เมื่อนึกถึงเรื่องเล่าของวิฬาร์ที่สู้จนถึงวินาทีสุดท้ายในหัวใจของเธอก็คล้ายจะอุ่นวาบขึ้นมา ความคิดสับสนพลันมลายสิ้นราวเมฆฝนยามต้องแสงตะวัน
‘นั่นสินะ ฉันจะมายอมแพ้ตอนนี้ไม่ได้’
กิลด์โรซาเลียเป็นกิลด์ของเพื่อนรักเธอและในช่วงเวลาที่ผ่านมา แม้จะไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานด้านการบริหารหลักๆในกิลด์มากนัก แต่เธอก็ยังพอรู้มาว่าสภาพภายในกิลด์ของพวกเธอตอนนี้มีปัญหาแอบแฝงขนาดไหน
เหตุเพราะตอนนี้ ถึงโรซาเลียจะเป็นกิลด์ใหญ่ ทว่าร่างอวตารที่เป็นเสมือนตัวแทนของความแข็งแกร่งที่พวกเธอครอบครองอยู่นั้นกลับยังด้อยกว่ากิลด์อื่นๆ อยู่ไม่น้อย
แม้ตอนนี้ พวกเธอจะมีร่างอวตารในครอบครองหกร่าง คือ
หัวหน้ากิลด์ โรซา ภูตกำสรวล (อวตารนิลพัท)
รองฯ คีตา ผกาโรยคลั่ง (อวตารแสงอาทิตย์)
รองฯ เอสเม่ ซากุระเลือด (อวตารบรรลัยกัลป์)
รองฯ มัทนา กุหลาบอำมหิต (อวตารนางมณโฑ)
แองโก พรายเพลิงนิล (อวตารชิวหา)
พาเมซาน ทัณฑ์เทวี (อวตารมัจฉานุ)
แต่ยามเผชิญกับของแข็งอย่างพวกกิเลนอัสนีที่มีร่างอวตารสามกษัตริย์และหนุมาน พวกเธอก็ค่อนข้างเสียเปรียบ ทำให้พักหลังๆมานี่ ความมั่นคงของกิลด์ก็ค่อยๆ ปริแตกทีละน้อย
และนั่นทำให้การที่เธอครองร่างอวตารของกุมภกรรณอยู่นั้นมีความหมายกับกิลด์มาก
เพราะเมื่อถึงเวลาเหมาะสมและทำการเปิดตัวผู้ครองร่างคนใหม่ของกิลด์พวกเธอต่างก็เชื่อมั่นว่าด้วยชื่อเสียงของกุมภกรรณตามตำนานที่เล่าขานมา จะช่วยประสานรอยร้าวและเรียกคืนความเชื่อมั่นกลับมาได้อย่างแน่นอน
และหากเวลานั้น เธอได้ถือครองหอกโมกขศักดิ์อยู่ด้วยแล้วละก็...
กิลด์โรซาเลียของเธอย่อมจะผงาดขึ้นมาทันที
เมื่อมีแรงผลักดันอันรุนแรง หัวใจที่เคยอ่อนยวบก็พลันถูกกระตุ้นขึ้นมา
แม้จะยังมีความหวาดเกรงต่อฝีมือของวิฬาร์อยู่แต่เธอก็รู้ดีว่าหากเธอมามัวนั่งท้อถอย ก็รังแต่จะเสียเวลาเปล่าไม่สู้มาวิเคราะห์ว่าเธอมีจุดเด่นอะไรที่จะใช้สู้กับเขาได้บ้างหรือวางแผนสร้างกับดัก เพื่อเพิ่มความได้เปรียบของเธอขึ้น แม้แต่หนึ่งส่วนก็ยังดี
เธอคิด
และเธอก็ลงมือ
………………..
ยามเมื่อรุ่งสาง ฑิฆัมพรก็ไปรอวิฬาร์อยู่ที่ยอดผาแห่งหนึ่ง
บริเวณนี้เป็นลานหินกว้างที่ค่อนข้างเรียบเกือบจะคล้ายสนามประลองขนาดย่อม
เหตุที่เธอเลือกสถานที่เช่นนี้ ก็เพื่อที่ตัวเองจะสามารถต่อสู้ได้โดยง่ายเพราะมันมีพื้นที่ให้เธอเคลื่อนไหวได้เต็มที่ และมันไม่มีที่หลบซ่อน ไม่มีต้นไม้ให้บดบังรวมถึงไม่มีดิน ไม่มีน้ำ ที่จะหนุนให้ธาตุเวทของวิฬาร์รุนแรงกว่าเดิมอีกด้วย
ไม่นานนัก รูปปั้นสีดำนั่นก็ตามรอยมาจนถึงบริเวณนั้น
มันเดินออกมาจากชายป่าด้วยความเชื่องช้าราวพญาราชสีห์เจอเหยื่อ
นัยน์ตาของมันยังคงแดงดุจมีเพลิงปะทุ เส้นสายอัคคีทั่วร่างก็ยังคงลุกไหม้และรอยยิ้มนั่น...
ก็ยังคงเย็นยะเยียบเช่นเดิม
“มาตัดสินกันเถอะวิฬาร์”ฑิฆัมพรกล่าวพลางมองภาพตรงหน้าด้วยหัวใจที่ตื่นเต้น
ไม่ว่าศึกนี้ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไรเธอก็ตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่ถอยเด็ดขาด
รูปปั้นวิฬาร์ไม่ได้ตอบคำ มันเพียงเดินเข้ามาอย่างทื่อด้านด้วยฝีเท้าหนักแน่นก่อนจะคว้าหอกขึ้นมาถือแล้วตั้งท่ารอ คล้ายอยากให้เธอเป็นผู้เปิดเกม
สาวผมทองมองภาพตรงหน้าแล้วแย้มยิ้ม ก่อนจะบุกเข้าโจมตีทันที
และพริบตาถัดมาคมหอกสีแดงดุจโลหิตในมือเธอก็เตรียมฉกเข้าที่ต้นคอของวิฬาร์แล้ว
รูปสลักนั่นไม่แม้แต่จะขมวดคิ้ว มันยกหอกขึ้นตั้งรับคล้ายคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าเส้นเพลิงรอบตัวพ่นไอร้อนออกมาไม่หยุดจนบรรยากาศสั่นพร่า
ทว่าเสียงปะทะกลับไม่เกิดขึ้นเหตุเพราะฑิฆัมพรเร่งมายาเวทของเธอขึ้นจนสุดและพร้อมกันนั้นก็ย้ายร่างไปยังด้านข้าง ก่อนจะฟาดหอกใส่ตามที่ตั้งใจไว้
เปรี้ยง!
รูปสลักนั่นยื่นปลายหอกของตนเข้ามาขวางในวินาทีสุดท้ายพร้อมทั้งเรียกใช้เกราะเวทดินขึ้นมาป้องกันทำให้คมหอกของเธอแฉลบจากสีข้างออกไปเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังกรีดลงบนผิวของมันจนเกิดรอยร้าวเป็นทาง ฉีกเกราะเวทจนแตกสลาย
ทว่าสาวงามมิได้แสดงอาการตกใจใดๆ ตรงกันข้ามเธอกลับเร่งโจมตีโดยไม่เว้นพักเร่งใช้ยุทธเวทสายหอกและมายาเวทของเธอเข้ากดดันอย่างหนักหน่วงเคลื่อนไหวไม่หยุดเพื่อหามุมโจมตีจากทุกด้าน
เพื่อเอาชนะวิฬาร์เธอวิเคราะห์ออกมาแล้วว่าจุดอ่อนที่หมอนี่มีก็คือความเร็ว และอาวุธ
สายพลังที่เขาถนัดคือธาตุเวทสายพลังนี้โดดเด่นด้านความหลากหลาย ขอเพียงมีเวลาให้ผสมผสานเวทมนตร์สักหน่อยรับรองว่าคู่ต่อสู้จะต้องรับมืออย่างยากลำบาก ซ้ำแล้วยิ่งขึ้นสู่ระดับกลางก็ยิ่งใช้งานได้พลิกแพลงกว่าเดิม ทว่าก็ต้องใช้เวลามากขึ้นเป็นเงาตามตัว นับว่าเป็นสายพลังที่น่าทึ่งสายหนึ่ง
แต่ถ้าหากเธอไม่ยอมให้เขามีเวลาใช้มันล่ะ?
นั่นก็แปลว่าเขาจะใช้ได้เพียงเวทระดับต่ำที่มีอานุภาพด้อยลงมา
ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่หมอนี่จะต้องเลือกใช้ยุทธเวทหอกที่กำลังหัดเอามันมาต่อกรกับเธอเพื่อเพิ่มโอกาสชนะ
และหลายครั้งที่ผ่านมา ตอนที่ทำภารกิจร่วมกันเธอสังเกตเห็นแล้วว่าฝีมือการใช้หอกของเขากำลังพัฒนาขึ้นทว่าเมื่อเทียบกับเธอที่ใช้มันมานานกว่าแล้ว ยังนับว่าด้อยกว่าไม่น้อยเธอจึงมั่นใจว่าหากบีบให้เขาใช้หอกแทนที่จะปล่อยให้ใช้เวทมนตร์สามสี่สายที่เขาถนัดก็น่าจะลดช่องว่างระหว่างเธอกับเขาได้บ้าง
และนั่นจึงเป็นเหตุให้เธอเร่งการต่อสู้ขึ้นจนสุดปะทะอย่างหักโหม ไม่มีออมมือ และแทบไม่สนการป้องกันใดๆ
ต่อสู้กันไปยี่สิบกว่ากระบวนท่า แม้เขาจะไม่ถนัดหอกทว่ากลับเชี่ยวชาญมายาเวทยิ่งกว่าเธอ ไปๆ มาๆ ระดับความเร็วของทั้งสองจึงสูสีกันดุจคู่เต้นรำและเธอก็เริ่มตกเป็นฝ่ายตั้งรับ ทว่าวิฬาร์ไม่แม้แต่จะผ่อนจังหวะลงและพอเจอช่องว่าง เขาก็เรียกโครงกระดูกอสูรขึ้นมาสามตัวทันที
เห็นสัตว์เวทสามตัวกำลังก่อร่างอยู่ในฝุ่นเวทมนตร์แทนที่เธอจะมีสีหน้าหนักใจเพราะถูกรุมล้อมทว่าเจ้าตัวกลับเผยรอยยิ้มเยียบเย็นออกมา
ก่อนจะลอบใช้ทักษะหนึ่งทันที
ทักษะขั้นกลาง กุมภกรรณอวตาร มรรคานักรบ
เธอไม่รอช้า เรียกใช้ทักษะร่างอวตารของเธอเมื่อเห็นโอกาส
และนี่คือจุดเด่นที่เธอคิดว่ามันจะเป็นไพ่ตายในการต่อสู้ครั้งนี้
ทักษะมรรคานักรบนั้น จะช่วยให้คอมโบตั้งแต่คอมโบที่21 เป็นต้นไป เมื่อโจมตีสำเร็จทุกสิบคอมโบ จะเพิ่มพลังโจมตี พลังเวทมนตร์และค่าสถานะความเร็ว 10% และทบทวีไปเรื่อยๆ เพิ่มศักยภาพขึ้นอย่างไร้ที่สิ้นสุด ดุจสายน้ำที่ถั่งโถมไม่หยุดยั้ง
ดังนั้น ขอเพียงเธอเร่งเครื่องจนแตะที่ 120 คอมโบได้ก็เท่ากับว่าพลังโจมตีของเธอ ค่าพลังเวทมนตร์ของเธอและค่าสถานะความเร็วของเธอจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในทันทีฉีกห่างและเพิ่มความได้เปรียบจนอาจเอาชนะเขาได้ในที่สุด
และมรณเวทที่เป็นสายความถนัดของวิฬาร์คือตัวเร่งปฏิกิริยาของทักษะนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
เพราะยิ่งมีศัตรูมาก นั่นก็แปลว่าเธอจะมีเป้าให้โจมตีได้มากขึ้นมีโอกาสต่อคอมโบได้ง่ายขึ้น และยิ่งเร่งทำคอมโบได้เร็วขึ้น
จากนั้นเมื่อความเร็วเพิ่มขึ้นก็จะยิ่งทำคอมโบได้ง่ายขึ้นเป็นอีก เป็นดั่งก้อนหิมะที่กลิ้งลงจากเนินเขามีแต่จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
ทว่าทักษะนี้ก็มีจุดอ่อนที่น่ากลัวอย่างหนึ่ง
เพราะขอเพียงเธอหลุดคอมโบเมื่อไหร่ค่าสถานะทั้งหมดจะหายวับไปในทันที และต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง รวมถึงเธอมีเวลาใช้ทักษะนี้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
ทั้งสองต่อสู้กันด้วยความเร็วประดุจปีศาจหนึ่งหอกแสง หนึ่งหอกสายฟ้า ต่างแย่งกันเร็ว ต่างแย่งกันแรง ก่อกำเนิดคลื่นเวทมนตร์อันปั่นป่วนและระเบิดพลังทำลายล้างสภาพแวดล้อมจนหน้าผาแห่งนี้ยับเยินไปเป็นแถบๆ
ฑิฆัมพรที่ได้รับพลังเสริมจากทักษะร่างอวตารพาตัวเข้าวงล้อมคล้ายคนเสียสติทว่าทุกหอกที่เข้าเป้า เธอก็คล้ายได้รับยากระตุ้น ยิ่งเร็วขึ้น เร็วขึ้น และเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ในการต่อสู้กับวิฬาร์ เว้นระยะให้เขาเท่ากับพาตัวเองเข้าจุดอับ เธอจึงไม่เลือกใช้การโจมตีที่จะผลักเขาออกจากตัว
ทำให้ในจังหวะหนึ่งที่เห็นโอกาส เธอจึงกระโดดขึ้นจากพื้นเล็กน้อยหลบดาบสองเล่มจากโครงกระดูกอสูรเบื้องหลัง พร้อมบิดร่างในมุมพิสดารกลางอากาศทำให้มรณเวทจากสัตว์เวทตัวที่สามลอยหวือเฉียดผ่านไป ก่อนจะเล็งหอกลงมาจากเบื้องบนหวังกระแทกวิฬาร์ให้ล้มลงกับพื้นเพื่อเปิดโอกาสให้ซ้ำ
กระบวนหอกแสงสุริโย ตะวันดั้นเมฆผสานมายาเวทบิดทรรศน์
มือซ้ายเธอจับกลางหอกอย่างหลวมๆส่วนมือขวาจับที่ด้ามแล้วบิดแทงลงอย่างหนักหน่วง ทำให้หอกสีแดงในมือเธอพุ่งไปดุจลูกกระสุนปืนขอเพียงโดนเข้าจังๆ เกรงว่าร่างกายอาจอยู่ไม่ครบชิ้น ระเบิดเป็นเศษชิ้นส่วนนับไม่ถ้วน
ทว่ารูปปั้นวิฬาร์ไม่ได้ไร้ฝีมือเจ้าตัวเร่งธาตุเวทสายฟ้าขึ้นมาในชั่วพริบตา แล้วปักด้ามหอกลงพื้นเบี่ยงปลายหอกให้ตรงกับร่างของเธอด้วยความแม่นยำแล้วทิ้งตัวลงเบื้องล่างดุจคนกำลังหงายหลัง เพิ่มระยะระหว่างตัวเองกับอาวุธของเธอเพื่อลดพลังโจมตีมือข้างที่ว่างโบกหนึ่งครั้งก็ฉาบอากาศจนเป็นเงาใสแล้วปรากฏมีดน้ำแข็งนับสิบเล่มขึ้นกั้นกลางระหว่างทั้งสอง
มันทำให้ร่างเธอคล้ายจะลอยเข้าหาหอกนั่นเตรียมปักตัวเองเป็นเนื้อย่างเสียบไม้
แต่ด้วยไหวพริบอันยอดเยี่ยม ทำให้ไม่ทันจบกระบวนท่าเธอก็เปลี่ยนจากแทงเป็นปัด ใช้หอกดุจแส้ ตบหอกของวิฬาร์จนกระเด็นหวือไป
วิฬาร์ที่เห็นดังนั้นคล้ายยิ้มแต่ไม่ยิ้มแต่กลับเร่งหอกเวทดินขึ้นมาจากทุกทิศทาง สองมือประสานกันกลางอกแล้วหมัดทั้งสองก็ปรากฏหนึ่งเวทน้ำ หนึ่งมนตร์ดำ จากนั้นเจ้าตัวประกบมืออีกเพียงสองสามครั้งมันก็ขยายตัวขึ้นเป็นอสรพิษวารีสีดำห้าตัวทั้งหมดเลื้อยขึ้นไปบนหอกดินแล้วฉกวาบอย่างรุนแรง เหมือนหวังให้เจ็บตัวไปด้วยกัน
เปรี้ยง!
ทว่าไม่ทันแล้ว
ความเร็วของฑิฆัมพรสูงยิ่งกว่าช่วงเวลาปกติมาก งูวารียังไม่ทันเลื้อยเข้าใส่หอกของเธอก็แทงสวบเข้าที่ช่องท้องของรูปปั้นวิฬาร์จนจมไปในเนื้อหินถึงครึ่งเล่มเปิดแผลขนาดเกือบเท่าลูกฟุตบอลบนร่างหินสีดำทำให้เธอเห็นรอยร้าวดุจใยแมงมุมนับสิบๆ เส้นบนร่างนั้น
ทว่าในจังหวะเดียวกันหอกดินจากรอบด้านก็ปะทะเข้ากับร่างของเธอถึงสี่เล่ม อสรพิษทั้งหลายก็รุมโจมตีจนเจ้าตัวเจ็บแปลบแม้พวกมันจะมีพลังโจมตีไม่มากทว่าก็ยังทำให้ร่างของเธอบิดคว้างแล้วกระเด็นไปอีกทางอย่างควบคุมไม่ได้ เกิดค่าสถานะผิดปกติถึงสามอย่างแต่ยังขณะเดียวกัน วิฬาร์ก็ถูกตรึงไว้บนพื้น ไม่อาจลุกขึ้นมาในเวลาอันสั้น
แต่ถึงอย่างนั้น พวกสัตว์เวทของวิฬาร์ก็ยังคงทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มที่พวกมันตามเข้ามาซ้ำเธอทันที
ทว่าสายไปแล้ว เหตุเพราะการโจมตีเมื่อครู่คือคอมโบที่ 120 ของเธอพอดี