คำพูดของรูบี้ทำไมให้หลินรู้สึกแปลกใจ ก่อนที่เขาจะนึกถึงเจ้ามังกรน้อยขึ้นมาได้ เขาจึงมองไปในทิศทางเดียวกับที่รูบี้กำลังมองอยู่ ซึ่งก็คือเท้าของเขา มังกรน้อยกำลังหลบอยู่ด้านหลังบริเวณขาซ้ายของเขามันจ้องมองไปที่รูบี้ด้วยความหวาดระแวง มันไม่ค่อยได้ปรากฏตัวขึ้นมาให้เขาเห็นเลยตั้งแต่มันสามารถเคลื่อนที่เข้าไปในมิติของอุปกรณ์ได้ โดยเฉพาะตั้งแต่เขาเข้ามาในดันเจี้ยนพิเศษ
การที่มันปรากฏตัวออกมาเช่นนี้เป็นความต้องการของมันเอง ยิ่งกว่านั้นมันยังแสดงตัวให้รูบี้เห็นตัวมันอีกด้วย หลินไม่เข้าใจเหตุผลที่มังกรน้อยทำเช่นนี้ แต่ถึงอย่างไรมันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
"มันชื่อว่า มังกรน้อย" หลินพูดพลางก้มลงไปอุ้มเจ้ามังกรน้อยขึ้นมา
"น้ำหนักของมันเพิ่มขึ้นอีกแล้วแฮะ"
"มังกรน้อย ? ขอจับมันได้ไหมคะ ?" รูบี้ออกมาจากอีกห้องอีกครั้ง ดวงตาที่ดูสุขใสของเธอทำให้หลินได้แต่ยอมอย่างโดยดี
มังกรน้อยดูกลัวเล็กน้อย มันมองหน้าหลินเหมือนก่อนจะหันไปมองเด็กสาว
"ไม่เป็นไรนะ เด็กดี" รูบี้ลูบหัวมังกรน้อยที่อยู่บนสองมือของหลินอย่างอ่อนโยน ทำให้เจ้ามังกรน้อยดูอ่อนลงให้เช่นกัน
"ให้มันไปเล่นในห้องกับรูบี้ได้ไหมคะ ?" ท่าทางของรูบี้แสดงให้เห็นว่าเธอชอบเจ้ามังกรน้อยเข้าอย่างจัง
"ฮ่าๆ ได้สิ.... ถ้ามันยอมไปนะ" หลินไม่คิดว่ามังกรน้อยจะอยู่ห่างจากเขาได้ เพราะมันตัวติดกับเขาตลอด หากรูบี้อยากจะให้มันไปเล่นด้วย คงจะต้องใช้เวลาพักใหญ่ เพื่อสร้างความสนิทสนมเสียก่อน
"นี่ๆ มังกรน้อยมาเล่นกันเถอะ ทางนี้ๆ" รูบี้วิ่งเข้าห้องพลางกวักมือเรียกเจ้ามังกรน้อยที่อยู่บนมือของหลิน
มังกรน้อยหันมองหลินแว๊บหนึ่ง ก่อนจะกระโดดลงจากมือเขาและวิ่งตามรูบี้ไป
ปึก !
เสียงปิดประตูดังขึ้น เรียกสติของหลินกลับมาอีกครั้ง หลินตกอยู่ในสภาวะช็อกไปครู่หนึ่ง เขาไม่คิดว่าเจ้ามังกรน้อยจะทิ้งเขาไปง่ายดายถึงขนาดนี้ ความมั่นใจที่เขามีแต่เจ้ามังกรน้อยที่จะไม่ยอมห่างจากเขา หายไปในพริบตา หลินหัวเราะให้กับตัวเองพร้อมกับส่ายหน้าไปมา ก่อนจะเปิดประตูเข้าห้องพักไป
ภายในห้องพัก สิ่งแรกที่เห็นเลยก็คือวิว กำแพงส่วนที่หันออกไปนอกตัวเรือนั้นคือกระจกใสที่ยาวไปจนสุดขอบห้อง มันทำให้มองเห็นม่านพลังรวมไปถึงภายใต้ท้องทะเลด้านนอก ด้านในห้องไม่ได้มีการตกแต่งมากมายนัก นอกจากเตียงขนาดใหญ่ ทุกอย่างก็ดูธรรมดา หลินไม่ได้สนใจห้องมากนัก เมื่อเข้ามาเขาก็ล้มตัวลงบนเตียง ก่อนจะทอดสายตาออกไปภายในท้องทะเลไกลแสนไกล.......
"ชายคนนั้น แข็งแกร่งถึงขนาดทำให้เจ้าต้องทำผิดกฏ หยิบยืมพลังต้องห้ามเลยยังงั้นหรือ ?"
"พลังต้องห้ามบ้าบออะไร พวกเจ้าก็เห็นพลังบ้านั่นไม่ทำให้ข้ารับการโจมตีกระจอกๆแบบนั้นได้ด้วยซ้ำ"
"ถ้าข้าไม่ถูกฝังความคิดที่ว่าม่านพลังนั่นมีพลังมหาศาลละก็ ด้วยความสามารถของข้า หากคิดจะหลบ มีหรือจะทำไม่ได้"
"ถ้าเป็นแบบนั้นเจ้าก็ควรเลือกที่จะหลบแต่แรก"
"แล้วเจ้าจะพูดตอนนี้ให้มันได้อะไรขึ้นมา"
"นางคงใช้โอกาสนี้ ขังข้าเอาไว้ที่นี่ไม่ให้ข้าทำอะไรได้โดยสะดวก โทษของข้าก็หนักมากอยู่แล้ว หากยังคิดจะออกไป อนาคตของข้าคงจบสิ้น ได้แต่หวังให้พวกเจ้าทำงานให้สำเร็จแล้ว"
"เป็นท่านเองทำให้เกิดปัญหาไม่ใช่หรือ อย่าลืมว่าไม่ได้มีแค่พวกเรากลุ่มเดียวที่มีเป้าหมายในการเดินทางครั้งนี้"
".......ข้ารู้ แต่การไม่มีข้าคนนึงก็ไม่ได้หมายความว่างานจะไม่สำเร็จเสียเมื่อไหร่ ทำตามขั้นตอนให้ดีก็พอ หากมีเรื่องสำคัญก็รีบมาติดต่อข้า..........ตอนนี้ออกไปกันก่อน นางกำลังมาแล้ว"
"ข้ารู้ความผิดของข้าดีแล้ว เจ้าจะมาซ้ำเติมข้าอย่างงั้นรึ ?" ดุ๊กที่ถูกขังอยู่ในห้องปิดตายพูดออกมา เมื่อรู้ว่าโนร่านั้นอยู่หน้าห้องขัง
"สั่งงานเรียบร้อยแล้ว ?" โนร่าถามกลับผ่านช่องลม ก่อนที่เธอจะมา เธอรู้อยู่ก่อนแล้วว่าคนของดุ๊กน่าจะมารวมกันอยู่ที่นี่
"เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องให้เจ้ามาเป็นห่วง มีอะไรก็รีบพูดมา" เมื่อไม่มีคนอื่นอยู่ ดุ๊กพูดออกมาโดยไว้หน้าหญิงสาวที่เป็นถึงผู้นำบนยานรำนี้แม้แต่น้อย
"ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดี เรามาเพื่อตรวจความเรียบร้อยก็เท่านั้น" โนร่าพูดจบก็เตรียมที่จะจากไป
"ตรวจสอบความเรียบร้อย ? มาไล่คนของข้าก็บอกมาตรงๆจะดีกว่า" เมื่อดุ๊กพูดจบ ก็รับรู้ได้ว่าโนร่านั้นออกไปแล้ว
เวลาผ่านไปไม่รู้นานเท่าใด แต่คนสวมเกราะเริ่มทยอยกันกลับมา มีทั้งคนที่พาคนเจ็บกลับมา และคนที่พาร่างไร้ชีวิตกลับมา แต่ก็ยังเป็นจำนวนที่น้อยมาก หากเทียบกับจำนวนคนที่ออกไป เมื่อตรวจเช็คก่อนจะเดินทางอีกครั้ง จึงทราบว่ามีคนไม่ได้กล้บมาเกินกว่าครึ่งของจำนวนคนที่ออกไป และพวกเขาก็ไม่สามารถรอได้อีกแล้ว.........
ทุกการเดินทางย่อมมีคนไม่ได้กลับไป นับเป็นเรื่องปกติที่เข้าใจได้ แต่ถึงอย่างนั้นแม้จะเป็นคนที่เดินทางหลายต่อหลายครั้งก็ยังอดที่จะรู้สึกหดหู่ไม่ได้ บรรยากาศของทุกคนบนยานในเวลานี้ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก