ดวงตาจางเจิ้นซานฉายแววประหลาดใจยามเห็นทวนที่ถูกเปลวเพลิงห่อหุ้มแทงเข้าหาท่าพุ่งเข้าจู่โจมใส่ของมันชะงักค้างกะทันหันก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นใช้ออกด้วยท่าเท้าธารน้ำแข็งเคลื่อนกายไปด้านซ้ายหลบเลี่ยงจากท่าทวนที่ทะลวงใส่ไปได้
จางเจิ้นซานโคจรพลังธาตุน้ำแข็งไหลเวียนรอบสองมือถุงมือไหมน้ำแข็งที่เคยถูกไป๋หยุนเฟยทำลายก็ถูกซ่อมแซมกลับมาดังเดิมจางเจิ้นซานจู่ๆก็ไถลตัวเรียดพื้นเข้าหาไป๋หยุนเฟยโดยไร้วี่แววล่วงหน้ามือทั้งสองข้างของมันฟาดออกโดยพร้อมเพรียง ข้างหนึ่งจู่โจมใส่ใบหน้า อีกข้างจู่โจมใส่หน้าท้อง!
ไป๋หยุนเฟยพลิ้วกายถอยหลังพร้อมกับวาดทวนปิดป้องใบหน้าขณะเดียวกันก็ถีบเท้าเข้าปะทะฝ่ามือที่จู่โจมเบื้องล่างหลังจากปะทะชายหนุ่มก็ยืมแรงพลิกกายตีลังกากลับหลังแต่ก่อนจะทันได้หยั่งเท้าลงพื้นไป๋หยุนเฟยก็กวัดแกว่งทวนจู่โจมออกอีกครา
จางเจิ้นซานที่หมายรุกไล่ตามไปจู่โจมกลับถูกขัดขวางด้วยทวนของอีกฝ่ายมันจึงได้แต่หลบหลีกทวนนี้ก่อนจากนั้นค่อยรุกจู่โจมแต่เมื่อไป๋หยุนเฟยหยั่งเท้าลงพื้นแทนที่จะเปลี่ยนท่วงท่ากลับเสือกทวนจู่โจมกระบวนท่าต่อเนื่องใส่อีกครา!
จางเจิ้นซานหลบหลีกท่าจู่โจมพร้อมกับจู่โจมฝ่ามือซ้ายฟาดใส่ด้ามทวนยามผลักเบนทิศทางทวนเปลวอัคคีออกไปได้ก็ถอนเท้าซ้ายครึ่งก้าวเพื่อทรงตัวก่อนจะกางนิ้วเป็นกรงเล็บตะกุยใส่มือซ้ายที่ไป๋หยุนเฟยใช้กุมกระชับทวน
ไป๋หยุนเฟยเคลื่อนกายไปด้านซ้ายเพื่อหลบหลีกขณะเดียวกันก็ชักมือซ้ายไปอีกด้านเพื่อหลบเลี่ยงกรงเล็บของจางเจิ้นซานมันขยับขาเคลื่อนเท้าอย่างเร่งร้อน พริบตาเดียวไป๋หยุนเฟยก็เคลื่อนกายครบรอบวงกลมทวนเปลวอัคคีที่หมุนควงไปพร้อมร่างมันก็กวาดขวางฟาดใส่หว่างเอวของศัตรู
จางเจิ้นซานทราบกระจ่างว่าศัตรูมีกระบวนท่าที่คล่องแคล่วพิสดารแต่กลับคาดไม่ถึงว่าศัตรูจะพัฒนาจนเหนือล้ำถึงเพียงนี้ยามกะทันหันมันไม่อาจหลบเลี่ยงได้ทันจึงทำได้เพียงเคลื่อนเท้าไปด้านข้างแล้วไขว้สองแขนต้านรับกระบวนท่าอย่างหักโหม
โครม!ยามที่ทวนฟาดใส่ของแขนของจางเจิ้นซานก็ปรากฏเสียงปะทะหนักทึบดังขึ้นจางเจิ้นซานต้องถดถอยไปด้านหลังโดยไม่อาจควบคุม สองแขนก็รู้สึกราวถูกตราเหล็กที่ร้อนลวกนาบใส่ที่แท้ท่าฟาดนี้กลับทิ้งร่องรอยบาดแผลไว้บนแขนของจางเจิ้นซาน
จางเจิ้นซานรีบโคจรพลังธาตุน้ำแข็งในร่างเพื่อขับไล่พลังความร้อนที่แทรกซึมเข้ามามันเพิ่งมีโอกาสหยั่งเท้าหยุดพัก แต่ไป๋หยุนเฟยกลับไม่ปล่อยโอกาสแม้แต่น้อยรีบรุกจู่โจมเข้ามาอีกครั้งพริบตาเดียวคลื่นความร้อนก็พุ่งมาปะทะร่างมันอีกครั้ง!
เงาทวนกระจายเกลื่อนกลาดทุกแห่งหนเงาฝ่ามือก็ต้านปะทะเอาไว้ได้หมดสิ้นเสียงปะทะหนักทึบดังโครมครามพร้อมกับคลื่นความร้อนที่ปะทะต้านทานกับพลังความเย็นอย่างถี่ยิบบนพื้นเริ่มปรากฏรอยแหว่งเว้าที่ใต้เท้าคู่ต่อสู้ทั้งสองคน
สีหน้าผู้ชมการประลองแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดยามที่ได้เห็นคู่ต่อสู้ทั้งสองจู่โจมกระบวนท่าใส่กันไม่หยุดยั้งดูไปคล้ายทั้งสองฝ่ายฝีมือคู่คี่สูสีกันอวี้เฟยและหลิวเฉิงเริ่มขมวดคิ้วขณะมองตามกระบวนท่าที่พลิกเปลี่ยนแปรผันของทั้งสองฝ่ายพวกมันไม่คาดคิดมาก่อนว่าไป๋หยุนเฟยจะโหมจู่โจมอย่างดุดันเช่นนี้...และจากที่ดูจางเจิ้นซานถึงกับเป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่ารุกด้วยซ้ำ!
ดวงตาใต้ผ้าคลุมสีดำของเหยียนซื่อทอประกายวูบยามมองดูไป๋หยุนเฟยออกกระบวนท่าก็ลอบครุ่นคิดในใจ “นี่เป็นพลังที่มาจากการใช้เคล็ดวิญญาณฝืนยกระดับขึ้นมาจริงหรือ? ท่าจู่โจมมันกลับราบรื่นไม่ปรากฏร่องรอยจากผลข้างเคียงแม้แต่น้อยท่วงท่าของมัน หมัดของมัน... เห็นได้ชัดว่าเป็นเคล็ดวิญญาณที่ร้ายกาจ!มันเป็นใครกันแน่? มิหนำซ้ำทวนเล่มนั้นตามที่อวี้เฟยกล่าวไว้ว่าสมควรเป็นอาวุธชั้นปฐพีระดับต่ำ แต่ทว่า...”
ทันใดนั้นคู่ต่อสู้ทั้งสองฝ่ายก็พลันออกกระบวนท่าด้วยแขนขวาเข้าปะทะกัน ฝ่ายหนึ่งใช้ฝ่ามือส่วนอีกฝ่ายกลับใช้กำปั้น ยามที่ประบวนท่าทั้งสองฝ่ายปะทะกันทั้งคู่ล้วนต้องล่าถอยออกไปด้านหลังกระนั้นหลังจากไป๋หยุนเฟยล่าถอยไปสองก้าวมันก็ยั้งเท้าทรงตัวได้จากนั้นพุ่งทะยานไปเบื้องหน้าโดยไม่หยุดพักแม้แต่น้อยพร้อมกันนั้นทวนในมือก็แทงออกในบัดดล!
จางเจิ้นซานลอบประหลาดใจอยู่บ้างมันทราบว่าต้องเป็นเพราะเกราะวิญญาณไหมทองแน่ไม่เช่นนั้นคู่ต่อสู้ของมันไม่มีทางจะไม่นำพาต่อผลจากฝ่ามือของมัน ถึงกับตั้งหลักได้ก่อนตัวมันถึงสองก้าวยามนี้จางเจิ้นซานล่าถอยไปถึงข้างต้นหลิวต้นหนึ่งจึงค่อยสลายพลังจากหมัดของไป๋หยุนเฟยลงได้แต่ทว่าปลายทวนเปลวอัคคีกลับทะลวงแทงมาถึงตรงหน้ามันแล้ว!
จางเจิ้นซานไม่มีทางเลือกได้แต่ทุ่มเทกระบวนท่าป้องกันอีกครั้งมันเร่งฝีเท้าล่าถอยอย่างเร่งร้อนขณะเคลื่อนร่างหลบเลี่ยงไปด้านขวาสุดกำลัง
ทวนเปลวอัคคีกรีดผ่านไหล่ของจางเจิ้นซานไปอย่างฉิวเฉียดปลายทวนทะลวงใส่โคนต้นหลิวที่หยาบใหญ่ด้านหลังจางเจิ้นซานอย่างง่ายดาย
สองตาจางเจิ้นซานกระจ่างวูบทวนของศัตรูถูกตรึงอยู่กับต้นหลิว! หากจะชักทวนกลับต้องชักช้าไปวูบหนึ่งจางเจิ้นซานยั้งร่างที่เคลื่อนถอยหลังเตรียมจะฉวยโอกาสรุก...แต่ทันทีที่ความคิดนี้แล่นเข้ามาในสมอง จู่ๆก็พลันรู้สึกตระหนกใจสั่นสะท้านเนื่องเพราะมันเห็นแววตายินดีของไป๋หยุนเฟย!
“บัดซบ!หรือว่า...”
ปัง!!!
ความคิดจางเจิ้นซานยังไม่ทันสิ้นสุดชั่วพริบตาที่ดวงตาฉายแววแตกตื่นเสียงระเบิดสะเทือนปฐพีก็ปะทุขึ้นขัดจังหวะความคิดมัน!
ผลกระทบเพิ่มเติมสำหรับ+10 ของทวนเปลวอัคคี ‘ระเบิดเพลิง’ บังเกิดผล!
แสงสีแดงฉานพวยพุ่งออกมาจากลำต้นของต้นหลิวพริบตาต่อมาก็ต้นหลิวก็แหลกละเอียดไปพร้อมกับเสียงระเบิดที่ดังขึ้นครั้งนี้กลับไม่มีเศษไม้ปลิวกระเด็นแม้แต่น้อยเนื่องเพราะหลังจากทวนเปลวอัคคีทะลวงใส่แล้วระเบิดออกเศษไม้ที่ชิ้นเล็กชิ้นน้อยก็ถูกเผาผลาญกลายเป็นเถ้าถ่านไปทันทีส่วนบนของต้นหลิวถึงกับถูกผลักลอยขึ้นในอากาศก่อนจะร่วงลงสู่พื้นห่างออกไปนับร้อยวา ศิษย์สำนักธารน้ำแข็งที่ชมดูถึงกับแตกตื่นตะลึงลาน
พริบตาที่เปลวเพลิงปะทุขึ้นพร้อมกับเสียงระเบิดดังกึกก้องจางเจิ้นซานไม่รีรอรีบล่าถอยอย่างเร่งร้อน มันทุ่มเทใช้ท่าเท้าธารน้ำแข็งถึงขีดสุดแต่ก็ยังไม่อาจเคลื่อนกายได้เร็วกว่าคลื่นความร้อนที่กวาดซัดมาถึงตรงหน้า!ยามที่จางเจิ้นซานล่าถอยราวคลุ้มคลั่งสองมือก็ไขว้ประสานเพื่อป้องกันส่วนศีรษะเอาไว้
ขณะคลื่นความร้อนพุ่งเข้ามาปะทะจางเจิ้นซานรู้สึกราวถูกคมมีดเพลิงกรีดเฉือนไปทั้งร่างแม้แต่ลมหายใจยังติดขัดไปชั่วขณะ แต่กระนั้นยามพุ่งทะยานถอยหลัง‘แรงผลัก’จากคลื่นความร้อนกลับช่วยให้มันล่าถอยได้เร็วขึ้นอีก
“คลื่นกระแทกจากแรงระเบิดช่างรุนแรงนัก...หากถูกซัดใส่ซึ่งหน้า...” ยามที่ความคิดวาบผ่านห้วงสมองเหงื่อเย็นเยียบก็หลั่งไหลจากศีรษะลงสู่ชุดยาวมันจนเปียกชุ่ม
แรงระเบิดจากเปลวเพลิงครั้งนี้นับว่ารุนแรงกว่าที่ผ่านมามากมายนักที่จริงแม้แต่ไป๋หยุนเฟยเองยังถึงกับตะลึงลานไปชั่วขณะยามได้เห็นจางเจิ้นซานล่าถอยไปด้วยท่าทีสำนึกเสียใจดวงตาไป๋หยุนเฟยก็เพ่งมองอีกฝ่ายด้วยประกายแวววับ!มือขวาที่กุมทวนคลายออกปล่อยให้ทวนเปลวอัคคีร่วงลงสู่มือซ้ายจากนั้นวาดควงไปด้านหลังเพื่อสร้างแรงเหวี่ยงก่อนจะส่งทวนเปลวอัคคีคืนสู่มือขวาแล้วพุ่งทะลวงใส่คู่ต่อสู้อย่างดุดัน!
เมื่อต้องเผชิญกับทวนที่ฝ่ายตรงข้ามแทงเข้ามาอีกครั้งสีหน้าจางเจิ้นซานก็ฉายแววแตกตื่นความหวาดหวั่นต่อทวนเปลวอัคคีของมันในยามนี้มากมายกว่าครั้งก่อนมากมายนักจางเจิ้นซานรีบถ่ายทอดพลังวิญญาณลงสู่สองขาเร่งความเร็วล่าถอยอย่างเร่งร้อนจึงค่อยหลบเลี่ยงทวนนี้ได้อย่างฉิวเฉียดกระนั้นเนื่องเพราะมันล่าถอยอย่างร้อนรนท่วงท่าจึงไม่มั่นคงไป๋หยุนเฟยฉวยโอกาสหมุนกายอาศัยแรงเหวี่ยงฟาดทวนกวาดขวางเข้าใส่จางเจิ้นซานอย่างหักโหมทวนเปลวอัคคีฟาดใส่หว่างเอวจางเจิ้นซานส่งมันลอยกระเด็นออกไปทางซ้าย
ความเจ็บปวดที่แล่นปราดจากเอวทำให้จางเจิ้นซานแทบกระอักโลหิตออกมาชั่วพริบตาที่สลายพลังจากทวนนี้ได้กระบวนท่าตามหลังของไป๋หยุนเฟยก็มาถึงถึงตัวแล้ว!
ทั้งคู่พัวพันแลกกระบวนท่าอย่างดุเดือดกระนั้นครั้งนี้กลับแตกต่างจากที่ผ่านมา จางเจิ้นซานยิ่งมายิ่งไม่มีโอกาสออกกระบวนท่ารุกจู่โจมถึงตอนนี้มันกลับทำได้เพียงตั้งรับอยู่ฝ่ายเดียว!
เหยียนซื่อที่มองการต่อสู้จากนอกวงต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยดวงตามันเป็นประกายจับจ้องอยู่ที่ทวนเปลวอัคคีในมือไป๋หยุนเฟยแววตามันฉายแววประหลาดใจยามที่ได้เห็นทวนเปลวอัคคีปะทุระเบิดเพลิงออกมายิ่งมองดูแววตามันก็ยิ่งทอแววแตกตื่นระคนสับสนประหลาดใจ
“ไม่ผิดแน่นั่นเป็นวัตถุวิญญาณชั้นปฐพีระดับสูง! แต่ทว่า...อวี้เฟยบอกอย่างชัดเจนว่าเป็นชั้นปฐพีระดับต่ำ หรือมันจะหลอกลวงข้า? แต่มันย่อมไม่กล้าโกหกไม่มีทางที่มันจะโง่เขลาปานนั้น หรือว่า...ก่อนนี้ทวนเล่มนั้นเป็นชั้นปฐพีระดับต่ำจริงๆ...”
จู่ๆดวงตาเหยียนซื่อก็กระจ่างวูบทันทีที่ความคิดอันเหลือเชื่อแวบผ่านจิตใจมันสีหน้ามันกลับกลายเป็นตะลึงลาน“หรือเป็นเพราะผ่านการยกระดับมา?ความเป็นไปได้มีเพียงอย่างเดียว... หลอมด้วยพลังธาตุไฟ!เป็นสำนักช่างประดิษฐ์!!!”
ดวงตาเหยียนซื่อทอประกายวูบยิ่งใคร่ครวญก็ยิ่งเชื่อมั่น “นั่นก็ใช่แล้ว เป็นไปได้อย่างเดียวเท่านั้น!มีเพียงสำนักช่างประดิษฐ์เท่านั้นที่จะใช้กระบวนการซึมซับพลังธรรมชาติถ่ายเทพลังจากแก่นพลังธาตุไฟเพื่อหลอมสร้างวัตถุวิญญาณได้!มิหนำซ้ำมีเพียงศิษย์สายในเท่านั้นจึงจะทำเช่นนี้ได้”
“อวี้เฟยช่างโง่บัดซบ!มันถึงกับกล้าบอกว่าคนผู้นี้ไม่มีผู้ใดหนุนหลัง!ก่อนนี้มันเป็นเพียงวีรชนวิญญาณแต่กลับครอบครองวัตถุวิญญาณและฝึกปรือเคล็ดวิญญาณอันร้ายกาจถึงเพียงนี้มิหนำซ้ำยังล่วงรู้วิชาลับที่สามารถใช้แก่นพลังธาตุไฟหลอมวัตถุวิญญาณได้...ฐานะในสำนักช่างประดิษฐ์มันย่อมไม่ต่ำทราม!”เหยียนซื่อขมวดคิ้วใคร่ครวญอย่างขุ่นแค้น“แม้ข้าจะไม่ทราบว่าไฉนมันถูกสำนักธารน้ำแข็งอันต่ำต้อยไล่ล่าโดยปราศจากความช่วยเหลือจากสำนักมัน...แต่ทางที่ดีอย่าได้สร้างความบาดหมางกับมันแผนการอันซับซ้อนของสำนักเราไม่อาจมีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อยข้าถูกส่งมาเพื่อดูแลไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดในการรับสำนักต่างๆเข้าสวามิภักดิ์ยามนี้พวกเรายังไม่อาจล่วงเกินสำนักช่างประดิษฐ์ได้”
ยามที่เหยียนซื่ออยู่ในภวังค์ครุ่นคิดระหว่างการต่อสู้กลับเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น
เคลื่อนไหวผิดพลาดเพียงคราเดียวย่อมสูญเสียความได้เปรียบความได้เปรียบเพียงน้อยนิดนำพาไปสู่ความสำเร็จ!
สีหน้าจางเจิ้นซานแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจังยามทุ่มเทกระบวนท่าต้านรับไป๋หยุนเฟยที่เป็นคู่ต่อสู้ของมันกลับต่อสู่อย่างปลอดโปร่ง!ก่อนหน้านี้ยามที่จางเจิ้นซานเสื่อมสูญกำลังไป๋หยุนเฟยทำได้เพียงพยายามหลบหนีสุดชีวิตแต่การต่อสู้ในครั้งนี้ไป๋หยุนเฟยถึงกับเป็นฝ่ายมีเปรียบได้!
หลังจากประมือกันหลายสิบกระบวนท่าแขนซ้ายและลำตัวด้านซ้ายของจางเจิ้นซานก็ถูกทวนเปลวอัคคีทะลวงเป็นแผลเหวอะหวะสองแผลกระนั้นผลเพิ่มเติม‘ระเบิด’กลับไม่บังเกิดขึ้นแม้เป็นเช่นนั้นแต่ทุกครั้งที่จางเจิ้นซานถูกทวนเปลวอัคคีแทงใส่มันถึงกับรู้สึกราวเฉียดผ่านความตายมาคราหนึ่ง
เดิมทีจางเจิ้นซานคิดว่าจะเอาชนะได้โดยง่ายแต่ถึงตอนนี้ศัตรูกลับเป็นฝ่ายที่สร้างความกดดันให้แก่มันที่ทำได้ตอนนี้มีเพียงพยายามป้องกันอย่างสุดชีวิตสีหน้าจางเจิ้นซานยามนี้แปรเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยวปั้นยากความเคียดแค้นและเดือดดาลในดวงตามันยิ่งมายิ่งเข้มข้นยามหลบเลี่ยงทวนจากศัตรูที่แทงใส่ไหล่ซ้ายได้พ้น ความโกรธเกรี้ยวในดวงตาจางเจิ้นซานก็แปรเปลี่ยนเป็นคลุ้มคลั่ง
มันเป็นผู้นำตระกูลจางอันสูงส่งทั้งยังเป็นผู้อาวุโสแห่งสำนักธารน้ำแข็ง!แต่ในวันนี้มันถึงกับถูกผู้เยาว์ที่มันไล่ล่าเมื่อไม่กี่วันก่อนสะกดข่มโดยสิ้นเชิงมิหนำซ้ำผู้เยาว์คนนี้ยังเป็นฆาตกรที่สังหารบุตรชายมัน! ผู้เป็นบิดาไม่สมควรต้องมาฝังศพบุตรชายตนเองเช่นนี้!
“เด็กน้อยอย่าได้ลำพองไป! ข้าจะใช้ชีวิตเจ้าเซ่นสังเวยให้แก่บุตรชายข้า!”ดวงตาจางเจิ้นซานฉายแววคลุ้มคลั่งยามเผชิญกับทวนเปลวอัคคีแทนที่จะหลบเลี่ยงมันกลับยกมือซ้ายคว้าจับอย่างหักโหม!ถุงมือไหมน้ำแข็งไม่อาจต้านทานความแหลมคมของทวนเปลวอัคคีมือซ้ายจางเจิ้นซานจึงปรากฏโลหิตกระเซ็นซ่านในทันทีมันรู้สึกราวใช้มือเปล่าคว้าจับใส่ท่อนเหล็กร้อนลวกตามมาด้วยเสียงกระดูกแตกดังขึ้นแต่กระนั้นจางเจิ้นซานกลับไม่นำพามันใช้มือที่รวบจับปลายทวนผลักออกไปด้านข้างก่อนจะกระชากดึงพร้อมกับไถลร่างเข้าหาไป๋หยุนเฟยมือขวาที่ผนึกพลังธาตุน้ำแข็งอย่างเปี่ยมล้นก็ฟาดใส่ทรวงอกไป๋หยุนเฟยอย่างดุดัน!
การกระทำราวคลุ้มคลั่งของจางเจิ้นซานกลับทำให้ไป๋หยุนเฟยเผยช่องโหว่ที่สำคัญผลเพิ่มเติมของทวนเปลวอัคคีก็ไม่ได้บังเกิดขึ้นชั่วพริบตาที่ชะงักวูบไป๋หยุนเฟยก็ถูกฝ่ามือธารน้ำแข็งฟาดใส่อย่างถนัดถนี่จนลอยละลิ่วออกไป
มือซ้ายของจางเจิ้นซานยังคงหนีบปลายทวนเปลวอัคคีไว้แนบแน่นมันทะยานไปเบื้องหน้าตามประชิดถึงตัวไป๋หยุนเฟยจากนั้นจึงฟาดฝ่ามือใส่หน้าท้องไป๋หยุนเฟยอีกครา!
พลังวิญญาณและเลือดลมในร่างไป๋หยุนเฟยพลุ่งพล่านปั่นป่วนเมื่อเห็นฝ่ามือที่สองของศัตรูฟาดมาดวงตามันก็ทอประกายดุร้ายแทนที่จะป้องกันมันกลับวาดเท้าเตะใส่มือซ้ายของจางเจิ้นซานที่ยังคงหนีบทวนเปลวอัคคีไว้แนบแน่น
โครม!สีข้างไป๋หยุนเฟยถูกฟาดใส่อย่างถนัดถนี่แต่มือซ้ายของจางเจิ้นซานก็ถูกเตะจนคลายออก กระนั้น... จางเจิ้นซานไม่นำพามือซ้ายที่บิดเบี้ยวผิดรูปแม้แต่น้อยมันฟาดฝ่ามือที่สามเข้าใส่ไป๋หยุนเฟยที่ร่วงลงสู่พื้นและกำลังล่าถอยสุดชีวิต!
หลังจากรับฝ่ามือไปสองครั้งติดต่อกันไป๋หยุนเฟยก็รู้สึกถึงโลหิตที่พลุ่งขึ้นมาถึงลำคอจนเกือบจะกระอักออกมามันมองดูจางเจิ้นซานที่รุกจู่โจมเข้ามาอีกครายามนี้เมื่อไม่อาจใช้ทวนเปลวอัคคีจู่โจมได้ มันจึงสะบัดมือเพื่อเก็บทวนคืนจากนั้นกำหมัดเคลื่อนมือขวามาป้องกันทวงอกเอาไว้ฝ่ามือที่สามของจางเจิ้นซานจึงฟาดใส่ปลอกแขนที่ส่งแสงสีแดงระเรื่ออย่างหักโหม
ครั้งนี้ไป๋หยุนเฟยเพียงสะท้านคราหนึ่งแต่กลับไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย กระนั้นก่อนที่จะทันได้หยั่งเท้าทรงตัวจางเจิ้นซานก็โหมจู่โจมเข้ามาอย่างดุดันอีกครา!