ซีเยว่กระวนกระวายใจเป็อย่างมาก รีบเข้าไปดูอาการาเ็อี้เฉินอย่างฉับไว หมายมั่นจะตรวจสอบว่าอี้เฉิน าเ็หนักหรือไม่ ..นางไม่รอช้า รีบเข้ามาเปิดเสื้อผ้าป่านเก่า อี้เฉินน้อยดู กลัวว่าเด็กหนุ่ม กำลังเก็บอาการาเ็อยู่ ทว่าเมื่อเปิดเสื้อออกดู กลับเห็นเพียงรอยฟกช้ำ สีเขียว เป็จ้ำขึ้นมาเท่านั้น
ซีเยว่ นางถอนลมหายใจโล่งอก ออกมาแต่ทันใด ทว่าในเสี้ยวขณะใบหน้านาง ก็แดงร้อนฉ่าขึ้นมาในทันใด ดันลืมไปเสียสนิท ว่าตนกำลังถอดเสื้อให้ชายที่ไม่รู้จักอยู่นางจึงรีบเดินกลับ เข้าที่พักไปอย่างไว ด้วยความเขินอาย
“เ้าไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว!!” ซีเยว่ ที่กล่าวพูดเดินจากไป ยังมีท่าทีใไม่หาย ‘เหตุใดกายาไอ้เด็กนี่มันแข็งแกร่งจังนะ’
ซีเผิง เห็นท่าทีของผู้เป็น้องสาว เขาได้แต่ส่ายหัวออกมา ก่อนจะพาอี้เฉินน้อย ไปนั่งเฝ้ายามต่อ... ทั้งคู่คุยกันถูกคอเป็อย่างมาก ใน่เวลาที่ไหลผ่านไปถึง 4วันเต็ม ที่พวกเขายังได้ยินเสียงต่อสู้ ของสัตว์อสูร ขั้นก่อกำเนิด ยังปะทะกันอยู่เช่นนั้น ไม่มีหยุดหย่อน ทว่าพวกมันเริ่มที่จะอ่อนแรงลงไปมากโข พร้อมให้พวกเขาลงมือในอีกไม่ช้า เมื่อการประชุมหน้ากองไฟ ระหว่างเฝ้ายามดังขึ้นมาในค่ำคืนนั้น
ระหว่างที่อี้เฉินอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ เขา ยกระดับพลังของเขาเป็ ขั้นเปิดชีพจร ระดับปลาย ได้ภายในไม่กี่วัน ถือเป็การบ่มเพาะ่แรก ที่รวดเร็วเป็อย่างมาก
รุ่งเช้าไก่ยังไม่ทันจะขัน พวกซีเผิงขยี้ตาตื่น เตรียมพร้อมเข้าโจมตีเหล่าสัตว์อสูร เมื่อรับรู้เหล่าสัตว์อสูรทั้ง10เข้าต่อสู้พัวพันกันอย่างบ้าคลั่ง พวกมันคิดจะแย่งชิง ซากศพสัตว์อสูรขั้นนภา หมายมั่นจะดูดซับแก่นพลัง จากกระดูกเ่าั้
กลุ่มซีเผิงเองก็เบนความสนใจไปที่ ซากศพสัตว์อสูรขั้นนภา ราวกับเป็ สมบัติก้อนใหญ่เช่นกัน เพียงได้กระดูกของมันไป ก็สามารถสร้างวิชาหนึ่งจากตัวมันได้ หากยิ่งได้ดูดซับแก่นพลัง ยิ่งช่วยเพิ่มโอกาสการกลั่นหลอมกายเนื้อ ไปอีกหลายระดับ มันจึงทำให้คนในกลุ่ม กระตือรือร้นกันไม่น้อย
ก่อนพวกเขาจะเข้าโจมตีสัตว์อสูรที่อยู่เบื้องหน้า เมื่อเห็นพวกมันทั้ง10ตัว เต็มไปด้วยาแ ดุร้าย บ้าเืเป็อย่างมาก ซีเผิงไต่ถามย้ำเตือน คนในกลุ่มอีกครั้ง "พวกเ้าแน่ใจนะ ว่าจะเอาเช่นนั้น!!"
คนอื่นๆ พยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง "ขอรับนายน้อย ข้าว่ามันคุ้มที่จะเสี่ยง"
ซีเผิง พยักหน้าเป็สัญญาณ ให้คนในกลุ่ม พุ่งเข้าฉับพลัน ราวกับสายฟ้าฟาด มือที่ถืออาวุธระดับ สามัญ กันครบมือ เข้าโจมตีสัตว์อสูร ชนิดไม่ให้ตั้งตัว เสียง ฆ่า!! ถูกคำรามออกมาดังกู่ก้อง แม้แต่อี้เฉินที่ดูแล ซีเยว่ได้ยินเสียงการต่อสู้ เขาตื่นตัวขึ้นมา
เมื่อเสียง ย๊าก!! พวกเขาคำรามออกมาก้อง
พุ่งปราดเป้าหมายไปที่ อสูรสิงโตเขาไฟ ที่อ่อนล้า ในเสี้ยวฉับพลัน เืของมันก็สาดกระเซ็นออกไปทั่ว ร้องคำรามออกมาดังกู่ก้องป่า ก่อนที่มันจะตายตก พร้อมให้อี้เฉินที่ดูอยู่ห่างๆ มองภาพการฆ่าสังหาร ด้วยความหดหู่ใจ
ฉับพลันสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ที่ต่อกร พัวพันกันอยู่ มันก็ได้สติ รับรู้ได้ในทันทีว่า กลุ่มคนพวกนี้ หมายมั่นจะแย่งชิงซากศพสัตว์อสูรขั้นนภา ไปจากพวกมัน พวกมันส่งเสียงคำรามออกมากู่ก้อง ประหนึ่งไม่ยินยอมให้ พวกมนุษย์ต่ำต้อยเอา ของที่พวกมันหมายตาไป
ซีเผิง ไม่รอช้า เขานำถุงเก็บของมิติ ดูดร่างของอสูรสิงโตเขาไฟ เข้าไปในทันที เนื่องด้วยสิ่งที่พวกเขาไม่อยากให้เกิดขึ้น จะเป็จริงขึ้นมา เมื่อเหล่าสัตว์อสูร พวกมันพร้อมใจกันคิดฆ่าสังหาร กลุ่มคนที่คิดเข้าแทรกแซง
“รีบทำตามแผนสองเร็วเข้า” ซีเผิง ที่พุ่งปราดเอ่ยสั่งการ แหวกฝูงสัตว์อสูร พร้อมคนอื่นๆ แหวกเปิดทางให้เขาอย่างรู้ใจ เสียงต่อสู้ดังออกมา เคร่ง!! ไม่ขาดสาย พร้อมร่าง ซีเผิง เข้าไปแย่งชิงร่างสัตว์อสูรขั้นนภา เข้าไปเก็บไว้ ภายในถุงเก็บของมิติ แล้วพากันเผ่นหนีทันที
“ไป!!”
กลุ่มสัตว์อสูร ต่างคลุ้มคลั่ง แพร่ปราณพลังขั้นก่อกำเนิด ระดับปลาย ออกมาจนท่วมท้นทันใด เมื่อของที่พวกมันหมาย ตาถูกแย่งชิงออกไป ดวงตาสีแดงฉานพวกมันฉายวาบราวกับ อสูรร้ายที่หลุดจากกรงขัง เข้าไล่ล่า พวกซีเผิง ชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่หนีไม่ทัน ร่างถึงกับแตกสลายกลายเป็หมอกเื เมื่อเจอกรงเล็บเสือดาวไฟ
ตู้ม!!
"ไม่! ไม่!" คนในกลุ่มของซีเผิง ถึงกับคำรามให้กับการจากไปของพวกพ้อง ใบหน้าพวกเขามืดทะมึนเป็อย่างมาก เมื่อเห็นความบ้าคลั่ง ของเหล่าสัตว์อสูรในยามนี้ บีบเคล้น ปราณพลังเฮือกสุดท้ายออกมา พร้อมแค่นเสียงคำรามออกมาก้อง
“ไอ้พวกมนุษย์พวกเ้าช่างโอหังนัก หากยังไม่อยากตาย ส่งของที่เ้า ขโมยออกมาเสีย!!”
แค่ปราณพลัง ที่น่าพรั่นพรึง ของพวกมัน ก็ทำให้กายาของใครหลายๆ คนในกลุ่ม ต่างก็ตัวสั่นเทิ้ม ด้วยความหวาดกลัว จวนร่างกายพวกเขา แทบจะนั่งคุกเข่าลงกับพื้น แม้แต่อี้เฉิน ซีเยว่ที่มองชมภาพเหตุการณ์ ที่อยู่ห่างออกไป ยังรู้ว่าสถานการณ์เริ่มไม่ค่อยสู้ดีนัก
เสียงที่คำรามก้อง ซีเผิง "พวกเรา รีบหนีเร็วเข้า!!" พวกเขาต่างก็ตะกุยเท้าหนีออกไปตามผืนป่าอย่างรีบร้อน
ทว่าเพียงไม่กี่เสี้ยวอึดใจ พวกซีเผิง เริ่มถูกล้อมรอบด้วยสัตว์อสูรเ่าั้ คิดจะฉีกรุมทึ้ง ร่างพวกเขาเ่าั้ แถมสัตว์อสูรพวกนั้นมัน ยังมองไปที่ถุงเก็บของซีเผิง ห้อยอยู่ข้างเอวอย่างไม่วางตา ประหนึ่งมองชมของล้ำค่า พร้อมเสียงขู่คำราม เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน ของพวกมันไม่ขาดสาย
ตาย!!!
อี้เฉินไม่รอช้า เขาพลิ้วกายาเข้าไป ด้วยความรวดเร็วและปราดเปรียว ฝีเท้าน้อยๆ ตะกุยดินไปอย่างว่องไว ไปตามผืนป่า พุ่งเข้าไปหากลุ่มของ ซีเผิง ที่ถูกรุมทึ้ง ในทันที แม้แต่ซีเยว่ที่ตามมายังกล่าวเตือนอี้เฉิน
“เ้าคิดจะทำอะไร เ้าเด็กโอหังรีบถอยออกมาเสีย!”
อี้เฉินที่เข้าใกล้ กลุ่มพวกซีเผิงกำลังถูกปิดล้อม เขาเอ่ยเสียงดังก้องออกมาทันที ที่เหล่าสัตว์อสูรไม่ทันระวัง "พี่ซีเผิง โยนถุงเก็บของมิติ ใส่ซากศพสัตว์อสูรมาให้ข้า พวกมันหมายตาสิ่งนั้น ข้าจะล่อเหล่าสัตว์อสูรออกไปเอง พวกท่านไปรอข้าที่หมู่บ้านลมหวนได้เลย"
ซีเผิง เขาไม่มีเวลาให้ครุ่นคิดมากนัก พยักหน้ารับคำ เด็กหนุ่มทันที แล้วโยนออกไปหาอี้เฉินอย่างฉับไว พร้อมสายตาสัตว์อสูรร้าย ประกายตาฉายวับไปที่ถุงเก็บของมิติ "เ้าต้องรอดกลับมาให้ได้ เ้าหนุ่ม!!"
อี้เฉินรับถุงเก็บของมิติมาได้ เขาวิ่งโกยอ้าว ออกไปอีกทิศทางหนึ่งทันที แม้แต่ซีเยว่ นางยังแค่นเสียงออกมาอย่างไม่พอใจ “เ้าโง่ เ้าจะไปทางไหน!!”
ทว่าผิดกับพวกซีเผิง ที่รับรู้อี้เฉินคิดจะ ดึงเหล่าสัตว์อสูรออกไปอีกทาง มองเห็นเท้าเรียวเล็กอี้เฉิน ซอยออกไปถี่ยิบ วิ่งออกไปจนฝุ่นตลบ ประหนึ่งเป็ม้าศึกที่คึกคะนอง
เหล่าสัตว์อสูรที่บ้าคลั่ง วิ่งกรูไล่ตามล่าอี้เฉินไป อย่างไวปานวอก แม้ตัวพวกมันจะใหญ่โต แต่ความเร็วไม่ด้อย ไปกว่าเด็กน้อยอย่างแน่นอน ส่งให้ป่าราบเรียบออกไปเป็ทางยาว สัตว์อสูรโดยรอบแตกตื่น พร้อมกับคมเขี้ยวอันแหลมคม พวกมัน เอื้อมออกไปขบกัดเด็กน้อยอยู่หลายครา
ปากคมเขี้ยวใหญ่โตพวกมัน หมายมั่นจะขบกัดอี้เฉินให้จมมิดคมเขี้ยว เสียงฝีเท้าย่ำลงพื้น สนั่นหวั่นไหว ปราณพลังที่ปลดปล่อยออกมาโจมตี จนเสียงปัง!! ออกไปทั่วป่าพงไพร ร่างอี้เฉินถึงกับลอยกระเด็นกระดอน เมื่อถูกเศษคลื่นพลัง อัดกระแทกร่าง ต้นไม้ใบหญ้ารอบบริเวณ ฉีกขาดปลิวว่อน ออกไปทั่วบริเวณ
พวกซีเผิงต่างก็าเ็ ครั้นคิดจะย้อนไปช่วยอี้เฉินน้อย เกรงว่าจะมีแต่ทำให้คนภายในตระกูล ต้องตายตกเท่านั้น เขาจึงต้องจำใจ สั่งล่าถอยตามที่เด็กหนุ่มบอกกล่าว แม้ภายในใจจะไม่ยินยอมก็ตาม
ซีเยว่เองก็เข้าใจครั้นหันปรายตาไปมองทิศทาง อี้เฉินน้อยอยู่แวบหนึ่ง นางก็กล่าวพูดพึมพำออกมา “หวังว่าข้าจะได้เห็นหน้าเ้าอีกครั้ง หนุ่มน้อย”
ด้านอี้เฉินเขาหนีอยู่นานสองนาน จนต้องแค่นเสียง "บัดซบ! บัดซบ!" ดังออกมาดังลั่น เมื่อเขาไร้ทางเลือก เขาจึงสำแดงใช้วิชา กายาัออกมา ร่างกายของเขาแปลเปลี่ยน เป็เกล็ดสีดำทมิฬ ่กายาท่อนบน พร้อมกรงเล็บแหลม ราวกับสวมใส่ชุดเกาะา บนหัวมีเขางอกขึ้น พร้อมอักขระสีดำแพร่กระจายบนใบหน้า ประหนึ่งเป็ลูกัตัวน้อยๆ ที่ไม่ได้อยู่ในร่างที่สมบูรณ์ พร้อมพลังที่แพร่กระจัดกระจาย
ส่งผลให้ กายาอี้เฉิน เพิ่มประสิทธิภาพด้านร่างกายของเขา สูงขึ้นไปหลายเท่า ทำให้ความเร็ว ฝีเท้าของอี้เฉินเร็วมาก ไปกว่ายามก่อนหลายเท่าตัว แต่ก็ไม่วายถูกโจมตี จนลอยกระเด็นกระดอน อยู่เช่นนั้นหลายครั้ง
ทว่าความถึกทนนั้นก็มีอยู่ไม่น้อย ทำให้อี้เฉินไม่ได้รับาเ็มากนัก ซอยเท้าตะกุยดินออกไปด้วยความเร็วจี๋ ปราดเปรียวเป็อย่างมาก จนเหล่าสัตว์อสูรเริ่มถอดใจ เมื่อเห็นความเร็วเด็กหนุ่ม
พวกมันต่างก็คำรามโฮก!! ออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดังกู่ก้องไปทั่วผืนป่า เมื่อเห็นร่างอี้เฉินค่อยๆ ห่างจากพวกมันไปช้าๆ
...อี้เฉินหนีไปอยู่1วันเต็ม เท้าของเขาอาบไปด้วยาแ โลหิตไหลนอง เหยียบย่ำพื้นจนมีรอยเืแดงฉาน เกล็ดสีดำที่เหมือนชุดเกาะา หลุดร่วงออกมาเป็แผ่นๆ หลายส่วน ทว่าก็ยังถือเป็เื่ดี ที่เขาหนีรอดการไล่ล่าพวกมันมาได้
...ทางด้านซีเผิงกับพวก ที่หนีรอดกลับมาจากป่าไร้สิ้นสุดได้ พวกเขาต่างก็รอคอยอี้เฉิน อยู่ที่หมู่บ้านลมหวน ไปอยู่นาน3วัน จวนพวกเขาทุกคนเริ่มที่จะถอดใจ
“อี้เฉินอยู่แค่ขั้นเปิดชีพจร ระดับปลาย เขาจะไปมีปัญญา รอดกลับมาได้หรือ?” พวกเขาต่างพากันพูดคุย พร้อมเสียงถอนหายใจ ทว่าเมื่อเห็นว่านายน้อยซีเผิง ของพวกเขา ไม่ไปไหน ยังคงเฝ้ารอคอย อยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านลมหวน จวนจะสามวันเต็ม ไม่ไปไหนก็ยังไร้เงาเด็กน้อย พวกเขาต่างก็ส่ายหัวออกมา
แต่ สิ่งที่ทุกผู้ทุกคนไม่คาดคิด เมื่อยามเย็น แสงอาทิตย์ อัสดง กล้ำกรายเข้ากระทบใบหน้า ใกล้จะลับขอบฟ้า สายตาพวกเขากลับเห็นร่าง อี้เฉินน้อย ฝ่าแสงยามเย็น เข้ามาภายในหมู่บ้านลมหวน กายาเขาเต็มไปด้วยาแ แววตาเปี่ยมไปด้วยความอิดโรย เท้าเปล่าเดินย่ำจน พื้นเบื้องล่างอาบนองไปด้วยโลหิต พวกเขาต่างก็เข้าไปพยุงร่างอี้เฉินไว้ พร้อมกล่าวพูดออกมา ด้วยความไม่อยากเชื่อ
"เ้า!! ยังไม่ตายจริงๆ หรือ? เ รีบพาเขาไปรักษาเร็วเข้า"
เมื่อ อี้เฉินเห็นหมู่บ้านลมหวนของเขาอีกครา มันก็เหมือนความหวังของเขา ถูกเติมเต็มกายาพลันอ่อนแรง สลบหลับใหลลงไปทันที
....ภายในกระโจมที่พักอี้เฉิน ตอนนี้เขายังหลับใหลไม่ตื่น มีเพียงซีเยว่ ที่ช่วยอยู่ดูแลรักษา อาการาเ็ให้เขา อยู่ไม่ห่างซีเผิงที่เห็นว่า อี้เฉินไม่าเ็มากพวกเขาจึงตกลงกันว่า จะให้ซีเผิงกลับไปที่เมืองหลวงอาณาจักรเพลิงก่อน หมายมั่นจะนำ ซากศพของสัตว์อสูรที่ได้มา กลับไปให้ผู้าุโชราในตระกูลตรวจดู
...ด้านเหล่าผู้าุโ ตระกูลซี ที่เห็น ซากศพสัตว์อสูรขั้นนภา ที่ซีเผิงนำกลับมาภายในตระกูล ถือเป็ของหายาก พวกเขาต่างก็ยิ้มหน้าชื่นบาน เมื่อเห็นแก่นพลังงานบริสุทธิ์ พร้อมไว้ใช้ขัดเกลาเหล่าอนุชน แถมยังเอากระดูกของมัน มาสร้างวิชาระดับสูงได้ด้วย เกรงว่าการจะหาซื้อ ซากศพสัตว์อสูรขั้นนภา ภายในดินแดน5อาณาจักร คงจะไม่ใช่เื่ง่าย พวกเขาคงต้องหมดค่าใช้จ่ายไปมากโข
ผู้าุโจึงให้ซีเผิงนำ เืของสิงโตเขาไฟบางส่วน ไปให้อี้เฉินรวมถึงสมุนไพรในการฝึกยุทธ์ เพื่อเป็การตอบแทนเขา ที่ช่วยให้พวกซีเผิงหนีรอด กลับมาได้ แล้วรับปากจะดูแลปากท้องชาวบ้าน
"ขอบคุณผู้าุโสาม ข้าจะนำคำของท่านไปบอกกล่าวเขา" ซีเผิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"มันเป็เื่ที่เราพึงกระทำอย่าได้เก็บมาใส่ใจ เ้ากับข้าล้วนรู้ดี ว่าคนประเภทนี้น่าคบหาเพียงใด ด้วยภัยแล้ง หมู่บ้านของเขาคงเดือดร้อนไม่น้อย... เ้าไปเถอะ" ผู้าุโชรากล่าว ทว่าใบหน้ากับเปื้อนยิ้มด้วยความยินดี
...อี้เฉิน นอนหลับไปนานถึง 3วันกว่าเขาจะฟื้นตื่น ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าเมื่อเห็น ซีเยว่ ดูแลตัวของเขาไม่ห่าง ส่งรอยยิ้มทอประกายออกมา เขาจึงกล่าวขอบคุณ ที่ช่วยทำแผลให้กับเขาในทันที
"ขอบคุณแม่นาง ที่เสียเวลามาดูแลคนต่ำต้อยเยี่ยงข้า"
ซีเยว่ ยิ้มเมื่อเห็นอี้เฉินเปิดดวงตา เข้าไปช่วยพยุงร่างเด็กหนุ่มทันที "พวกเราสิ ต้องขอบคุณเ้า เ้าอยากได้อะไรเป็พิเศษหรือไม่ ข้าจะขอคนในตระกูลของข้าให้ ถ้ามันไม่ยากลำบากจนเกินไป"
เด็กหนุ่ม ที่ยันร่างขึ้นมานั่ง มองมาที่ตัวของ ซีเยว่ด้วย แววตาเป็มัน แล้วชี้ออกไปที่ตัวหญิงสาว
ซีเยว่ ถึงกับอาย ถลึงตาหน้าแดงก่ำ ครุ่นคิดเตลิดออกไปไกล 'หรือว่าเขาคิดจะเอาตัวของข้าเป็เ้าสาวกัน ไม่! ไม่! ไม่!’
“เ้าคิดอะไรของเ้าอยู่ข้าเป็ถึง ไข่มุกเม็ดงามของตระกูลซีนะ เ้ากล้างั้นหรือ” เยว่ซีกล่าวด้วยน้ำเสียงเดือดดาล ทว่าใบหน้านางแดงก่ำไม่น้อย
"ท่านเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า? " อี้เฉินกล่าวออกมา พร้อมกับส่ายหัว
“ข้าอยากได้ถุงเก็บของมิติที่เอวท่านซีเยว่ ข้าไม่มีที่เก็บของ เผื่อข้าไปล่าสัตว์อสูร จะได้เก็บพวกมันกลับมา ให้คนภายในหมู่บ้าน”
ซีเยว่ ถึงกับมองค้อนมาที่อิ้เฉิน ทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ ‘เมื่อกี้นางคิดไปเองคนเดียวงั้นหรือ’ "ได้ๆ ข้าจะให้เ้า แต่เ้าต้องเรียกข้าว่า พี่ซีเยว่ ...เ้านั่งปิดขั้นพลัง อีกสักระยะแผลเ้าก็จะหายดี”
“อืมๆ” ครั้นอี้เฉินได้ยิน เขาพยักหน้ารับในทันที ทว่าเมื่อได้ยินเสียงของเหล่าชาวบ้าน มันก็ทำให้อี้เฉิน ประหลาดใจไม่น้อย เมื่อได้ยินน้ำเสียงของผู้คน เต็มไปด้วยความยินดี เล็ดลอดดังเข้ามา ภายในห้องพักของเขา
ซีเผิงที่กลับมาถึงหมู่บ้านลมหวน เขานำเอาข้าวสาร อาหารแห้งมาแจกจ่ายเหล่าชาวบ้าน ส่วนสมุนไพร กับเืสัตว์อสูรสิงโตเขาไฟ เขานำมามอบให้ อี้เฉิน กับตัวเขาเอง พร้อมกับบอกวิธีใช้ให้กับอี้เฉินรับฟัง
...ก่อนพวกซีเผิง ซีเยว่ จะจากไปจากหมู่บ้านลมหวน เขารู้สึกถูกชะตา เด็กหนุ่มผู้นี้ไม่น้อย ก่อนบอกกล่าว อี้เฉินออกไปอย่างไม่เกรงใจ เขามองว่าเด็กหนุ่ม ไม่เหมาะอยู่ยังหมู่บ้าน แห่งนี้อีกต่อไป “อี้เฉิน อีก4 เดือนข้างหน้า พวกเราจะไปสมัครยังสำนักั เผื่อเ้าสนใจ ที่จะฝึกปรืออย่างจริงจัง ข้าจะรอเ้าอยู่ที่นั่น”
อี้เฉินเขามีท่าทีครุ่นคิดอยู่ไม่น้อย ก่อนพยักหน้า ส่งพวกเขาเ่าั้จากไป “พวกท่านโชคดี เดินทางปลอดภัย” กลุ่มพวกเขา โบกมือไล่หลังมาให้เด็กน้อย หวังว่าจะเจอ อี้เฉินอีกครั้ง ภายในสำนักั ในอีก4เดือนข้างหน้า
....หลังจากนั้นอี้เฉินปิดขั้นพลังนั่งตระหนักรู้ บวกกับใช้เืของสิงโตเขาไฟ ที่ซีเผิงให้มาทาบริเวณแขน เพื่อดูดทรัพย์ปราณพลัง เร่งการบำเพ็ญเพียรตระหนักรู้ เขาจมดิ่งลงไปในทะเลความรู้ เสียงกายาท่องคัมภีร์ในกายา ดังอึกทึกครึกโครมภายในร่าง อักขระค่อยๆ สลักลงในกายาทะเลความรู้เขาค่อยๆ ขยายใหญ่อย่างรวดเร็ว ปราณพลังเองก็ค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้นมา
...อี้เฉินใช้เวลาถึง 3 เดือน เขาถึงจะเลื่อนขั้นพลัง สร้างรากฐาน ระดับ ต้น ได้สำเร็จ ก่อนที่จะออกจากหมู่บ้านลมหวนไป เขาได้เข้าไปในป่าไร้สิ้นสุด เพื่อไปหาเสบียงให้กับหมู่บ้าน เป็ครั้งสุดท้าย
ก่อนอี้เฉินจะจากไป เขาได้เข้าไป บอกลาปู่ของเขา ชายชราที่เห็นอี้เฉิน ั้แ่กลับมาจากมิติ ลับ ตัวของอี้เฉินก็เปลี่ยนไปมาก ชายชรารู้ได้ทันที อี้เฉินได้เข้าสู่การฝึกยุทธ์แล้ว
ชายแก่ที่รู้ว่าอี้เฉิน จะออกไปผจญโลกกว้าง เขาเพียง ส่งรอยยิ้มทอประกายให้ อี้เฉินเท่านั้น ไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เมื่อเขารู้ว่า วันเวลานี้ต้องมาถึง ทว่าเมื่อชายชรา นึกถึง่เวลาที่อยู่ด้วยกันมา มันก็ทำให้ชายชรา อดที่จะเศร้าสร้อย เสียใจไม่ได้
อี้เฉินน้อย เองก็ไม่รู้จะเอ่ยคำพูดใด บอกกล่าวชายชรา เสี่ยวปู้เทียนที่เลี้ยงดูเขาั้แ่เล็ก เหมือนว่าชายชรา จะมีความลับไม่อยากบอกกล่าวเขาอยู่ด้วย "ท่านปู่โปรดรักษาตัว ข้าจะกลับมาหาท่าน อย่างแน่นอน"
อี้เฉินที่กล่าวน้ำเสียงหนักแน่น เขาไม่ได้บอกลาคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน เขาไม่อยากให้ใครเสียใจ แม้แต่เพื่อนๆ สมัยเด็กของเขา อย่างเปา เปา กับเ้าผอม เขาก็ไม่ได้เอ่ยคำร่ำลา เพราะคำสัญญา ที่จะต้องไปเหยียบย่ำยังดินแดนจักรพรรดิ ในสักวัน บางทีเขาอาจจะไม่ได้ กลับมายังหมู่บ้านลมหวนอีกคราก็เป็ได้