บทที่ 1 พวกเราเป็พลเมืองดี
"เร็วเข้า! เร็วเข้า!"
แส้ม้าเส้นยาวสีดำสะบัดกลางอากาศ ทิ้งเงาพาดผ่านตัดความเงียบงันยามพลบค่ำ
"อื้อ...อื้อ..."
ภายในรถม้า เด็กน้อยหลายคนถูกมัดทั้งมือและเท้า ปากถูกยัดด้วยผ้า
ข้อมือขาวนวลมีรอยถลอกเป็ทางเื น้ำตาหยดโตไหลรินจากดวงตาอาบแก้ม
นอกม่านรถ อู๋เหล่าซานร่างผอมเหมือนลิงกำลังบังคับรถม้าแล่นบนเส้นทางเล็ก ๆ ระหว่างูเา ฝุ่นคลุ้งกระจายเป็ระลอก
ขณะเลี้ยวโค้ง จู่ ๆ ก็มีแกะตัวเล็กวิ่งออกมาจากป่าเขาด้านข้าง ตามด้วยเงาร่างเล็กจ้อยที่วิ่งไล่หลัง
เขาหลบไม่ทัน ทั้งคนและรถพุ่งชนเข้าไปอย่างจัง
"แบะ—"
ลูกแกะร้องด้วยความเ็ปขณะถูกชนกระเด็น อู๋เหล่าซานเองก็เกือบจะตกจากรถ
เขาสบถพลางถ่มน้ำลายลงพื้น
"บัดซบ โดนของอัปมงคลเสียแล้ว!"
เสียงใสกังวานของเด็กน้อยดังขึ้น
"ท่านไม่ได้โดนของอัปมงคล แต่ชนแกะของบ้านข้าต่างหาก"
อู๋เหล่าซานเหลือบมองขึ้น เห็นเด็กหญิงอายุราวห้าหกขวบยืนอยู่กลางถนน กำลังปกป้องแกะที่นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้น
อาภรณ์ของเด็กหญิงดูกึ่งเก่ากึ่งใหม่ มวยผมกลมสองข้างยังมีใบไม้แห้งติดอยู่ ริมฝีปากแดง ฟันขาวสะอาด ผิวพรรณงามราวหยกสลัก ดวงตาคู่งามใสดั่งหิมะบนภูผา เปล่งประกายราวดวงดาวระยิบระยับ
แววตาของอู๋เหล่าซานพลันฉายแววเ้าเล่ห์ในทันที
ในรถของเขามีเด็กจากตระกูลร่ำรวยถูกมัดอยู่หลายคน แต่ละคนล้วนผิวขาวตาโต นับว่างดงามยิ่งนัก
ทว่าเด็กหญิงที่ปรากฏกายกลางป่าเขาโดยไม่คาดคิดผู้นี้ กลับงามยิ่งกว่าเด็กพวกนั้นเสียอีก
อู๋เหล่าซานถูมือไปมา "เ้าเป็เด็กจากที่ใดกัน? ผู้ใหญ่ของเ้าอยู่ที่ไหน?"
"ูเานี้คือบ้านของข้า ห้ามคนนอกล่วงล้ำ ท่านบุกรุกเข้ามาในบ้านข้าแล้วยังชนแกะของข้าอีก ท่านต้องชดใช้"
ซูจือจือเปล่งเสียงดังอย่างหนักแน่น
อู๋เหล่าซานกวาดตามองป่าเขาสองข้างอย่างรวดเร็ว แววคำนวณผลประโยชน์วาบผ่านก้นบึ้งของดวงตา
นางน่าจะเป็ลูกของนายพรานในป่าเป็แน่
ในเมื่อมาถึงมือเขาแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะปล่อยไป
เด็กหญิงคนนี้ผิวพรรณนุ่มนวล หน้าตาดี คงขายได้ราคาดี บางครอบครัวผู้ดีมีเงินชอบซื้อเด็กแบบนี้...
"แค่แกะตัวเดียวเท่านั้น เ้าตามข้ามา ข้าจะกลับไปเอาเงินมาให้" อู๋เหล่าซานยิ้มมุมปาก โบกมือเรียกซูจือจือ
มือดำคล้ำของเขาล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ หยิบลูกอมข้าวที่สกปรกออกมา
"มานี่ กินลูกอมก่อน"
ซูจือจือส่ายหน้า เห็นได้ชัดว่านางไม่สนใจลูกอมข้าวนั้น "ท่านหลอกลวงข้า"
อู๋เหล่าซานชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าพลับหุบลง
มือน้อยของซูจือจือชี้ไปที่รถม้า ท่าทางราวกับมองทะลุทุกอย่าง
"ท่านไม่มีเงิน อาภรณ์และรถม้าของท่านเก่ามาก แม้แต่ถุงน้ำก็ยังปะชุนมาแล้ว ท่านไม่ใช่คนแถวนี้ ท่านเป็พวกค้ามนุษย์ที่ลักพาตัวผู้คน ในลูกอมข้าวของท่านมียาอยู่"
เมื่อครู่ลมพัดม่านรถขึ้นมุมหนึ่ง ซูจือจือเห็นร่างที่ถูกมัดอยู่ด้านใน
"ทิ้งรถม้าและคนในนั้นไว้ เอาเงินทั้งหมดที่มีออกมา!" ร่างน้อยพูดด้วยน้ำเสียงไม่เกรงกลัว
มือที่ถือลูกอมข้าวของอู๋เหล่าซานแข็งค้าง ไม่คิดว่าเด็กหญิงตัวน้อยจะพูดสิ่งเหล่านี้ออกมาได้
เมื่อได้ยินประโยคสุดท้าย เขาหัวเราะอย่างเหี้ยมเกรียม แผลเป็บนศีรษะย่นเข้าหากันคล้ายมีดเล่มหนึ่ง
"เด็กน้อย! การได้มาเจอข้า ก็จงโทษโชคชะตาของเ้าที่ไม่ดีเถอะ"
อู๋เหล่าซานพุ่งเข้าใส่ซูจือจือ เผยท่าทีดุร้าย
ซูจือจือหลบไปด้านข้างอย่างคล่องแคล่ว มือขวาดึงแส้หนังงูจากเอวออกมา ฟาดลงบนหน้าผากของอู๋เหล่าซานอย่างรวดเร็ว
เพียะ! อู๋เหล่าซานถูกแส้ฟาดเข้าที่หน้า หน้าผากแตกเป็แผลมีเืไหลอาบ
นอกจากความโกรธแค้นแล้ว เขารู้สึกประหลาดใจกับพละกำลังที่เด็กหญิงใช้ แรงฟาดของแส้นั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ใหญ่เลย
หลังจากฟาดแส้ไปหนึ่งที ซูจือจือก็ะโกลับเข้าไปในป่าริมทาง ในเวลาเดียวกัน นางส่งเสียงร้องเลียนแบบนกออกมา ทั้งสั้นและยาว เป็จังหวะสม่ำเสมอ
"จิ๊บ ๆ ๆ—จิ๊บ ๆ ๆ—"
หลังจากที่ซูจือจือส่งเสียงร้องเลียนแบบนก ป่าเขาที่เงียบสงัดเมื่อครู่ก็มีเสียงนกร้องดังขึ้นสลับกันไปมา
"จิ๊บ ๆ ๆ—"
"จิ๊บ ๆ ๆ—"
ด้วยความยาวสั้นและจังหวะเดียวกัน
การเคลื่อนไหวแผ่กระจายไปทั่วทั้งเขาอย่างรวดเร็ว
บนูเาไร้สายลม แต่หมู่ไม้และพงหญ้ากลับส่งเสียงแ่เบา
เบื้องบน นกอินทรีั์ตัวหนึ่งบินวนอยู่
อู๋เหล่าซานรู้สึกถึงความเย็นเยียบที่แผ่ขยายจากแผ่นหลังขึ้นมาถึงลำคอ
ขนทั่วร่างของเขาลุกชัน รีบใช้แขนเสื้อเช็ดเืบนใบหน้า แล้วควบรถม้าหมายจะหนี
แต่สายเกินไปเสียแล้ว
ฟิ้ว!
อาวุธลับรูปดอกเหมยพุ่งแหวกอากาศเข้ามา ทำให้ม้าใจนวิ่งพล่าน
อู๋เหล่าซานที่นั่งอยู่บนรถม้าล้มคะมำไปข้างหน้า ขณะที่กำลังพยายามลุกขึ้นด้วยอาการมึนงง เขาเห็นคนสิบกว่าคนวิ่งลงมาจากป่าเขาทั้งสองด้าน
"ใครกล้ามาแกล้งจือจือของพวกเรา!"
"หมาตัวไหนตาบอดถึงกล้ามาแตะต้องคนของไท่สุ้ย!"
"จับมันมาถลกหนังควักกระดูก สับเป็ชิ้น ๆ เอาไปเลี้ยงสุนัข!"
"......"
ผู้คนที่วิ่งลงมามีทั้งชายและหญิง บ้างถือกระบี่ บ้างแบกดาบ ทุกคนมีท่าทางดุดันล้อมรอบอู๋เหล่าซานอย่างแ่า
สีหน้าของอู๋เหล่าซานซีดเผือดดั่งกระดาษ ร่างกายสั่นเทาราวกับตะแกรงร่อน
แม้จะโง่เพียงใด เขาก็รู้ว่าตนเองได้ไปแหย่รังโจรเข้าแล้ว
อู๋เหล่าซานคุกเข่าขอความปรานี "พวกท่านผู้กล้าทั้งหลาย ข้าน้อยมีตาแต่ไร้แวว ขอพวกท่านโปรดเมตตา ปล่อยข้าน้อยไปสักครั้ง จะเอาเงินเท่าไหร่ก็ยินดีเจรจา"
"ไม่ได้ ไม่ได้! ปล่อยไปไม่ได้" ซูจือจือเก็บแส้หนังงูของนางเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ก็เบียดเข้าไปในวงล้อมด้วย
"เขาเป็พวกค้ามนุษย์ ในรถยังมีคนอยู่"
เมื่ออู๋เหล่าซานเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ที่ลำคอก็มีคมดาบเย็นเฉียบจ่ออยู่แล้ว
ผู้ถือดาบเป็ชายวัยกลางคน มือซ้ายถือดาบ แขนเสื้อข้างขวาว่างเปล่า
เขาเหวี่ยงคมดาบในมือไปมาสองสามที ตัดเส้นเอ็นมือและเส้นเอ็นขาของอู๋เหล่าซานขาดสะบั้น
"พาเขาขึ้นเขา รอผู้ใหญ่บ้านกลับมาแล้วค่อยปรึกษาว่าจะจัดการอย่างไร"
อู๋เหล่าซานเ็ปจนต้องกลิ้งเกลือกไปมาบนพื้น
"พวกเ้า... พวกเ้ารู้หรือไม่ข้าทำงานให้ใคร พวกเ้าไม่อาจรังแก... อึก..."
เขายังไม่ทันจะกลิ้งไปได้สักรอบ ก็ถูกมัดจนแน่นราวกับข้าวต้มมัด ปากก็ถูกยัดด้วยผ้า
คนที่มัดเขายังค้นตัวเขาจนทั่ว ทั้งอาวุธลับ เงิน และยา ถูกริบไปจนหมด
ซูจือจือส่ายศีรษะน้อย ๆ เดินไปข้างกายอู๋เหล่าซานแล้วแสร้งถอนหายใจ พลางคืนคำพูดนั้นให้เขา
"การได้มาเจอข้า ก็จงโทษโชคชะตาของท่านที่ไม่ดีเถอะ"
อู๋ซานที่ถูกอุดปากได้แต่มองโดยไม่อาจโต้เถียงอะไรได้
อีกด้านหนึ่ง รถม้าที่ล้มคว่ำก็ถูกตรวจสอบจนทั่ว
ภายในกลับพบเด็กน้อยห้าคนถูกอัดแน่นอยู่ข้างใน ทั้งมือและเท้าถูกมัด ปากก็ถูกอุด แต่ละคนหิวจนหน้าซีด อ่อนแรงจนยืนแทบไม่อยู่
หนึ่งในนั้นถึงกับหมดสติไปนานแล้ว เรียกอย่างไรก็ไม่ตื่น เหลือเพียงลมหายใจรวยริน
เด็กน้อยหลายคนถูกอุ้มออกมา เชือกที่มัดมือและเท้าถูกแก้ออก
เด็กหญิงที่ก่อนหน้านี้ดิ้นรนไม่หยุดในรถม้า ดวงตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเห็นกลุ่มคนร่างกำยำถือดาบถือกระบี่ ก็ใจนน้ำตาไหลอาบแก้ม
"พวก... พวกท่านเป็ใครกัน?"
ณ ปลายทางเล็ก ๆ ดวงอาทิตย์ที่ลอยอยู่บนยอดเขาดูราวกับไข่แดงเค็มเยิ้มน้ำมันสีแดง
แสงตะวันยามอัสดงสะท้อนในดวงตาของซูจือจือ นางใช้ผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยช่วยเช็ดน้ำตาให้เด็กหญิงขี้แยผู้นั้น
"พวกเราเป็พลเมืองดีแห่งเขาเฮยเฝ่ย"