[นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    เล่มที่ 1 บทที่ 45 อย่ามาตอแยข้า มิฉะนั้นผลที่ตามมาร้ายแรงนัก


    ถึงเวลาพลบค่ำ ทั้งเยี่ยนหยวี่โหรวและตระกูลหลี่ได้ส่งคนออกไปค้นหา หมาสีเหลืองเป็นที่ต้องการตัวมาก ควบคู่กับข่าวที่ศิษย์นิกายเทียนเจี้ยนมาถึงนี่เพื่อค้นหาหมาได้แพร่กระจายออกไป




    เมื่อข่าวแพร่กระจายออกไปทั่วทั้งเมืองเกิดความวุ่นวายขึ้นทันที ทุกคนต่างมีความรู้สึกแย่กับเรื่องนี้ ผู้ใดจะคิดล่ะว่าเมืองใหญ่เช่นนี้จะมาตึงเครียดเพราะหมา?



    หมาประเภทไหนกัน?



    "ปู้ด! น่าขันชะมัด ข้าหัวเราะแทบตาย! นิกายเทียนเจี้ยนเป็นหนึ่งในสี่นิกายใหญ่ของแคว้นฉี แต่ศิษย์ของพวกเขาช่างไร้ประโยชน์นัก พวกเขาตามล่าหมาตัวหนึ่งนับหมื่นลี้ และพวกเขายังมาค้นหาที่เมืองนี้อีก"



    "นี่มันเรื่องน่าขันที่สุดนะนั่น ศิษย์ของนิกายเทียนเจี้ยนตามหาหมา ข้าเชื่อว่ามันจะต้องไม่ใช่หมาธรรมดาอย่างแน่นอน"



    "แน่นอน... มันจะต้องไม่ธรรมดา มิเช่นนั้นแล้ว ศิษย์เหล่านั้นคงจับได้ไปนานแล้ว จะตามล่ามันเป็นเวลานานแล้วยังไม่พบได้อย่างไร? ข้าล่ะสงสัยจริงๆว่าหมาตัวนั้นไปทำอะไรให้ศิษย์จากนิกายเทียนเจี้ยนโกรธซะขนาดนั้น"



    .....................................


    ในขณะนั้นเอง ทั่วทั้งเมืองชื่อ ไม่ว่าตามถนนเล็กใหญ่ตรอกซอยไหนต่างพูดคุยหัวข้อเรื่องหมาตัวนี้ นี่เป็นเรื่องน่าขันที่สุดในประวัติการณ์



    ที่น่าทึ่งกว่านั้นตระกูลหลี่และตระกูลเยี่ยนได้ส่งคนออกไปค้นหาทั่วทุกซอกทุกมุมในเมือง พวกเขาหาไม่เว้นแม้แต่มุมเล็กมุมน้อย



    ในเวลาเดียวกันเยี่ยนหยวี่โหรวและตระกูลหลี่ได้แจ้งประกาศ ศิษย์จากนิกายเทียนเจี้ยนกำลังที่จะจัดการทดสอบขึ้นสำหรับรุ่นเยาว์ในเมือง ผู้ใดต้องการที่จะเข้าทดสอบให้ไปที่เขาต้นกำเนิดในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น



    เมื่อเห็นประกาศก็เกิดความวุ่นวายครั้งใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง



    "นี่เป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต! เมืองชื่อของพวกเราแยกจากส่วนในของแคว้นฉีเนื่องจากเขาต้นกำเนิด แม้จะมีอัจฉริยะอยู่ที่นี่ พวกนั้นก็จะไม่มีโอกาสที่ได้เข้าร่วมนิกายใหญ่เหล่านั้นในแคว้นฉี ...แต่ในตอนนี้ศิษย์นิกายเทียนเจี้ยนอยู่ที่นี่ พวกเขาได้ให้โอกาสอันดีแก่พวกเรา"



    "พวกข้าไม่เคยมีโอกาสอันดีเช่นนี้ หากเจ้าว่าง เจ้าสามารถมาดูได้"



    "ถูกต้อง แม้จะมีตำแหน่งเหลืออยู่ จะถูกฉกฉวยโดยเยี่ยนหยวี่โหรวและตระกูลหลี่หมดเสีย ข้าแน่ใจว่าผู้ที่เข้าร่วมทดสอบมีตระกูลเยี่ยนและตระกูลหลี่แน่นอน และหากมีหนุ่มสาวลงทดสอบด้วยหมายความว่ามาจากตระกูลใหญ่ตระกูลอื่นๆ ไม่มีโอกาสสำหรับคนทั่วไปเลย"




    .............................




    การพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องทั้งสองต่างพูดไม่รู้จบ ในยามราตรีเป็นเวลาหลับนอนของเมืองชื่อ ตระกูลใหญ่ทั้งสองต่างเตรียมตัวสำหรับการทดสอบ ตลอดจนการค้นหาหมาในเมือง ค้นหาแทบพลิกแผ่นดินหาแล้ว แต่โชคร้าย ไม่พบหมาที่มีขนสีเหลือง



    ภายในตระกูลเยี่ยน กลุ่มของคนหนุ่มสาวอยู่ด้วยกัน พวกเขาเหล่านี้นำทีมโดยเยี่ยนหยาง และพวกเขาทุกคนอยู่ระดับฉีไห่ พวกเขาเป็นผู้มีพรสวรรค์ในหมู่คนรุ่นเยาว์ มีไม่กี่คนมาจากต่างตระกูลแต่ขึ้นตรงกับตระกูลเยี่ยน พวกเขาโดนเรียกตัวมาโดยที่พวกเขาไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงกับตระกูลเยี่ยน



    "ในการทดสอบวันพรุ่งนี้เป็นการทดสอบที่สำคัญอย่างยิ่ง พวกเจ้าทุกคนต้องเข้าไปที่เขาต้นกำเนิด พวกเจ้าต้องร่วมมือกันเพื่อผลลัพธ์ที่ดี อย่าได้แพ้แก่ตระกูลหลี่"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นพูด การปรากฎตัวของศิษย์นิกายเทียนเจี้ยนได้มอบโอกาสอันดีครั้งหนึ่งในชีวิต



    "ขอรับ!"



    กลุ่มบรรดาอัจฉริยะตะโกนออกมาพร้อมกัน พวกเขามีกำลังใจดีมาก และได้เข้าใจอีกอย่างนี่ไม่ใช่แค่การทดสอบเป็นการแข่งขันระหว่างพวกเขาและตระกูลหลี่



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นหันมามองเจียงเฉิน "น้องเจียงเฉินเจ้าสนใจในการทดสอบนี่หรือไม่?"



    "ไม่สนใจสักนิด แต่ข้าจะขึ้นเขาไปพร้อมๆกับคนอื่นๆ"



    เจียงเฉินยักไหล่ สำหรับการทดสอบชั้นต่ำ เขาไม่ได้สนใจสักนิดแต่เขาต้องขึ้นไปยังเขาต้นกำเนิด



    "น้องเจียงเฉิน ถ้าในกรณีนั้นทำไมเจ้าไม่ไปในฐานะคนของตระกูลอื่นที่ขึ้นกับตระกูลเยี่ยน ได้ติดตามเยี่ยนหยางเข้าร่วมการทดสอบ เมื่อเจ้าอยู่ภายในเขาแล้ว ข้าหวังว่าน้องเจียงเฉินจะดูแลพวกเขาด้วยนะ"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นพูดออกมา ทุกคนต่างรู้ดีถึงระดับของเจียงเฉิน ถ้าพวกเขาอยู่ด้วยกันกับเยี่ยนหยาง โอกาสที่พวกเขาจะชนะมีสูงมาก



    "เข้าใจแล้ว แบบนั้นก็ดี"



    เจียงเฉินผงกหัว สำหรับเขาแล้วอย่างไรก็ได้



    "แต่ข้าไม่แน่ใจว่าหลี่ชางหมิงจะเข้าร่วมหรือไม่ เขาได้ทะลวงเข้าสู่แก่นแท้มนุษย์แล้ว หากเขาตัดสินใจที่จะลงทดสอบล่ะก็ ความเสี่ยงจะสูงมาก"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นมีสีหน้ากังวล



    "ข้าแปลกใจยิ่งที่หลี่ชางหมิงนั้นทะลวงเข้าสู่แก่นแท้มนุษย์ เหนือความคาดหมายของข้า แต่แก่นแท้มนุษย์ไม่ควรที่จะร่วมทดสอบด้วยกันกับทุกคนเพราะมันไม่ยุติธรรม ข้าเชื่อว่าทั้งสามจากนิกายเทียนเจี้ยนรู้ว่าควรทำเช่นไร"



    เยี่ยนหงไท่พูด



    "ข้าก็หวังไว้เช่นนั้นล่ะนะ"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นผงกหน้าเห็นด้วย



    ระยะทางระหว่างเมืองชื่อและเขาต้นกำเนิดอยู่ห่างกว่าพันลี้ ดังนั้นผู้ที่เข้าร่วมทดสอบได้เริ่มออกเดินทางตรงไปยังเขาต้นกำเนิด



    ระยะทางกว่าพันลี้นั้นไม่มีความหมายต่อผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์ เขาสามารถข้ามผ่านพันลี้ได้ง่ายๆ ถ้าวิ่งเต็มกำลังก็ใช้เวลาประมาณชั่วโมง อย่างไรก็ตามยอดฝีมือฉีไห่ไม่ได้วิ่งเร็วขนาดนั้น



    การหาหมาก็กำลังค้นหาในเมือง คนจากตระกูลหลี่และตระกูลเยี่ยนที่ต้องการร่วมทดสอบก็เริ่มออกเดินทางจากอีกที่หนึ่ง และใช้เส้นทางที่แตกต่างกัน เมื่อตระกูลเยี่ยนไปถึงเขาต้นกำเนิดก็พบศิษย์นิกายเทียนเจี้ยนทั้งสามรออยู่ที่นั้น



    "คุณชายเฉิน"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นรีบกล่าวทักทายเมื่อพบพวกเขา เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นและผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์คนอื่นๆได้นำรุ่นเยาว์มาที่นี่



    "คนจากตระกูลหลี่ยังมาไม่ถึงอีกรึ?"



    หลังจากเฉินซวงพูดจบ กลุ่มคนได้มาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว



    "พวกเขามาแล้ว"



    หร่วนหลิงพูดด้วยรอยยิ้ม



    เพียงไม่นานหลังพูดจบ ตระกูลหลี่ก็มาถึง หลี่ชางเย่ว์ได้ประสานมือทำความเคารพและทักทายเฉินซวงและศิษย์ทั้งสอง หลังจากนั้นเขาได้จ้องไปยังเจียงเฉินที่ยืนระหว่างคนของตระกูลเยี่ยน แววตาที่โกรธแค้นได้เกิดขึ้นในสายตาเขา



    ในเวลาเดียวกันสีหน้าของเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นเปลี่ยนไป เขาจ้องไปยังชายที่ยืนข้างๆหลี่ชางเย่ว์ ชายคนนั้นสวมเสื้อสีขาวและดูดี หน้าของเขาคล้ายหลี่ช่างหงและหลี่ชางฮ่าว แต่กลิ่นอายของเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าสองคนนั่น เขาเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหลี่ ผู้เพิ่งทะลวงแก่นแท้มนุษย์ หลี่ชางหมิง



    "คุณชายเฉิน หลี่ชางหมิงเป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์แล้ว ข้าไม่คิดว่าเขาจำเป็นต้องเข้าร่วมการทดสอบด้วย"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นกล่าว



    "หืม...ผู้ใดคือหลี่ชางหมิง?"



    เฉินซวงกล่าวออกมาพร้อมหันไปมองคนตระกูลหลี่



    "หมิงเอ๋อร์ ทักทายคุณชายเฉินสิ"



    หลี่ชางเย่ว์มองไปยังหลี่ชางหมิงด้วยรอยยิ้ม บุตรคนนี้ทำให้เขาภูมิใจมากที่สุด



    หลี่ชางหมิงก้าวเดินไปด้านหน้าและไปอยู่ตรงหน้าเฉินซวง เขาประสานมือทำความเคารพ และกล่าว




    "คารวะ คุณชายเฉิน"




    หลี่ชางเย่ว์มองไปยังหลี่ชางหมิงด้วยรอยยิ้มกว้าง บุตรชายคนนี้ คือความภาคภูมิใจที่สุดของเขา



    "อืม  ในเมืองชื่อมีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่ด้วย ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว หลี่ชางหมิง เจ้าไม่จำเป็นต้องร่วมการทดสอบ เจ้าสามารถตามพวกเรากลับไปยังนิกายเทียนเจี้ยนได้เลย เจ้าจะต้องไปทดสอบที่นิกาย ด้วยความสามารถของเจ้า เจ้าสามารถเป็นศิษย์นอกเฉกเช่นเดียวกับพวกข้าได้"




    เฉินซวงอธิบาย ผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์อย่างเขาไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเข้าร่วมการทดสอบเฉกเช่นคนอื่นๆ




    "คุณชายเฉิน"



    หลี่ชางเย่ว์รีบพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเย็นอยู่บนหน้าแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์บนดวงตาของเขา



    "โปรดให้หมิงเอ๋อร์เข้าไปยังเขาต้นกำเนิดด้วยเถอะ ท่านไม่ต้องนับเขาเป็นหนึ่งในคนที่ร่วมการทดสอบก็ได้ ถือเสียว่าเป็นการเข้าไปหาประสบการณ์"



    หลี่ชางเย่ว์พาหลี่ชางหมิงมาที่นี่และแนะนำหลี่ชางหมิงให้แก่เฉินซวง แต่เขาไม่เคยคิดที่จะให้หลี่ชางหมิงเข้าร่วมการทดสอบ นอกจากนั้นด้วยความแข็งแกร่งหลี่ชางหมิงนั้นไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องทดสอบ



    แต่เมื่อเขาเห็นเจียงเฉินอยู่ในกลุ่มผู้เข้าร่วมการทดสอบ เขาเปลี่ยนใจ เยี่ยนหยวี่โหรวต้องการปกป้องเจียงเฉินด้วยทุกอย่างที่เขามี การที่จะแก้แค้นนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่ตอนนี้เป็นโอกาสของเขาที่จะได้จัดการเจียงเฉิน



    เมื่อเจียงเฉินได้เข้าไปยังเขาต้นกำเนิดแล้ว ไม่มีทางเลยที่เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นสามารถปกป้องเขาได้ ด้วยหลี่ชางหมิงเป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์ขั้นต้น การฆ่าเจียงเฉินนั้นมันก็เป็นเรื่องง่ายดาย



    "หลี่ชางเย่ว์ สิ่งที่เจ้าทำมันไร้ยางอายเกินไปแล้ว!"



    สีหน้าของเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นเปลี่ยนไป ทุกๆคนสามารถบอกได้ว่าหลี่ชางเย่ว์จะส่งหลี่ชางหมิงเข้าเขาต้นกำเนิดเพื่อไปจัดการกับเจียงเฉิน



    "สิ่งที่ข้าทำ ข้าไม่ได้ผิดกฎมิใช่หรือ?"



    หลี่ชางเย่ว์เผยรอยยิ้มเย้ย



    "อืม.. ตกลง"



    เฉินซวงผงกหัวเห็นด้วยกับสิ่งที่เขาขอมา



    "คุณชายเฉินการปล่อยให้ผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์เข้าไปยังเขาต้นกำเนิดเช่นนี้มันไม่ยุติธรรม"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นรีบคัดค้านการตัดสินใจนั่นทันที



    "ท่านผู้นำตระกูลเยี่ยน กรุณาระวังท่าทีในการพูดกับข้าด้วย ไม่จำเป็นที่ท่านจะต้องมาสอนนิกายเทียนเจี้ยนว่าต้องทำเช่นไร ข้าไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างท่านกับตระกูลหลี่ แต่หลี่ชางหมิงไม่ได้เข้าร่วมการทดสอบ เขาสามารถเลือกจะไปที่ใดก็ได้ที่เขาต้องการไป อย่างไรก็ตามมันคืออิสระของเขา"



    ท่าทางของเฉินซวงได้กลายเป็นเย็นชา เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นไม่พูดอะไรอื่นอีก



    เจียงเฉินยิ้มให้เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นเล็กน้อย เป็นสัญญาณว่าไม่ต้องกังวล



    "น้องเจียงเฉิน เจ้าต้องระวังตัวให้มาก หรือไม่ก็ไม่ต้องเข้าร่วมการทดสอบ ตราบที่เจ้าอยู่ข้างกายข้ารับรองไม่มีผู้ใดทำร้ายเจ้าได้"



    เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นเตือนเจียงเฉินด้วยความหวังดี แม้เจียงเฉินจะแข็งแกร่ง แต่อย่างไรเขาเป็นเพียงผู้เชี่ยวชาญฉีไห่ขั้นกลาง การที่สู้กับหลี่ช่างห่าวและการสู้กับหลี่ชางหมิงนั้นแตกต่างกันมาก ความแตกต่างระหว่างขอบเขตฉีไห่และขอบเขตแก่นแท้มนุษย์ไม่ได้น้อยๆ



    "หลี่ชางเย่ว์ต้องการที่จะไร้บุตรหลานสืบสกุล ข้าจักสนองให้เอง"



    เจียงเฉินลูบจมูกแล้วกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส



    "เอาล่ะ การทดสอบได้เริ่มขึ้นแล้ว ตระกูลเยี่ยนไปยังด้านซ้ายของภูเขา และตระกูลหลี่ไปยังด้านขวา มีเวลาจำกัดอยู่ที่สี่ชั่วโมง และจะถูกจัดอันดับด้วยจำนวนสัตว์อสูรที่สังหารได้"



    เฉินซวงอธิบาย สิ่งที่เขาได้ทำได้คือการแยกทั้งสองตระกูลออกไปนั้นทำให้ดูยุติธรรมยิ่งขึ้น การเตรียมการนี้ทำให้เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นเบาใจลง  ภูเขาต้นกำเนิดนั้นใหญ่โตยิ่งนัก ตราบเท่าที่ไม่พบกันก็จะไม่มีผู้ใดบาดเจ็บหรือเสียชีวิต



    "ไปกันเถอะ"



    เยี่ยนหยางโบกมือเรียก หันกลับเดินออกไป เขาคือคนแรกที่เข้าไปยังภูเขาจากด้านซ้าย ส่วนคนจากตระกูลหลี่เข้าไปจากด้านขวา



    หลี่ชางหมิงตรงไปยังเจียงเฉินและคุยกับเจียงเฉินโดยที่ไม่ปิดบังรังสีฆ่าฟัน 




    "เจ้าคือเจียงเฉินที่สังหารน้องชายทั้งสองของข้างั้นสินะ"




    "ถูกต้อง"



    เจียงเฉินมองไปยังหลี่ชางหมิงอย่างเฉยเมย



    "เจ้ามีความกล้าดีนี่ แต่ข้าจะให้เจ้าได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดที่แท้จริง! อย่าได้หวังจะก้าวออกไปจากภูเขา ข้าจะเป็นคนสังหารเจ้าด้วยมือข้าเองเพื่อแก้แค้นแทนน้องชายทั้งสองของข้า"



    หลี่ชางหมิงพูดอย่างมั่นใจ สายตาที่เขามองไปยังเจียงเฉินนั้นเต็มไปด้วยความเกลียดชังและความตั้งใจสังหาร น้องชายทั้งสองของเขาโดนชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาฆ่าตาย จะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไร



    "การตัดสินใจของเจ้าในวันนี้เป็นการตัดสินใจที่งี่เง่ามากที่สุดในชีวิตของเจ้า จะไม่มีทายาทของตระกูลหลี่หลงเหลืออยู่ เจ้าจะไม่สามารถที่จะแสดงกตัญญูในฐานะลูกที่มีต่อพ่อเจ้าได้อีก"



    น้ำเสียงของเจียงเฉินแสดงความไม่พอใจออกมา



    "เจ้ามันโอหังยิ่งนัก! แต่วันนี้แม้แต่เทพเซียนก็ไม่สามารถช่วยเจ้าได้"



    หลี่ชางหมิงกล่าวออกมาขณะขบฟันแน่น



    "อย่ามาตอแยข้าจะดีกว่า ไม่งั้นผลที่ตามมาจะร้ายแรงยิ่งนัก"



    เจียงเฉินทิ้งคำพูดไว้ จากนั้นหันกลับเดินเข้าภูเขาขณะที่มือทั้งสองไขว้หลัง




    ****************************************



    โปรดติดตามตอนต่อไป...