เสี่ยวเทียนหลังประกาศเสร็จก็เรียกเจ้าเมืองฉี มาสอบถามบางอย่างต่อ
“ เมืองฉีนี้สามารถเพาะปลูกข้าว ได้เพียงพอกับ กับประชาชนทั้งเมืองหรือไม่?”
“ เวลานี้ฝนแล้ง น้ำในแม่น้ำกว่าจะไหลมาจากทางต้นน้ำ ตอนเหนือของดินแดนของเรา ได้สร้างเขื่อนกั้นน้ำเอาไว้ ไม่ยอมปล่อยน้ำออกมา ทำให้พื้นที่ใต้เขื่อนที่ห่างไกลอย่างเรา ขาดแคลนน้ำอย่างมาก ทั้งๆ ที่เป็นพื้นที่ลุ่ม ดินดีที่สุดเลย
แต่ไม่สามารถปลูกข้าวได้เลย ต้องสั่งซื้อข้าวจากเมืองทางเหนือ แล้วสามปีที่ผ่านมา ฝนไม่ตกมาเลย พวกเราที่ขุดบ่อเก็บน้ำเอาไว้ เลยไม่สามารถทำการเพาะปลูกได้ เวลานี้ประชาชนบางหมู่บ้าน ต้องไปตักน้ำที่ภูเขาฉีซาน ทีมีแหล่งน้ำที่เหลือน้ำน้อยเต็มที แล้ว”
“ แล้วเป็นแบบนี้ทุกเมืองหรือไม่”
“ สามสิบกว่าเมืองที่อยู่ใต้แม่น้ำใหญ่เป็นแบบเดียวกันหมด”
“ พรุ่งเช้าป่าวประกาศออกไป จะมีฝนตกตลอด 1 เดือน ให้พวกเขาหาวิธีเก็บกักน้ำเอาไว้ให้มากที่สุด”
“ คุณชายพูดจริงรึ?”
“ จริง”
รุ่งเช้าเสี่ยวเทียนใช้พลังธาตุฟ้า ควบคุมอากาศเอาไว้ สร้างเมฆดำก้อนใหญ่ ลอยคว้างไปทั่ว เมืองฉี และรอบๆ แล้วฝนก็เทลงมา อย่างมืดฟ้ามัวดิน ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ น้ำในบ่อ ในคลอง ในอ่างเก็บน้ำ ก็ล้วนเต็มไปจนหมด
เสี่ยวเทียนสร้าง อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ พอๆ กับทะเลสาบ ภายในอ่างเก็บน้ำ บรรจุค่ายกลธาตุน้ำเอาไว้ ต่อไปไม่ว่าจะใช้น้ำแค่ไหน น้ำในอ่างเก็บน้ำนี้ ก็ไม่มีวันหมด
ชาวบ้านประชาชนก็สามารถนำน้ำนี้ไปใช้เพาะปลูกได้ ตัดปัญหาเรื่องน้ำขาดแคลนไปได้
เสี่ยวเทียนยังอยู่ในเมืองฉีไม่จากไปไหน ยึดทรัพย์พ่อค้าทาสไป 20 คน ยึดทรัพย์ขุนนางไปอีก 20 คน ตัดหัว คนที่ทำผิดอีกครั้งไปอีก 100 คน ภายใน 1เดือน
เมืองฉีไม่มีแรงงานทาสอีกเลย คนที่เป็นทาส ได้เงินที่เสี่ยวเทียนยึดจาก ขุนนาง และพ่อค้าทาส ทำให้ พวกเขาสามารถไปทำนา ทำไร่ หรือ ค้าขายได้อย่างไม่ลำบากกันอีกต่อไป ทางส่วนกลางหลังจากทราบข่าว ว่า เมืองฉีเกิดการปฏิรูปใหม่ และสังหารคนจากส่วนกลางทิ้ง ทั้งหมด จึงสั่งให้แม่ทัพ ภาพที่ 4 นำทหารมากว่าหมื่นคน เพื่อปราบปราม มิให้ เมืองฉี เป็นตัวอย่างแก่เมืองอื่นๆ
แม่ทัพภาคที่สี่ ที่คุมแดนใต้ทั้งหมด มีนามว่า แม่ทัพซื่อจิ้ง ยกทัพล้อมเมืองฉีไว้ทั้งหมดแล้ว
“ ส่งสาสน์ ไป ให้เจ้าเมืองฉีมามอบตัว มิเช่นนั้น ภายในสามวัน ทหารแดนใต้ของเรา จะบุกยึด และฆ่าชาวเมืองฉีให้หมด ไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว !”
เมืองฉีมีคนอาศัยอยู่ประมาณสองแสนคน แม่ทัพซื่อจิ้งคิดแบบนี้ ก็โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว
ทหารเมืองฉี เห็นกองทัพที่ส่วนกลางส่งมา ก็ตัวสั่นงันงก รับสาสน์ที่ถูกส่งมารีบนำส่ง เจ้าเมืองฉีทันที
“ คุณชายเฉินทำอย่างไรดี แม่ทัพภาคสี่ ขนกองกำลังมาหมื่นห้าพันคน พวกเรายอมแพ้ดีไหม?”
“ พวกมันตั้งใจมาสังหารท่าน และครอบครัว ท่านจะยอมรึ?”
“ แล้วจะทำอย่างไรดี?” เจ้าเมืองฉีเดินไปเดินมาอย่างร้อนรน
“ อย่าได้กลัวไป ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง”
เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ก็หายวับออกไปยืนอยู่ที่บนกำแพง แล้วมองไปยังทหาร ที่กำลังลากเอาปืนใหญ่ เพื่อจะมายิงกำแพงเมืองฉีให้พังทลาย
“ พวกมดปลวก หาญกล้ามาสู้กับข้าเชียวรึ?” เสี่ยวเทียนเรียกปราสาทเทพเซียน และ เทพอินทรี ออกมา
“ จัดการพวกมันให้หมด”
เสี่ยวเทียนสั่งเสร็จ ปราสาทเทพเซียนที่เป็นรูปปราสาท เดี๋ยวนี้อัปเกรดใหม่ ก็มีการเปลี่ยนร่างจากปราสาท กลายเป็น ยานบินติดอาวุธ พุ่งไปข้างหน้า ปล่อยแสงทำลายออกไป ตูม ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ปืนใหญ่ที่ขนมาไม่ทันจะยิงถูกทำลายไปจนหมด
เทพอินทรีที่กลายเป็นอินทรีทองไปแล้ว สะบัดปีก พรึบเดียว ขนอินทรีนับร้อย ๆ ก็พุ่งออกไป
เหล่าทหารธรรมดา ก็ตายไปพร้อมๆ กันที่ละกองร้อย เสี่ยวเทียนคว้าธนูปราณเทพ ออกมาอีก สิบดอกแล้วยิงไปบนท้องฟ้า ทั้งสิบดอกแตกออกเป็นร้อยเป็นพัน พุ่งเข้าใส่กองทัพภาคสี่ ทหารนับหมื่นคน ตายรวดเดียวหมด
เสี่ยวเทียนใช้มือพลังจิตบรรพกาล กระชากตัวแม่ทัพภาคสี่ออกมา ซึ่งบัดนี้เหลือรอดเพียงคนเดียว
แล้วใช้มือตรวจสอบความลับทางการทหาร ของ แม่ทัพภาคที่สี่คนนี้ออกมาจนหมด แล้วกระแทกหัวจนระเบิดตาย กองทัพภาคที่ สี่ ถูกฆ่าตายเกลี้ยงกองทัพ
เสี่ยวเทียนส่งจดหมายเรียกเจ้าเมืองตอนใต้ทั้งสามสิบเมือง แล้วสั่งว่า
“ เจ้าเมืองทุกท่าน วันนี้แผ่นดินเกิดกลียุค ผู้นำดินแดนพิภพชั้นที่ 7 ไม่สามารถแก้ไขให้มันดีได้ ข้าเป็นตัวแทนฟ้า จะมาจัดการจัดระเบียบ ปฏิรูป บ้านเมืองเสียใหม่ ของให้ทุกคนทำตามคำสั่งดังนี้
หนึ่ง ยกเลิกทาสทั้งหมด
สอง ยกเลิกส่งส่วยภาษีให้ส่วนกลาง และนำทุนไปให้ประชาชนที่เดือดร้อนทั้งหมด
สาม บังคับใช้กฏหมายกับ ทหารและข้าราชการ ผู้ใช้กฏหมายอย่างเข็มงวด ห้ามมิให้นำกฏหมายไปบังคับใช้ไม่ถูกต้อง มิเช่นนั้นต้องถูกลงโทษหนักกว่า ประชาชนทั่วไป และยึดทรัพย์ทันที
หากเมืองใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง ข้าตัวแทนฟ้า จะไปจัดการกับเมืองนั้นด้วยตัวเอง
เฉินเสี่ยวเทียน ตัวแทนฟ้าดิน”
ทั้งสามสิบเมือง แทบจะทุกเมือง ต่างหัวเราะ กับสาส์น ที่เสี่ยวเทียนนำไปส่ง
โดยเฉพาะเมืองที่อยู่ห่างไกล ที่ไม่รู้สิ่งใด แต่ว่า เมืองติดกัน ห้าเมืองขานรับ
ว่าจะทำตามที่เสี่ยวเทียนกำหนดมาให้ทันที ดังนั้น ทั้งห้าเมืองมีแหล่งน้ำธรรมชาติ
แล้ว ทำให้พวกที่เคยเป็นทาสก็ ถูกปล่อยมาเป็นอิสระ ทำให้พวกเขาสามารถใช้ชีวิตได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาใครๆ ส่วนเมือง รอบ ๆนอกไม่รู้ข่าวของเฉินเสี่ยวเทียน
จึงขยำจดหมายทิ้ง ไม่สนใจเรื่องนี้อีก
“ คุณชายเฉิน สามสิบเมืองมีตอบตกลงเพียงแค่ห้าเมือง ที่เหลืออีก ยี่สิบห้าเมืองไม่มีใครตอบรับมาเลยสักเมือง” เจ้าเมืองฉีเอ่ย
“ เมืองไหนที่เข้มแข็งที่สุด ร่ำรวยที่สุด”
“ เมืองอู๋ เป็นเมืองที่มีเชื้อพระวงศ์มาปกครอง อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงเท่าไร”
“ อืมดี ข้าจะจัดการกับเมืองนี้ก่อนเป็นอันดับแรก”
คืนนั้นเสี่ยวเทียนมาปรากฏร่าง อยู่ที่เมืองอู๋ พบว่าจวนเจ้าเมืองอู๋นั้นยิ่งใหญ่ราวปราสาทราชวังจริงๆ มีเหล่าทาสทั้งหญิงชายอยู่เต็ม ปราสาทไปหมด มีชายอ้วนพุงพลุ้ย กับเล่นน้ำกับสาวงาม ที่ถูกจับมาเป็นทาส โดยทาสสาวทุกคนล้วนถูก ล็อคด้วยโซ่ตรวน อยู่ในสภาพเปลือย แต่ละคนน้าตาไหล แสดงสีหน้าเจ็บใจแต่ไม่สามารถ ทำอะไรได้
เสี่ยวเทียนเห็นแล้วไม่อยากเสียเวลาอีก ไปปรากฏกร่าง เข้าไปยืนต่อหน้า เจ้าเมืองอู๋แล้วเตะเข้าไปที่ศรีษะ เปรี้ยง ! หัวของเจ้าเมืองอู๋หัวหมุนไปอยู่ด้านหลัง
คอหักตายไปในทันที !
แล้วจากนั้นก็สะบัดมือเข้าใส่ ทาสสาวทั้นหมด กุญแจที่ล็อคคอและขา หลุดออกพร้อมกันทั้งหมด แล้วโยนเหรียญทองให้ไปอีกคนละ 1 ล้านเหรียญให้กับทุกคน
“ ออกไปจากที่นี่ซะ อีกไม่นานปราสาทนี้จะไม่มีอีกแล้ว” เด็กสาวได้เงินแล้วก็รีบหาเสื้อผ้ามาพันกายทั้งหมดแล้วรีบหนีไป มีทหารองครักษ์คิดจะจับพวกนาง แต่ว่าอยู่ๆ ก็มีเข็มสังหารพุ่งออกมา ทะลุลำคอตายกันเกลื่อน ปราสาทไปหมด
เสี่ยวเทียนกวาดทรัพย์สมบัติทั้งหมดออกมา แล้วก็ลากศพของเจ้าเมืองอู๋มาเก็บเอาไว้ในที่เก็บของมิติ
จากนั้นก็ไปที่บ้านพักของ แม่ทัพใหญ่รักษาเมือง เสนาบดี ขุนนางใหญ่อีกสิบกว่าคน ล้วนถูกสังหารเรียบภายในคืนเดียว ทรัพย์สมบัติของ พวกเขาทั้งหมดหายไป
ศพของ เจ้าเมืองอู๋ และ เหล่าขุนนาง เสนาบดี แม่ทัพใหญ่ ถูกตรึงด้วยธนูไว้ที่กำแพงเมือง เพียงคืนเดียว เมืองอู๋ถึงกับล่มสลายไป ไปด้วยลักษณะนี้ !!
รุ่งขึ้น มีเมืองหลิว และ เมืองติ้ง ก็มีเหตุการณ์แบบเดียวกัน เจ้าเมืองถูกฆ่าตายไปจนหมด สามวัน สามเมืองล่มสลายไป
ที่เหลืออีกยี่สิบกว่าเมืองต่างสงสัย ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทุกคนไม่มีใครคิดว่าจะเป็นฝีมือของเฉินเสี่ยวเทียน จนกระทั่งผ่านไปอีก สิบวัน เจ้าเมืองอีกสิบเมืองก็ถูกสังหารโหดอีก คราวนี้เจ้าเมืองที่เหลือ ต่างเพ่งเป้ามาที่เฉินเสี่ยวเทียน
ต่างส่งตัวแทนมาสอบถามเพื่อความแน่ใจ
“ พวกเจ้ามีเวลาเหลืออีก 11 วันไม่ยอมสยบก็เป็นเช่นเดียวกับอีก 13 เจ้าเมือง”
เสี่ยวเทียนพูดสั้นๆ ตัวแทนได้ยินเช่นนั้นก็รีบกลับไปรายงานเรื่องทั้งหมดให้กับทั้งเจ้าเมืองทั้งสิบเอ็ดเมืองที่เหลือ ทั้งหมดไม่ยอมเสี่ยวเทียนนำเรื่องไปกราบทูลให้กับ จักรพรรดิเซี่ยเสียน
“ นี่มันบังอาจถึงขนาดนี้เชียวรึ 13 วันมันฆ่าเจ้าเมือง13คน ”
จักรพรรดิเซี่ยเสียน ฝึกตนเพียง 1 เดือนไม่คิดว่า จะมีเรื่องใหญ่โตเช่นนี้
“ ไม่ใช่แค่นั้น มันสังหาร กองทัพภาคที่สี่ทั้งกองทัพภายคืนเดียว ท่านแม่ทัพซื่อจิ้งพลีชีพในครั้งนี้ด้วย” แม่ทัพภาคที่ 2 เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เคียดแค้นนัก
“ อะไรนะ แม่ทัพซื่อจิ้งตายแล้วหรือนี่”
“ องค์ชาย 13 เจ้าเมืองอู๋ ก็ถูกมันฆ่า แล้วร่างถูกตรึงด้วยธนูเอาไว้ที่กำแพงเมืองด้วยพระเจ้าค่ะ”
“ อะไรนะ แม้แต่โอรสของข้ามันก็ไม่เว้น?” จักรพรรดิเซี่ยเสียนเอ่ยด้วยความโกรธ
“ พวกเราไม่กล้าทำสิ่งใด เลยต้องรอเสด็จพ่อออกจากการฝึกตนก่อน” รัชทายาทรีบเอ่ยออกมา
“ มันเป็นใคร มีความสัมพันธ์ใด กับเจ้าเมืองฉี?”
จักรพรรดิเซี่ยเสียน กลับมามีสติ ไม่มีอารมณโกรธอีก
“ มันชื่อ เฉินเสี่ยวเทียน มันบอกว่า มันจะปฏิรูป บ้านเมืองเสียใหม่ ใครไม่ทำตามต้องตกตายสถานเดียว” เจ้าเมืองผู้หนึ่งรีบเอ่ย
“ มันสั่งให้เลิกทาส บังคับใช้กฏหมายกับทหารและขุนนางโดยให้บทลงโทษหนักกว่า ประชาชนถึงสองเท่า ทำผิดเมื่อใด ต้องยึดทรัพย์มาแจกจ่ายประชาชนทั้งหมด” เจ้าเมืองอีกผู้หนึ่งรีบเอ่ย
“ มันเสนอจะจัดแหล่งน้ำให้ประชาชนได้เพาะปลูก ทำให้ประชานเมืองฉี และอีกห้าเมือง พ้นหายนะภัยแล้ง ผู้คนไม่อดอยากอีกต่อไป” เจ้าเมืองอีกเมืองเล่าตามความจริง
“ เฮอะ แผ่นดินนี้เป็นของมันหรือไง แผ่นดินนี้เป็นของราชวงศ์เซี่ย มาเป็นพันปี
มันคิดว่ามันเป็นใคร มาปฏิรูปบ้านเมืองของข้า แม่ทัพทั้งสามฟังข้า นำทัพทั้ง สามสิบกองพัน เข้าโจมตีเมืองฉีภายในสามวัน เอาเลือดหัวมันมา ล้างตีนข้าให้ได้”
แม่ทัพภาคที่ 1 แม่ทัพภาคที่ 2 แม่ทัพภาคที่ 3 ต่างรับพระบัญชาแล้วเดินออกไปในทันที
ในส่วนของเสี่ยวเทียน หลังจากสังหารเจ้าเมือง ที่ไม่เห็นด้วยไปแล้ว สิบสามเมือง
ก็กลับมาตั้งหลักที่เมืองฉี เพราะรับทราบข่าวว่า มีการส่งกองกำลังมาอีกสามหมื่นคน จากแม่ทัพทั้งสามภาค เจ้าเมืองฉีเวลานี้กลัวจนตัวสั่นไปหมด
“ อย่าได้หวาดกลัวไป คราวนี้พวกมันมาได้ แต่กลับไม่ได้แน่”
เสี่ยวเทียนตบไหล่เจ้าเมืองฉี แล้วพุ่งร่างขึ้นไปบนฟ้า แล้วมองไปที่กองทัพทั้งสามกอง ที่แยกกันมากันคนละทิศ กำลังลงมาเพื่อโจมตีเมืองฉี ที่มีเพียงทหารเฝ้าแค่ สองพันคนเท่านั้น
“ ในเมื่ออยากตายกันนัก ก็เข้ามาเลย”
เสี่ยวเทียนชักกระบี่อัสนีออกมาแล้วกวัดแกว่งไปทั่วท้องฟ้า เกิดประกายอัสนีแลบแปร๊บๆ อยู่เหนือทั้งสามกองทัพ และแล้ว พายุอัสนีสายฟ้า ก็เริ่มพัดผ่านเข้ามาผ่านทั้งสามกองทัพพร้อมกัน เปรี้ยง ! เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !! เสียงของสายฟ้าดังกลบเสียงร้อง ออกมาอย่างหวาดผวา ของเหล่าทหาร
ไม่คิดว่าสายฟ้าที่มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ พุ่งเป้ามาที่กองทหารของพวกเขา ไม่ว่าจะหลบหนีไปที่ใด ก็ถูกพายุสายฟ้า ฟาดกระหน่ำจนตายไม่มีใครรอดแม้สักคนเดียว แม่ทัพทั้งสามเองก็ไม่รอด มนุษย์ธรรมดาไหนเลย จะสู้กับพลังเทพเจ้าเช่นนี้ได้
คืนนั้น มีเจ้าเมืองอีกหนึ่งเมือง ถูกตัดหัวไปปักเอาไว้ที่หน้าเมืองของตน พร้อมกับเหล่าเสนาบดีอำมาตย์ พร้อมกับ ถูกยึดสมบัติไปจนหมด…..