ในการเดินทางไปยังการแข่งขันครานี้ บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยเทพอสูรคล้ายถูกโอบล้อมด้วยความคาดหวังอันเข้มข้น
ผู้ที่จะทำหน้าที่ดูแลนักเรียนทั้งหนึ่งร้อยคนในครั้งนี้ประกอบไปด้วย
คณบดีซวี่เยี่ยนหลัว ผู้มีท่วงท่าสงบสุขุมและเปี่ยมด้วยบารมีอันหนักแน่น
คณบดีโม่ฉีเหยียน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มงวดและสายตาเฉียบคมดุจอินทรีย์
คณบดีเหลียนอวี้หาน ผู้เปรียบเสมือนลมเย็นที่สงบนิ่งแต่แฝงพลังลึกล้ำ
และคณบดีอู๋เซียนเฉวียน ผู้มีบุคลิกมั่นคงดั่งขุนเขา
ทั้งสี่คนยืนเรียงรายอยู่เบื้องหน้า เหล่านักเรียนต่างก้มศีรษะอย่างเคารพโดยพร้อมเพรียง
ในทางกลับกัน คณบดีเทียนจิ้งฮู่ คณบดีไป๋จงหรง และคณบดีหวูเหยียนจี ผู้เป็นอาจารย์ของหวงเยี่ย ไม่ได้ร่วมเดินทางในครานี้
รวมถึงเหล่าคณะอาจารย์อีกเล็กน้อยและผู้อำนวยการหย่าเฟยที่ยังคงประจำอยู่ภายในสถาบัน
ดังนั้นจำนวนผู้ร่วมเดินทางจึงมีเพียงประมาณหนึ่งร้อยสิบคนเท่านั้น
แม้จะไม่ใช่การระดมกำลังทั้งหมด หากจำนวนดังกล่าวก็เพียงพอที่จะสะท้อนศักดิ์ศรีของมหาวิทยาลัยเทพอสูรอย่างชัดเจน
“.............”
หย่าเฟยยืนอยู่ด้านหน้า สายตาของนางทอดมองไปยังเหล่านักเรียนอย่างไม่ละสาย
เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นางทุ่มเททุกสิ่งเพื่อก่อร่างสร้างมหาวิทยาลัยเทพอสูรขึ้นมาอย่างหนัก แต่ไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงส่วนตน ทว่าเพื่อให้เหล่านักเรียนได้มีเวทีแสดงศักยภาพ ได้เปล่งประกายเฉิดฉายบนเวทีโลก และพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ได้ด้อยกว่าสถาบันนักล่ามังกรแห่งใด
วันนี้คือหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่นางรอคอย
พร้อมกับความมั่นใจของหย่าเฟยที่เพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าตัว แม้จะตระหนักดีว่าบางคนไม่อาจคว้าอันดับสูงลิ่วได้ก็ตาม แต่สำหรับตัวตนอย่างหวงเยี่ยนั้น นางเชื่อมั่นโดยไม่ลังเลเลยซักนิด ว่าชายหนุ่มผู้นี้จะต้องก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสิบอันดับแรกอย่างแน่นอน
หรือกระทั่งคว้าอันดับหนึ่ง
ในห้วงขณะที่นักเรียนกำลังทยอยขึ้นสู่ยานรบ เสียงตะโกนหนึ่งก็ดังสะท้านขึ้น
“อย่าประมาทนะศิษย์รัก!”
หวูเหยียนจี ชายวัยกลางคนผู้มีแววตาเข้มขรึมยืนอยู่เบื้องล่าง เสียงของเขากังวานชัดเจนจนผู้คนรอบด้านหันมามอง
“ถึงพวกมันจะอ่อนแอกว่าพวกเรามากก็จริง”
“ทว่าถ้าเป็นการสั่งสอนละก็.. พวกมันไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ไม่งั้นคงไม่ได้ชื่อว่าเป็นสถาบันชั้นนำทั้งสี่หรอก!”
หวงเยี่ยหยุดชั่วครู่ก่อนก้าวขึ้นบันไดยานรบ พลางหันกลับมามองอาจารย์ของตนเอง
“ศิษย์จะจดจำคำสอนไว้”
“ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร ผลลัพธ์จะต้องไม่ทำให้ท่านผิดหวัง”
ขณะที่เบื้องล่าง เสียงเชียร์ของนักเรียนและบุคลากรที่มาส่งดังสนั่นกึกก้อง สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งอาณาเขตบริเวณ
“มหาวิทยาลัยเทพอสูรจงเจริญ! คว้าชัยกลับมาให้ได้นะ!”
เสียงตะโกนหลอมรวมเป็นพลังใจมหาศาล หย่าเฟยมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ก่อนที่ประตูยานรบจะปิดลงอย่างช้าๆ เสียงกลไกทำงานประสานกันเป็นจังหวะหนักแน่น พื้นดินสั่นสะเทือนเมื่อเครื่องยนต์เพิ่มกำลัง
คณบดีทั้งสี่ยืนอยู่ภายในห้องควบคุม สายตาจับจ้องทิศทางเบื้องหน้าอย่างแน่วแน่
นักเรียนทั้งหนึ่งร้อยคนต่างนั่งประจำตำแหน่งของตนเอง บางคนหลับตาเพื่อปรับลมหายใจ บางคนกำหมัดแน่นเพื่อระงับความตื่นเต้น บางคนเพียงยืนมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาเปี่ยมความทะเยอทะยาน
จากนั้นยานรบก็ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงกระแสลมแรงที่พัดผ่านลานกว้าง
เส้นทางข้างหน้าคือเวทีแห่งเกียรติยศ การประลองที่จะกำหนดชื่อเสียงของสถาบัน และบทพิสูจน์ศักยภาพของนักเรียนทุกคน
โดยเฉพาะหวงเยี่ย ชายหนุ่มผู้แบกรับความคาดหวังอันยิ่งใหญ่เลยก็ว่าๆได้
..
ไม่นานนัก การเดินทางด้วยยานรบของมหาวิทยาลัยเทพอสูรก็ล่วงเลยมากกว่าสามชั่วโมงแล้ว
ท้องฟ้าเบื้องบนเปิดกว้างไร้ขอบเขต ผืนเมฆเคลื่อนตัวเชื่องช้าดั่งทะเลสีขาวที่ไม่มีคลื่น
ส่วนเบื้องล่างพื้นพิภพกลับเลือนหาย จนเหลือเพียงเงาราวภาพวาดที่ถูกป้ายด้วยหมอก ยานรบบินสูงเหนือพื้นดินหลายร้อยกิโลเมตร กระแสลมทรงพลังปะทะตัวลำเรืออย่างต่อเนื่อง ส่งเสียงหวีดคล้ายบทเพลงแห่งชั้นบรรยากาศ
ภายในลำยาน รุ่นพี่ชั้นปีสามส่วนใหญ่นั่งรวมกลุ่มกันเป็นวง พูดคุยแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับการแข่งขันที่กำลังรออยู่ข้างหน้า
บางคนถกเถียงเรื่องกลยุทธ์ บางคนกล่าวถึงชื่อเสียงของสถาบันชั้นนำทั้งสี่ด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักปนความตื่นเต้นที่มิอาจปิดบังได้ ทว่าหวงเยี่ยกลับไม่ได้อยู่ท่ามกลางวงสนทนาเหล่านั้น
ชายหนุ่มเป็นเพียงคนเดียวที่นั่งอยู่ด้านบนหัวของยานรบขนาดใหญ่
ฟังไม่ผิด กำลังนั่งอยู่บนโครงโลหะด้านนอกของยานรบที่ทะยานผ่านชั้นเมฆอย่างอิสระ กระแสลมรุนแรงพัดกระแทกเข้าใส่ร่างของเขาอย่างไม่หยุดหย่อน เส้นผมปลิวสะบัด เสื้อคลุมสะท้านไหว หากร่างกายกลับมั่นคงดั่งรากไม้หยั่งลึกลงผืนดิน
อาจารย์หลายคนก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เอ่ยห้ามปรามอะไร พวกเขาปล่อยให้หวงเยี่ยทำตามใจตนเอง ปล่อยให้เขาซึมซับบรรยากาศแห่งการโบยบิน ปล่อยให้ชายหนุ่มได้สัมผัสความเวิ้งว้างของท้องฟ้าด้วยหัวใจตนเอง
“การบินบนท้องฟ้าได้นี่มันน่าหลงใหลจริงๆ.. ข้าเองก็จะเป็นหนึ่งในนั้นแล้วสินะ?”
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาพร้อมรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก
เพราะเมื่อนักล่ามังกรมาถึงระดับเจ็ดเมื่อใด พวกเขาทุกคนจะสามารถควบแน่นปีกวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์แห่งแรงโน้มถ่วง ทำให้ร่างกายทะยานสู่ท้องฟ้าได้ด้วยพลังของตนเอง ไม่ต้องพึ่งพายาน ไม่ต้องอาศัยสิ่งใด เป็นปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์เลยก็ว่าได้
หวงเยี่ยหลับตาลงชั่วขณะ ปล่อยให้ลมหอบใหญ่พัดผ่านร่างราวกับกำลังต้อนรับอนาคตที่ใกล้เข้ามา
ระบบที่อยู่ในจิตสำนึกหัวเราะคึกคักอย่างอารมณ์ดี
【ถูกต้องแล้วคะโฮสต์ การบินบนท้องฟ้าได้ ไม่ว่าใครต่างก็ต้อง… จักรพรรดิมังกร?!】
อยู่ดีๆน้ำเสียงของระบบก็แปรเปลี่ยนไปโดยฉับพลัน เต็มไปด้วยความตกตะลึงปนสั่นสะท้าน
คล้ายสิ่งที่ตรวจจับได้นั้นเกินกว่าขอบเขตความเข้าใจ
หวงเยี่ยลืมตาขึ้นทันที
“อะไรคือจักรพรรดิ…”
คำถามยังไม่ทันจบ
ภายในไม่กี่อึดใจต่อมา เหนือฟากฟ้าของยานรบขนาดใหญ่ ท่ามกลางหมู่เมฆหนาทึบที่กำลังเคลื่อนผ่านอย่างเชื่องช้า ร่างเงาขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นอย่างไร้สัญญาณเตือน เงานั้นบดบังผืนฟ้าและพิภพ เหมือนกับม่านรัตติกาลที่ถูกดึงลงกลางวันแสกๆ
“นะ.. นะ.. นั่นมัน..”
หัวใจของหวงเยี่ยกระตุกวูบ
เมื่อสายตาได้ไปเห็นรูปลักษณ์ดังกล่าว ชายหนุ่มถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งร่างกายและจิตใจ
เพราะสิ่งมีชีวิตเบื้องบนที่กำลังทะยานผ่านหมู่เมฆอยู่ มันก็คือมังกรเกล็ดสีเงินที่มีความยาวและใหญ่โต
ลำตัวทอดยาวผ่านหมู่เมฆดุจแม่น้ำแสงจันทร์เคลื่อนตัวบนท้องฟ้า รูปร่างใหญ่โตจนยากจะประเมินขอบเขต หนวดยาวปลิวไสวไปตามแรงลม เขามังกรงอกโค้งคล้ายกวางผู้ทรงศักดิ์ศรี คอยาวดั่งงูโบราณ เกล็ดหนาทับซ้อนกันนับไม่ถ้วนสะท้อนแสงวาววับราวเงินบริสุทธิ์
มันไม่มีปีก ไม่มีโครงสร้างใดที่มนุษย์คุ้นตาเมื่อคิดถึงการบิน ทว่าร่างมหึมากลับเคลื่อนผ่านอย่างอิสระ เสมือนท้องฟ้าเองยอมเปิดทาง
แผงคอขนาดใหญ่พลิ้วสะท้าน ลำตัวราวไร้ที่สิ้นสุด
กรงเล็บมังกรทั้งสี่ข้างเปล่งประกายแหลมคมดุจอาวุธศักดิ์สิทธิ์ นัยน์ตาใหญ่โตดั่งเสี้ยวพระจันทร์ทอแสงเย็นเยียบ
เมื่อมันทะยานผ่านเหนือหัวของหวงเยี่ย นัยน์ตานั้นเหลือบมองลงมาเพียงเล็กน้อย
เพียงชั่วพริบตาเดียว แรงกดดันกลับหนักหน่วงจนลมหายใจสะดุด
และในห้วงจิตของหวงเยี่ย เสียงลึกลับสายนึงก็ดังก้องขึ้นโดยไม่ผ่านอากาศ
“น่าสนใจ ไม่คิดเลยว่าเมื่อออกมาเที่ยวเล่น.. ข้าจะได้พบเจอกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีเจตจำนงระดับเทพ สายเลือดมนุษย์ระดับสูง ร่างศักดิ์สิทธิ์มังกรไฟระดับสูง แถมยังฝึกฝนวิชาโลหิตมนุษย์แปรสภาพหมื่นขั้น ระดับโลหิตหยาบกำเนิดได้อีกด้วย!”
“งั้นหมายความว่าเจ้าก็คือหวงเยี่ยซื่อจื่อ เด็กน้อยที่กำลังเป็นกระแสแรงภายในอารยธรรมของเผ่าพันธุ์มนุษย์ตอนนี้สินะ?”