การมาถึงของอนาเธอร์และชื่อเสียงของทายาทตระกูลซิกฟรีด เริ่มทำให้หลายคนต่างพูดคุยกันอย่างคึกโครม
“ข้าเคยได้ยินแต่ชื่อของพวกไมเยอร์ เรน และไคล์… ใครจะไปคิดว่ามีน้องชายด้วยล่ะ?”
“แล้วคนนี้เก่งเหมือนพี่ๆของเขาหรือเปล่า? ได้ยินมาว่าเพิ่งสุ่มอาชีพได้เมื่อไม่นานนี้?”
“แน่นอนสิวะ! ถ้าเกิดว่าเป็นทายาทของตระกูลซิกฟริดละก็..ข้าคิดว่าคงไม่ธรรมดาแน่ๆ!”
นักเรียนหลายคนเริ่มตั้งคำถามและคาดเดาเกี่ยวกับความสามารถของอนาเธอร์ มีคนที่เชื่อว่าเขาต้องเป็นอัจฉริยะที่มีความสามารถไม่แพ้พี่น้องของเขา แต่ก็มีบางคนที่ยังสงสัยว่าการที่เขาไม่เคยถูกพูดถึงมาก่อน หมายความว่าเขาอาจจะไม่ได้มีพลังเทียบเท่ากับพี่น้องของตนหรือไม่
ท่ามกลางเสียงซุบซิบและความสนใจจากผู้คนมากมาย อนาเธอร์เดินผ่านกลุ่มนักเรียนด้วยความเงียบสงบ แม้ว่าเขาจะรู้สึกไม่สบายใจกับความสนใจที่มากเกินไปนี้ แต่ชายหนุ่มก็พยายามรักษาท่าทีที่สงบนิ่งไว้
เขาไม่ได้ต้องการเป็นจุดสนใจของใคร และความจริงแล้วก็ต้องการเพียงแค่การฝึกฝนและพัฒนาตนเองในมหาวิทยาลัยแห่งนี้เท่านั้น
“ให้ตายเถอะไอ้เด็กบ้าพวกนี้!”
ในช่วงเวลาเดียวกัน ผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยก็พยายามที่จะควบคุมสถานการณ์ ทั้งหมดต่างดูวุ่นวาย
พวกเขารู้ดีว่าการที่อนาเธอร์เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มันจะต้องกลายมาเป็นที่สนใจของเหล่านักเรียนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ พวกเขาก็ไม่ต้องการให้เรื่องราวเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์
“ขอให้ทุกคนสงบลงก่อน”
“วันนี้เราเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทายาทลำดับที่สี่ของตระกูลซิกฟริด”
ผู้อำนวยการประกาศเสียงดังด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความน่าเกรงขาม
“แต่ข้าอยากให้ทุกคนจำไว้ว่า ทุกคนในมหาวิทยาลัยนี้คือผู้ที่มีสิทธิเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามที่เข้ามาเรียนที่นี่ พวกเขาล้วนแต่ต้องผ่านการฝึกฝนและพัฒนาตนเองเหมือนกับพวกเจ้า”
คำพูดของผู้อำนวยการทำให้บรรยากาศรอบข้างสงบลงเล็กน้อย แม้ว่าจะยังคงมีเสียงกระซิบกระซาบอยู่ แต่เสียงเหล่านั้นก็เบาลง
“งะ..งั้นเหรอครับ มันเป็นแบบนี้นั่นเอง!”
นักเรียนหลายคนเริ่มเข้าใจ การมาของอนาเธอร์ไม่ได้หมายความจะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างจากพวกเขา ทุกคนในมหาวิทยาลัยต้องผ่านการฝึกฝนที่เข้มงวดและเผชิญกับความท้าทายในการต่อสู้เช่นเดียวกัน
“ถูกต้องแล้วท่านผู้อำนวยการ!”
อนาเธอร์เองก็พยักหน้าเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของผู้อำนวยการ เขาไม่ต้องการสิทธิพิเศษใดๆ และยินดีที่จะเผชิญกับการฝึกฝนเช่นเดียวกับนักเรียนคนอื่นๆ แม้ว่าเขาจะมีชื่อเสียงในฐานะทายาทของตระกูลซิกฟริด
แต่ในใจของเขา การต่อสู้และการฝึกฝนเป็นสิ่งที่ต้องการมากที่สุด การพิสูจน์ตัวเองและการก้าวข้ามขีดจำกัดคือสิ่งที่ทุกคนต่างก็มุ่งหวัง
“ฮ่าฮ่าฮ่า ยินดีมากๆเลยละ”
“งั้นก่อนอื่นก็ไปยังที่พักก่อนเลยละกัน พวกข้าได้จัดเตรียมห้องพักแยกเอาไว้แล้วละ”
หลังจากการต้อนรับอย่างเป็นทางการสิ้นสุดลง อนาเธอร์ก็ถูกนำไปที่หอพักมหาวิทยาลัย
“อ้าว? ตาแก่นี่เป็นจอมเจ้าเล่ห์แน่ๆ ไหนบอกกับคนอื่นๆว่าเท่าเทียมกันละ?”
อนาเธอร์ได้แต่ส่ายหัวไปมา ยังไม่ทันได้ทำอะไร เขาก็ถูกปฏิบัติเป็นพิเศษตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้ามาในมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์แล้ว
ไม่เพียงแต่ได้รับการต้อนรับอย่างเป็นทางการจากผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการเท่านั้น แต่เขายังถูกจัดให้อยู่ในหอพักส่วนตัว
ซึ่งเป็นหอพักที่แยกออกมาจากหอพักนักเรียนทั่วไปโดยสิ้นเชิง หอพักนี้ถูกจัดเตรียมมาอย่างดี มีการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนา
มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการฝึกฝนและการใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างสงบเงียบ
“เทียบไม่ได้กับห้องนอนของฉัน..”
“แต่ก็ไม่เลวสำหรับคนธรรมดา”
ห้องพักของอนาเธอร์นั้นกว้างขวาง มีเฟอร์นิเจอร์ครบครันและทันสมัย
หน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปยังทิวทัศน์ของมหาวิทยาลัยและเทือกเขาที่โอบล้อมมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์อยู่ในระยะไกล
ความเงียบสงบของสถานที่นี้ทำให้อนาเธอร์รู้สึกผ่อนคลาย เขาใช้เวลาสำรวจสภาพแวดล้อมภายในหอพัก ตรวจสอบความปลอดภัย และแน่ใจว่าอาณาเขตแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่เขาสามารถฝึกฝนและพัฒนาตัวเองได้โดยไม่ถูกรบกวน
หลังจากตรวจสอบสภาพแวดล้อมจนพอใจแล้ว อนาเธอร์ก็นอนเอนตัวลงบนเตียงนุ่มๆที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างหรูหรา
“.....................”
เขาหลับตาและรู้สึกได้ถึงความเงียบที่ห้อมล้อมรอบตัว แม้ว่าภายนอกจะมีเสียงซุบซิบของนักเรียนที่ยังคงพูดถึงเขาอย่างตื่นเต้น แต่ภายในหอพักนี้กลับเงียบสงบเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน
อนาเธอร์ชอบความสงบเงียบนี้ เพราะมันทำให้เขาสามารถจดจ่อกับการฝึกฝนและการพัฒนาทักษะของตัวเองได้อย่างเต็มที่
“พรุ่งนี้ใช่ไหมนะ?”
ในขณะที่เขานอนเล่นอยู่บนเตียง ความคิดในหัวก็วนเวียนไปถึงวันพรุ่งนี้ วันที่เขาจะได้เริ่มต้นชีวิตในฐานะนักเรียนของมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์อย่างเต็มตัว ถึงเขาจะได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ แต่เขาก็รู้ดีว่าเส้นทางของการฝึกฝนไม่มีอะไรง่ายดาย ทั้งหมดมันจะเริ่มต้นขึ้น
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังในเวลาเดียวกัน เหล่าอาจารย์และผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์ ได้กำลังถกเถียงกันอย่างเข้มข้นเกี่ยวกับการจัดห้องเรียนให้กับตัวของอนาเธอร์
ความยิ่งใหญ่ของมหาวิทยาลัยเพลิงสวรรค์นั้นแสดงออกอย่างชัดเจนจากจำนวนห้องเรียน และนักเรียนที่เข้ามาฝึกฝน
โดยเฉพาะในชั้นปีหนึ่งที่มีมากกว่าเกือบหนึ่งร้อยห้องเรียน ซึ่งแต่ละห้องล้วนแต่เต็มไปด้วยผู้เล่นที่มีทักษะและพลังต่างกันไป
การที่มหาวิทยาลัยนี้มีห้องเรียนมากมายก็เป็นเพราะว่าผู้เล่นที่เข้ามาเรียนที่นี่มีจำนวนมาก
พวกเขามาจากทุกภูมิภาคของประเทศ และหลายๆคนก็เป็นอัจฉริยะในด้านการต่อสู้ต่างๆ
แต่ละห้องเรียนมีอาจารย์ประจำที่เป็นผู้เล่นระดับสูงซึ่งมีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ
การจัดนักเรียนเข้าไปอยู่ในห้องเรียนที่เหมาะสมกับความสามารถและทักษะของแต่ละคน จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง
การถกเถียงกันของเหล่าอาจารย์ในวันนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญ เพราะพวกเขาไม่แน่ใจว่าอนาเธอร์ ซึ่งเป็นทายาทลำดับที่สี่ของตระกูลซิกฟริด ควรจะถูกจัดให้ไปอยู่ในห้องเรียนใด
บางคนเห็นว่าเขาควรจะอยู่ในห้องเรียนที่รวมตัวอัจฉริยะชั้นนำของมหาวิทยาลัย เพื่อที่เขาจะได้มีคู่แข่งที่เหมาะสมและสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว แต่บางคนกลับมองว่าอนาเธอร์ควรจะถูกจัดให้อยู่ในห้องเรียนที่เป็นมาตรฐาน
เพื่อให้ได้เรียนรู้และปรับตัวเข้ากับการศึกษาขั้นพื้นฐานในมหาวิยาลัยเพลิงสวรรค์ก่อน
“เราไม่ควรทำให้เขารู้สึกว่ามีสิทธิพิเศษมากเกินไป แม้เป็นทายาทของตระกูลซิกฟรีดก็ตาม และการฝึกฝนในมหาวิทยาลัยของเรานั้น จำเป็นต้องมียุติธรรมและเท่าเทียมสำหรับนักเรียนทุกคน”
อาจารย์คนหนึ่งกล่าวขึ้นในที่ประชุมด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม แต่อีกคนได้เถียงกลับอย่างแข็งขันและจริงจัง ทำให้ทั้งหมดต้องหันมามอง
“แต่เขาก็ไม่ใช่นักเรียนธรรมดา!”
“เขาคืออวาตาร์เทพเจ้าของซุนหงอคง นายได้ยินไหมว่าซุนหงอคงน่ะ”
“ต่อให้จะไม่มีเบื้องหลังเป็นตระกูลซิกฟรีดที่ยิ่งใหญ่ เด็กคนนี้ก็ยังมีระดับที่เหนือกว่าผู้เล่นที่อายุใกล้เคียงกันไปไกล”
“การที่เรามีโอกาสได้ฝึกฝนทายาทของตระกูลซิกฟริดก็ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เราควรให้เขาได้รับการฝึกฝนที่ดีที่สุด ไม่ใช่แค่ตามมาตรฐานทั่วไป เขาสมควรที่จะได้อยู่ในห้องเรียนที่ท้าทายที่สุด เพื่อให้เขาสามารถแสดงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่”
คำพูดของชายวัยกลางคนผู้นี้ทำให้หลายคนต่างเห็นด้วย เพราะอนาเธอร์ไม่ใช่ผู้เล่นอายุน้อยธรรมดา เขาเป็นอวาตาร์เทพเจ้าของซุนหงอคง
แล้วในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ มีนักเรียนที่ครอบครองอวาตาร์เทพเจ้าเพียงแค่ 5 คนเท่านั้น และอนาเธอร์ก็คือตัวตนที่ 6 ยังไงละ