คมเขี้ยวของหมาป่าเกือบที่จะฝังลึกเข้าไปในลำคอ
กระซวก!
ยังดีที่วารุตสามารถม้วนตัวหลบได้ทันอย่างเส้นยาแดงผ่าแปด ซึ่งก็ทันเวลาพอดิบพอดีกับการใช้เสื้อปิดรัดบาดแผล
การเผชิญหน้าในหนนี้ วารุตเป็นฝ่ายยืนจังก้า
เขาร่ายรำท่วงท่าคล้ายๆ เป็นการตั้งการ์ด เหมือนเป็นการท้าทายสิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าว่าเขาพร้อมแล้วที่จะต่อสู้กับมัน
การที่เห็นวารุตยังยืนหยัดอยู่ได้นั้น ทำเอาเจ้าหมาป่ายักษ์รู้สึกไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก มันส่งเสียงเห่าหอนสุดแสนจะโหยหวนชวนน่าขนลุก สายตาอาฆาตแค้นจ้องเขม็งไปที่วารุตไม่มีการกะพริบตา เฉกเช่นเดียวกันกับคมเขี้ยวที่แหลมคมต่างก็แผ่รัศมีความอันตรายจนน่าหวาดหวั่น
“จะเอาจริงแล้วสินะ ข้าเองก็ต้องขอเอาจริงบ้างแล้ว”
วารุตกล่าวปลุกใจ เขาสัมผัสได้ว่าอีกไม่นานการประจันหน้าระหว่างเขากับเจ้าหมาป่ากำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
เพชฌฆาตสี่ขาค่อยๆ ย่องเท้าย่างกรายเข้ามา มันไม่รีบกระโจนเข้ามาตะปบเหมือนกับทุกที ทำเอาวารุตคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นไม่ออกเลย ไม่กล้าแม้แต่จะละสายตา กำลังขาที่ทรงพลังมันสามารถดีดตัวด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ บางทีมันอาจจะเคลื่อนที่ได้รวดเร็วกว่าก่อนหน้านี้ก็ได้ใครจะไปรู้
และในขณะนี้วารุตก็อยู่ในระยะทำการของมันเป็นที่เรียบร้อย
ชั้นบรรยากาศโดยรอบไม่ไหวติง ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของสายลมพัดผ่าน ทุกอย่างเงียบเชียบได้ยินเพียงเสียงเดียวคือเสียงข่มขู่ในลำคอ
ซวบ!
เพียงเสี้ยววินาทีต้นขาข้างซ้ายของวารุตก็เกือบจะได้รับบาดแผลฉกรรจ์ -- หัวใจของเขาแทบตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม โชคยังดีที่ตวัดขาหลบออกมาได้ทัน
ขึ้นชื่อว่าสัตว์ซาตานเป็นสัตว์ที่ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ อันตรายสมคำร่ำลือ
ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่สู้ดี แต่กลับมีสิ่งที่ทำให้วารุตรู้สึกใจชื้นขึ้นมา เขารู้สึกได้ว่าแขนขวาของเขาเริ่มกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง วารุตลองกวัดแกว่งมันไปมาเพื่อก่อให้เกิดความคุ้นชิน สูดลมหายใจเข้าออกเสมือนเป็นการรวบรวมสมาธิ โดยที่ทั้งสองฝ่ายไม่มีการละสายตาจากกัน
“มาทำให้ความขัดแย้งระหว่างเราจบลงกันเถอะ”
วารุตเอ่ยพลางผายมือไปยังเจ้าหมาป่าจอมโอหัง
“เจ้าจงมาเป็นสัตว์เลี้ยงของข้าซะ”
ถึงแม้จะฟังไม่รู้ความแต่เจ้าหมาป่าก็เป็นฝ่ายวิ่งถลา พุ่งพรวด! เข้ามา
วารุตจัดแจงท่วงท่า แขนทั้งสองข้างยกขึ้นมาตั้งตรงพร้อมรับมือ
มันพุ่งวืด! ผ่านตัววารุตไป ไม่สิ! เขาเอี้ยวตัวหลบมาได้ทันต่างหาก แถมยังเป็นการหลบหลีกการโจมตีที่ไม่ได้ยากเย็นอะไรอีกด้วย และอีกครั้งที่วารุตหลีกเลี่ยงกรงเล็บสุดแหลมคมที่ทะยานเข้ามาได้
ครั้งนี้เขาจับจังหวะของมันออกอาวุธสวนคืน ขณะที่กระโดดถอยหลังหลบกรงเล็บสองขาหน้า วารุตเตะตวัดขาพาดสูง ลำแข้งขวาของเขาซัดเข้าบริเวณกรามเต็มแรง โครงหน้าสามเหลี่ยมแหลมโบกสะบัด แต่ทว่ามันก็ดีดตัวกลับมาในทันทีทันใด มาพร้อมกับเขี้ยวแหลมคมปากอ้าเปิดกว้างหมายที่จะกัดเอาคืน วารุตย่อเข่าเอี้ยวหมัดขวารวบรวมพลัง คมเขี้ยวยังไม่ทันได้ลิ้มรสเลือด หมัดขวาของวารุตเสยเข้าปลายคาง ทำเอาเจ้าหมาป่ากระโดดโหยงเซถลา
นี้เป็นครั้งแรกที่มันล่าถอย ครั้งแรกที่มันรู้สึกหวาดกลัวต่อเขา
“เป็นอะไร ดูจะช้าลงหรือเปล่าเจ้าตัวแสบ”
วารุตเอ่ย ถึงจะพูดออกมาแบบนั้นแต่วารุตก็ไม่กล้าที่จะละสายตาออกจากมัน เขารู้ดีว่ามันคงยังไม่สิ้นฤทธิ์แค่นี้แน่
หมาป่าสีเทายักษ์เดินย่องเท้าล้อมรอบวารุตเป็นวงกลม มันค่อยๆ ตะล่อมย่นระยะห่างเข้ามาใกล้ อย่างช้าๆ ลักษณะเหมือนหมาป่าที่กำลังล่าเหยื่อตามธรรมชาติ
วารุตมองเลิกซ้าย เลิกขวา อย่างละแวกระวัง เขาแทบจะไม่ส่งเสียงอะไรออกมา แม้กระทั่งเสียงของลมหายใจ
เจ้าหมาป่าเร่งฝีเท้า มันวิ่งล้อมรอบตัววารุตด้วยความเร็ว ซึ่งยากที่สายตาของมนุษย์จะมองตามความเร็วในระดับนั้นได้ทัน แน่นอนคงจะหวังพึ่งแต่การมองเห็นเพียงอย่างเดียวไม่ได้ คงจะต้องพึ่งพาประสาทสัมผัสอื่นร่วมด้วย อาทิเช่นประสาทสัมผัสการได้ยิน
ซวบ! พึ่บ! ซวบ! พึ่บ! ซวบ! พึ่บ!
เจ้าหมาป่าเปิดฉากจู่โจมเข้าใส่วารุตอย่างต่อเนื่อง ครั้งนี้มันไม่ยอมให้วารุตทิ้งระยะห่าง ทั้งคมเขี้ยวและกรงเล็บปะเดประดังเข้าใส่วารุตไม่ยั้งหยุด หมายจะเผด็จศึกในรวดเดียว
วารุตพยายามหลบหลีกการโจมตีให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เขาถูกกรงเล็บสุดแหลมคมเฉือนเนื้อหนังไปแล้วหลายต่อหลายแห่ง ทันใดที่วารุตจะล่าถอยมันก็กระโจนเข้าใส่ ทันใดที่วารุตจะล่าถอยมันก็กระโจนเข้าใส่ ไม่ยอมให้วารุตออกจากระยะทำการของมันง่ายๆ
วารุตถูกไล่ต้อนโดยไม่มีโอกาสได้ตอบโต้ จนตอนนี้วารุตเหงื่อท่วมโทรมกาย
เขาชิงจังหวะในขณะที่มันกำลังพุ่งเข้ามา กระโดดเตะสลับขาเพื่อเพิ่มความสูงและแรงเหวี่ยง หลังเท้าของเขาเตะเสยเข้าปลายคางเจ้าสัตว์ร้ายตัวนี้อย่างจัง ใบหน้าสามเหลี่ยมแหลมของมันเชิดสูงขึ้นชี้ฟ้า สองขาหน้าลอยชี้โด่เด่จนเสียหลักล้มกลิ้ง โดยมีวารุตหายใจหอบรอดูท่าทีต่อไปของมัน
ร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าไม่มีเสื้อคลุมของเขา ตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลรอยขีดข่วนทั้งเลือดทั้งเหงื่อไหลปะปนกัน
ใดๆ ก็แล้วแต่เจ้าหมาป่ามันไม่ปล่อยให้วารุตยืนนิ่งอยู่นาน พอตั้งหลักลุกขึ้นยืนได้มันก็ควบตะบึงเข้าใส่อีก
วารุตคิดว่าเขาจะต้องทำอะไรสักอย่าง ถ้าหากยังเป็นเช่นนี้เขาเองนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายเสียท่าให้กับมัน
วารุตเคลื่อนที่ พยายามหลบหลีกทุกการโจมตีอย่างทุลักทุเล ในขณะที่เรี่ยวแรงที่เคยมีก็เริ่มถดถอย เขาชักจะเข้าตาจนซะแล้ว
ซึ่งนั่นมันผิดไปจากเจ้าหมาป่ายิ่งนักที่ยิ่งดูแล้วยิ่งได้ใจ มันงัดเอาทุกอย่างมาโจมตีเข้าใส่วารุตอย่างบ้าคลั่ง หนนี้วารุตไม่มีปัญญาตอบโต้มันเลยอย่างสิ้นเชิง เขาทำได้แค่กระโดดโขยกเขยกหลีกหนีไปมา
แต่ทว่า! กลยุทธ์เอาตัวรอดสุดท้ายของวารุตก็แผลงฤทธิ์
ในขณะที่เจ้าหมาป่ากำลังจะงับนิ้วมือข้างซ้ายที่วารุตจงใจยื่นออกไป เขาก็ตวัดดึงมันกลับมาในทันที จากนั้นก็กระโดดดีดตัว ใช้แขนขวาเป็นหลักค้ำยัน เหวี่ยงขาทั้งสองข้างกระโดดขึ้นพาดกลางบนแผ่นหลังของเจ้าหมาป่าตัวใหญ่ วารุตขึ้นนั่งคร่อมบนแผ่นหลังของมัน
ในขณะที่เจ้าหมาป่าเองก็พยายามจะดีดและสะบัดตัวให้เขาร่วงหล่นกระเด็น แต่วารุตยังคงเกาะยึดแผ่นหลังของมันเอาไว้แน่นและไม่รอช้าเปิดฉากทำการเผด็จศึก
เขาง้างแขนขวาขึ้นให้กว้างที่สุดเท่าที่จะกว้างได้ รวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มีไปยังฝ่ามือข้างนั้น และเหวี่ยงมันฟาดลงกลางกบาลอย่างสุดแรง ตึง!
ขาทั้งสี่ข้างพับวูบ! หน้าท้องดิ่งราบขนาบแนบลงกับพื้น ซึ่งก็รวมไปถึงปลายคางสามเหลี่ยมแหลมของมันเฉกเช่นเดียวกัน เล่นเอาซะฝุ่นบริเวณนั้นฟุ้งกระจาย
ทุกอย่างหยุดชะงักไปชั่วขณะได้ยินเพียงแค่เสียงหายใจที่แผ่วเบาของวารุต ขณะที่ฝ่ามือของเขายังคงวางอยู่บนหัวของเจ้าหมาป่า ที่ตอนนี้นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง แต่มันก็ยังไม่ตาย แววตาของมันยังคงกะพริบอยู่
“เลิกดื้อได้สักทีนะ เจ้าหมาบ้า”
เสียงพูดอ่อยๆ ออกมาจากลำคอของวารุตเบาๆ
มีเสียงครวญครางที่ไม่เป็นภาษาและฟังไม่รู้ความตอบกลับมาเล็กน้อย