ลานหน้าบ้านของครอบครัวตระกูลหวังยังคงครึกครื้นกันอยู่ตลอดเวลามีเสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง และเสียงแปลกปลอมก็แข่งกันดังออกมาเช่น…
“โคร๊ก….คร๊าก…..”
“เอื๊อก….เอื๊อก…..”
“ซูด….ซูด……….”
“ฟืด……..ฟืด..…..”
แน่นอนว่าการที่ส่งเสียงแปลกๆนั้นย่อมไม่ใช่ผู้อื่นใดที่ไหน ต้องเป็กลุ่มของพวกเด็กๆนั่นแหละ ยิ่งได้กลิ่นของอาหารที่กำลังลอยตามลมมาส่งถึงจมูกของพวกเด็กๆแล้วยิ่งทำให้พฤติกรรมของพวกเขาพากันทำไม่แตกต่างกัน
“ฮ่า….ฮ่า….”พวกผู้หญิงก็ต่างพากันมองไปที่พวกเด็กๆและพากันหัวเราะอย่างเอ็นดูพวกเขากัน
“รออีกนิดนะ เดี๋ยวไว้ทำอาหารเสร็จแล้วจะร้องเรียกอีกทีหนึ่งเข้าใจไหม”ท่านแม่
“เข้าใจขอรับ” “เข้าใจเ้าค่ะ”
พวกเด็กๆ ตอบรับก็จริงแต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งยังคงไม่ไปไหนไกล ยังเดินวนเวียนอยู่ใกล้ๆเพื่อมองดูอาหารที่บรรดาแม่ๆกำลังจัดเตรียมทำ พร้อมกับสูดดมอาหารจานเนื้อปลาอสูรก็ทำให้พวกเด็กๆมีความสุขมากแล้วถึงแม้จะยังไม่ได้กินกันในตอนนี้ก็ตามที
แต่ว่าไม่ใช่แค่พวกเด็กๆเท่านั้นที่ชื่นชอบกับการสูดดมอาหารที่กำลังส่งกลิ่นหอมออกมา
“เ้านาย หอมมาก”ขาวผ่อง
“ใช่ๆหอมมากจริงๆเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
นางเองก็กำลังเพลิดเพลินกับการสูดดมอาหารอยู่นั้น จู่ๆก็พึ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่า ถ้าเป็คนในตระกูลหวังนั้นเรียกขานนางเช่น ลูกสาว เหนี่ยวเหนี่ยว น้องเล็ก และท่านย่าเล็ก เพียงเท่านั้นแล้วผู้ใดกันเรียกข้าว่าเ้านายน่ะ?!
เหนี่ยวเหนี่ยวรู้สึกเอะใจจึงหันมามองที่ไหล่ด้านขวาของนางเองที่ตอนนี้มีเ้าขาวผ่องนั่งอยู่
“เ้า……..”เหนี่ยวเหนี่ยว ถึงกับตื่นเต้นเมื่อคิดได้ว่าน่าจะเป็เ้าขาวผ่องแน่นอนที่พูดออกมาเมื่อตะกี้
“เอ๋..??เ้านายมีอะไรกับขาวผ่องงั้นเหรอ?”ขาวผ่อง
“เ้าพูดได้ด้วยรึเ้าขาวผ่อง!!”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ใช่แล้วเ้านายข้าย่อมพูดได้เมื่อได้ทำพันธะกับท่าน เป็เื่ปรกติที่สัตว์อสูรระดับสูงส่งเช่นข้าจะทำได้”ขาวผ่อง ยืดหน้าอกตันๆของตัวเองขึ้นมาอย่างอวดตัวเอง หน้าเชิดขึ้นฟ้าอีกต่างหาก
“โอ้…นี่แสดงว่าสัตว์อสูรระดับสูงๆเช่นเ้าสามารถพูดได้เหมือนผู้คนทั่วไปทั้งหมด หรือว่าต้องได้ทำพันธะกับผู้ที่เป็เ้านายเท่านั้นถึงจะพูดจาได้?”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ถ้าเป็สัตว์อสูรทั่วๆไประดับต่ำๆไม่มีความสามารถพอที่จะพูดออกมาได้ เพียงแต่จะเข้าใจกันระหว่างเ้านายกับสัตว์อสูรในพันธะเพียงเท่านั้น
แต่ถ้าเป็สัตว์อสูรระดับประกายสีทองแบบข้า หรือสัตว์อสูรระดับสูงขั้นสุดย่อมพูดได้”ขาวผ่อง
“อ้อ…ข้าเข้าใจแล้ว ขาวผ่องเ้าพูดกับข้าได้เพียงผู้เดียวหรือสามารถพูดคุยกับคนอื่นๆได้ด้วยเช่นกันล่ะ?”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ข้าย่อมพูดคุยกับผู้อื่นได้เช่นกัน ไม่ใช่เพียงแต่เ้านายเท่านั้นเ้าค่ะ”ขาวผ่อง
“โอ้…เ้าเป็ตัวเมีย!!”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ใช่ เ้านาย”ขาวผ่อง
“ถึงว่าสิเ้าถึงไม่อยากชื่อแม่นางขอบทอง จึงเลือกชื่อแม่นางขาวผ่องแทนน่ะ…”เหนี่ยวเหนี่ยว
“..............!!”ขาวผ่อง
เ้าขาวผ่องได้แต่มองบนเพราะว่ามันไม่ได้ชื่นชอบชื่อทั้งสองชื่อที่เ้านายตั้งให้เลย แต่ก็ต้องยอมรับชื่อที่พอรับได้และพอฟังได้ที่สุดตัวเลือกของมันมีเพียงแค่สองชื่อจะให้มันเลือกชื่ออะไรได้เล่าถ้าไม่ใช่ ขาวผ่องน่ะ!!
“ท่านย่าเล็ก ท่านคุยกับผู้ใดหรือเ้าคะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ
“ใช่ๆข้าก็เห็นท่านย่าเล็ก นั่งคุยอยู่กับตนเอง”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
“นี่ไง ข้าคุยกับขาวผ่องไม่ได้คุยกับตัวข้าเอง ขาวผ่องทักทายเหลนสาวน้อยของข้าหน่อยสิ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“สวัสดีเหลนสาวน้อยทั้งสี่ของเ้านาย”ขาวผ่อง ส่งเสียงทักทายเจื้อยแจ้วออกมา
“ขาวผ่องพูดได้!!?”เหลนสาวน้อยทั้งสี่คน
“และขาวผ่องเป็ตัวเมียด้วยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ดีจังเลยเ้าค่ะ”เหลนสาวน้อยทั้งสี่คน
“ขาวผ่อง เ้าเก่งจังเลยที่พูดภาษาพวกข้าได้ ไม่ได้พูดภาษานกอีกต่อไปแล้ว..”เหลนสาวรองมี่เฟิ่ง
“ใช่ๆ ไม่งั้นพวกข้าคงจะต้องพูดภาษานกกับเ้าตลอด”เหลนสาวคนโตยายา
“จิ๊บ…จิ๊บ….จิ๊บ…..”เหลนสาวทั้งสี่ ทำเสียงภาษานกส่งไปให้เ้าขาวผ่องรับรู้
“..................!!”ขาวผ่อง ยกขาของตัวเองขึ้นมาข้างหนึ่งพร้อมกับเอียงหูด้านซ้ายของมันเพื่อปิดเสียงอันน่าแสลงใจสำหรับมันทันที
เ้าขาวผ่องคิดขึ้นมาทันทีเลยว่านี้เป็ความคิดที่ถูกต้องหรือไม่ที่ทำพันธะกับเ้านาย และมาเจอครอบครัวเ้านายแต่ละคนดูแล้วนกอย่างข้าคงจะปวดหัวแน่ๆ
เมื่อสี่สาวน้อยพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นส่งเสียงดัง จนเรียกความสนใจจากกลุ่มพวกพี่ชาย และกลุ่มเด็กๆอีกสองตระกูล พวกเขาทั้งหมดเลยมารวมตัวกันล้อมรอบเหนี่ยวเหนี่ยวเอาไว้ เพื่อส่งเสียงทักทายเ้าขาวผ่อง และรอฟังเสียงเ้าขาวผ่องพูดคุยกับพวกเขาด้วย
บรรดาพวกผู้หญิงที่กำลังรวมตัวทำอาหารกันอยู่นั้น ก็หันมามองพวกเด็กๆอยู่บ่อยๆอยู่แล้ว ก็เกิดอาการสงสัยขึ้นมาว่าทำไมพวกเด็กๆถึงหายไปไหนกันหมด พอหันมาอีกทีไม่ใช่ว่าพวกเด็กๆจะหนีหายไปซนที่ไหนไกล กับกำลังพูดคุยอะไรกันส่งเสียงดังกับเหนี่ยวเหนี่ยวอยู่
พอรับรู้เื่ที่ขาวผ่องสามารถสื่อสารกับผู้คนได้ ก็ยิ่งทำให้พวกท่านตื่นเต้นขึ้นมากันเลย อยากจะคุยกับเ้าขาวผ่องด้วยเช่นกัน เพราะมีแต่คนอยากจะได้ยินของเสียงสัตว์อสูรระดับตำนานแบบนี้กันทั้งนั้น
และแน่นอนว่าเหนี่ยวเหนี่ยวย่อมบริหารพวกท่านแม่อย่างเต็มที่ พาเ้าขาวผ่องมาทักทายสวัสดีกับทุกๆคน
“สวัสดีเ้าค่ะ ท่านแม่ พี่สะใภ้ หลานสะใภ้ ท่านป้า”ขาวผ่อง ส่งเสียงทักทายทุกๆคน
เมื่อเสร็จสิ้นการแนะนำตัวเบื้องต้นกันครบทุกๆคนแล้ว เ้าขาวผ่องถึงกับแลบลิ้นออกมาด้วยความเหนื่อยล้า ที่ต้องพูดเยอะมากๆ
“เอานี่น้ำกินซะเ้าขาวผ่อง”เหนี่ยวเหนี่ยว ยื่นน้ำให้มันได้ดื่มกินดับกระหาย
“ขอบใจจ้ะเ้านาย”ขาวผ่อง
“อือ…จริงสิขาวผ่องเ้าสามารถตัวเล็ก และตัวโตได้ขนาดไหนกันล่ะ??”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ได้แบบสุดๆเลยเ้านาย”ขาวผ่อง
“สุดๆมันสุดแค่ไหนกันเล่า ขาวผ่อง”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แบบนี้อย่างไรล่ะเ้านาย”ขาวผ่อง
มันเลยค่อยๆย่อตัวหดเล็กลงอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ พวกเหลนๆทั้งหมดก็ค่อยๆค้อมตัวลงมาเพ่งมองเ้าขาวผ่องกันอย่างไม่รู้สึกตัวว่าตอนนี้กำลังทำท่าทางเหมือนๆกันไปหมด
“ว้าว…..สุดยอดไปเลย”พวกเด็กๆ ที่มองแทบไม่เห็นตัวเ้าขาวผ่องกันแล้ว ถึงกับตาโตด้วยความตื่นเต้นกับความสามารถพิเศษของเ้าขาวผ่องกัน
“เอาล่ะ…ขาวผ่องกลับมาขนาดเท่าฝ่ามือข้าเถอะ เ้าดูสิเหลนๆข้าหลังจะค่อมกันหมดแล้ว และข้าก็มองเ้าไม่เห็นนะเดี๋ยวเผลอทับเ้าแบนขึ้นมาไม่รู้ด้วย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“............!!!”ขาวผ่อง รีบขยายตัวขึ้นมาเท่าขนาดฝ่ามือของเ้านายของมันอย่างรวดเร็ว เพราะเ้านายนั่งใกล้มันมากจนน่ากังวลจริงๆ
“อือ…แล้วถ้าขยายตัวให้ใหญ่ เ้าสามารถขยายตัวเองได้ขนาดเท่าใดกันล่ะเ้าขาวผ่อง”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่ตอนแรกกะว่าจะหยุดทดสอบความสามารถเ้าขาวผ่อง แต่ก็นึกขึ้นมาได้ว่ามันสามารถทำได้มากกว่านี้ไหนๆตอนนี้นางก็ไม่มีอะไรจะทำอยู่แล้วมาสำรวจพลังสัตว์อสูในพันธะของนางเองจะดีกว่า
จะได้รู้จักมันมากขึ้นและสามารถใช้งานของมันได้อย่างเต็มที่อีกด้วย
“ได้เลยเ้านาย”ขาวผ่องที่กำลังขยายขนาดตัวให้ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆแต่เหนี่ยวเหนี่ยวก็สั่งให้หยุดก่อนอย่างรวดเร็ว
“ฮึ่บ……….”
“หยุดดดดดดดดด…..ขาวผ่อง”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เ้าค่ะ เ้านาย”ขาวผ่อง เอียงคอมองอย่างงงๆหรือว่าเ้านายจะไม่ให้ขยายขนาดให้ตัวใหญ่กว่านี้แล้วหรืออย่างไรกัน
“...............??”พวกเหลนๆต่างก็งงเช่นกันทำไมท่านย่าเล็กสั่งให้หยุดเร็วจังเลย พวกเขาก็อยากรู้เช่นกันว่าเ้าขาวผ่องสัตว์อสูรในตำนานของท่านย่าเล็กจะเก่งกาจมากมายเพียงใดกัน
“เ้าจะมาขยายตัวตรงนี้ไม่ได้โต๊ะได้พังหมดกันพอดี หาที่โล่งๆสิ นั่นทางด้านโน้นน่ะไปเร็วเข้า”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จริงด้วย ขาวผ่องท่านย่าพูดถูกนะ”เหลนสาวสี่ทู่จึ
พวกเด็กๆเลยพากันยกโขยงไปที่มุมข้างบ้านที่เป็พื้นที่โล่งพอสมควร
“เอาล่ะ เริ่มได้เลยขาวผ่อง”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ได้เ้านาย”ขาวผ่อง
“ฮึ่บ………..”
พวกเด็กๆก็พากันลุ้นตัวโก่งกันไปหมด และทำเสียงแปลกกันออกมาด้วย เหมือนจะช่วยส่งกำลังใจให้เ้าขาวผ่อง
“ฮึ่บ…..อืด……………”
“ว้าว…..”พวกเหลนๆ
“แค่นี้พอไหมเ้านาย..”ขาวผ่อง
สัตว์อสูรในพันธะของเหนี่ยวเหนี่ยวตอนนี้ตัวใหญ่กว่าพวกเหลนๆของนางไปแล้ว
“ฮึ่บ…..อืด……………”เหนี่ยวเหนี่ยว เบ่งตัวส่งสัญญาณไปที่เ้าขาวผ่องว่ายังไม่พอให้เ้าขยายตัวใหญ่กว่านี้อีก
เหนี่ยวเหนี่ยวยังคงให้เ้าขาวผ่องขยายขนาดตัวเองไปเรื่อยๆไม่มีทีท่าจะสั่งหยุดแต่อย่างใดจนตอนนี้มันตัวใหญ่เท่าต้นไม้ที่สูงขนาดเกือบ 2 จั้งเข้าไปแล้ว ( 1 จั้ง = 3 เมตร )
“เ้าขาวผ่องสูงเท่าต้นไม้แล้ว”เหลนสาวสามยวี๋ยวี๋
“ใช่ๆ”พวกเด็กๆ
“พอก่อนขาวผ่อง นั่งหมอบลงหน่อยสิ”เหนี่ยวเหนี่ยว สั่งการเ้าขาวผ่องทันที
“ได้เ้านาย”ขาวผ่องนั่งลงแต่ก็ยังดูสูงใหญ่มากๆ ไม่ต่างอะไรกับตอนที่มันยืนเลยแม้แต่น้อย
“นี่เ้าขาวผ่องถ้าข้าอยากให้เ้าขยายขนาดตัวให้ใหญ่มากกว่านี้จะยังได้อีกหรือไม่กัน?”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ย่อมได้เ้านาย เรียกได้ว่าข้าสามารถตัวใหญ่เท่าูเายังถือว่าเล็กน้อยเลย”ขาวผ่อง
“โอ้โฮ…!!”พวกเด็กๆพากันร้องเลย เมื่อได้ยินแบบนี้เท่าูเานี่มันอย่างใหญ่โตมากๆเลย เพราะูเาแต่ละลูกไม่ใช่เล็กๆ มันสูงใหญ่สุดที่จะมีคำพูดใดมาอธิบายได้เลย
“แบบนี้ก็ดีเลยน่ะสิ แต่จะว่าไปรูปทรงของเ้าตอนนี้สวยงาม ดูดี มีสง่า สมกับเป็สัตว์อสูรระดับตำนานหน่อยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“นี่คือร่างจริงของข้าอีกร่างหนึ่งน่ะ เ้านาย”ขาวผ่อง เชิดคอสูงขึ้นทันทีที่ได้ฟังเ้านายของมันเอ่ยปากชมมันว่าสวยสง่า
“แต่ร่างตอนเ้าตัวเล็กนี่ไม่ไหว บินจะขึ้นหรือเปล่าก็ไม่รู้”เหนี่ยวเหนี่ยว
“.............!!”เ้าขาวผ่อง ถึงกับตากระตุกไปเลยพึ่งจะชมข้าเพียงแป๊บเดียวก็มาว่าข้าอีกแล้ว
พวกเด็กๆตอนนี้ก็ต่างพากันลูบขนสีขาวเงางามเป็ประกายดั่งไข่มุกของมันอย่างเพลิดเพลิน โดยเฉพาะปีกและหางของมันที่มีประกายขอบสีทองที่ส่องแสงสวยงามเป็เอกลักษณ์ของมัน
“ฉึ่ก…ฉึ่ก….”
“...............!!”ขาวผ่อง
“เ้านาย ช่วยข้าด้วยพวกเหลนๆของท่านจะดึงขนหางข้าแล้วเ้าค่ะ!!”ขาวผ่อง
“โอ้..!!จริงเหรอ แค่อันสองอันไม่เป็ไรหรอกน่าขาวผ่องทำเป็หวงไปได้ ก็ขนของเ้ามันสวยมากจริงๆเป็ธรรมดาที่พวกเหลนๆของข้าจะชื่นชอบและอดใจไม่ไหวที่จะเก็บไว้ดูน่ะ ข้าว่าจะขอเ้าเหมือนกันนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“.............!!”ขาวผ่อง เ้านายที่พึ่งพาไม่ได้จริงๆมันคิดท้อแท้อยู่ในใจ
“เอาล่ะ เอาล่ะข้าล้อเล่นน่า อย่าเศร้าไปเลยนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“.............”ขาวผ่อง
“เหลนๆ พวกเ้าอย่าได้ดึงขนของขาวผ่องนะ เอาไว้ให้ขาวผ่องถอนขนของมันออกมาให้พวกเ้าเองจะดีกว่านะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เ้าค่ะ” “ขอรับ”พวกเหลนๆ พากันรับปากและกลับมารวมตัวกันด้านหน้าของเ้าขาวผ่องกันอีกครั้งหนึ่ง
“..................??”พวกเหลนๆ ที่ใช้สายตาจ้องมองมาที่เ้าขาวผ่องอย่างรอคอยบางอย่าง
“...................!!!”เ้าขาวผ่อง หันไปมองเ้านายของมันอีกครั้งเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งมันก็คิดว่าอาจจะมีความหวังอันน้อยนิดจริงๆ!!
“เหลนๆ เอาไว้วันหลังดีกว่าจะรอเ้าขาวผ่องมันผลัดขนละกัน รับรองเลยว่าข้าจะเก็บเอาไว้ให้เป็อย่างดีนะ และอย่าลืมนะว่าขนของขาวผ่องนั้นไม่ใช่มีเพียงแค่ความสวยงามเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนะ มันมีค่ามากมายเลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จริงด้วย”พวกเหลนๆ
สุดท้ายก็จบได้อย่างสวยงามแบบว่าเ้าขาวผ่องสามารถพึ่งพาเ้านายของมันได้ พวกเหลนๆพากันพยักหน้าอย่างเข้าใจและรอวันที่มันผลัดขน
************
มีรี้ดคนไหนสงสารเ้าขาวผ่องของพวกเรากันบ้างเ้าคะ?? เด็กๆแสบแสนซนกันทั้งนั้นเลย เ้าขาวผ่องคงจะต้องรับมือให้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่อย่างงั้นมันคงจะต้องหวาดระแวงว่าวันใดพวกเหลนๆของเ้านายคิดที่จะถอนขนของมันขึ้นมาอีก
แต่ที่แน่ๆการที่มันแสนรู้ ฉลาด และพูดภาษาคนได้แบบนี้ก็เป็การดีกับตระกูลหวังมากๆอย่างแน่นอน