ทั่วทั้งที่นั่งคนดูไม่มีคนไม่ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นพวกเขาไม่เข้าใจภาพที่ตัวเองเห็นเลย ตัวของอู๋เซิ่งที่เหมือนกับพ่นลมออกมาจากปากเพียงเล็กน้อยแต่กลับแช่แข็งทั้งสนามประลองเอาไว้พลังเช่นนี้แม้แต่ระดับวิญญาณหลายคนก็ทำไม่ได้และทักษะที่ใช้ย่อมเป็นทักษะที่เหนือความเข้าใจของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย
“สหายน้อยโปรดยั้งมือด้วยทางสำนักอสูรขอสละสิทธิ์ยอมแพ้ 1 คน” ผู้อาวุโสสำนักอสูรรีบปรากฎตัวและดึงหนึ่งในศิษย์ที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มของพวกจี้เต้าออกมาเมื่อคนสละสิทธิ์จำนวนคนบนสนามประลองก็ครบ 10 คนพอดี
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการประลองถือว่าจบลงสหายน้อยปลดน้ำแข็งพวกนี้ออกเถอะ” ผู้ตัดสินกล่าว
อู๋เซิ่งอดที่จะด่าทอในใจอีกฝ่ายไร้ยางอายเกินไปแล้วเพื่อให้จี้เต้าและซางหยินเป็นตัวแทนของภูมิภาคถึงขั้นออกหน้าออกมาขอร้องและยังแหกกฎถึงขั้นสละศิษย์ด้วยตัวเองโดยไม่ได้ถามถึงความเห็นของศิษย์ตัวเองอีก
“ทำแบบนี้ได้ยังไงแบบนี้มันผิดกฎ” เหลียนเจิ้งคำรามออกมา ศิษย์ของพวกเขาแพ้หมดรูปสำนักอสูรไม่ว่าอะไรแต่ตอนที่สำนักอสูรกำลังจะสูญเสียจี้เต้าไปพวกเขากลับปรากฎตัวแสดงการกระทำที่ไร้ยางอายออกมา
“ศิษย์ของเราสละสิทธิ์มันผิดตรงไหน”ผู้อาวุโสสำนักอสูรกล่าว
“เจ้าถามความเห็นของเขาหรือยังแล้วอีกอย่างการที่พวกเจ้าเข้ามาแทรกแซงการประลองมันถือว่าผิดกฎ” เหลียนเจิ้งโกรธอย่างมาก
“พูดไปก็เท่านั้นสหายน้อยจากหุบเขาเฟยเซียงข้าให้พวกเจ้าเป็นผู้ตัดสินก็แล้วกันหากพวกเจ้าไม่ยินยอมและมองว่าการกระทำนี้ไม่สมควรพวกเราจะให้พวกเจ้าประลองต่อโดยไม่สนใจอะไร
แม้ตัวแทนของภูมิภาคอาจจะอ่อนแอลงก็ไม่มีปัญหาหากสหายน้อยไม่ติดใจอะไรพวกเราก็จะขอบคุณอย่างมาก” ผู้อาวุโสสำนักอสูรกล่าว
“เหอะมีแต่จิ้งจอกเจ้าเล่ห์” เมี่ยวจื่อเค้นเสียง
“เอาละข้าไม่เอาความก็แล้วกันถึงอย่างไรเมื่อเทียบกับคนบางคนที่กระทำไร้อย่างอายอย่างเอาศิษย์สายในมายั่วยุคนอื่นและก่อให้เกิดการต่อสู้เพื่อศึกษาความสามารถของคนอื่นแล้วการกระทำของพวกท่านยังพอรับได้”อู๋เซิ่งโบกมือน้ำแข็งก็สลายหายไปทั้งหมด
“ในเมื่อตกลงกันได้แล้วข้าขอประกาศตัวแทนของภูมิภาคใต้ของพวกเราได้แก่ อู๋เซิ่ง ฉินอู่เหยา ต้วนหนิงเอ๋อหว่านเอ๋อ เจี้ยนโจว ถงอี้ จี้เต้า ซางหยิน สวี่เหยียน หานอี ทั้ง 10 คนจะได้เป็นตัวแทนไปประลองระดับภูมิภาคในอีก10 วันข้างหน้าขอให้พวกท่านเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเดินทาง”
สิ้นเสียงผู้ตัดสินบางคนก็ส่งเสียงไม่พอใจออกมาพวกเขาคิดว่าสำนักอสูรไร้ยางอายเกินไปยิ่งเป็นศิษย์ของสำนักเฟยหยางพวกเขาด่าทอออกมาอย่างเปิดเผยเพราะในปีนี้ศิษย์สำนักพวกเขาไม่ติดอันดับเลยสักคน มันคือความอัปยศและความอับดายของสำนัก
“สหายเมี่ยวข้าคิดว่าพวกเจ้ารอเดินทางไปพร้อมๆกับพวกเราดีกว่า หากพวกท่านกลับไปตอนนี้เกรงว่าจะเกิดเรื่องได้”ผู้อาวุโสสำนักอสูรปรึกษากับเมี่ยวจื่อทันที
สองสำนักย่อมรู้จักนิสัยของสำนักเฟยหยางดีครั้งนี้พวกเขาทั้งสองตบหน้าสำนักเฟยหยางอย่างจังและทำให้อีกฝ่ายอับอายอย่างมากอีกฝ่ายย่อมไม่ยอมอยู่เฉยอย่างแน่นอน
“ก็คงต้องเป็นแบบนั้นพวกเจ้าคิดว่ายังไง” เมี่ยวจื่อมองทั้ง 6 คน
“ข้าไม่มีปัญหาหรอกแต่ข้าขอติดต่อกับคนตระกูลต้วนก่อนข้าต้องการบางอย่างจากพวกเขา” อู๋เซิ่งโบกมือและเดินจากไป
“รอข้าด้วย”ต้วนหนิงเอ๋อและเจี้ยนโจวรีบตามไป
“ข้าขอถามได้หรือไม่อาจารย์ของเขาคือเซียนจริงๆใช่หรือไม่” ผู้อาวุโสสำนักอสูรกล่าว
“พวกท่านก็น่าจะสืบมาแล้วไม่ใช่เหรออีกอย่างการแสดงวันนี้พวกท่านก็น่าจะเข้าใจดีแล้วใช่หรือไม่ทักษะที่เด็กคนนั้นใช้คือทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักเราแม้แต่ในสำนักคนที่ฝึกสำเร็จกลับไม่ถึง10 คน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับก่อกำเนิดที่ฝึกสำเร็จยังไม่เคยมีมาก่อน” เมี่ยวจื่อกล่าว
“ถือเป็นโชคดีของภูมิภาคใต้ของพวกเราที่มีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่หลายปีที่ผ่านมาพวกเรารั้งอันดับท้ายของภูมิภาคทั้งสี่มาโดยตลอดปีนี้น่าจะได้อันดับดีๆบ้าง”ผู้อาวุโสสำนักอสูรเกิดความหวังขึ้นมา
“หากไม่ใช่เพราะคนของเฟยหยางคอยยุแยงให้แตกแยกกันพวกเราเองก็ไม่แพ้คนของภูมิภาคอื่นหรอก”เมี่ยวจื่อเค้นเสียง
“นั่นก็จริง”
หลังจากนั้นนอกจากทั้งสี่คนที่ยังบาดเจ็บและพักฟื้นตัวคนอื่นๆก็พักผ่อนและเตรียมตัวกันอยู่พวกเขาไม่สามารถเดินทางกลับสำนักได้ดังนั้นพวกเขาจะต้องใช้โอกาสที่ร้านยาและร้านอุปกรณ์ต่างๆยังไม่กลับไปเพื่อซื้อของที่จำเป็น
“คารวะนายน้อยวันนี้นายน้อยมาหาพวกเรามีธุระอะไรหรือเปล่า” คนของตระกูลต้วนเห็นอุ๋เซิ่งเดินมาก็รีบเข้าไปต้อนรับอู๋เซิ่งไม่เพียงแต่เป็นนักปรุงยาที่พวกเขาเคารพแต่ยังเป็นอัจฉริยะและศิษย์ของเซียนอีกด้วย
“จัดหาสมุนไพรพวกนี้มาให้ข้าหน่อยและเลือดของสัตว์อสูรด้วย” อู๋เซิ่งยื่นรายการให้กับอีกฝ่าย
“ของพวกนี้ส่วนใหญ่อยู่ที่ตระกูลแต่ข้าจะรีบติดต่อไปยังตระกูลให้คนรับนำมาส่งที่นี่โดยเร็ว”
“ให้ระดับตัดวิญญาณมาด้วยตัวเองถ้าให้ดีให้ระดับตัดวิญญาณขั้นสมบูรณ์มาด้วย” อู๋เซิ่งกล่าว
“หรือว่าจะมีคนกล้าโจมตะพวกเรา”ผู้อาวุโสตระกูลต้วนหรี่ตาลง
“สำนักเฟยหยางตอนนี้น่าจะกลายเป็นหมาบ้าที่กัดไม่เลือกหน้าแน่เพราะงั้นเตรียมการไว้นั่นแหละดี”
“ข้าเข้าใจแล้วจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้”
“น้องเล็กเจ้าต้องการสมุนไพรพวกนี้ไปทำไม”ต้วนหนิงเอ๋อแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ
“การประลองในอีก10 วันจะต้องรุนแรงแน่ด้วยพลังของพวกท่านตอนนี้ยังยากที่จะเอาตัวรอดได้ข้าเลยคิดจะเตรียมการยกระดับรากฐานให้พวกท่านก่อนออกเดินทางอีกอย่างข้าก็คิดจะขัดเกลาร่างกายให้แข็งแกร่งขึ้นเช่นกัน” อู๋เซิ่งกล่าว
“สมุนไพรพวกนี้ช่วยยกระดับกายาได้งั้นเหรอ”เจี้ยนโจวตกใจ
“ข้าต้องการหลอมเม็ดยากลั่นกายาขึ้นมาเม็ดยานี้เป็นเม็ดยาที่ช่วยให้การฝึกฝนกายานั้นรวดเร็วมากขึ้นแต่ผลเสียของมันคือผู้ใช้จะต้องทนกับความเจ็บปวดให้ได้มากที่สุดยิ่งทนได้นานผลก็ยิ่งดี”อู๋เซิ่งกล่าว
“เจ็บปวดมาเลยงั้นเหรอ”ต้วนหนิงเอ๋อตกใจ
“มากจริงๆบางคนถึงขั้นร้องให้ออกมาเลยละ” อู๋เซิ่งยกยิ้ม
ต้วนหนิงเอ๋อถึงกับกลืนน้ำลายหลังจากนั้นอู๋เซิ่งก็ได้รับเลือดของสัตว์อสูรระดับตัดวิญญาณโชคดีที่ทางผู้อาวุโสตระกูลต้วนสามารถขอซื้อจากสำนักสัตว์อสูรได้ทำให้ไม่ต้องรอจากตระกูลส่วนสมุนไพรจำเป็นต้องรอจากตระกูลเท่านั้น
หลังจากได้รับเลือดสัตว์อสูรระดับตัดวิญญาณอู๋เซิ่งก็เริ่มวาดยันต์อีกครั้งเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเหตุการณ์ร้ายๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตถึงอย่างไรนอกจากสำนักเฟยหยางแล้วก็ยังมีลัทธิมารที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด