อจากนั้นพื้นตรงแท่นพิธีก็ปรากฏอักขระเวทขนาดใหญ่เรืองแสงขึ้นมาเธอเห็นนัยน์ตาสีเทาของคนข้างตัวเบิกกว้างอย่างหวาดหวั่นไม่กี่วินาทีต่อจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงแม่กรีดร้องดังลั่นแล้วประตูห้องโถงก็เปิดออก

            

            ร่างสูงของหญิงสาวเรือนผมสีน้ำตาลอ่อนปรากฏกายขึ้นตรงกรอบประตูนัยน์ตาสีม่วงใสทอแสงกร้าวด้วยความโกรธแล้วจู่ๆร่างของแม่ก็วิ่งพรวดเข้ามาจากด้านหลัง ร้องตะโกนด้วยเสียงที่ดังลั่น

            

            ‘แอลโด้! เบริลน่า!’

            

            เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากนั้นเพราะทันทีที่พูดจบ แม่ก็โดนหญิงสาวแปลกหน้าพุ่งเข้าทำร้ายแอลโด้เอาตัวเขาเข้าบังเธอไว้ก่อนจะยัดลูกแก้วใส่มือเธอราชินีแห่งเอิร์ธสตาร์หายวับไปจากลานพิธีก่อนที่จะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งตรงหน้าผู้มาเยือน

            

            ‘ทำมันให้สำเร็จ แอล! ทำให้สำเร็จ!’

            

            หญิงสาวหันมาสั่งคนเป็นลูกชาย แอลโด้ก้มลงมาหาเธอนัยน์ตาสีเทาของเขาทอแสงกร้าวก่อนจะผลักลูกแก้วเข้ามาติดหน้าอกเธอ

            

            ‘รับมันไป เบริลน่า’

            

            เด็กสาวตกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของเขาเธอได้ยินเสียงของราชินีแห่งเอิร์ธสตาร์ตะโกนอยู่ด้านหลัง

            

            ‘แกคิดจะสู้กับราชินีถึงสองคนอย่างนั้นเหรอเมตาเรีย’

            

            ‘รับพลังของเธอไปซะ!’

            

            แอลโด้สั่งเสียงห้วนก่อนจะฉุดร่างของเธอเข้ามาหาประทับริมฝีปากลงบนเรียวปากของเธอแน่นฝ่ามือหยาบของเด็กหนุ่มคว้าลูกแก้วไว้ในมือก่อนที่จะเลื่อนมือไล้ไปตามเนินอกลูกแก้วหยุดลงตรงบริเวณไหปลาร้า เด็กหนุ่มถอนริมฝีปากออกแล้วผลักลูกแก้วเข้าไปในตัวเธอสุดแรง

            

            ไอร้อนพวยพุ่งเข้ามาในตัวเด็กสาวเธอรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังถูกเผา เบริลน่ากรีดเสียงร้องลั่นภาพแห่งความทรงจำผุดวาบเข้ามาในหัว เธอไม่รู้ว่ามันเป็นความทรงจำของใครบ้างบางทีนี่อาจจะเป็นความทรงจำของผู้ครอบครองลูกแก้วคนก่อน ผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธมูนคนก่อนเพราะเธอเห็นใบหน้าของแม่แวบๆก่อนที่ภาพนั้นจะกลายเป็นใครอีกคนที่ดูสูงวัยกว่าคงจะเป็นบรรพบุรุษของเธอเหล่าผู้คนที่เคยได้ครอบครองสัญลักษณ์ของผู้พิทักษ์แห่งเอิร์ธมูนผลึกหินสีม่วงใสที่อยู่ในลูกแก้ว สิ่งที่ทำให้เธอทุกข์ทรมานอยู่ในตอนนี้น้ำตาของเด็กสาวไหลพราก ร่างของเธอลอยขึ้นสูงเหนือหัวของแอลโด้ ด้านล่างแม่กับราชินีแห่งเอิร์ธสตาร์กำลังต่อสู้อยู่กับหญิงสาวแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก ผู้ติดตามของราชินีแห่งดวงดาวนอนจมกองเลือดอยู่ตรงข้างประตูเช่นเดียวกับร่างของผู้อาวุโสที่นอนสิ้นลมหายใจอยู่ห่างออกไปไม่ไกลแต่ด้านนอกปราสาท ไฟสงครามกำลังพวยพุ่งมาจากตัวเมือง

            

            เกิดอะไรขึ้นกับเอิร์ธมูนกันแน่

            

            และที่สำคัญ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเธอ...

    คล้ายกับเรื่องผู้พิทักษ์จากแสงสว่าง : ราชินีแห่งดวงจันทร์ ที่คุณอ่าน