หลี่หมิงเยว่เดินผ่านเรือนแต่ละหลัง มองดูบรรดาห้องใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วด้วยความรู้สึกพึงพอใจยิ่งนัก เมื่อกลับมาที่เรือนหน้าอีกครั้งก็พบว่าพี่น้องของนางรวมตัวกันอยู่ที่นี่ ในมือของพวกเขาถืออุปกรณ์หลากชนิด ทุกคนกำลังช่วยกันปรับพื้นดินที่ขรุขระให้เรียบเสมอกันมากยิ่งขึ้น
“พี่ใหญ่ พวกพี่อยู่ที่นี่กันเองหรือ!” เมื่อหลี่หมิงเยว่เห็นพี่ชายจึงเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
“น้องสี่มาแล้วหรือ พวกข้ากำลังเกลี่ยดินให้เรียบ ท้องของท่านแม่ใหญ่มากแล้ว ข้าเลยคิดว่า ในตอนนี้เราควรจะปรับพื้นให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้น่ะ” หลี่อวิ๋นห้าวอธิบายพร้อมรอยยิ้ม
“เป็นพี่ใหญ่ที่ช่างใส่ใจจริง ๆ ข้าไม่ได้นึกถึงเรื่องพวกนี้เลยด้วยซ้ำ อ้อ จริงสิ พี่ใหญ่ พี่สาม พวกพี่หยุดมือสักครู่เถอะ เมื่อวานข้าได้เงินจากขายสมุนไพรมาแล้ว พี่ไปที่บ้านปู่ผู้นำตระกูลที ไปหาลุงเหมิงจื่อหรือไม่ก็ลุงหูจื่อ ขอให้พวกเขามาช่วยพวกเราแจกจ่ายเงินส่วนแบ่งให้ชาวบ้าน และบอกคนในหมู่บ้านให้มารับเงินได้แล้ว” จู่ ๆ หลี่หมิงเยว่ก็นึกถึงเรื่องที่ต้องนำเงินจากการขายสมุนไพรมาแจกจ่ายให้ชาวบ้านขึ้นมาได้ พวกนางได้เงินมาตั้งแต่เมื่อวาน แต่เพราะเกิดเรื่องไม่สู้ดีขึ้นจึงลืมเลือนไป ตอนนี้เมื่อนึกขึ้นได้ นางจึงอยากรีบแบ่งเงินให้กับทุกคน
“ได้ ข้าจะเป็นคนไปที่บ้านปู่ผู้นำตระกูลเอง น้องสาม น้องห้า น้องหก พวกเจ้าไปไล่บอกคนในหมู่บ้านที่ขึ้นเขาไปกับเราเมื่อวาน ว่าพวกเรากำลังจะเอาเงินที่ได้มาแจกจ่าย น้องสี่ เจ้ากลับไปเตรียมเงินกับสมุดบัญชีให้พร้อม” เมื่อได้ยินเรื่องที่น้องสาวบอก หลี่อวิ๋นห้าวก็รีบวางอุปกรณ์ในมือไว้ใต้ชายคา ออกคำสั่งจัดแจงหน้าที่แล้วพาน้องสาวน้องชายออกจากบ้านหลังใหม่ไป
“พี่เฉียงจื่อ เมื่อครู่หมิงเยว่บอกว่านางขายสมุนไพรที่เก็บลงมาคราวก่อนเรียบร้อยแล้ว ให้ทุกคนไปรับเงิน!” หลี่อวิ๋นซู่ตะโกนบอกเด็กชายวัยรุ่นที่กำลังยืนอยู่ในบ้านหลังเล็กด้วยรอยยิ้ม
“พี่หนิวจื่อ รีบมาที่บ้านข้านะ พี่สี่ของข้าบอกว่าจะเอาเงินของพวกพี่ จากที่ขายสมุนไพรได้ครั้งแล้วมาให้”
“พี่ฮวาเอ๋อร์ รีบไปที่บ้านข้าเร็ว เงินจากสมุนไพรคราวก่อนได้มาแล้วนะ”
คำบอกเล่าและบทสนทนาลักษณะเดียวกันนี้แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้านในเวลาอันสั้น เมื่อหลี่ชงพาลูกชายทั้งสองคนมาถึงบ้านหลี่หง หลี่หมิงเยว่ก็นำเงินและสมุดบัญชีออกมาเตรียมรอไว้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาต่างแบ่งหน้าที่กัน ตั้งโต๊ะตัวเล็กเป็นสัดส่วน หลี่หูรับผิดชอบตรวจสอบเงินในบัญชี เมื่อคนที่มารับเงินเห็นว่าจำนวนเงินถูกต้อง ก็ให้ประทับรอยนิ้วมือบนชื่อของตนเอง ชาวบ้าวคนใดที่รับเงินเสร็จแล้วก็ให้เดินผ่านไปใช้ทางออกจากอีกด้านไม่สวนทางกับคนมาใหม่จะได้ไม่ล่าช้า
ในตอนนั้น หลี่อวิ๋นห้าวกับหลี่อวิ๋นซู่ก็กลับมาแล้วเช่นกัน สองเด็กชายนั่งนับเหรียญทองแดงอยู่ข้างหลังหลี่หู ทุกครั้งที่หลี่หูรายงานตัวเลข พวกเขาก็จะนับเหรียญทองแดงและส่งให้กับหลี่เหมิง ส่วนหลี่เหมิงนั้นนั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง และคอยนับเงินที่ได้จากสองพี่น้องอีกครั้งถึงจะส่งให้กับชาวบ้าน
“หนิวเอ๋อร์เหนียง เจ้าได้รับเงินจริง ๆ หรือ?” ชาวบ้านที่เฝ้าดูอยู่นอกประตูดึงผู้หญิงที่เพิ่งรับเงินมาเอาไว้และเอ่ยปากถามด้วยความไม่เชื่อ
“ใช่น่ะสิ! ตอนแรกข้าก็ไม่ได้หวังมากมายอะไร เลยลองให้เด็ก ๆ ขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรพอสนุก ไม่นึกเลยว่าจะนำไปแลกเงินได้จริง ๆ รู้เช่นนี้พวกข้าคงไปช่วยเก็บด้วยตั้งนานแล้ว” หนิวเอ๋อร์เหนียงผู้นั้นบอกกับทุกคนด้วยน้ำเสียงเสียดาย
“ฉือโถ่วเหนียง บ้านเจ้ามีคนขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรตั้งหลายคน ครั้งนี้น่าจะได้เงินไม่น้อยเลยสินะ!” เพื่อนบ้านของครอบครัวฉือโถ่วเห็นฉือโถ่วเหนียงออกมาจึงเอ่ยถามขึ้น
“ใช่แล้ว เด็ก ๆ บ้านข้าขึ้นไปเก็บสมุนไพรกันทุกวัน ครานี้ข้าได้เงินตั้งหนึ่งร้อยยี่สิบอีแปะเชียว!” ฉือโถ่วเหนียงตอบกลับอย่างภาคภูมิ สายตาปลื้มปีติกวาดมองคนอื่น ๆ
“มีอะไรน่าภูมิใจกัน พวกเจ้าถูกหลอกใช้แล้วไม่รู้หรือ การนำสมุนไพรเหล่านี้ไปขายให้ร้านยาในเมืองน่ะต้องได้เงินมหาศาลแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นบ้านนางซูคงจะสร้างบ้านใหม่หลังใหญ่โตเช่นนี้ไม่ได้หรอก” หญิงคนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์อันดีกับนางหลี่หวังพูดขึ้นอย่างดูแคลน
“นั่นน่ะสิ! หากพวกเราเอาสมุนไพรไปขายในเมืองเอง จะต้องขายได้เงินมากกว่านี้แน่ ไม่แน่นะ ถ้าเทียบกับเงินทั้งหมดที่ได้มา จำนวนเงินที่นังหนูนั่นแบ่งให้พวกเรา อาจจะเป็นแค่เศษเงินเลยก็ได้ ข้าเองไม่รู้หรอกว่ามันขายได้เท่าไร แต่ข้าก็จะไม่ขายให้นางอีกแล้ว พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองไปสอบถามดู” หญิงสาวอีกคนพูดสนับสนุน
“พวกเจ้าอย่าพูดจามั่วซั่ว ข้าดูแล้วแม่หนูหมิงเยว่ไม่ใช่คนเช่นนั้นหรอก อีกอย่าง ที่พวกข้าได้รู้จักชนิดและรู้วิธีเก็บสมุนไพรก็เพราะได้พวกอวิ๋นห้าวเป็นคนสอน ข้าไม่สนว่าพวกเขาจะขายได้เงินมามากเท่าไร เพราะยังไงมันก็สิทธิ์โดยชอบธรรมของเขาอยู่แล้ว” หญิงคนหนึ่งที่สนิทกับนางซูเอ่ยปากปกป้องพวกเขา
“นางเหวิน เจ้าอย่ามาใส่ความคนที่นี่เลย พวกอวิ๋นห้าวใจดีสอนเรื่องสมุนไพรให้กับพวกเจ้า พวกเจ้ายังมาพูดจาว่าร้ายพวกเขาอีก พวกเจ้าบอกว่าร้านขายยารับซื้อสมุนไพรในราคาสูง เช่นนั้นพวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าที่พวกเขารับซื้อสมุนไพรไป พวกเขายังต้องนำไปแปรรูปก่อนถึงจะขายได้น่ะ!” นางอู๋ที่มาเอาของบังเอิญได้ยินคนพูดจาเลอะเลือนจึงอดไม่ได้ที่จะเถียงกลับไป
“เจ้าบอกว่าพวกเขาใจดี หากใจดีจริง ๆ ทำไมถึงไม่สอนวิธีแปรรูปสมุนไพรอย่างที่เจ้าว่าให้กับทุกคนด้วยเล่า หากแปรรูปอะไรนั่นได้ พวกข้าจะได้มีเงินมากขึ้น” นางเหวินที่ได้ยินว่าแปรรูปสมุนไพรแล้วจะนำไปขายได้ ในใจก็เกิดความโลภขึ้นทันที
“นั่นน่ะสิ! พวกเราไปหารือเรื่องนี้กับแม่หนูหมิงเยว่กันดีกว่า ให้นางสอนวิธีแปรรูปสมุนไพรกับทุกคน” และมีบางคนเริ่มคล้อยตามด้วยเช่นกัน
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! พวกเราไปถามหมิงเยว่กันเถอะ ให้นางสอนวิธีแปรรูปสมุนไพรให้กับทุกคน ต่อไปพวกเราจะได้ไม่ต้องมารบกวนพวกเขาอีก”
“ใช่ หากพวกเราแปรรูปสมุนไพรได้เอง ก็จะหาเงินได้มากขึ้น”
ข้อวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วกลุ่มคน จนกลายเป็นเรื่องถกเถียงกันขึ้นมา… ขึ้นชื่อว่ามนุษย์แล้วล้วนมีความเห็นแก่ตัวเคลือบแฝงอยู่ ชาวบ้านกลุ่มใหญ่กำลังต้องการให้หลี่หมิงเยว่สอนวิธีการแปรรูปสมุนไพรให้ หากพวกเขาสามารถเรียนรู้การแปรรูปสมุนไพรได้ ก็ขายสมุนไพรเองได้ คนในครอบครัวก็จะมีความเป็นอยู่ดีขึ้น และลูกหลานของตนก็จะได้สืบทอดทักษะนี้ไว้เลี้ยงชีพต่อไป
หลี่หมิงเยว่ที่ยืนอยู่หน้าบ้านได้ยินคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านั้น จึงเดินไปที่หน้าประตู พลางมองดูคนที่กำลังถกเถียงกันด้วยสายตาเย็นชาแต่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ นางกำลังรอฟังและอยากรู้ว่าคนพวกนี้จะพูดกันไปได้ถึงไหน
ในขณะที่กลุ่มชาวบ้านพูดคุยเรื่องการขายสมุนไพรกันอย่างมีอรรถรสขึ้นเรื่อย ๆ จู่ ๆ ก็มีคนสังเกตเห็นหลี่หมิงเยว่ยืนอยู่ที่หน้าประตู เมื่อคนหนึ่งเงียบคนอื่นก็เริ่มรู้ตัวตามไป ไม่นานทุกคนก็พากันปิดปากไม่กล้าเอ่ยคำใดออกมาอีก หน้าประตูบ้านที่เดิมทีมีแต่เสียงดังเซ็งแซ่วุ่นวายก็เงียบกริบลงทันตา
นางเหวินปรับสีหน้าให้นุ่มนวลและเดินเข้าไปพูดกับเด็กหญิงอย่างประจบประแจง “แม่หนูหมิงเยว่! เจ้าดูสิ ทุกคนต่างกำลังพูดกันว่าอยากให้เจ้าสอนวิธีแปรรูปสมุนไพรให้อยู่ เจ้าเห็นด้วยหรือไม่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นได้ พวกข้าก็จะได้ไม่ต้องมารบกวนพวกเจ้าให้แปรรูปสมุนไพรให้อีกแล้ว”
“นั่นน่ะสิหมิงเยว่ เจ้าสอนวิธีแปรรูปสมุนไพรให้พวกเรา พวกเราจะได้แปรรูปสมุนไพรกันเอง จะได้ไม่ต้องรบกวนให้พวกเจ้าช่วยแล้ว”
“ใช่! ใช่! แม่หนูหมิงเยว่เจ้าสอน……”
เมื่อมีคนหนึ่งกล้าออกปากคนที่เหลือก็เปิดปากตาม ในตอนนี้ เหล่าชาวบ้านแย่งกันพูด บ้างอ้อนวอน บ้างเกลี่ยกล่อม หนักเข้าก็ติดจะข่มขู่ เสียงดังจนฟังไม่ได้ศัพท์ พูดกันจนเหมือนว่าหากนางไม่สอนวิธีแปรรูปสมุนไพรให้กับทุกคน นางจะเป็นมนุษย์ที่ชั่วร้ายยิ่งนัก ทั้งดูถูกและไม่สนใจคนในหมู่บ้าน
หลี่หมิงเยว่มองดูชาวบ้านที่รายล้อมอยู่รอบตัวโดยไม่พูดอะไร ทำเพียงแค่ฟังด้วยรอยยิ้มเท่านั้น นางรอคนเหล่านี้พูดอยู่ครู่ใหญ่ ในที่สุดก็ฉีกยิ้มตาหยีก่อนหันไปพูดกับผู้หญิงคนหนึ่งเสียงอ่อนหวาน “ป้านายช่างโจว ป้าให้ลุงโจวต้าสอนทักษะของเขาให้กับทุกคนบ้างได้หรือไม่ นี่เป็นเรื่องดีเลยนะเจ้าคะ หากคนในหมู่บ้านทำงานช่างได้เหมือนอย่างลุงโจวต้าก็คงจะดีไม่น้อย ป้าลองไปพูดกับลุงโจวต้าดูสักหน่อยได้หรือไม่เจ้าคะ”
โดยไม่รอให้ผู้หญิงคนนั้นได้เปิดปากพูด เด็กหญิงก็หันไปพูดกับผู้หญิงอีกคนในฝูงชนว่า “ป้าจู ป้าให้ลุงจูต้าสอนทักษะตีเหล็กให้ทุกคนได้หรือไม่ ทุกคนจะได้มีทักษะตีเหล็กติดตัวไว้ทำของใช้ แบบนั้นดียิ่งนักไม่ใช่หรือเจ้าคะ”
.
.
.
ลำดับพี่น้องครอบครัวหลี่หง