มารฟ้าพิชิตสวรรค์

    ตอนที่ 66 : การประลอง

    ตอนที่ 66


     


    สนามประลองภายในโลกใบเล็ก เนืองแน่นไปด้วยเหล่าผู้คน ที่มาชมการประลอง บนเวทีมีชายหญิงสองคนยืนเผชิญหน้ากัน ชิงเทียนได้ขอร้องให้จิ่วฟาง เป็นคู่ซ้อมให้กับโกมินทร์ เนื่องจากเธอมีขอบเขตพลังใกล้เคียงเขาที่สุด 


     


    อันที่จริงคนที่ชิงเทียนเลือกไว้คือจิ่วเฟย แต่เธอต้องดูแลหน้าร้านช่วยจิวหยวนปิง ซึ่งตอนนี้มีลูกค้าทะยอยมาอย่างไม่ขาดสาย 


     


    หลังจากจิ๋วฟางดูดซับเม็ดยาสุริยะคราส เธอก็ได้เลื่อนขั้นมาอยู่ใน ขอบเขตก่อตั้งร่างกายชั้นสูง โกมินทร์เองก็ได้รับเม็ดยาจากชิงเทียน และอยู่ในขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นกลาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


     


    สัญญานเริ่มการต่อสู้ดังขึ้น จิ่วฟางนำพัดเหล็กขนาดใหญ่ออกมา ส่วนโกมินทร์ใช้เป็นดาบไทยโบราณ หญิงสาวเหวี่ยงพัดเหล็กสร้างพายุใบมีดขึ้นมา ใบมีดนับพันโหมกระหน่ำพุ่งไปด้านหน้า


     


    ใต้ฝ่าเท้าของโกมินทร์ ปรากฏวงแหวนเวทย์สีดำ ก่อนที่เขาจะมาประลอง ก็ได้ชิงเทียรคอยช่วยอบรมวิธีการใช้เคล็ดวิชา ‘วัฏจักรหมื่นอาคม' มาพอสมควร


     


    ‘ก้าวพริบตา'


     


    ร่างของโกมินทร์หายไปจากจุดที่ยืนอยู่ ทุกคนที่เฝ้ามองการประลอง ต่างตะลึงลาน จิ่งฟางสัมผัสได้ถึงการกระเพื่อม ของมวลอากาศบริเวณด้านหลัง เธอรีบหันกลับมา ใช้พัดเหล็กป้องกันการโจมตี


     


    โกมินทร์ เป่าผงอะไรสักอย่างใส่หน้าหญิงสาว จนเธอชะงักการเคลื่อนไหวไปชั่วครู่ สิ่งนี้คือคาถา นะจังงัง ซึ่งพ่อของเขาเป็นคนสอน มันสามารถสะกดการเคลื่อนไหวของศัตรู แต่ยื้อได้เพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้น


     


    ดาบในมือโกมินทร์ เฉือนฝ่าลงมาในแนวตรง ทว่าทันใดนั้นเอง จิ่วหยวนปิงก็หลุดจากมนต์สะกด และยกพัดเหล็กขึ้นมาปัดป้องได้ทันท่วงที


     


    พัดเหล็กถูกกางออกเต็มที่ จิ่วฟางร่ายรำพริ้วไหว เธอโบกพัดมากกว่าร้อยครั้งในเสี้ยวพริบตา ‘หมื่นมีดทิ่มแทง' มีดปลายแหลมโปร่งใสนับหมื่น พุ่งทะลวงอากาศไปราวกับห่าฝน 


     


    โกมินทร์เบิกตากว้าง เขาถูกใบมีดนับหมื่นพุ่งเข้าใส่ในระยะประชิด ชายหนุ่มยืนตั้งมั่น รอยสักทั่วร่างเรืองแสงสีทอง 


     


    ‘คงกระพันชาตรี'


     


    มีดนับหมื่นไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วน ให้กับโกมินทร์ได้ ผู้คนรอบลานประลอง ต่างประทับใจฝีมือของชายหนุ่มคนนี้ ปากของโกมินทร์ขยับคล้ายว่าเขากำลังท่องบทสวดอะไรสักอย่างอยู่ 


     


    ร่างของโกมินทร์หายไปอีกครั้ง ครั้งนีัชายหนุ่มใช้คาถาพลางตา ซึ่งเป็นหนึ่งในเคล็ดวิชาวัฏจักหมื่นอาคม เขาเคลื่อนตัวเข้าหาหญิงสาว เพื่อหวังจะจบการประลอง แต่จิ่วฟางกลับใช้พัดหมุนควงรอบตัว สร้างกำแพงวายุรอบทิศ 




    กำแพงโปร่งใสขยายตัวอัดกระแทกโกมินทร์ ชายหนุ่มยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้กัน เพื่อป้องกันร่างกาย แต่ก็ไม่สามารถต้านทานความรุนแรงที่มหาศาลได้ ร่างของเขาลอยเคว้งออกนอกลานประลอง ไปกองอยู่กับพื้น


     


    การประลองยุติลง กระบวนท่าสุดท้ายที่จิ่วฟางใช้ รุนแรงถึงขนาดที่ทำให้ กระดูกแขนของโกมินทร์หักเป็นสองท่อน จิ่วฟางรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ แต่ชิงเทียนเข้ามาขวางเธอไว้


     


    “ใจเย็นๆ เขาไม่เป็นอะไร"


     


    โกมินทร์เริ่มท่องคาถา แขนที่บิดเบี้ยว ค่อยๆกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ‘คาถาต่อกระดูก' ผู้คนรอบลานประลองล้วนพากันอ้าปากค้าง พวกเขาพึ่งเคยเห็นการต่อสูของ ผู้ใช้อาคมเป็นครั้งแรก 


     


    รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของชิงเทียน โกมินทร์เคยบอกไว้ว่า เคล็ดวิชาที่ตกทอดภายในตระกูลของเขา มีทั้งการสะกด การโจมตี การป้องกัน และการรักษา ซึ่งคาถาต่อกระดูกก็เป็นหนึ่งในวิชาสายรักษา




    ทุกคนในลานประลองแยกย้ายกันไปฝึกวิชา ส่วนโกมินทร์ก็ขอตัวไปพักผ่อน แม้จะรักษาอาการบาดเจ็บแล้ว แต่ร่างกายของเขาก็อ่อนล้า เนื่องจากการต่อสู้อยู่ดี




    ภายในห้องที่ใช้เก็บร่างของจิ่วเหม่ย มีหญิงสาวนั่งบ่มเพาะพลังทั้งหมด 3 คน ได้แก่ ฟ่านเสี่ยวโหรว หลานลู่จื่อ และเย่วหนิงเอ๋อ 




    หญิงสาวทั้งสามลืมตาขึ้น ตอนนี้พวกเธออยู่ในขอบเขตก่อตั้งลมปราณขั้นกลาง หากไม่ใช่เพราะเม็ดยาสุริยคราสมีปราณที่มหาศาล ก็คงไม่ทำให้ทั้งสามคนมาไกลได้ขนาดนี้




    จิ่วเหม่ย กระโจนเข้ามากอดชิงเทียนเช่นทุกที แม้แต่ชิงเทียนก็คร้านจะต่อว่าเธอแล้ว หญิงสาวทั้งสาม จ้องมองไปยังหน้าอกคู่มหึมาของจิ่วเหม่ย จากนั้นก็ก้มมองขอตนเอง พร้อมทั้งถอนหายใจออกมา




    “พวกเธอไม่ทำให้ฉันผิดหวังเลยจริงๆ" ชิงเทียนกล่าวชม เขาใช้เวลาร่วมกันกับหญิงสาว ทั้งพาพวกเธอไปดูหนัง ว่ายน้ำ เข้าฟิตเนส จนเขาเริ่มรู้สึกเสียใจที่ขอให้จิ่วเหม่ย สร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ออกมาเยอะขนาดนี้ 




    “ช...ชิงเทียน ฉันได้รับข้อความจากจางจื่อฉิง เธอรายงานว่า สินค้าจะพร้อมผลิตในอีก 2 เดือน" ตอนนี้จิ่วหยวนปิง เริ่มเรียกชื่อของชายหนุ่มได้สักพักแล้ว แม้ว่าเธอจะดูประหม่าทุกครั้งก็ตาม




    “ฉันอยากจะไปยังเกาะแห่ง ที่ตั้งอยู่ในทะเลแซิฟิก เธอช่วยจ๋องตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น ให้หน่อยได้ไหม?" ขิงเทียนคิดว่ามันคงถึงเวลา ที่เขาต้องไปเก็บรวบรวมทรัพยากรบ่มเพาะได้แล้ว 




    จิ่วหยวนปิงแสดงสีหน้าเป็นกังวล “ฉันจะจัดการให้ค่ะ คุณอยากให้ฉันไปด้วยไหม?"




    “ไม่เป็นไร เธออยู่ดูแลที่นี่แหละ" หอนพเกเาในตอนนี้ มีลูกค้าต่อคิวเป็นจำนวนมาก เขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น




    ภายในห้องพักของจิ่วฟาง หญิงสาวกำลังเดินวนไปวนมา ตอนนี้เธอรู้สึกกลัดกลุ้มเป็นอย่างมาก “ทำยังไงดี... ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้วสิ” 




    หลายวันก่อนเธอได้โพสรูปชิงเทียน ที่เข้าไปดูการทำงานภายในครัว ลงในโซเชีลมีเดีย พร้อมกับเขียนข้อความกำกับไว้ว่า ‘แพทย์เทวะ ที่ปรึกษาด้านอาหาร ของหอนพเก้า'




    ที่เธอทำไปก็เพื่อหวังเรียกลูกค้า ให้กลับมาทานอาหารที่สาขาหลัก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่า ทุกสาขาในประเทศ มีคนจองคิวยาวเป็นหางเว่า เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องของเธอ ต่างบ่นเรื่องงานล้นมือไม่ขาดสาย หากพวกเขารู้ว่าเธอเป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ล่ะก็




    จิ่วฟางขยับแว่นเล็กน้อย “อ...เอาเป็นว่า ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วกัน"




    ***********************************




    กรุงไคโร ประเทศอียิป ภายในตึกสูงแห่งหนึ่ง มีเหล่าผู้สูงอายุ กำลังนั่งประชุมกันอยู่ พวกเขาล้วนเป็นผู้บ่มเพาะสายมาร 




    “เรื่องที่พูดมาเป็นเรื่องจริงหรือ?" ชายชราในที่ประชุม ถามไปยังชายที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้า




    “ขอรับ... ผู้น้อยไม่ทราบว่าชายหนุ่มผู้นั้นเป็นใคร แต่ตูจากหน้าตา คาดว่าเป็นคนเอเชียขอรับ" ชายคนนี้คือคนผู้รอดชีวิต จากการปะทะกับผู้ใช้อาคม เขาต้องดั้นด้นข้ามทวีปเพื่อกลับมารายงานเหตุการที่เกิดขึ้น ให้ผู้อาวุโสได้รับรู้




    เหล่าผู้อาวุโสภายในห้อง ล้วนมีระดับพลังบ่มเพาะที่ไม่ธรรมดา คนที่อ่อนแอที่สุด อยู่ในขอบเขตก่อตั้งวิญญานขั้นต้น ทั้งหมดนี้ล้วนเกิดจากการดูดซับแก่นพลังชีวิตของผู้บริสุทธิ์ รวมถึงทรัพยากรจำนวนมหาศาล ที่เจ้านายของพวกเขามอบให้ 




    “ควรบอกนายท่านเรื่องนี้ไหม?" หญิงชราที่เป็นหนึ่งในผู้อาวุโสกล่าวขึ้น




    “นายท่านเก็บตัวบ่มเพาะมานานกว่า 50 ปี ท่านกำชับไว้ว่า หากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตาย ห้ามรบกวนท่านโดยเด็ดขาด" ชายชราครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุป




    “ส่งคนกระจายไปทั่วโลก เพื่อตามสืบข่าวชายคนนี้ แม้ว่าจะมีหน้าตาเป็นชาวเอเชีย ก็ใช่ว่าจะอยู่แค่ในทวีปเอเชีย หากมีความคืบหน้า ให้แจ้งข้าโดยตรง" เขาออกคำสั่งกับเหล่าบริวาร ผู้อาวุโสทุกคนต่างให้ความเคารพชายชรา เพราะเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุด ซึ่งอยู่ในขอบเขตหลอมรวมกายจิตขั้นต้น




    “รับทราบแล้วครับ/ค่ะ ผู้อาวุโสสูงสุด” ทุกคนในที่ประชุม ต่างยอมรับการตัดสินใจของชายชรา 




    ชายชราแยกตัวออกไป เขาเข้าไปยังห้องๆหนึ่ง ซึ่งภายในมีหญิงสาวถูกสวมกุญแจมือไว้หลาย 10 คน พวกเธอต่างพากันตัวสั่นเทา ด้วยความหวาดกลัว ชายชราคว้าตัวหญิงสาวคนหนึ่งออกจากห้องไป เธอกรีดร้องและพยายามขัดขืน แต่ชายชราคนนี้แข็งแรงเกินไป ไม่มีทางเลยที่หญิงสาวจะหลุดรอด เงื้อมมืออันแห้งเหี่ยวนี้ไปได้




    ปากของชายชราอ้ากว้างขึ้น ทันใดนั้นเองอณูวิญาณและพลังชีวิตของหญิงสาว ก็ถูกดูดออกไปจนหมด ร่างกายของเธอแห้งเหี่ยว สภาพของเธอตอนนี้ ไม่ต่างจากมัมมี่ที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์




    ร่างกายของชายชราเริ่มเต่งตึงขึ้น ผมสีขาวกลับมาดำเข้มอีกครั้ง เขากลายเป็นชายวัยกลางคน ที่หน้าตาหล่อเหลา “หึ หึ รอให้นายท่านฟื้นตัวก่อนเถอะ ฉันจะได้ติดตามท่านไปยั่งแดนเซียน และเริ่มต้นชีวิตอันเป็นนิรันดร์" 




    *******************************




    ชิงเทียนใช้เรือที่เก็บไว้ในแหวนมิติ เพื่อเดินทางไปยังเกาะ เขาจำพิกัดที่ฮวงอี้บันทึกไว้ ได้อย่างแม่นยำ บริเวณด้านหน้า มีฝูงฉลามกลุ่มใหญ่ ว่ายวนเวียนอยู่ เมื่อเรือเข้าไปใกล้ พวกมันต่างก็ว่ายหนี เพียงแต่ว่าพวกมันไม่ได้ว่ายหนีเรือของเขา แต่เป็นอะไรบางอย่างที่อยู่ใต้น้ำ 




    ชายหนุ่มเก็บเรือเข้าไปในแหวนมิติ จากนั้นใช้อำนาจดาบลอยตัวอยู่กลางอากาศ ฝืนน้ำด้านล่างดูเงียบสงบ เงาสีดำขนาดมหึมา ปรากฎขึ้นอย่างกระทันหัน ฉลามยักษ์พุ่งขึ้นมาจากน้ำ ขากรรไกรของมันอ้ากว้าง พอที่จะสามารถกลืนเรือยอร์ชทั้งลำในคำเดียว




    คมดาบในมือสะท้อนกับแสงแดด ชิงเทียนแสยะยิ้มอย่างเย็นชา ดาบชิงหลงฟันปลาฉลามยักษ์ออกเป็นสองซีก เขาแล่เนื้อปลากลางอากาศอย่างรวดเร็ว เนื้อปลาที่แล่อย่างพิถีพิถัน ถูกนำไปเก็บไว้ในแหวนมิติ กองรวมไว้กับวัตถุดิบที่ได้จากสัตว์ปีศาจ หัวและก้างของปลาฉลามหล่นลงน้ำ จมหายไปในท้องทะเล




    “บอกแล้วไงว่าฉันจะเอาแกไปทำหูฉลามน้ำแดง"




    ------------------------------------


    Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์


    https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771

    คล้ายกับเรื่องมารฟ้าพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน