ตอนนี้หลี่ฟางซิ่นเริ่มที่จะสำรวจตนเองก็พบว่า แหวนมิติของนางยังคงอยู่ไม่ได้สูญหายไปแต่อย่างใด แต่เมื่อเริ่มสำรวจต่อความรู้สึกใฉายออกมาผ่านแววตา เพราะาแที่เกิดขึ้นระหว่างการต่อสู้กับเหล่าสัตว์อสูรที่ควรจะมีอยู่ทั่วทั้งร่างของนางกลับหายไปคล้ายเื่ที่นางต่อสู้กับสัตว์อสูรจนอยู่ในสภาพเจียนตาย ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่นางยังคงจดจำได้ถึงความรู้สึกเ็ปและความเหนื่อยล้า ในยามนั้นได้เป็อย่างดีจึงคิดว่ามันหาใช่เป็เพียงแค่ความฝัน อย่างน้อยที่สุดที่นี่ก็มิใช่ห้องนอนของนางเมื่อคิดได้ดังนั้น นางจึงสำรวจตนเองอีกครั้ง และได้พบถึงสิ่งที่ผิดปรกติบางอย่างจึงเร่งกล่าวขึ้นมาอย่างร้อนรน
“เสื้อผ้าข้า? ทำไมข้าถึงได้ใส่เสื้อผ้าของบุรุษเช่นนี้กัน?” ตอนนี้ภายในจิตใจของหลี่ฟางซิ่นเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจับขั้วหัวใจ
หรือว่าบุรุษผู้ช่วยเหลือนางได้รังแกนางยามที่ตนไม่ได้สติ?! ดวงตาของนางเริ่มแดงระเรื่อ น้ำใสๆเริ่มไหลออกมาเป็ทางจากหางตาผ่านไป่เวลาหนึ่ง หลี่ฟางซิ่นจึงพยายามที่จะระงับสติอารมณ์ลง และคิดว่าบุรุษผู้นั้น หาได้ทำเื่ต่ำช้ากับนางก็เป็ได้ อาจเป็ตัวนางที่เข้าใจผิดจึงเริ่มที่จะคาดเดาออกมา
“อาจเป็ภรรยาของเขา...เป็ผู้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้าก็เป็ได้” นางกล่าวกับตัวเองเบาๆ
หลี่ฟางซิ่นนั้นพยายามคิดไปในทางที่ดีเพราะหากได้พบบุรุษที่ช่วยเหลือชีวิตของนางเอาไว้ ยามที่ตัวเขากลับมาแล้วเกิดความเข้าใจผิด คงไม่ใช่เื่ที่ดีเท่าใดนัก
แต่ตัวนางหาได้คิดไม่ว่าหากบุรุษผู้นั้นมีภรรยา... ฉไนจึงนำเสื้อผ้าของบุรุษมาผลัดเปลี่ยนให้แก่นางกันเล่า?!
ไม่ทันที่นางจะครุ่นคิดให้ละเอียดแต่อย่างใดประตูที่อยู่เบื้องหน้าก็ค่อยๆถูกเปิดออกมา
แอ๊ดด...
“เ้าฟื้นแล้วเช่นนั้นรึ?...ร่างกายของเ้ามีอะไรผิดปกติหรือไม่?”
เสียงของประตูที่ถูกเปิดดังขึ้นมาพร้อมกับน้ำเสียงกล่าวถามอันนุ่มนวล หลี่ฟางซิ่นที่กำลังก้มหน้าครุ่นคิดอยู่นั้นได้ยินน้ำเสียงคุ้นหู คล้ายกับผู้มีพระคุณที่ช่วยเหลือนางจากเหล่าสัตว์อสูรจึงเงยหน้าขึ้นมา มองไปยังประตูที่เปิดออก
แต่เมื่อเห็นใบหน้าของผู้ที่เปิดประตูเข้ามาเพียงเท่านั้น ดวงตาของนางที่เริ่มแห้งจากน้ำตาที่พึ่งหยุดไหลก่อนหน้า กลับเริ่มแดงระเรื่อขึ้นอีกครั้ง
ในตอนนี้หยาดน้ำตาเริ่มไหลรินลงมาอาบแก้มทั้งสองข้างราวกับหยาดฝนล่วงหล่นลงมาชโลมใบหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุดสีหน้าของหลี่ฟางซิ่นยามนี้ แปรเปลี่ยนเป็เศร้าโศก ราวกับว่าวันนี้เป็วาระสุดท้ายในชีวิตของนาง
“ฮืออ! ฮืออ ฮือ...”
เมื่อจูเยว่เห็นสีหน้าท่าทางที่แม่นางตระกูลหลี่แสดงออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้มทั้งสอง ก็รู้สึกอึกอักทำอะไรไม่ถูกเพราะเมื่อตนเองเปิดประตูเข้ามานางก็ร่ำไห้ทันที จึงคาดเดาภายในใจ
“หรือว่านาง... อาจได้รับาเ็ภายในร้ายแรง?!” เมื่อคิดได้ดังนั้นจูเยว่จึงเร่งกล่าวถามออกไป
“เอ่อ...แม่นางเ้า...” ยังไม่ทันที่จูเยว่จะได้เอ่ยถามเสียงสตรีด้านหน้ารีบร้องะโสวนกลับมา โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
“เ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น!ข้าไม่อยากฟังคำจากคนสารเลวเช่นเ้า!!” หลี่ฟางซิ่นจ้องมองไปยังจูเยว่ด้วยดวงตาที่แดงก่ำพร้อมน้ำตาที่ไหลรินแม้นางไม่เคยกล่าวสนทนากับบุรุษผู้นี้มาก่อนแต่ได้เคยพบเห็นที่งานประลองรุ่นเยาว์ในเมืองแสงอรุณ ทำให้สามารถจดจำได้ทันที ว่าบุรุษเบื้องหน้านางเป็ผู้ใด!!
ตัวนางพยายามหลบหนีออกจากตระกูลเพื่อให้พ้นจากเงื้อมมือของนายน้อยตระกูลเฟยที่เลวทรามแต่กลับต้องมาเจอกับมันอีกครั้ง! และยังดูเหมือนว่า...
“จะเ้า... เป็...ผู้ผลัดเปลี่ยน..สะเสื้อผ้าของข้า..เช่นนั้นรึ?” นางกล่าวในสิ่งที่ตนเองหวาดกลัวที่สุดออกไปอย่างยากลำบากพร้อมกับภาวนาในใจว่าอย่าได้เป็เช่นนั้น!
เมื่อจูเยว่ได้ยินถึงคำถามดังกล่าวพร้อมทั้งสีหน้าและน้ำเสียงที่แสดงออกมาขณะที่กล่าวถาม เขาจึงทราบได้ทันทีว่าทำไมนางถึงได้ร่ำไห้ออกมาเมื่อครู่ ทำให้จูเยว่ลำบากที่จะกล่าวตอบนางกลับไป
“อะเอ่อ... คือข้า...”
“เ้า!... ออกไปให้พ้นหน้าข้าซะ!ออกไป!! ” เมื่อเห็นท่าทีที่อ้ำอึ้งของบุรุษเบื้องหน้า นางก็ทราบได้ทันทีว่าต้องเป็มัน!!
ตอนนี้เสมือนว่าโลกทั้งโลกของนางได้พังทลายลงบุรุษที่นาง้าหนีให้พ้น กลับทำเื่เลวทรามระหว่างที่นางไม่ได้สติ
“ฮืออ ฮือ... ์...ทำไมท่านถึงทำกับข้าถึงเพียงนี้?... ฮึก...หรือการที่ข้าตายโดยเหล่าสัตว์อสูรพวกนั้น จะทำให้ข้าไปสบายเกินไป... ฮึก...ท่านถึงต้องส่งเ้าสารเลวผู้นี้ มาย่ำยีข้า! ฮึก ฮืออ...”นางร้องไห้สะอื้นออกมาไม่หยุดระหว่างกล่าวออกมา ต่างจากท่าทีที่พร้อมสู้ตายกับเหล่าสัตว์อสูรก่อนหน้าเป็อย่างมาก
จูเยว่ที่เห็นภาพดังกล่าวถึงกับสับสนไปชั่วขณะเมื่อผ่านไปชั่วครูจึงได้สติกลับคืนมา ตัวเขากำลังที่จะเอ่ยปากอธิบายให้แก่แม่นางน้อยตระกูลหลี่ผู้นี้เข้าใจกลับได้ยินเสียงของเฟยซิ่วกล่าวถามขัดจังหวะออกมาจากภายนอก
“นายน้อย...ท่านเสร็จกิจกับแม่นางตระกูลหลี่ แล้วหรือยังขอรับ? ข้าจะได้เตรียมตัวเพื่อออกเดินทาง”มันกล่าวถามออกมาตามปรกติ เพราะเื่แบบนี้เกิดขึ้นกับมันบ่อยครั้งจนชินชาเมื่อครู่มันได้ยินเสียงสนทนาของทั้งสอง จึงได้ทราบว่านายน้อยของมันน่าจะเสร็จธุระเรียบร้อยแล้ว และคงพร้อมที่จะเดินทางต่อ
“เสร็จกิจ?... เสร็จกิจอันใดกับข้ากัน?!!” เมื่อได้ยินเสียงที่กล่าวผ่านจากภายนอกเข้ามานางที่กำลังเศร้าโศกในตอนแรก ยังมิอาจทำความเข้าใจได้ทันทีแต่เมื่อลองตรึกตรองอยู่เพียงชั่วครู่ ก็ทำให้ทราบความหมายในคำเ่าั้
ใบหน้าของหลี่ฟางซิ่นเริ่มแปรเปลี่ยนไปอีกคราในครั้งนี้มันประกายคมกล้า เสมือนยามที่นางคิดต่อสู้แลกชีวิตกับสัตว์อสูร!
“ข้าหลี่ฟางซิ่น!จะยอมตายไปพร้อมกับเ้า!!”
ความโกรธแค้นที่ถูกย่ำยีในยามที่ตัวนางนั้นไม่ได้สติ ปะทุออกมาจากภายในจิตใจ นางในตอนนี้เข้าใจแล้วว่าตนได้ตกเป็ของเ้าสารเลวที่อยู่ตรงหน้าเรียบร้อยแล้วจึง้าที่จะสังหารบุรุษผู้นี้ แล้วค่อยปลิดชีวิตตนเองตามเพื่อรักษาเกียรติของนาง!
หลี่ฟางซิ่นรีบเรียกกระบี่จากแหวนมิติของนางออกมาและเร่งหมุนเวียนพลังลมปราณทั่วทั้งร่าง พร้อมจิตสังหารที่พุ่งตรงออกไปยังบุรุษเบื้องหน้าราวกับ้าใช้ออกด้วยทักษะสังหาร เพื่อปลิดชีวิตของเ้าสารเลวผู้นี้ในทันที!
ในตอนนี้จูเยว่ที่ได้เห็นในสิ่งที่นาง้าจะกระทำจึงอดไม่ได้ที่จะก่นด่าไปยังข้ารับใช้ของตน
“เ้าบ้าเฟยซิ่ว!!”เพราะเขากำลังคิดที่จะอธิบายเื่ราว เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดเมื่อครู่แต่ข้ารับใช้ของตน กลับะโถามเื่ราวอันบัดซบเช่นนั้นออกมาจูเยว่อยากจะพุ่งออกไปภายนอก แล้วทุบตีข้ารับใช้ของตนสักคราสองคราแต่ก็ต้องหยุดคิดเื่ดังกล่าวเอาไว้ก่อนแล้วเร่งจัดการกับปัญหาที่อยู่เบื้องหน้าโดยเร็ว!