ตอนที่ 202
จัดแจงคนงาน
หลังจากผ่านพ้นคืนนั้นไปโม่เยี่ยนเองก็ให้คนไปส่งข่าวให้หวังเซียนเกี่ยวกับเรื่องที่นายน้อยหลิงกำลังรักษาตัวอยู่ที่จวนตระกูลโม่ เมื่อหวังเซียนได้รู้เรื่องทั้งหมดเขาเองก็รีบมุ่งตรงมาที่จวนตระกูลโม่อย่างรวดเร็วในยามเที่ยงวัน
ชายวัยประมาณเลข 3 ที่สวมใส่อาภรณ์สีเทาย่างกายผ่านเข้ามาจากทางหน้าประตูจวนมุ่งตรงไปหาคุณชายโม่ที่นั่งรออยู่ที่ห้องโถงของจวนอย่างรวดเร็ว
หวังเซียนก้าวเดินด้วยความเร็วที่เรียกว่าอีกระดับหนึ่งจะเป็นการวิ่งแล้ว แต่เขาก็ยังคงท่าทางที่นอบน้อมต่อสถานที่เอาไว้ เมื่อเข้ามาภายในห้องโถงก็พบเห็นเข้ากับร่างของบุรุษที่สวมใส่อาภรณ์สีขาวงามสง่าวัย 20 กลางๆที่กำลังนั่งดื่มชาอยู่ในเก้าอี้ตำแหน่งประธาน
โม่เยี่ยนที่กำลังดื่มชาอยู่เมื่อเห็นหวังเซียนก้าวผ่านเข้ามาด้านในห้องโถงก็ลุกขึ้นไปต้อนรับด้วยตนเองตามมารยาท
ทั้งสองต่างยกมือขึ้นมาประสานกันเบื้องหน้าแล้วทำความเคารพซึ่งกันและกัน
“ คารวะคุณชายโม่ขอรับ!!! ”
“ คารวะท่านหวังเซียนขอรับ!! ”
หลังจากนั้นโม่เยี่ยนก็ให้บ่าวไพร่นำน้ำชาและขนมมาต้อนรับหวังเซียนอย่างไม่ขาดตก ท่านหวังเซียนผู้นี้เองก็ถือเป็นหนึ่งคนที่เป็นผู้มีพระคุณต่อตระกูลโม่ คุณชายโม่เลยให้เกียรติเขาเป็นพิเศษ
การสนทนาของทั้งสองเริ่มขึ้นโดยมีคุณชายโม่นั่งอยู่ในเก้าอี้ตำแหน่งประธานของห้องโถงและมีหวังเซียนนั่งอยู่ในเก้าอี้ตำแหน่งแขก
“ วันนี้ท่านเจ้าเมืองโม่มีข้าราชการหรือขอรับ ” หวังเซียนเอ่ยถามก่อน หลายวันมานี้เขาได้ยินข่าวว่าท่านเจ้าเมืองโม่กลับมาพักผ่อนที่จวนของตนเองมาครั้งนี้เลยหวังจะได้มาคารวะตามมารยาท แต่ตั้งแต่ก้าวเข้ามาภายในจวนดูเหมือนว่าท่านเจ้าเมืองโม่จะไม่อยู่ในจวนนี้แล้ว
“ ขอรับ...เมื่อประมาณ 5 วันก่อนข้าราชการของท่านพ่อจบลงพอดีท่านเลยกลับมาพักผ่อนที่จวน แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะมีราชการใหม่เกี่ยวกับเรื่องสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นเข้ามาท่านเลยต้องกลับไปทำงานเช่นเดิม ” โม่เยี่ยนเองก็พูดออกมาอย่างหนักใจ เขาในฐานะบุตรชายเห็นบิดาทำงานหนักอยู่ตลอดก็อดเป็นห่วงไม่ได้
“ แล้วที่ท่านส่งคนให้ไปบอกกับข้าว่า นายน้อยหลิงรักษาตัวอยู่ที่แห่งนี้ล่ะขอรับ ” หวังเซียนพาเข้าเรื่องที่ตนเองสงสัยอย่างไม่รีรอ
“ ขอรับก็ตามนั้นแหละ ”
“ นายน้อยหลิงไม่ได้อยู่ที่สำนักยาเทวะหรือขอรับ ” หวังเซียนเอ่ยถามด้วยความฉงน ถ้าเขาคาดเดาไม่ผิดนายน้อยหลิงน่าจะยังรักษาอยู่ที่สำนักยาเทวะอยู่นี่ เหตุใดถึงกลับมารักษาตัวที่จวนตระกูลโม่ได้
เมื่อหวังเซียนอยากจะรู้โม่เยี่ยนก็เริ่มอธิบายตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องราวทั้งหมดมันมีที่มาที่ไปมากพอสมควรจนใช้เวลาสักพักกว่าหวังเซียนจะเข้าใจเรื่องทั้งหมดได้
ตอนนี้ตัวของหวังเซียนเองก็รู้ถึงเรื่องที่พวกนั้นทำให้เขากลับมาคิดอีกครั้ง มันแปลว่าการซื้อขายสมุนไพร 5สีของเขากลับคนของสำนักยาเทวะย่อมแปลว่าคนพวกนั้นเป็นคนของจอมอักขระที่เข้ามาควบคุมสำนักยาเทวะอยู่สินะ
และก็คิดต่อไปได้ว่าตอนนี้คนพวกนั้นถูกนายน้อยหลิงของเขาสังหารกันหมดแล้วมันก็แปลว่าการส่งขายพืชสมุนไพร 5 สีต้องหยุดไปด้วย แต่มันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเขาได้เงินจากการซื้อขายรอบแรกมาแล้วจำนวนเงินในตอนนี้มันน่าจะพออยู่ไปได้อีกนาน
“ ขออภัยนะขอรับคุณชายโม่ เมื่อครู่ท่านกล่าวว่ามีกลุ่มคนที่นายน้อยหลิงนำกลับมาด้วยใช่หรือไม่ขอรับ ” หวังเซียนเอ่ยถาม
“ ใช่ขอรับ!!! ”
“ นายน้อยหลิงได้สั่งข้าเอาไว้แล้วว่าเรื่องนี้ให้ท่านหวังเซียนจากการต่อด้วย คนพวกนี้นายน้อยหลิงช่วยมาและหวังจะพามาทำงานด้วย ” โม่เยี่ยนเอ่ยตามที่นายน้อยหลินสั่งเขาเอาไว้ก่อนที่จะเก็บตัว
หวังเซียนที่นั่งอยู่ก็พยักหน้าขึ้นลงเขาเข้าใจทุกอย่างได้อย่างรวดเร็ว นายน้อยหลิงของเขาเคยบอกว่าจะจัดการเรื่องคนงานที่ขาดแคลนเอง คนพวกนี้นายน้อยหลิงเลือกมาคงจะเป็นคนที่ไว้ใจได้
หวังเซียนที่ครุ่นคิดอยู่สักพักจนได้ความแล้วก็หันไปสนทนากับคุณชายโม่ต่อ
“ คุณชายโม่ขอรับ ตอนนี้ข้าน้อยก็คงจะต้องรบกวนที่พักอาศัยของตระกูลโม่ไปก่อนนะขอรับ การได้คนทำงานเข้ามาเพิ่มเช่นนี้พวกข้าไม่สามารถจัดสร้างที่พักคนงานภายในที่ดินได้ทันจริงๆ ” หวังเซียนเอ่ยขอร้องไปก่อนเลยอันดับแรก เขามองถึงสิ่งที่ตนเองต้องทำลำดับถัดไปได้เป็นอย่างดีเยี่ยม
ตอนนี้จะได้คนงานที่เพิ่มขึ้นมาแต่ว่าที่พักคนงานก็ยังไม่ได้สร้าง ตอนนี้การจัดสร้างที่พักคนงานหวังเซียนเห็นว่าต้องซื้อที่ดินแปลงข้างๆเพิ่มอีกสัก 1 แปลงเพื่อทำเป็นที่พักหรือบ้านพักคนงานแยกย่อยเอาไว้เลย และเมื่อมองถึงงบประมาณในการซื้อที่ดินและการจัดสร้างที่พักคนงานตอนนี้เงินเก็บของเขาไม่เพียงพออย่างแน่นอน ทางรอดเพียงทางเดียวก็คือขอใช้ที่พักอาศัยของตระกูลโม่ไปก่อน เมื่อสามารถขายยาเม็ดวิญญาณให้กับกองทัพได้แล้วค่อยเริ่มขยับขยาย
“ ทางเราจะจ่ายเป็นค่าเช่ารายเดือนให้นะขอรับ ” หวังเซียนเองก็ไม่ลืมที่จะยื่นข้อที่เสนอสมน้ำสมเนื้อให้ การที่เขาจะขออยู่ฟรีมันก็จะดูเป็นการเอาเปรียบตระกูลโม่ไปสักหน่อย ควรจะยื่นข้อเสนอที่สมน้ำสมเนื้อเพื่อให้อีกฝ่ายยอมตกลงง่ายขึ้น
โม่เยี่ยนส่ายหัวไปมาด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้มก่อนจะกล่าว “ ไม่ต้องขอรับ!!! ไม่ต้อง!!! ”
“ พวกท่านไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าเช่ารายเดือนให้พวกเราหรอกขอรับ อย่างไรเสียที่นั่นพวกเราก็ไม่ได้ใช้อันใดอยู่แล้วมีแต่จะปล่อยทิ้งร้าง ”
“ จะดีงั้นรึขอรับ ” หวังเซียนตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่ดูเป็นกังวล แต่ภายในใจนั้นกลับแสดงรอยยิ้มแห่งความดีอกดีใจออกมาราวกับจะกระโดดโลดเต้น ไม่คิดเลยว่าจะได้ที่พักคนงานโดยไม่ต้องเสียค่าเช่าแม้แต่ตำลึงเดียว
“ ขอรับ...จะอยู่นานเท่าใดก็ได้ ” โม่เยี่ยนตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
“ เรื่องนี้ต้องขอบคุณคุณชายโม่มากขอรับ ” หวังเซียนยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาประสานกันเบื้องหน้าพลางกล่าวขอบคุณตามมารยาท
“ ไม่เป็นอันใดขอรับ นายน้อยหลิงได้ช่วยทั้งตระกูลโม่ของเราเอาไว้และยังเคยช่วยเมืองชิงลู่เอาไว้ไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง บุญคุณมากมายเรื่องเพียงแค่นี้จะต้องขอบคุณอันไดกันขอรับ ”
“ ขอรับ... ” หวังเซียนกำลังกระโดดโลดเต้นอยู่ภายในจิตใจ
“ ว่าแต่คุณชายโม่พอจะพาข้าน้อยไปพบกับเหล่าคนที่นายน้อยหลิงพากลับมาได้หรือไม่ขอรับ ”
“ ได้ขอรับ!!! ”
หลังจากนั้นคุณชายโม่ก็ได้พาหวังเซียนมุ่งตรงไปที่ด้านหลังของเมืองเพื่อไปพบกับเหล่าชาวบ้านที่หลิงเฉินพากลับมา
เมื่อไปถึงที่พักที่ตระกูลโม่จัดเตรียมเอาไว้ให้กับเหล่าชาวบ้านและเหล่าศิษย์ของสำนักยาเทวะ หวังเซียนเองก็เริ่มแนะนำตัวตามมารยาทว่าตนเองนั้นเป็นผู้ใดกับนายน้อยหลิง และก็เริ่มร่างข้อตกลงในการทำงานของพวกเหล่าชาวบ้านที่เพิ่งจะเดินทางมาถึง
เมื่อได้พูดคุยกันอยู่สักพักมันทำให้หวังเซียนรู้ว่าคนพวกนี้มีฝีมือทั้งการเพาะปลูกและการก่อสร้างต่างๆพวกสตรีเองก็มีฝีมือในการถักทอเสื้อผ้าต่างๆติดตัวอยู่บ้าง มันทำให้หวังเซียนรู้สึกว่านายน้อยถึงของเขาเลือกคนไม่ผิดเลยจริงๆ
หลังจากนั้นหวังเซียนก็ได้พูดถึงข้อตกลงในการทำงาน เขาบอกกับเหล่าชาวบ้านไปตรงๆว่าตอนนี้ยังไม่ได้สร้างที่พักคนงานให้บริเวณคฤหาสน์การทำงานเลยต้องเดินทางไปกลับวันต่อวัน แต่ด้วยระยะทางมันก็ไม่ได้ไกลเกินกว่าที่จะเดินทางไปกลับสักเท่าใดพวกชาวบ้านเองก็ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องสวัสดิการในการทำงานหวังเซียนบอกว่าจะมีข้าวให้กินครบ 3 มื้อและมีค่าจ้างรายวันให้เพื่อใช้จ่ายส่วนตัว
เมื่อตกลงเกี่ยวกับเรื่องค่าแรงและขั้นตอนในการทำงานเสร็จเหล่าชาวบ้านก็ดูพึงพอใจกันเป็นอย่างมากพร้อมจะเริ่มทำงานในวันพรุ่งนี้ทันที
วันถัดมาวันที่ 2 ที่หลิงเฉินเก็บตัวรักษาอาการบาดเจ็บ วันนี้เหล่าชาวบ้านจำนวนนับร้อยเดินทางไปที่คฤหาสน์ของหลิงเฉินโดยมีหวังเซียนมารับในตอนเช้า
ถึงอย่างไรตัวของหวังเซียนก็ต้องเดินมารับพวกเขาทุกวันอยู่แล้วผู้ที่จะผ่านเข้าอาณาเขตอักขระที่นายน้อยหลิงสร้างขึ้นมาได้มันมีแต่ผู้ที่ได้นายน้อยวาดอักขระเข้าไปภายในร่างกายเท่านั้น
เมื่อไปถึงหวังเซียนเองก็นำอาหารเช้ามาให้พวกคนงานใหม่กินไปพร้อมกับจัดแจงเรื่องหน้าที่ต่างๆให้แต่ละคน ด้วยตอนนี้ที่มีจำนวนคนมากพอสมควรเขาจึงต้องแบ่งหน้าที่ออกไปตามสัดส่วน
พวกสตรีบางส่วนก็ให้ไปช่วยท่านแม่ของเขาและท่านป้าเยี่ยในการจัดเตรียมอาหารในแต่ละมื้อให้กับเหล่าคนงานและทำความสะอาดคฤหาสน์ของนายน้อยหลิง และสตรีหรือบุตรอีกบางผู้ก็ให้ไปช่วยท่านลุงเยี่ยดูแลเกี่ยวกับพวกสวนผักในที่ดินแปลงแรกเพราะว่าในตอนนี้การก่อสร้างทำแปลงข้าวในที่ดินที่พึ่งซื้อมามันยังไม่เสร็จ และบุรุษที่พอจะเป็นงานช่างและมีพละกำลังมากพอหวังเซียนก็ให้พวกเขาไปช่วยเหล่าช่างที่จ้างมาจากเมืองรอบๆขุดลอกคลองเพื่อสร้างแปลงข้าวขนาดใหญ่ตามคำสั่งของนายน้อยหลิง
ทุกอย่างมันดำเนินไปได้อย่างราบรื่นมากในวันแรก หวังเซียนเองก็เดินตรวจตาในงานส่วนต่างๆอย่างไม่ขาดตกพวกเขาสามารถกระทำหน้าที่ของตนเองที่ได้รับมอบหมายได้อย่างดีและดูมีความสุขในการทำงาน
ถ้าการทำงานมันยังเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆหวังเซียนคิดว่าก่อนที่นายน้อยหลิงจะรักษาตนเองเสร็จที่ดินผืนใหม่คงสามารถหว่านเมล็ดข้าวได้แล้ว
และเรื่องสมุนไพรแห่งการรักษาตอนนี้ท่านลุงเยี่ยก็สามารถเพาะปลูกมันได้จนมันเติบโตมีผลผลิตที่งดงามออกมาให้เก็บเกี่ยวแล้ว เมื่อนายน้อยหลิงหายจากอาการบาดเจ็บมันก็คงจะเหมาะเจาะกับการเริ่มทำยาส่งให้กับกองทัพ
จบวันด้วยการที่เลี้ยงอาหารมื้อเย็นแล้วหวังเซียนก็พาเหล่าคนงานกลับไปส่งที่เมืองชิงลู่อย่างปลอดภัยแล้วเดินทางกลับไปที่คฤหาสน์เพื่อพักผ่อน
15 วันผ่านไป
เข้าสู่ช่วงปลายเดือนห้า หวังเซียนนับวันรอครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดวันที่เขานั้นเฝ้ารอคอยก็มาถึง วันที่ถึงกำหนดที่นายน้อยหลิงจะออกมาจากการเก็บตัวรักษาอาการบาดเจ็บ
วันนี้ท้องฟ้าเปิดโล่งแสงสว่างของดวงอาทิตย์ส่องผ่านม่านเมฆลงมาที่เมืองชิงลู่ หวังเซียนที่ไปส่งเหล่าคนงานที่คฤหาสน์แล้วจัดแจงหน้าที่เสร็จเขาก็รีบมุ่งตรงกลับมาที่เมืองชิงลู่เพื่อไปหานายน้อยหลิงที่จวนตระกูลโม่ทันที
จบตอน